เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.11 บ้านใหม่

EP.11 บ้านใหม่

EP.11 บ้านใหม่


EP.11 บ้านใหม่

จอชนั้นรู้สึกว่าอาหารที่โด่งดังที่สุดในตุรกีคือเนื้อย่างและไอศกรีม แต่เมื่อดูเมนู เขาก็พบว่ามันมีตัวเลือกให้เลือกค่อนข้างเยอะ แม้ว่าวิธีการปรุงหลักจะยังคงเป็นการย่างก็ตาม

สิ่งที่พวกเขาไม่มีคือโดเนอร์เคบับอันโด่งดังระดับโลก ถึงแม้จะถูกเรียกว่าเคบับตุรกี แต่จริงๆแล้วมันถูกคิดค้นโดยชาวเยอรมันในปี 1971

สำหรับอาหารจานหลัก เขาสั่งเคบับปลาฉลาม เคบับเนื้อ และมะเขือยาวอบ แต่เขาไม่ได้สั่งอย่างอื่นเพิ่มเพราะอาหารตุรกีเสิร์ฟมาในปริมาณที่เยอะมาก

การสั่งของมาร์กาเร็ตนั้นง่ายกว่า เธอเพียงขอสเต็กเนื้อแกะชิ้นเล็กและสลัด

พออาหารมาถึง จอชก็แทบรอไม่ไหวที่จะลงมือ เช้าวันนี้เขาเพิ่งซื้อฮอทดอกมากินตอนออกมา และเขาก็หิวมากแล้ว

ในขณะที่จอชกำลังเพลิดเพลินกับมื้ออาหารกับหญิงสาวแสนสวย กลุ่มคนทางฝั่งใต้ของชิคาโกก็เริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายเพราะเขา

ที่โกดังเก่า ตอนนี้ได้มีคนมากกว่า 10 คนแออัดอยู่ที่นี่จนเต็ม ในขณะที่ก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีใครอยู่เลยแท้ๆ

1 ในนั้นมีชายชาวอิตาเลียนวัยกลางคนหน้าตาเคร่งขรึมคนนึงที่นั่งอย่างมั่นใจหลังโต๊ะทำงาน โดยที่เขาได้ถือถ้วยกาแฟไว้ในมือ เขาคือเอ็ดดี้ สแคปปา ผู้นำลำดับที่ 3 ของตระกูลโมเร็ตติ ที่เป็น 1 ใน 3 ตระกูลใหญ่ของมาเฟียในชิคาโก

เจ้าของเดิมของสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นพ่อค้ารถสีดำชื่อไมค์ ขณะนี้กำลังคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะร่วมกับโจรขโมยรถที่ชื่อโจ

เห็นได้ชัดจากรอยฟกช้ำบนใบหน้าของพวกเขาว่าพวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนของเอ็ดดี้

บรรยากาศในโกดังตึงเครียด ในฐานะสมาชิกระดับสูงของมาเฟีย เอ็ดดี้ สแคปปา จึงเป็นบุคคลที่มีนิสัยต่อต้านสังคมอย่างไม่ต้องสงสัย เขาดำเนินรอยตามคาร์โล ฟัคโคนีหัวหน้าตระกูลโมเร็ตติคนปัจจุบันมาตั้งแต่ยุคห้ามขายสุราในช่วงทศวรรษ 1920

ทำให้เขานั้นมีอายุประมาณเดียวกับจอช

หลังจากต่อสู้ดิ้นรนมาเกือบ 20 ปี พวกเขาก็เปลี่ยนจากพ่อค้าเหล้าเถื่อนรายย่อยบนท้องถนนมาเป็นหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มมาเฟียในชิคาโก โดยมีชีวิตนับไม่ถ้วนที่เปื้อนเปรอะบนมือของพวกเขา

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายอันตรายเช่นนี้ ไมค์และโจต่างก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก

ไมค์ไม่รู้เลยว่าเขาเสียใจขนาดไหนที่รับงานของผู้ชายคนนี้

ขณะที่พวกเขากำลังรออย่างกระวนกระวาย ลูกน้องของเอ็ดดี้อีกคนก็เข้ามาในโกดัง

"ท่านครับ มีข่าวมาบอก มีคนเห็นรถคันนี้ออกจากเมืองไปทางตะวันตกแล้ว และมันไม่ได้กลับมาอีกเลย" ชายคนนั้นพูดพลางโน้มตัวเข้าไปที่หูของเอ็ดดี้

เอ็ดดี้พยักหน้าเมื่อได้ยินข่าวแล้วยืนขึ้นเผชิญหน้ากับไมค์และโจ

"ลูกน้องของฉันมีข่าวมาบอก ดูเหมือนพวกนายจะไม่ได้โกหก อีกฝ่ายไม่ใช่คนในพื้นที่และได้ออกจากชิคาโกไปแล้ว การจะเอารถคืนมาคงยาก" เอ็ดดี้พูดอย่างช้าๆ

"เอ็ดดี้ ถ้านายตรวจทุกอย่างเสร็จแล้ว ฉันไปได้หรือยัง" โจถามพร้อมกับฝืนยิ้มมุมปากเพื่อเอาใจเอ็ดดี้

อย่างไรก็ตาม ไมค์มองเขาด้วยสายตาที่แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนโง่

เขาคิดจริงๆเหรอว่าผู้ชายคนนี้จะปล่อยพวกเขาไปเมื่อเรื่องจบลง ชายหนุ่มคนนี้ช่างไร้เดียงสาเกินไป

ถ้าพวกมาเฟียนั้นมีเหตุผล พวกมันก็คงไม่ใช่มาเฟียแล้ว

"ฮ่า ไปเหรอ ? ได้สิ แต่รถนั่นมันราคาตั้งแปดพันดอลลาร์ ไมค์แกต้องจ่ายมาครึ่งนึงของราคารถ ส่วนแกจ่ายอีกครึ่ง เอาเงินมาแล้วพวกแกก็ไปได้เลย" เอ็ดดี้เยาะเย้ยพลางอธิบายเงื่อนไข

"ห๊ะ ?" โจถึงกับตะลึง นั่นมันเงินสี่พันดอลลาร์เชียวนะ ? แล้วโจรกระจอกงอกง่อยแบบเขาจะไปเอาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหนกัน

"หมายความว่ายังไง 'ห๊ะ' ? ฉันหาคนขโมยรถไม่เจอ แต่รถมันก็หายไปตโดยพวกแกเห็นกับตา พวกแกป้องกันรถไว้ไว่ได้ พวกแกเลยต้องรับผิดชอบ" เอ็ดดี้ตอบอย่างเย็นชา

"อย่าหาว่าฉันไม่มีเหตุผลนะ ฉันจะให้เวลาพวกแก 1 อาทิตย์ ฉันไม่สนหรอกว่าพวกแกจะไปขโมยหรือปล้น แค่เอาเงินมาให้ฉันก็พอ แน่นอน ถ้าพวกแกได้รถคันเดียวกันมา มันก็ใช้ได้เหมือนกัน"

"ถ้าฉันไม่เห็นเงินภายใน 1 สัปดาห์ ฉันจะโยนพวกแกลงทะเลสาบ!"

"อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้ชียวนะ เพราะฉันจะมีคนคอยจับตาดูพวกแกและครอบครัว ถ้าพวกแกพยายามคิดจะหนี ฉันรับรองได้ว่าไม่ใช่แค่พวกแกที่ตาย แน่นอน โจ ฉันรู้ว่านายไม่มีครอบครัว แต่นายก็มีเพื่อน นายคงไม่อยากพาเพื่อนตัวน้อยๆไปตายด้วยหรอกใช่มั้ย" เอ็ดดี้พูดพร้อมกับยิ้มเยาะและตบหน้าโจเบาๆ

จากนั้นเขาก็เดินออกจากโกดังโดยไม่หันกลับมามอง พร้อมกับลูกน้องของเขา

เหลือเพียงไมค์และโจเท่านั้น ซึ่งใบหน้าของพวกเขาดูซีดเซียวเอามากๆ

แปดพันดอลลาร์เป็นเงินจำนวนมากทีเดียว

แต่สำหรับหัวหน้าแก็งมาเฟีย มันก็เป็นแค่เศษเงินในกระเป๋า

แต่โจและไมค์นั้นแตกต่างกัน จริงๆแล้วพวกเขาไม่ได้เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของกลุ่มมาเฟียนี้ด้วยซ้ำ พวกเขาแค่เป็นเพียงบุคคลรอบข้างที่คอยเก็บกวาดเศษซากขององค์กร

สำหรับคนชั้นต่ำอย่างพวกเขา อาจต้องใช้เวลาหลายปีโดยไม่กินไม่ดื่มเพื่อจะประหยัดและรวบรวมเงินได้มากขนาดนั้น

และพวกเขามีเวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น...

“เราจะทำอย่างไรดี” โจถามไมค์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

เขารู้สึกว่าตัวเองบริสุทธิ์ที่สุด เขานั้นแค่อยากขายรถเก่าที่ขโมยมา เขานั้นไม่ได้อยากทำเงินมากมายนัก แต่กลับต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้

"ฉันไม่รู้ แกหาคำตอบเอาเองสิ!" ไมค์พูดโดยหลบสายตาอ้อนวอนของโจ

ต่างจากโจ ไมค์นั้นเป็นเพียงคนที่อยู่นอกกลุ่มมาเฟีย แต่เขามีเงินเก็บอยู่พอสมควร เพราะเขาสามารถเข้าถึงเส้นทางการค้าขายรถยนต์ในตลาดมืดได้มากมาย แม้ว่าเงินแปดพันดอลลาร์นั้นจะเกินเอื้อม แต่เขาก็สามารถหาเงินสี่พันดอลลาร์มาได้ด้วยความพยายาม

นับเป็นโชคดีสำหรับเขาที่โจรับหน้าที่จ่ายเงินครึ่งหนึ่ง ถ้าเขาอยู่คนเดียวตอนที่รถถูกขโม เขาคงเดือดร้อนหนักแน่

ตอนนี้เขาอาจจะต้องทนทุกข์เพียงแค่เรื่องเงินอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาก็จะไม่ตาย

ส่วนโจเขาไม่สนใจหรอก

แน่นอนว่าถ้าเขารู้ว่ารถของโจถูกขโมยมาจนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายกับจอช เขาคงไม่คิดอย่างนั้น

เมื่อเห็นสายตาที่หลบเลี่ยงของไมค์ โจก็รู้ว่าเขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆจากจิ้งจอกแก่ตัวนี้เลย

สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือลากร่างที่บอบช้ำและถูกทุบตีออกจากโกดังเก่าด้วยท่าทางที่สับสนและหดหู่

ขณะที่เขามองดูร่างของโจที่กำลังถอยหนี ไมค์ก็ถอนหายใจในใจ การจะหาเงินสี่พันดอลลาร์ได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ เขาอาจต้องปล้นธนาคาร แน่นอนว่ายังมีทางเลือกอื่นอีก เช่น การลักขโมย การปล้น หรือการลักลอบขนของ แต่ส่วนใหญ่แล้วการชำระหนี้อันนี้มันต้องใช้เวลา และเวลา 1 สัปดาห์มันก็ไม่พอ

จอชไม่มีทางรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโกดังเก่าแห่งนี้ และถึงเขาจะรู้ เขาก็จะไม่สนใจ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สถานการณ์ทั้งหมดก็เกิดจากโจดันมาขโมยรถของเขาไปก่อน อย่างคนเคยพูว่า 'ถ้าคุณทำอะไรลงไป คุณก็ต้องเตรียมรับผลที่ตามมา' นั่นคือวิถีของผู้ใหญ่

โดยในขณะนี้ มาร์กาเร็ตกำลังพาเขาชมบ้านใหม่ของเขาอยู่

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.11 บ้านใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว