เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP.4 ต้องการความช่วยเหลือ

EP.4 ต้องการความช่วยเหลือ

EP.4 ต้องการความช่วยเหลือ


EP.4 ต้องการความช่วยเหลือ

จอชและแดเนริสได้ทำการค้าขายสำเร็จพร้อมด้วยเสียง "ติ๊ง!" ตอนนี้แดเนริสมีปืนไรเฟิล 4 กระบอกและกระสุน 400 นัดในคลังของเธอ ขณะที่จอชได้รับทองคำ 120 ออนซ์

ต่างจากการค้าขายครั้งก่อนๆที่มีเครื่องประดับทองคำประดับอยู่บ้าง ในครั้งนี้ทองคำนั้นมาในรูปทองคำแท่งที่หลอมอย่างประณีต 12 แท่ง เห็นได้ชัดว่าแดเนริสได้เตรียมทองคำจำนวนมากไว้ล่วงหน้าสำหรับการซื้อขายในครั้งนี้ แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันระหว่างโลกทั้ง 2 ใบ เช่น ภาษา อักษร และระบบการวัดค่า แต่ระบบการค้าข้ามมิติก็จะแปลและแปลงทุกอย่างโดยอัตโนมัติ ทำให้มันสะดวกอย่างยิ่ง

เมื่อเห็นทองคำจำนวนมากในเวลาเดียวกัน จอชก็อดรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยไม่ได้

พวกมันเป็นทองคำที่มีน้ำหนัก 3.4 กิโลกรัม ซึ่งจะมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งล้านหยวนหากคิดตามราคาทองคำก่อนที่เขาจะเดินทางข้ามเวลามา (หมายเหตุจากคนเขียน : เทียบเท่ากับ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

แม้ว่าสถานะทางการเงินของจอชในชีวิตที่แล้วจะไม่แย่ แต่เขาก็ไม่เคยเห็นเงินสดมากขนาดนี้มาก่อน นอกจากทรัพย์สินที่เขาเป็นเจ้าของ

เขานั้นเคยเห็นทองคำจำนวนที่มากกว่านี้ แต่นั่นมันเฉพาะในร้านขายเครื่องประดับเท่านั้น

จอชพยายามต้านทานแรงกระตุ้นที่จะหยิบทองออกมาเล่น เขาจึงเตรียมที่จะปิดระบบ เขานั้นต้องคิดอย่างรอบคอบถึงวิธีการขายทองจำนวนมหาศาลเช่นนี้ แม้ว่าการขายทองครั้งล่าสุดของเขามันจะราบรื่น และตัวเจ้าของร้าน โอลด์ ฮอว์ก ก็ดูน่าเชื่อถือ แต่ในครั้งนี้ปริมาณของทองมันเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า และทุกอย่างอาจไม่ราบรื่นนัก

"รอเดี๋ยวก่อน จอช!" แดเนริสเรียกในขณะที่จอชกำลังจะออกจากระบบ

"มีอะไรงั้นเหรอ" จอชถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะแดเนริสนั้นกำลังเดินทางกลับไปที่อ่าวทาสพร้อมกับกองทัพโดธราคีเพื่อปราบกบฏ และเธอก็ยุ่งมากทีเดียว

"ข้านั้นชอบหนังสือ The Prince ที่เจ้าแลกมาให้ข้าเมื่อก่อนมากเลยนะ คำบรรยายที่กล่าวถึงคุณสมบัติที่ผู้ปกครองควรพึงมีนั้นมันช่างให้ความรู้มาก ถ้าข้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อหลายปีก่อน อ่าวทาส ก็อาจจะไม่วุ่นวายเท่ากับในตอนนี้ แต่เนื้อหาในหนังสือนั้นมันมีจำกัด เช่น มันไม่ได้บันทึกถึงรายละเอียดของผู้ปกครองที่กล่าวถึงเอาไว้ ข้านั้นสนใจในประสบการณ์ของพวกเขามาก เจ้าพอจะช่วยหาหนังสือแบบนี้มาให้ข้าอีกได้ไหม" แดเนริสถามพลางชูหนังสือ The Prince ที่จอชเคยแลกมาให้เธอให้เขาดู

ในฐานะเจ้าหญิงที่ถูกเนรเทศ แดเนริสนั้นต้องใช้ชีวิตในวัยเด็กของเธอด้วยการหลบหนีอยู่ตลอดเวลา และมีเพียงช่วงเวลาสงบสุขไม่กี่วันเท่านั้น

ผลก็คือเธอนั้นไม่เคยได้รับการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการในการเป็นผู้ปกครองเลย และแม้แต่การศึกษาขั้นพื้นฐานของเธอก็ยังไม่สมบูรณ์

เรื่องนี้มันดูเหมือนจะไม่สำคัญมากนักเมื่อกองกำลังของเธอนั้นมีน้อย

แต่เมื่อกองทัพของเธอมีมากขึ้น จุดบกพร่องของเธอมันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น

การจะไกล่เกลี่ยระหว่างคนในกลุ่มและชนชั้นทางสังคมต่างๆในดินแดนของเธอต้องทำยังไง การจะบริหารจัดการผู้ใต้บังคับบัญชาได้ต้องทำยังไง การจะปกครองดินแดนของเธอต้องทำยังไง และเธอนั้นควรพยายามเป็นผู้ปกครองแบบใดกันแน่

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เธอต้องเรียนรู้

นี่เป็น 1 ในเหตุผลหลักที่ทำให้เธอยังคงติดอยู่ในอ่าวทาส เพราะการขาดประสบการณ์ในฐานะผู้ปกครองทำให้เมืองต่างๆในอ่าวต้องถูกก่อกบฏอยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงแต่เธอไม่สามารถสร้างกำลังพลได้เท่านั้น แต่ยังสูญเสียทรัพยากรและอิทธิพลไปอีกด้วย

ในขณะที่ที่ปรึกษาที่สำคัญที่สุดบางคนของเธอ เช่น ไทเรียน ซึ่งเพิ่งเข้าร่วมกับเธอได้ช่วยแนะนำเธอว่าเธอควรเป็นผู้ปกครองประเภทใด คำแนะนำของพวกเขานั้นขึ้นอยู่กับความคาดหวังของพวกเขาเองว่าพวกเขาต้องการให้เธอเป็นอะไรมากกว่าที่จะช่วยให้เธอกลายเป็นผู้ปกครองที่เธอต้องการจะเป็น

ในอดีต แดเนริสนั้นไม่เคยมองทะลุสิ่งนี้และเชื่อว่าเธอนั้นไม่ดีพอ ซึ่งมันนำไปสู่การประนีประนอมของเธออยู่ตลอดเวลา

แม้ว่าเนื้อหาในหนังสือ 'The Prince' จะสั้นแต่ก็มันก็กล่าวได้ตรงประเด็นและทำให้เธอมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แดเนริสนั้นเป็นคนที่เรียนรู้เร็ว และความสามารถในการเข้าถึงตำแหน่งปัจจุบันของเธอก็แสดงให้เห็นว่าเธอนั้นความคิดที่เฉียบแหลม มีเพียงมุมมองที่จำกัดของเธอเท่านั้นที่ฉุดรั้งเธอไว้

ตอนนี้ที่เธอสามารถเข้าถึงความรู้ของมิติอื่นผ่านทางจอชนั้น โลกแห่งความรู้ใหม่ก็ได้เปิดออกให้กับเธอ

โดยธรรมชาติแล้วสิ่งนี้ทำให้เธอสนใจวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ของโลกของจอชมาก

"แน่นอน ผมช่วยได้ แต่คงต้องใช้เวลาหน่อย มันมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่หลายเล่มมาก" จอชเห็นด้วยโดยไม่ลังเล

เนื่องจากแดเนริสนั้นเป็นหุ้นส่วนทางการค้าเพียงคนเดียวของเขาในขณะนี้ การเติบโตอย่างรวดเร็วของเธอจึงเป็นประโยชน์ต่อเขาเช่นกัน

ยิ่งแดเนริสเติบโตเป็นผู้ใหญ่และกลายเป็นผู้ปกครองที่มีความสามารถเร็วเท่าไร เธอก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในเรื่องราวต้นฉบับที่เธอพบจุดจบอันน่าเศร้าได้มากขึ้นเท่านั้น

จากนั้นจอชจึงสามารถรักษาการค้าขายกับเธอไว้ได้

หาก แดเนริส ตาย สัญญาณการค้าระหว่างมิติก็จะเลือกโฮสต์ใหม่แบบสุ่ม

ถ้าโฮสต์ใหม่เป็นขุนนางหรือชลชั้นสูงคนอื่นก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นขอทานหรือคนไร้ชื่อ เรื่องมันคงจะยุ่งยากขึ้น จอชนั้นคงต้องใช้เวลาและความพยายามในการช่วยพวกเขาสะสมทรัพยากรให้เพียงพอสำหรับการค้าขายกับเขา

การได้พบกับใครสักคนที่ทรงพลังและร่ำรวยอย่างแดเนริสมาเป็นหุ้นส่วนการค้าคนแรกนั้นถือเป็นความโชคดีของจอช

เพราะมันไม่มีการรับประกันว่าสัญญาณใหม่ที่จะสร้างขึ้นในปีหน้าจะนำโชคลาภมาให้เขาอีกแบบคราวนี้

นอกจากการค้าขายกับแดเนริสมันก็สร้างผลกำไรให้กับเขาแล้ว ตัวของจอชนั้นยังยินดีที่จะช่วยเหลือเธอในด้านอื่นๆอีกด้วย

ในความเป็นจริงแล้ว หากเขาไม่กังวลว่าจะทำให้เธอรู้สึกหนักใจ เขาคงเล่าเนื้อเรื่องทั้งหมดของ Game of Thrones ให้เธอฟังไปแล้ว

"เยี่ยมมาก! ขอบคุณมากนะ เดิมทีข้านั้นวางแผนจะไปที่เวสเทอรอสทันทีที่กลับถึงอ่าวทาส แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าจะหาเวลาเรียนรู้และรวบรวมกำลังเพิ่มสักหน่อย นอกจากนี้ ถ้าเป็นไปได้ ข้าอยากจะเตรียมปืนไรเฟิลพวกนี้ให้กับกองทัพ *Unsullied *อันซัลลีด์ / ผู้ไร้มลทิน ทั้งหมดด้วย" แดเนริสกล่าว

"มันอาจจะยากในระยะสั้น ยังไงผมนั้นก็ไม่เหมือนคุณอยู่แล้ว ผมยังเป็นเพียงคนตัวเล็กในโลกของผม การซื้อปืนเป็นสิบๆหรือเป็นร้อยๆกระบอกก็เรื่องนึง แต่แปดพันกระบอกล่ะ ? นี่มันท้าทายกว่าเยอะ" จอชตอบอย่างหมดหนทาง

แม้ว่าสหรัฐฯจะไม่ได้มีกฎหายห้ามค้าขายอาวุธปืน แต่การซื้อปืนไรเฟิลจพนวนแปดพันกระบอกในคราวเดียวจำเป็นต้องผ่านตัวแทนจำหน่ายอาวุธ ซึ่งมันจะเปิดโปงตัวตนของจอชอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากเขาเป็นเด็กหนุ่มวัย 15 ปีที่มีทรัพย์สมบัติมากมายแต่ไม่มีอำนาจใดๆที่จะหนุนหลัง เขาจึงจะกลายเป็นเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ท้ายที่สุดแล้ว ปัญหาที่แท้จริงของจอชก็คือเขาอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครช่วยเหลือได้อย่างน่าเชื่อถือ

แต่การหาพันธมิตรที่เชื่อถือได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยู่ในตำแหน่งอย่างจอช

ชื่อเต็มของจอชนั้นคือ จอช คาห์น และเขามีเชื้อสายออสเตรีย ซึ่งทำให้เขากลายเป็นพลเมืองของประเทศที่มีผู้นำเผด็จการผู้ฉาวโฉ่ เมื่อ 5 ปีก่อน เมื่อผู้นำเผด็จการผนวกออสเตรียเข้าด้วยกัน พ่อแม่ของจอชก็ได้หนีออกนอกประเทศ และอพยพมายังสหรัฐอเมริกาในที่สุด

ครอบครัวคาห์นนั้นมีทรัพย์สมบัติอยู่บ้างในออสเตรีย แต่พวกเขาได้ขายทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปแบบขาดทุนระหว่างที่หลบหนี เมื่อมาถึงอเมริกาและซื้ออพาร์ตเมนต์เล็กๆ พวกเขาก็แทบจะหมดตัวแล้ว

พ่อของจอชช่วยเหลือครอบครัวด้วยการทำงานที่ท่าเรือ

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว แต่ครอบครัวนี้ก็ยังปรับตัวได้ช้า เนื่องจากมีเพียงพ่อของจอชเท่านั้นที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง

จอชได้ไปเรียนที่อเมริกามาหลายปีแล้ว แต่นอกจากจะพัฒนาภาษาอังกฤษแล้ว เขาก็ไม่ค่อยได้เรียนรู้อะไรมากนัก แถมยังไม่มีเพื่อนเลยด้วยซ้ำเพราะนิสัยเก็บตัวของเขา

สถานการณ์ได้เลวร้ายลงเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เมื่อพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตจากอาหารเป็นพิษจากไส้กรอกที่บ่มมาอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นขณะที่จอชนั้นไม่อยู่บ้าน ทำให้การเสียชีวิตของพวกเขาเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่คาดคิด

สำหรับเด็กชายอายุ 15 ปี มันคือความสูญเสียครั้งใหญ่

หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากบาทหลวงท้องถิ่น จอชคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องจ่ายเงินค่าจัดงานศพของพ่อแม่ของเขายังไงดี ซึ่งเงินที่เหลือเกือบทั้งหมดก็หมดไปแล้ว

ตั้งแต่นั้นมา จอชก็เลิกไปโรงเรียนและล่องลอยอย่างไร้จุดหมายเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนที่ตัวตนในปัจจุบันของเขาจะเข้ามาแทนที่

ด้วยความสัมพันธ์ทางสังคมที่จำกัดเช่นนี้ จอชจึงไม่สามารถหาเพื่อนหรือครอบครัวที่ไว้ใจได้ให้พึ่งพาได้

เมื่อเข้าใจคำอธิบายของจอช แดเนริสก็พยักหน้าด้วยความเห็นใจ เพราะเธอเองก็เคยประสบกับความยากลำบากคล้ายๆกัน

"ถ้าเจ้าต้องการความช่วยเหลือที่เชื่อถือได้... ให้ข้าส่ง ผู้ไร้มลทิน ไปให้เจ้าดีไหม" แดเนริสเสนอหลังจากคิดอยู่ครู่นึง

"ผู้ไร้มลทิน เหรอ ?" จอชรู้สึกถูกล่อลวงด้วยความคิดนี้

โปรดติดตามตอนต่อไป.

_______________

จบบทที่ EP.4 ต้องการความช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว