EP.14
EP.14
EP.14
ใต้ดวงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน ภายในบ้าน ชิโร่และมิโคโตะกำลังยืนเผชิญหน้ากัน
"พี่มิโคโตะ!"
ขณะที่ชิโร่พูด มิโคโตะก็ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนและเข้าใจ
"ชิโร่ นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดสำหรับนายที่จะเข้าร่วมกลุ่มระดับสูงของตระกูล"
เมื่อมองดูเธอ ชิโร่ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านขึ้นในใจ ความห่วงใยที่มิโคโตะมีต่อเขานั้นชัดเจน
โรคขีดจำกัดสายเลือด
คำ 3 คำนั้นเปรียบเสมือนฝันร้ายสำหรับตระกูลที่มีขีดสายเลือดใดๆก็ตาม ซึ่งสำหรับคนอย่างชิโร่-อัจฉริยะผู้เพิ่งปลุกพลังเนตรวงแหวนของเขา-ตระกูลนี้คงไม่ลงทุนทรัพยากรอย่างง่ายดาย ยาปรับสภาพเซลล์แต่ละโดสมีราคาอยู่ระหว่าง 100,000 ถึง 200,000 เรียว หรือบางครั้งอาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความถี่ในการใช้
แต่ของเขาคือ ขีดจำกัดสายเลือดคู่ ที่ในตระกูลอุจิวะที่มีแต่ผู้ที่ภาคภูมิใจในตัวเอง เนตรวงแหวนของพวกเขานั้นครองอำนาจสูงสุด สิ่งอื่นใดจะถูกมองว่าอ่อนแอ
เพราะเหตุนี้ มรดกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชิโร่จึงมีผลกระทบต่อตระกูลเพียงเล็กน้อย
ชิโระพยายามระงับความหงุดหงิดไว้โดยถอนหายใจเข้าลึกๆ แต่กลับถูกความสับสนที่ฉายชัดบนใบหน้าของเขาเข้ามารบกวน
“พี่มิโคโตะ แล้วคุชินะล่ะ ?”
เมื่อพูดถึงอุซึมากิ คุชินะ รอยยิ้มของมิโคโตะก็เปลี่ยนเป็นขมขื่น
"ชิโร่ ถึงฉันจะจงใจเข้าหาเธอเพื่อตระกูล แต่คุชินะก็น่าสงสารเหมือนกัน เธอนั้นรู้ว่าฉันมีเจตนาแอบแฝง แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน"
แม้ว่าจะอายุมากกว่าคุชินะ แต่รอยยิ้มที่เปี่ยมความรักของมิโคโตะก็ทำให้สีหน้าของเธออ่อนลงเมื่อเธอหวนนึกถึงช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน
"นายไม่ต้องกังวลกับภารกิจนี้มากนักหรอก ส่วนใหญ่เป็นแค่การแสดง ฉันได้คุยกับคุชินะและจัดการเรียบร้อยแล้ว..."
ชิโร่ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่ามิโคโตะทุ่มเทความพยายามเพื่อเขามากแค่ไหน โรคขีดจำกัดสายเลือดมันไม่ใช่สิ่งที่มิโคโตะอยากจะเสี่ยงกับเขา ดังนั้นเธอจึงควบคุมสถานการณ์ แลพวางแผนทุกอย่างอย่างรอบคอบ
“ชิโร่ ฉันไม่ได้ทำทั้งหมดนี้เพื่อเธอคนเดียวนะ ฉันมีเหตุผลของฉันเหมือนกัน” เธอยอมรับ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงหยอกล้อที่หาได้ยาก
"เมื่อตาแก่จากไป ฉันก็คงไม่สามารถจัดการอะไรๆเองได้ ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอ"
มิโคโตะมั่นใจว่าภายใน 5 หรือ 6 ปีข้างหน้า เธอจะสามารถรวบรวมอำนาจของผู้อาวุโสเซ็ตสึนะและนำตระกูลอุจิวะให้เป็นหนึ่งเดียวได้
ชิโร่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักเมื่อเขาตอบสนองเช่นเดียวกัน
"พี่มิโคโตะ อนาคตของตระกูลจะขึ้นอยู่กับพวกเรา 2 คน"
ทั้ง 2 ได้หัวเราะด้วยกัน พร้อมความตึงเครียดที่ค่อยๆคลายลงจนเหลือเพียงความเป็นมิตร
ขณะที่เธอเตรียมตัวออกเดินทาง เนตรวงแหวนของมิโคโตะก็สว่างขึ้น ดวงตาของเธอกลายเป็นสีแดงเข้ม
"ชิโร่ ฝึกหนักๆหน่อยนะ ฉันกำลังเตรียมตัวเป็นโจนินพิเศษอยู่"
คำพูดของเธอทำให้ชิโร่พูดไม่ออก
ชิโร่ยืนโดดเดี่ยวอยู่ในบ้านอันเงียบสงบ มองร่างของเธอถอยห่างออกไป เขาได้หรี่ตาลงพร้อมพึมพำบางอย่าง
“อุจิวะ...”
เขาขยี้ขมับ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มแห้งๆ ครอบครัวสุดโต่งนี้ แม้จะมีความซับซ้อนมากมาย แต่นี่คือสิ่งที่เขาต้องการอย่างแท้จริง เก่าแก่แต่มีชีวิตชีวา โหดเหี้ยมแต่แข็งแกร่ง
ในโลกที่ปกครองโดยอำนาจ ความเชื่อของอุจิวะในเรื่องความแข็งแกร่งเหนือประเพณีดูมีพลังมากกว่าลำดับชั้นอันเข้มงวดของฮิวงะมาก
“เมื่อเจ้าขาดพลังที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง จงเรียนรู้ที่จะกลมกลืน”
รอยยิ้มมั่นใจผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา เขารักที่นี่จริงๆ
...
ต่อมาในคืนนั้น ชิโร่ได้พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ต่อหน้าซึนาเดะ ซึ่งมองเขาด้วยท่าทีจริงจังเช่นเคย
“มาหาฉันดึกขนาดนี้-มีอะไรจะรายงานไหม ?”
แม้ว่าซึนาเดะจะดูเย็นชาอยู่เสมอตั้งแต่สูญเสียน้องชายของเธอไป แต่ชิโร่ก็โค้งคำนับอย่างเคารพและเริ่มพูด
"ท่านซึนาเดะ ทางตระกูลได้ทราบเรื่องการตื่นขึ้นของเนตรวงแหวนและขีดจำกัดสายเลือดคู่ของผมแล้ว หลังจากนั้น ผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสได้มาพบผมที่ศาลเจ้านากะ จากที่ผมสังเกต การแบ่งแยกที่ควรจะเป็นไปได้ระหว่างพวกเขานั้นเป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้น"
ซึนาเดะถึงกับเย้ยหยัน เหล่าเซ็นจูนั้นรู้ถึงกลยุทธ์ของอุจิวะมานานแล้ว การแบ่งฝ่ายภายในของพวกเขาล้วนแต่มีการวางแผนไว้เพื่อรักษาสมดุล หากปราศจากอิทธิพลที่คอยประนีประนอมของผู้นำอาวุโสทั้ง 2 นิสัยอันน่าอับอายของอุจิวะคงทำให้พวกเขาต้องทำลายตัวเอง
แต่ไอ้หมอนี่-กลับถูกส่งมาเป็นสายลับตอนเช้าแล้วมารายงานตัวตอนกลางคืนเหรอ ?
"ท่านซึนาเดะ พวกเขายังสั่งให้ผมติดต่อลับๆกับอุซึมากิ คุชินะด้วย พวกเขาอ้างว่าเธอจะสามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างตระกูลกับหมู่บ้านได้ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้ผมก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้น..."
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของซึนาเดะก็ยิ่งคมชัดมากขึ้น
“พวกเขาต้องการให้เธอติดต่อกับคุชินะแบบลับๆงั้นเหรอ ?”
ตอนนี้เธอรู้สึกว่าความโกรธของเธอกำลังปะทุขึ้น แต่เธอก็ควบคุมมันได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นวิถีของอุจิวะที่คอยวางแผนเพื่อหาผลประโยชน์ภายในกลุ่มคนใกล้ชิดของโคโนฮะอยู่เสมอ
"พี่มิโคโตะก็ติดต่อมาหาผมเหมือนกัน เธอรับรองว่าภารกิจนี้เป็นเพียงการแสดงตัว และได้แจ้งคุชินะไปแล้ว ทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว..."
ชิโร่เปิดเผยทุกอย่างโดยไม่ละเว้นสิ่งใดเลย ส่วนนึงเพราะเขาไม่จำเป็นต้องกุเรื่องขึ้นมาเอง แต่ก็เป็นเพราะเขาต้องการความไว้วางใจจากซึนาเดะด้วย
"การทรยศตระกูลของเธอแบบนี้มันไม่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดบ้างเลยงั้นเหรอ ?"
ในที่สุดซึนาเดะก็ถามขึ้น โดยมีดวงตาอันแหลมคมจ้องมองไปที่เขา
ใบหน้าของชิโร่เริ่มเคร่งขรึม
"ท่านซึนาเดะ ผมนั้นไม่ได้ทรยศตระกูล! หมู่บ้านโคโนฮะได้ถูกก่อตั้งโดยอุจิวะและเซ็นจูร่วมกัน ทุกสิ่งที่ผมทำล้วนเพื่อประโยชน์ของตระกูล-และเพื่อหมู่บ้าน!"
เสียงของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์เมื่อเนตรวงแหวนของเขาทำงานช้าๆ โดยโทโมเอะของเนตวงแหวนหมุนอยู่ในรูม่านตาของเขา
"เราอยู่ในโลกที่กำลังมีสงคราม! ความยากจนและความยากลำบากทำลายล้างชีวิตของเหล่านินจา! เห็นไหมว่าความขัดแย้งอันไร้ขอบเขตนี้ได้สร้างบาดแผลให้กับหมู่บ้านยังไง ? ตระกูลอุจิวะนั้นกำลีงพยายามยุติวัฏจักรนี้มาโดยตลอด เราเสียเลือดเนื้อเพื่อปกป้องหมู่บ้านและต่อสู้เพื่อสันติภาพ!"
ซึนาเดะกระพริบตาด้วยความตะลึงกับความกระตือรือร้นของเขา
“ศัตรูตัวจริงของพวกเรา” ชิโร่พูดต่อด้วยดวงตาที่เป็นประกาย “คือพวกที่พยายามแบ่งแยกและทำให้หมู่บ้านไม่มั่นคง!”
ความเงียบได้เข้าปกคลุมห้องครู่นึง สีหน้าของซึนาเดะอ่อนลง ท่าทีเคร่งขรึมตามปกติของเธอถูกแทนที่ด้วยความจริงจังเงียบๆ
“ฉันเข้าใจแล้ว” ในที่สุดเธอก็พูด
“ฉันขอโทษสำหรับสิ่งที่ฉันพูดก่อนหน้านี้”
ชิโร่ถึงกับชะงักไปครู่นึง ซึนาเดะ-ขอโทษงั้นเหรอ ? แต่นิสัยของเธอก็ดูสมเหตุสมผลดี โฮคาเงะรุ่นที่ 5 ในอนาคตนั้นไม่ต่างจากคนที่ยึดมั่นในหลักการ เธอนั้นยอมรับทั้งคำพูดและการกระทำของตัวเอง
ดวงตาสีน้ำตาลของซึนาเดะเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่นขณะที่เธอพูดกับเขาอีกครั้ง
"ว่าต่อสิ ต่อไปจะเป็นยังไง ?"
ชิโร่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วดึงม้วนคัมภีร์ออกมาจากกระเป๋า ถึงเวลาก้าวต่อไปแล้ว-และนำซึนาเดะมาอยู่เคียงข้างเขาอย่างเต็มตัว
โปรดติดตามตอนต่อไป.
_______________