เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 หรือว่า… จะส่งกระดาษเปล่ากันนะ?

บทที่ 33 หรือว่า… จะส่งกระดาษเปล่ากันนะ?

บทที่ 33 หรือว่า… จะส่งกระดาษเปล่ากันนะ?


บทที่ 33 หรือว่า… จะส่งกระดาษเปล่ากันนะ?

ตอนนี้ฉินกวนทำข้อสอบ ตอบคัมภีร์และอธิบายความตามโจทย์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงข้อสุดท้ายเท่านั้น

“บทกวี”

พักจนหายเหนื่อยพอสมควร ฉินกวนจึงคลี่ข้อสอบออกดู

พูดถึงการสอบบทกวี ก็ถือว่ามีทั้งง่ายและยาก ถ้าเป็นระดับเซียงซื่อ กรรมการมักจะจัดหนัก กำหนดทั้งฉันทลักษณ์ เสียงวรรณยุกต์ ขึ้นลงเสียง บางทียังบังคับให้ใช้คำที่กำหนดไว้ด้วย

การแต่งกลอนแบบนั้น ถือเป็นบททดสอบขั้นโหดของผู้สอบอย่างแท้จริงแต่ก็เป็นดาบสองคม เพราะมันจำกัดการแสดงฝีมือ บทกวีที่มีความสดใหม่ ลุ่มลึกจริง ๆ จึงแทบไม่เคยโผล่ออกมา

โชคดีที่นี่เป็นแค่การสอบหย่วนซื่อ ท่านผู้กำกับการศึกษาไม่ได้ตั้งใจกลั่นแกล้งเด็ก ๆ เพียงตั้งหัวข้อเดียวให้แต่ง

“พรรณนาทะเลสาบซีหูในเดือนหก จะเป็นกลอนห้าคำ เจ็ดคำ หรือคำร้องก็ได้”

หัวข้อนี้เรียกได้ว่าฉลาดมาก ที่นี่คือหางโจว และตอนนี้ก็เป็นเดือนหกจริง ๆ ตั้งหัวข้อให้เข้ากับสถานที่และฤดูกาลพอดี

อย่าได้คิดว่าการออกข้อสอบเป็นเรื่องตามใจ ทุกปีท่านต้องเดินทางไปกำกับการสอบตามเมืองต่าง ๆ จะให้คิดหัวข้อแปลกใหม่ตลอดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าตั้งโจทย์ยากเกินไป จนผู้สอบเขียนอะไรไม่ได้เลย นั่นก็กลายเป็นความบกพร่องของผู้ดูแลการศึกษาทั้งมณฑลเสียเอง

หัวข้อนี้ เขียนให้ผ่านไม่ยาก แต่จะเขียนให้ดี… นั่นอีกเรื่องหนึ่ง

ฉินกวนคราวนี้ ไม่ต้องพึ่งมือถือด้วยซ้ำ บทกวีหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวทันที เพียงแต่เขาจำไม่ได้ ว่าเป็นของกวีคนไหน ยุคใด จึงหยิบมือถือขึ้นมาเช็กให้แน่ใจ

ฮะ ๆ ดีมาก! เป็นกวีสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ ไม่ใช่ก่อนราชวงศ์ถัง บทนี้ทั้งเข้ากับบรรยากาศ อ่านง่าย แถมยังมีชื่อเสียง ใช้บทนี้… ไม่มีพลาดแน่นอน

เขาจัดกระดาษให้เรียบร้อย ใช้มือถือทับไว้ จุ่มพู่กันขนหมาป่าลงในหมึก แล้วเขียนอย่างคล่องแคล่ว

“ยามเดือนหก ณ ซีหู งามเกินเปรียบ ทิวทัศน์แปลกต่างจากทุกฤดู ใบบัวเขียวขจีทอดยาวจรดฟ้า ดอกบัวแดงฉานรับแสงตะวัน”

เขียนจบ วางพู่กัน

เสร็จงาน!

ฉินกวนรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก ตำแหน่งซิ่วไฉคราวนี้ เขามั่นใจว่าเอาอยู่ ส่วนพี่น้องตระกูลเฉียน… ก็เตรียมตัวกระโดดลงทะเลสาบได้เลย

ในที่สุดการสอบก็จบลง ฉินกวนรู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายอ่อนล้าไปทั้งตัว เขาแทบไม่เคยทุ่มเทกับเรื่องใด มากเท่านี้มาก่อน วันนี้นับเป็นครั้งแรกจริง ๆ

ตรวจดูชื่อที่เขียนไว้ ตรวจดูว่ามีจุดใดตกหล่นหรือไม่ จากนั้นก็ม้วนกระดาษข้อสอบ วางไว้ข้างตัว

กฎของสนามสอบกำหนดไว้ว่า หากไม่มีเหตุฉุกเฉินอย่างไฟไหม้ ห้ามเปิดประตู แม้จะทำเสร็จแล้ว ก็ต้องรอจนกว่าจะถึงเวลาปล่อยตัว

จะยื่นกระดาษก่อนก็ได้ แต่ต้องไปนั่งรอที่ศาลาข้าง และออกพร้อมกับทุกคน

ฉินกวนคิดว่า นั่งรอข้างนอกยังไม่สบายเท่านั่งในห้องสอบ เขาจึงเอนตัวนอนบนม้านั่งยาว แล้วก็เคลิ้มหลับไป

ครึ่งหลับครึ่งตื่น ได้ยินเสียงเรียก

“ผู้เข้าสอบท่านนี้ ตื่นได้แล้ว ถึงเวลาเก็บกระดาษแล้ว”

ฉินกวนลืมตาขึ้น เห็นเสมียนสองคนยืนอยู่นอกห้องสอบ ในมือถือกระจาดไม้ไผ่ ด้านในเต็มไปด้วยม้วนกระดาษข้อสอบ

เขาส่งข้อสอบให้ เสมียนคนหนึ่งเปิดออก หยิบกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่ง ทากาวรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง แล้วปิดทับชื่อของฉินกวน

อ๋อ… นี่แหละที่เรียกว่า “ปิดชื่อ”

ฉินกวนเคยได้ยินเจิ้งต๋าเล่ามาก่อน เนื่องจากในอดีต เคยมีการร้องเรียนว่ากรรมการโกง ราชสำนักจึงออกกฎให้ปิดชื่อผู้สอบ เพื่อป้องกันการลำเอียงและการรับสินบน

แต่ฉินกวนกลับคิดในใจว่า แค่ปิดชื่อจะช่วยอะไรได้ ดูจากลายมือก็รู้แล้ว ในยุคหลังยังมีการ “คัดลอกใหม่” ให้คนอื่นเขียนข้อสอบซ้ำ เพื่อตัดปัญหาลายมือ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่อาจเลี่ยงการทุจริตได้อยู่ดี

ช่างเถอะ ไม่คิดเรื่องพวกนี้แล้ว

ในที่สุดการสอบก็จบจริง ๆ เสียที นอนบนม้านั่งแข็ง ๆจนปวดกระดูก ตัวก็เหนียวเหนอะหนะไปหมด ตอนนี้เขาอยากกลับบ้าน ไปอาบน้ำให้สบาย แถมยังต้องเป็นแบบ ให้อวิ๋นเซียงช่วยขัดหลังด้วยนะ ฮ่า ๆ ๆ

ฉินกวนเก็บข้าวของอย่างคล่องแคล่ว เดินตามฝูงชนออกไป

เพิ่งก้าวออกมาได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงเอ้ยเรียกจากด้านนอก

“คุณชาย! คุณชาย! ข้าอยู่นี่!”

ฉินกวนมองเห็นเอ้อเป่า ร่างผอมบางเบียดฝูงชนเข้ามา รีบรับกล่องจากมือฉินกวนไป

อวิ๋นเซียงก็รีบเข้ามาเช่นกัน ในมือถือกล่องไม้ใบหนึ่ง เปิดออก ไอสีขาวลอยขึ้น ลมเย็นพัดใส่หน้า

นางหยิบกาน้ำออกมา รินใส่ถ้วย แล้วยื่นให้ทันที

“คุณชาย ดื่มน้ำบ๊วยเย็นคลายร้อนหน่อยเจ้าค่ะ คุณหญิงรู้ว่าคุณชายออกตอนยามเยิ่น คำนวณเวลาไว้พอดี เลยให้คนเอามาส่ง”

เอ้อเป่าเสริมด้วยความเป็นห่วง

“คุณชาย เหนื่อยมากใช่ไหมขอรับ ข้าเคยไปดูสนามสอบ แต่ละห้องเล็กเหมือนกรงนก คุณชายต้องอยู่ทั้งวัน อากาศก็ร้อน ไม่มีน้ำเย็น ไม่มีอวิ๋นเซียงพัดให้ คงทรมานน่าดู”

ฉินกวนรับถ้วยน้ำบ๊วย เย็นเฉียบจนมือชา ยกดื่มอึกเดียว รู้สึกสดชื่นไปทั้งร่าง ความร้อนอัดอั้นทั้งวัน หายไปเกินครึ่ง

ดื่มเสร็จ อวิ๋นเซียงก็ยื่นผ้าขนหนูให้เขาเช็ดหน้าเช็ดมือ รู้สึกสบายขึ้นมาก

“ไป กลับบ้าน”

ฉินกวนพูด

แต่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่สิบก้าว ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งขวางหน้าอยู่

หลิ่วซู่ หลิ่วฉุนหยวน พี่น้องตระกูลเฉียน เฉียนเม่า เฉียนเซิ่ง และบัณฑิตอีกหลายคน

ทุกสายตามองมาที่เขา ฉินกวนรู้ทันที พวกนี้มาหาเรื่อง

เฉียนเซิ่งเปิดปากก่อน น้ำเสียงเสียดสีเต็มที่

“โอ้โห นี่มันบัณฑิตใหญ่ฉินกวนนี่นา ท่านเส้าโหยว นั่งอุดอู้อยู่ในสนามสอบทั้งวัน คงอึดอัดน่าดูเลยสิ โดยเฉพาะตอนที่นั่งจ้องกระดาษ แต่เขียนอะไรไม่ออกสักตัว”

“หรือว่าพี่ฉิน… จะส่งกระดาษเปล่ากันนะ?”

ตั้งแต่ครั้งก่อนที่พวกเขาถูกซ้อม ความแค้นระหว่างสองฝ่าย ก็ไม่ปิดบังกันอีกแล้ว

เฉียนเม่าแย้มยิ้มเยาะ

“ข้าว่าพี่ฉินคงไม่ถึงกับส่งกระดาษเปล่า อย่างน้อยก็คงเขียนชื่อไว้ล่ะนะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”

คนรอบข้างหัวเราะกันครืน

เฉียนเซิ่งพูดต่ออย่างไม่หยุด

“ข้าจำได้ว่าเรามีพนันกันไว้นี่นา ถ้าไม่สอบผ่าน ต้องกระโดดลงทะเลสาบซีหู พี่ฉินเอ๋ย น่าเสียดายต้องรออีกสามปี แต่ดูแล้ว พี่ฉินก็คงสอบไม่ผ่านอยู่ดี สู้กระโดดปีนี้เลยดีไหม ช่วงนี้อากาศร้อนนัก ได้ลงน้ำคลายร้อนเสียหน่อย!”

สีหน้าฉินกวนไม่เปลี่ยน กวาดตามองคนกลุ่มนั้น สุดท้ายสายตาหยุดอยู่ที่หลิ่วซู่

หลิ่วฉุนหยวนสวมชุดบัณฑิตสีขาว สวมหมวกซิ่วไฉ ถือพัดพับ บนพัดมีบทกวีจาง ๆ มองฉินกวนด้วยรอยยิ้มบาง

แต่ในแววตานั้น เต็มไปด้วยความดูแคลน

เหมือนฉินกวน เป็นเพียงของเล่นที่เขาจะบีบขยำเมื่อไรก็ได้

แม้หลิ่วซู่จะไม่พูดอะไรเลย แต่ฉินกวนรู้ดี คนพวกนี้ล้วนเป็นลูกสมุนของเขา การมาดักเยาะเย้ยหน้าสนามสอบ ย่อมเป็นคำสั่งจากหลิ่วซู่อย่างแน่นอน

ฉินกวนยิ้มบาง ๆ

“พี่น้องเฉียน พวกเจ้ามั่นใจนักหรือ ว่าข้าจะสอบไม่ผ่านซิ่วไฉ?”

เฉียนเซิ่งหัวเราะเย็น

“ถ้าเจ้ายังสอบผ่านได้ ข้าว่าในหางโจวนี้ ใคร ๆ ก็สอบผ่านได้ทั้งนั้น”

“ฮึ ๆ พรุ่งนี้ก็ประกาศผลแล้ว เดี๋ยวรู้กันข้าแค่กลัวว่า ถ้าข้าสอบผ่านจริง พวกเจ้าจะไม่ยอมทำตามพนันเอาน่ะสิ”

ฉินกวนยักไหล่

เฉียนเม่ารีบรับต่อ น้ำเสียงเจ้าเล่ห์

“งั้นหมายความว่า ถ้าพี่ฉินสอบไม่ผ่าน ก็ต้องทำตามพนันสินะ?”

จบบทที่ บทที่ 33 หรือว่า… จะส่งกระดาษเปล่ากันนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว