เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.3

EP.3

EP.3


EP.3

ที่น้ำตก หลังจากที่ฟุงาคุยืนยันอย่างประหม่าแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ ในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่า ขณะที่เขามองชิโร่ สีหน้าของเขากลับดูสิ้นหวัง

“ชิโร่ นายต้องระวังให้มากกว่านี้เมื่อจะพูดแบบนี้ในอนาคต”

ชิโร่มีสีหน้าสับสนและแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ แม้ว่าเขาจะเดาได้ว่าฟุงาคุกำลังคิดอะไรอยู่ก็ตาม

ณ เวลานี้ เขี้ยวสีขาว นั้นคือดวงดาวที่เจิดจรัสที่สุดในโคโนฮะอย่างไม่ต้องสงสัย เขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกนินจา การเผชิญหน้ากับเขาทำให้การละทิ้งภารกิจเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เขี้ยวสีขาว ผู้นี้ได้รับการพิจารณาให้เป็นโฮคาเงะคนต่อไปด้วยซ้ำ

ซึ่งน่าประหลาดใจมาก-ทั้งที่ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น โฮคาเงะรุ่นที่ 3 อายุแค่ 40 ต้นๆและยังอยู่ในช่วงรุ่งเรือง ทำไมการพูดถึงว่าที่โฮคาเงะในอนาคตถึงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ? ถ้าไม่มีแรงผลักดันจากเบื้องหลังคงไม่มีใครเชื่อแน่

ชิโร่เยาะเย้ยอยู่ภายใน ขณะที่ฟุงาคุนั้นหลังจากลังเลเล็กน้อยก็ลดเสียงลงและพูดอย่างจริงจัง :

"ระหว่างมหาสงครามโลกนินจาครั้งที่ 1 โฮคาเงะรุ่นที่ 3 เป็นเพียงการแต่งตั้งชั่วคราวเท่านั้น สงครามครั้งนั้นชนะได้เพราะทุกตระกูลร่วมมือกัน อย่างไรก็ตาม หลังสงคราม ตระกูลต่างๆก็ประสบความสูญเสียอย่างหนัก แต่ผลประโยชน์ที่สูญเสียไป..."

ขณะที่คำพูดของฟุงาคุดังขึ้นมา สีหน้าของชิโร่ก็เปลี่ยนเป็นความตระหนักรู้ เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ แม้ว่าเขี้ยวสีขาวนั้นจะแข็งแกร่ง แต่การที่เขาได้รับการพิจารณาให้เป็นโฮคาเงะคนต่อไปก็บ่งชี้ชัดว่ากองกำลังกำลังผลักดันเรื่องนี้ และกองกำลังเหล่านี้น่าจะเป็นตระกูลหลัก การที่แม้แต่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ก็ยังนิ่งเฉยในเรื่องนี้ บ่งบอกเป็นนัยว่าตระกูลเซ็นจูก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

ตั้งแต่มหาสงครามโลกนินจาครั้งที่หนึ่งถึงครั้งที่ 2 โคโนฮะได้สัมผัสกับความสงบสุขตลอดระยะเวลา 20 ปี จากความรู้บางส่วนจากซีรีส์ต้นฉบับ มันก็พอจะสรุปได้หลายอย่าง ประการแรก จำนวนนินจาพลเรือนในโคโนฮะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การฝึกฝนนินจาจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก และทรัพยากรของโคโนฮะก็มีจำกัด ผลลัพธ์จึงชัดเจน

เมื่อหมู่บ้านก่อตั้งขึ้นครั้งแรก สถาบันนินจายังไม่เปิดโอกาสให้นินจาพลเรือนได้ก้าวขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่อย่างเต็มที่ หลังสงครามโลกนินจาครั้งที่ 1 แม้ว่าโคโนฮะจะได้รับชัยชนะ แต่ตระกูลใหญ่ๆ กลับต้องประสบกับความสูญเสียอย่างหนัก โฮคาเงะรุ่นที่ 3 จึงใช้โอกาสนี้สร้างฐานอำนาจและบ่มเพาะนินจาพลเรือน

"เข้าใจแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่ตระกูลของเราเริ่มใกล้ชิดกับตระกูลฮาตาเกะมากขึ้น เมื่อเขี้ยวสีขาวได้เป็นโฮคาเงะรุ่นที่ 4 อุจิวะก็จะได้รับความไว้วางใจจากหมู่บ้านในที่สุด"

ชิโร่แสร้งทำเป็นเข้าใจทันที ซึ่งทำให้ฟุงาคุยิ้มและพยักหน้า

“ใช่แล้ว เมื่อถึงตอนนั้น โฮคาเงะรุ่นที่ 4 จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างตระกูลของเรา และคลายความตึงเครียดกับตระกูลอื่นๆในหมู่บ้าน”

บ้าเอ้ย!

