EP.4
EP.4
EP.4
2 วันต่อมา เขี้ยวสีขาวแห่งโคโนฮะก็มาถึงแนวหน้า และกำลังใจของเหล่านินจาแห่งโคโนฮะก็พุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ชิโร่ ซึ่งมองจากมุมมองของคนนอกก็ดูเหมือนจะโชคดีที่ได้กลับมาโคโนฮะเพื่อพักผ่อนร่วมกับทีมของซึนาเดะ
ในเวลานั้น ในบรรดานักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากชั้นเรียนของเขา นักเรียนที่เก่งที่สุดได้แก่ ชิโร่ , นาวากิ และนามิคาเซะ มินาโตะ ซึ่งแต่ละคนได้รับมอบหมายให้รับคำแนะนำจากศิษย์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ในฐานะที่ปรึกษาโจนินของพวกเขา
"หนูน้อย รีบหน่อยสิ" "ใช่"
ระหว่างทาง อารมณ์ของซึนาเดะก็ตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นเพราะม้วนข้อความที่ได้รับเมื่อ 2 วันก่อน ถึงกระนั้น ด้วยผมหางม้าสีทองอร่ามและพลังอันแข็งแกร่งของวัยเยาว์ ซึนาเดะก็ยังคงดูกล้าหาญเช่นเคย ชิโร่ยังคงรักษาสีหน้ามุ่งมั่น ระมัดระวังตัว สอดส่องไปรอบๆขณะที่กลุ่มของพวกเธอกำลังมุ่งหน้าไปยังโคโนฮะด้วยความเร็วฉับไว
[เวอร์ชันสมบูรณ์ : วิชาคิเมร่า]
ในความคิดของชิโร่มีวิชาต้องห้ามที่ถูกพัฒนาจนสมบูรณ์แบบในระดับที่ไม่ควรมีอยู่ ณ เวลานี้มันเป็นสิ่งที่เขาได้เรียนรู้หลังจากเกิดใหม่ โดยเวลาว่างของเขาคือการเล่นเกม แต่ใครจะไปคิดว่าเขาจะมาลงเอยที่โลกนี้
"วิชาต้องห้ามนี้มันทรงพลังแต่ก็ควบคุมได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อควบคุมในระดับที่สมบูรณ์แบบ"
บัดนี้ ในโลกนินจาที่แท้จริง ชิโร่ได้เข้าใจถึงอันตรายที่แท้จริงของวิชาต้องห้ามแล้ว วิชานี้จะทำให้เขาสามารถดูดซับและเสริมพลังให้กับตัวเองด้วยสายเลือดของผู้อื่นได้ แต่การใช้แต่ละครั้งต้องใช้เวลาเพื่อให้ร่างกายของเขาผสานพลังใหม่ได้อย่างเต็มที่
"หากเป็นเช่นนั้น การใช้วิชานี้ในการกลืนกินสายเลือดก็ต้องใช้ยาบางชนิดเพื่อรักษาเสถียรภาพของยีนด้วย"
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว ชิโร่ก็เหลือบมองซึนาเดะ รอยยิ้มจางๆได้ผุดขึ้นที่มุมปาก นินจาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ผู้ที่อาจเป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบของเขา หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขาคงต้องการความช่วยเหลือจากซึนาเดะหลังจากใช้วิชานี้ เพราะการพึ่งพาความรู้ด้านวิชานินจาแพทย์เพียงอย่างเดียวนั้นทำให้การผลิตยาเช่นนี้ต้องใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ
...
ไม่กี่วันต่อมา กลุ่มของพวกเขาก็กลับมายังโคโนฮะในที่สุด
ที่เขตของตระกูลเซ็นจู
"คุณย่ามิโตะ ไม่ว่าข้อมูลนี้จะเป็นจริงหรือไม่ เราก็ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนาวากิเป็นอันดับแรก!"
เมื่อกลับมา ซึนาเดะก็มุ่งหน้าไปยังสำนักงานของโฮคาเงะก่อนเพื่อส่งรายงานภารกิจ ก่อนจะมายังเขตของตระกูลเซ็นจูเพื่อหาอุซึมากิ มิโตะ เมื่อพบเธอ สีหน้าของซึนาเดะก็แสดงออกถึงความโกรธอย่างชัดเจน
อุซึมากิ มิโตะตอนนี้ดูแก่ชรามาก ผนึกหยินบนหน้าผากของเธอนั้นไม่อาจยับยั้งกาลเวลาได้อีกต่อไป ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเธอนั้นใกล้จะตายเต็มทีแล้ว ทว่าเมื่อได้ยินข่าวของซึนาเดะ สีหน้าใจดีของมิโตะก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที
“อุจิวะ เซ็ตสึนะเปลี่ยนไปมากจริงๆ” เธอบ่นพึมพำ
"ดูเหมือนว่าเขาจะฉลาดขึ้น-หรือบางทีเขาอาจเรียนรู้ที่จะรอเวลาในเงามืดหลังจากถูกจองจำครั้งสุดท้าย"
"คุณย่า! นาวากิ-"
เมื่อเห็นสีหน้าวิตกกังวลของซึนาเดะ
"ใจร้อนจังนะ! แต่จะทำสิ่งยิ่งใหญ่ได้ยังไงด้วยทัศนคติแบบนี้ ?"
มิโตะได้ตำหนิเธออย่างรุนแรง
แม้ซึนาเดะจะเป็นคนอารมณ์ร้อนโดยธรรมชาติ แต่เธอก็ยังให้ความเคารพมิโตะ และทำได้เพียงถอนหายใจ หลังจากหยุดไปครู่นึง มิโตะก็พูดอย่างเคร่งขรึม
"ความปลอดภัยของนาวากิต้องได้รับการรับรอง แต่ถ้ามีใครวางแผนการใดๆไว้ละก็ แม้จะอยู่ภายใต้การดูแลของโอโรจิมารุ หลานก็ต้องตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ด้วยสิ"
ใบหน้าของซึนาเดะเริ่มเศร้าลงเมื่อเธอพยักหน้า
"โอโรจิมารุเป็น 1 ในโจนินที่แข็งแกร่งที่สุดของโคโนฮะ และน้อยคนนักที่จะเทียบชั้นฝีมือกับเขาได้ ความระมัดระวังของเขานั้นยังสูงมากอีกด้วย หากใครคิดจะทำร้ายนาวากิ สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเขาออกจากหมู่บ้านไปแล้วเท่านั้น"
สีหน้าของซึนาเดะมืดมนไปด้วยความโกรธ
"บ้าเอ๊ย! พวกนั้นคิดว่าตระกูลเซ็นจูไม่มีอยู่อีกแล้วงั้นเหรอ ?"
เมื่อเห็นซึนาเดะโกรธจัด มิโตะก็เงียบไปครู่นึงก่อนจะถอนหายใจ แม้เธอจะมีฐานะสูงส่ง แต่เธอก็เป็นอาวุธประจำหมู่บ้านในฐานะพลังสถิตร่างของ 9 หาง และตอนนี้เธอก็เหมือนนักโทษของโคโนฮะมากกว่าผู้มีอำนาจ
"ซึนาเดะ ย่านะแก่แล้ว คงเหลือเวลาอีกไม่มาก ถ้าข้อมูลนี้มันจริง บางทีหลานน่าจะใช้โอกาสนี้ส่งนาวากิไปซะ"
คำพูดของเธอทำให้ซึนาเดะตกใจ เธอจ้องมองคุณย่าของเธอด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แต่มิโตะก็ส่ายหัวพลางถอนหายใจอีกครั้ง
“ครั้งนี้หลานอาจจะปกป้องเขาได้ แต่ครั้งหน้าล่ะ โคโนฮะนั้นไม่ต้องการตระกูลเซ็นจูอีกต่อไปแล้ว”
คำพูดของมิโตะหนักอึ้งราวกับจะตอกย้ำซึนาเดะ ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าโคโนฮะเปลี่ยนไปแล้ว หลังจากเงียบไปนาน เธอก็พยักหน้าเบาๆ
"หนูเข้าใจแล้ว"
เพราะนี่ไม่ใช่ยุคที่ตระกูลเซ็นจูปกครองโคโนฮะอีกต่อไปแล้ว
...
"ในที่สุดเราก็กลับมาแล้ว!"
ในโคโนฮะ ชิโร่ได้อาบแสงแดดอุ่นๆและชื่นชมแสงแดดมากขึ้นกว่าที่เคยหลังจากความชื้นของดินแดนแห่งฝน ตระกูลอุจิวะนั้นอาจจะถูกละเลย แต่ดินแดนของพวกเขายังคงอยู่ในใจกลางหมู่บ้านที่คึกคัก
"ชิโร่ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน"
เมื่อจิโร่เปิดประตู เสียงจากข้างในทำให้เขาแข็งค้างไป
"พี่ม-มิโคโตะ!"
ภายในอุจิวะ มิโคโตะกำลังยืนอยู่ พร้อมถือดาบยาวแบบอุจิวะไว้บนหลัง รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้า แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความคมคาย เมื่อเห็นเธอ สีหน้าของชิโร่ก็เคร่งขรึมขึ้น
มิโคโตะเดินเข้ามาหาเขา แล้วใช้มือทั้ง 2 ข้างประคองแก้มเขาเบาๆราวกับเป็นเรื่องปกติ ชิโร่รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาแวบนึง
“พี่สาวมิโคโตะ อย่านะ! ผมยัง…”
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ มิโคโตะก็ดึงเปลือกตาขึ้น แล้วยิ้มอ่อนโยนพลางพูดเบาๆว่า "ชิโร่ ยังไม่ปลุกเนตรวงแหวนของนายอีกเหรอ ? นายนี่ล้มเหลวจริงๆ"
ล้มเหลวนิดหน่อย
เพราะนอกจากอุจิวะแล้ว จะมีใครอีกเล่าที่จะพูดจาเสียดแทงใจพร้อมรอยยิ้มเช่นนี้ และเบื้องหลังคำพูดของเธอนั้นก็คืออารมณ์อันไม่มั่นคงของผู้ใช้เนตรวงแหวนคนใหม่
ซึ่งชิโร่นั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้นอกจากรู้สึกอิจฉาและรู้สึกไร้หนทาง
ตามที่คาดไว้-เนตรวงแหวนของมิโคโตะได้รับการพัฒนาแล้ว
การตื่นรู้และการวิวัฒนาการของเนตรวงแหวนมักเกิดจากความเครียดทางอารมณ์ที่รุนแรง ซึ่งมักเกิดจากการสูญเสียครั้งใหญ่หรือความเจ็บปวดแสนสาหัส การพัฒนานี้ทำให้สมองของพวกเขาเต็มไปด้วยจักระพิเศษ ซึ่งทำให้อารมณ์ของผู้ใช้รุนแรงขึ้นและมีแนวโน้มที่จะหงุดหงิดง่าย
"พี่สาวมิโคโตะ!"
เมื่อประตูปิดลง ชิโร่ก็ผลักมิโคโตะลงกับพื้นทันที พร้อมกับคว้าแส้ที่เตรียมไว้นานแล้วออกมา
โปรดติดตามตอนต่อไป.
_______________