เมื่อเห็นเหตุผลของฟุงาคุ ชิโร่ก็ถึงกับพูดไม่ออก การติดตามอุจิวะมักจะนำไปสู่ความล้มเหลวเสมอ! ในซีรีส์ต้นฉบับ แม้แต่มินาโตะ โฮคาเงะรุ่นที่ 4 ก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับฟุงาคุ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถในการวางเดิมพันของอุจิวะนั้นน่าทึ่งอย่างแท้จริง-แต่กลับโชคร้ายเสียเอง

แต่ชิโร่กลับดูตื่นเต้น

"หัวหน้าตระกูลนี่ฉลาดจริงๆ โฮคาเงะรุ่นที่ 3 เป็นศิษย์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 2 ผมเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน!"

ขณะที่เขาพูดอยู่นั้น ชิโร่ก็ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันใด และสีหน้าของเขาดูอึดอัดขึ้นมา ฟุงาคุที่ยืนอยู่ใกล้ๆได้ค่อยๆลดสีหน้าลงเล็กน้อยและโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“มันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว”

เมื่อเห็นว่ามีแค่พวกเขา 2 คน ชิโร่จึงทำเหมือนเป็นที่ปรึกษาคนสนิทแล้วกระซิบว่า :

"หัวหน้าฟุงาคุ ผมเคยได้ยินเรื่องนโยบายสมัยตอนที่โฮคาเงะรุ่น 2 ครองตำแหน่งมาบ้าง แต่ผมก็เข้าใจนะ ว่าตอนนั้นมันจำเป็นต้องระวังตระกูลอุจิวะของเรา"

ในช่วงเวลานั้น มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับอุจิวะ มาดาระ และต่อมาก็มีปัญหากับผู้อาวุโสเซ็ตสึนะ ใครก็ตามที่มีอำนาจในเวลานั้นคงจะต้องระมัดระวังตัว เมื่อเห็นท่าทางระมัดระวังของชิโร่ ฟุงาคุก็ปลอบใจชิโร่ว่า

"โชคดีนะ ในขณะที่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ได้รับสืบทอดความระมัดระวังจากโฮคาเงะรุ่นที่ 2 ที่มีต่ออุจิวะ แต่โฮคาเงะคนใหม่กลับไม่รับสืบทอดต่อ"

ในขณะนั้นฟุงาคุ ยังไม่รู้ตัวว่าตนเองได้ตกหลุมพรางของชิโร่เข้าแล้ว ว่าเขานั้นเพิ่งยอมรับว่าโฮคาเงะรุ่น 3 ได้สืบทอดความระมัดระวังของโฮคาเงะรุ่น 2 ที่มีต่ออุจิวะมา แม้จะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ชิโร่ก็พยักหน้าอย่างแน่วแน่และยิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวว่า "หัวหน้าฟุงาคุ มเชื่อว่าโฮคาเงะรุ่น 4 หรือ เขี้ยวสีขาว นั้นเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง และตระกูลเราจะได้รับการปฏิบัติอย่างที่สมควรได้รับ"

ภายใต้รอยยิ้มของชิโร่นั้น ตัวเขานั้นไม่ได้หวังให้ฟุงาคุได้มีโอกาสครุ่นคิดเลย ฟุงาคุได้กล่าวประณามโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ในประโยคเดียว ขณะที่ชิโร่ดูเหมือนจะไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เห็นด้วยเท่านั้น

จากมุมมองอื่นๆ โฮคาเงะรุ่นที่ 3 นั้นไว้วางใจอุจิวะอย่างแท้จริงในช่วงการปกครองของเขาหรือเปล่า ? และในฐานะศิษย์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 2 เขาจะไม่ได้รับความรอบคอบมาจากอาจารย์ที่มีต่ออุจิวะได้ยังไงกัน ?

ปกติแล้ว ความคิดแบบนี้จะทำให้ฟุงาคุขมวดคิ้วด้วยความไม่เห็นด้วยเล็กน้อย แต่ชิโร่ได้เสนอความคิดเรื่องเขี้ยวสีขาวในฐานะโฮคาเงะรุ่นที่ 4 ไปแล้ว และเมื่อเทียบกันแล้ว สิ่งอื่นๆนั้นดูเหมือนจะไม่สำคัญ ฟุงาคุถึงกับยิ้มและปลอบในชิโร่ว่า

"ไม่ต้องห่วงหรอกชิโร่ ฉันรู้จักเขี้ยวสีขาวดี เขานั้นไม่ได้มีอคติอะไรกับอุจิวะเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เขาไม่อยู่ตอนนั้น"

แล้วเขาก็ไม่ใช่ศิษย์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ด้วย! แน่นอนว่าเขาไม่ได้สืบทอดความคิดแบบนั้นมา ความคิดนั้นได้แวบเข้ามาในหัวของอฟุงาคุ แต่เขาก็ปัดมันออกไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถาง ตระกูลของเขาได้วางเดิมพันไว้กับโฮคาเงะรุ่นที่ 4 ในอนาคตแล้ว แล้วทำไมเขาถึงต้องมานั่งคิดมากด้วยล่ะ ?

การนึกถึงช่วงเวลาของโฮคาเงะรุ่นที่ 2 -ตอนที่มาดาระควบคุม 9 หาง และโฮคาเงะรุ่นแรกก็เสียชีวิต- การเรียกช่วงเวลานั้นว่า "ช่วงเวลาพิเศษ" นั้นก็ไม่ใช่การพูดเกินจริงเลย เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันราวกับว่าอุจิวะนั้นเป็นสาเหตุการตายของโฮคาเงะรุ่นแรกทางอ้อม โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ก็มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น แล้วทำไมเขาจะไม่ได้รับอิทธิพลใดๆมาเลยได้ยังไงกัน

แต่ความกังวลของฟุงาคุก็จางหายไป บัดนี้สิ่งเดียวที่เขาคิดถึงคือ เขี้ยวสีขาว โฮคาเงะรุ่นที่ 4 ในอนาคต และรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ผุดขึ้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอดีตในไม่ช้าก็จะกลายเป็นอดีต สิ่งที่พวกเขาต้องการคือการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับโฮคาเงะรุ่นต่อไป

เมื่อเห็นรอยยิ้มของฟุงาคุ ชิโร่ก็ยิ้มอยู่ภายในใจ ขั้นแรก ทำให้เขายอมรับว่าโฮคาเงะรุ่น 3 ได้สืบทอดความวาดระแวงของโฮคาเงะรุ่น 2 ที่มีต่ออุจิวะมา จากนั้นจึงเริ่มมีความหวังที่จะมีโฮคาเงะรุ่นที่ 4 คนใหม่

เมื่อในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่า เขี้ยวสีขาว โฮคาเงะรุ่นที่ 4 ได้จากไปแล้ว-จิ๊จิ๊!

เมื่อคิดเช่นนั้น ริมฝีปากของชิโร่ก็ยิ้มออกมาอย่างจริงใจ เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยถูกหว่านลงไป มันจะไม่ปรากฏออกมาทันที แต่ด้วยการรดน้ำเพียงเล็กน้อย มันก็จะงอกงามและเติบโต และในที่สุด มันก็จะกลายเป็นต้นไม้สูงใหญ่

ท้ายที่สุดแล้วฟุงาคุก็มีตำแหน่งสำคัญในตระกูล ชิโร่ได้มุ่งมั่นที่จะไม่ให้อุจิวะทำผิดซ้ำรอยเดิม เขาปฏิเสธที่จะเชื่อว่าอุจิวะที่รู้ความจริงตั้งแต่เนิ่นๆจะยังคงต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน นั่นคือการถูกฆ่าล้างตระกูล

ขณะที่ทั้ง 2 ยังคงคุยกันอยู่ ก็ได้มีทากตัวเล็กๆซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางใบไม้ โดยมันคอยมองพวกเขาจากเงามืด เมื่อกลับเข้าไปในเต็นท์ ซึนาเดะก็ลืมตาขึ้นและพ่นลมหายใจอย่างภาคภูมิใจ

"ไอ้เด็กอุจิวะพวกนั้นมีความคิดที่แปลกจริงๆ!"

แต่เธอก็อดกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่ได้ อย่างน้อยที่สุด มันได้ก็พิสูจน์สิ่งนึง : ตอนนี้ อุจิวะกำลังมุ่งเน้นไปที่การสร้างความไว้วางใจจากหมู่บ้านและพัฒนาความสัมพันธ์ นั่นเป็นสัญญาณที่ดี อย่างน้อย ชิโร่ และลูกชายของหัวหน้าตระกูลอุจิวะก็ไม่ใช่คนทะเยอทะยานมากนัก

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.3

คัดลอกลิงก์แล้ว