เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: พรสวรรค์สวรรค์ (กำมะลอ) ที่โลกต้องจารึก

บทที่ 5: พรสวรรค์สวรรค์ (กำมะลอ) ที่โลกต้องจารึก

บทที่ 5: พรสวรรค์สวรรค์ (กำมะลอ) ที่โลกต้องจารึก


บทที่ 5: พรสวรรค์สวรรค์ (กำมะลอ) ที่โลกต้องจารึก

หลี่เทียนเวยสัมผัสได้ถึงสายตาของหลิวหลิงหมิงที่ลอบมองมาที่ตนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างชัดเจน แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกประหม่าแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขากลับรู้สึกชินชากับมันเสียแล้ว

ก็นะ... สำหรับ 'อัจฉริยะ' ผู้เป็นตัวเอกของเรื่องราวอย่างเขา การจะถูกจับจ้องและเป็นเป้าสายตาของผู้คนนั้นมันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว เสน่ห์และออร่าที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขามันช่างเจิดจ้าเกินกว่าที่มดปลวกทั่วไปจะเพิกเฉยได้

หลี่เทียนเวยลอบทอดถอนใจอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึก "เหนื่อยหน่ายที่เกิดมาเด่น" ก่อนจะเบนสายตาไปมองบันไดสอบจิตที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องล่าง

"ทดสอบจิตใจ? ทดสอบพรสวรรค์? เหอะ... ก็แค่ขั้นตอนเดินออกกำลังกายไม่กี่ก้าว"

หลี่เทียนเวยรู้สึกระเหี่ยใจไม่น้อย ทั้งที่เขามีช่องว่างของระดับชนชั้นที่ห่างไกลจากคนอื่นราวกับฟ้ากับเหว แต่เขาก็ยังต้องมาทำตามกฎเกณฑ์อันแสนน่าเบื่อพวกนี้ เหมือนกับตอนที่เขาต้องไปโรงเรียนในโลกเดิมไม่มีผิด

"ช่างเป็นโศกนาฏกรรมของจงหยงเสียจริง..." (เขานึกถึงกวีโบราณที่กล่าวถึงเด็กอัจฉริยะที่ถูกทำลายด้วยความคาดหวัง แต่ในหัวของเขาตอนนี้คือความสมเพชที่อัจฉริยะอย่างเขาต้องมาลดตัวลงทำเรื่องพื้นๆ)

ในขณะที่คนอื่นๆ บนไม้บรรทัดสีดำทมิฬ รวมถึงเด็กหนุ่มสาวบนเรือเหาะและอุปกรณ์เวทชิ้นอื่นๆ ต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกังวลใจจนเหงื่อซึมมือ

ที่บริเวณประตูทางเข้าหลักของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ สวียวนเหวินกำลังขมวดคิ้วมุ่นพลางตรวจเช็กข้อมูลที่ศิษย์รับสมัครส่งมารายงานอย่างละเอียด

"ปีนี้มีรากวิญญาณสวรรค์ปรากฏขึ้นถึงสองคนงั้นหรือ?"

"คนไหนกันแน่ที่ท่านรองเจ้าลัทธิเป็นคนจัดการวางตัวไว้?"

"ข้าต้องรีบตรวจสอบก่อนที่พวกตาเฒ่าคนอื่นจะแห่กันมา"

สวียวนเหวินทะยานร่างขึ้นสู่ห้วงเวหา ร่างของเขากลายเป็นลำแสงสีรุ้งพุ่งเจาะทะลุหมู่เมฆ ทันใดนั้นปราณวิญญาณในรัศมีหลายลี้ก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาร่างมายาขนาดมหึมาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเบื้องหลังของเขามันคือร่างจำลองธรรมของผู้บำเพ็ญเพียรระดับก่อเกิดทารกเทพ! ร่างยักษ์นั้นยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ บดบังแสงอาทิตย์จนพื้นที่เบื้องล่างตกอยู่ในเงามืด แผ่ซ่านแรงกดดันที่ทำให้อากาศแทบจะหยุดนิ่ง

"เหล่าศิษย์ใหม่ทั้งหลาย! พวกเจ้าทุกคนผ่านการทดสอบรากวิญญาณขั้นต้นมาแล้ว บัดนี้ บันไดสอบจิตได้เปิดออกแล้ว! ผู้ที่ก้าวถึงหนึ่งร้อยขั้นจะได้เข้าสู่ฝ่ายนอก, สามร้อยขั้นเข้าสู่ฝ่ายใน, หกร้อยขั้นเข้าสู่แกนกลาง และหากใครก้าวถึงแปดร้อยขั้น... เจ้าจะมีสิทธิ์ได้เป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสระดับก่อเกิดทารกเทพเช่นข้า!"

เสียงอันก้องกังวานทรงพลังประดุจเสียงอสนีบาตดังออกมาจากร่างมายานั้น เหล่าศิษย์ใหม่ต่างเงยหน้ามองร่างยักษ์ด้วยความยำเกรงและโหยหา พวกเขาต่างแอบจินตนาการในใจว่า วันหนึ่งตนเองจะสามารถก้าวไปถึงระดับที่น่าเกรงขามเช่นนั้นได้หรือไม่

สิ้นคำประกาศของสวียวนเหวิน บันไดสอบจิตก็เปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นมาทันที ราวกับมันกำลังเชื้อเชิญให้ทุกคนก้าวเข้าไปพิสูจน์ตนเอง ในจังหวะนั้นเอง สวียวนเหวินก็ได้ใช้โอกาสนี้แผ่สัมผัสวิญญาณอันละเอียดอ่อนไปตรวจสอบร่างของ 'รากวิญญาณสวรรค์' ทั้งสองคน

"เจอตัวแล้ว!"

สวียวนเหวินลอบยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาจับจ้องไปที่หลี่เทียนเวยอย่างมั่นใจ

"รากวิญญาณเทียม... แต่ข้อมูลในบันทึกกลับระบุว่าเป็นรากวิญญาณสวรรค์! ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรดี นี่แหละคือคนที่ท่านรองเจ้าลัทธิส่งมา ข้าต้องรีบมอบโอสถให้เขาเพื่อพรางตาขั้นสูงสุด"

สวียวนเหวินเก็บร่างมายายักษ์กลับคืนสู่กายในพริบตา ก่อนจะกลายเป็นลำแสงพุ่งตรงลงมายังไม้บรรทัดสีดำทมิฬของหลิวหลิงหมิงทันที

"ฮ่าๆๆ ช่างเป็นบุญของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงซวีของพวกเรายิ่งนัก! ปีนี้เราได้พบกับเพชรเม็ดงามที่มีรากวิญญาณสวรรค์ถึงสองคน!"

ร่างของสวียวนเหวินปรากฏขึ้นบนไม้บรรทัดพลางหัวเราะร่าด้วยความดีใจจอมปลอม ราวกับว่าเขาตื่นเต้นกับการพบอัจฉริยะจริงๆ

"ข้าน้อยหลิวหลิงหมิง / ซูชิงน่วน ขอกราบคารวะผู้อาวุโสสวีเจ้าค่ะ/ขอรับ" ทั้งสองคนรีบประสานมือคำนับด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าผู้อาวุโสระดับนี้จะลงมาหาด้วยตัวเอง

"ไม่ต้องมากพิธี พวกเจ้าทำความดีความชอบครั้งใหญ่ที่นำพาตัวตนระดับนี้มาสู่สำนัก"

จากนั้น สายตาของสวียวนเหวินก็เคลื่อนไปหยุดอยู่ที่หลี่เทียนเวยด้วยความเอ็นดูที่ปรุงแต่งขึ้นมาอย่างแนบเนียน

"ผู้น้อยหลี่เทียนเวย... กราบคารวะผู้อาวุโสสวี"

หลี่เทียนเวยประสานมือคารวะแบบครึ่งๆ กลางๆ ตามสไตล์คนหลงตัวเองที่คิดว่าวันหนึ่งตนจะยิ่งใหญ่กว่า แต่สวียวนเหวินกลับมองว่านี่คือท่าทางที่ 'สายลับ' ควรจะมี คือความเยือกเย็นไม่หวั่นเกรง

"ดี! ดีมาก! หลี่เทียนเวย... ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะและเปี่ยมบารมียิ่งนัก ถือเสียว่านี่เป็นของขวัญแรกพบจากข้า โปรดรับไว้และอย่าได้เกรงใจเลย"

สวียวนเหวินสะบัดแขนเสื้อเบาๆ กล่องสมบัติขนาดเล็กก็ลอยออกมา กลิ่นหอมของสมุนไพรจางๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ

เด็กคนอื่นๆ บนไม้บรรทัดต่างพากันกลืนน้ำลายด้วยความอิจฉา แม้พวกเขาจะรู้ว่าหลี่เทียนเวยคือรากวิญญาณสวรรค์ แต่พอได้เห็นผู้อาวุโสระดับก่อเกิดทารกเทพมาประจบและมอบของขวัญให้ถึงที่แบบนี้ ช่องว่างระหว่างชนชั้นมันช่างเจ็บปวดเสียจริง

"ในเมื่อเป็นของขวัญจากผู้อาวุโส ผู้น้อยจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร?" หลี่เทียนเวยรับกล่องมาโดยไม่มีท่าทีขัดเขินแม้แต่น้อย ราวกับมันคือสิ่งที่เขาควรได้รับอยู่แล้ว

"นี่คือ 'โอสถชำระไขกระดูก' มันจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและของเสียในร่างกายก่อนที่เจ้าจะก้าวขึ้นสู่บันไดสอบจิต เจ้าควรทานมันตอนนี้เลยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด" สวียวนเหวินเดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบบอกพร้อมแฝงพลังปราณส่งสารลับไปที่หูของหลี่เทียนเวย

หลี่เทียนเวยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีลับๆ ล่อๆ ของชายชราคนนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก จึงพยักหน้าตอบกลับไปนิ่งๆ

เมื่อเห็นเป้าหมายรับไปแล้ว สวียวนเหวินก็พยักหน้าด้วยความพอใจ เขาต้องรีบดำเนินการก่อน เพราะหากรากวิญญาณสวรรค์อีกคนดึงดูดความสนใจจากพวกผู้อาวุโสคนอื่นหรือเจ้าประมอดเขา เรื่องมันจะวุ่นวายกว่านี้

"ข้าขอตัวก่อน ขอให้เส้นทางสู่มรรคาของพวกเจ้าทุกคนราบรื่น"

สวียวนเหวินโบกมือแล้วทะยานร่างไปอีกฝั่ง เพื่อไม่ให้ใครสงสัย เขาจึงจำใจต้องไปมอบ 'โอสถชำระไขกระดูก' (ของจริง) ให้กับรากวิญญาณสวรรค์อีกคนหนึ่งด้วย

【 อะไรกันเนี่ย!? มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ! ไอ้ตาแก่นั่นมันระดับก่อเกิดทารกเทพไม่ใช่เหรอ? ทำไมมันถึงมองไม่เห็นความเน่าหนอนในตัวโฮสต์กันล่ะ? หรือว่ามันแกล้งไม่ตรวจสอบ? 】

【 ศิลาวัดพลังมันอาจจะเสียได้ แต่ประสาทสัมผัสของระดับก่อเกิดทารกเทพมันจะพลาดได้ยังไงกัน! 】

ระบบในห้วงสำนึกของหลี่เทียนเวยถึงกับช็อกจนรหัสประมวลผลแทบจะกลายเป็นอัมพาต มันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมความลับเรื่อง 'รากวิญญาณเทียม' ของหลี่เทียนเวยถึงยังคงเป็นความลับอยู่ได้จนถึงตอนนี้

ส่วนหลี่เทียนเฉินที่ยืนอยู่ข้างหลัง ก็แทบจะกระอักเลือดด้วยความแค้น เขาอุตส่าห์เฝ้ารอดูวินาทีที่พี่ชายจะถูกผู้อาวุโสกระชากหน้ากากเปิดโปงความจริง แต่ไหงกลายเป็นว่าผู้อาวุโสกลับลงมาอวยและมอบของล้ำค่าให้เสียอย่างนั้น!

"มันไม่ถูกต้อง... ตาแก่นั่นแผ่สัมผัสวิญญาณตรวจสอบไปแล้วครั้งหนึ่ง เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไม่เห็นปัญหาในตัวหลี่เทียนเวย"

ในตอนนี้ วิญญาณเร้นลับในแหวนก็ตกอยู่ในสภาวะงงงวยไม่แพ้กัน

บางครั้ง 'โชคลาภ' ก็เป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่ง... หลี่เทียนเวยดันโชคดีมาเจอกับสวียวนเหวินที่เป็นไส้ศึกของพรรคมารพอดี ทำให้ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นกลายเป็นกำแพงป้องกันความจริงอย่างแน่นหนา

ในสายตาของหลี่เทียนเวย ตอนนี้เขาคือรากวิญญาณสวรรค์ของจริงที่ไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม!

"ของขวัญจากผู้อาวุโสก่อเกิดทารกเทพ? โอสถชำระไขกระดูกงั้นเหรอ?"

หลี่เทียนเวยถือเม็ดโอสถไว้ในมือ พลางนึกถึงตอนที่ข้ามมิติมาใหม่ๆ แล้วเจ้าระบบขี้กากนี่พยายามจะให้เขาเซ็นสัญญา โดยอ้างว่าจะมอบรากวิญญาณสวรรค์และโอสถสารพัดอย่างให้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือโอสถชำระไขกระดูกนี่แหละ

"เจ้าระบบ! เจ้าระบบขยะ... ถึงข้าจะไม่ถือสาว่าเจ้าจะห่วยแค่ไหน แต่ทำไมของรางวัลที่เจ้าจะให้ข้า มันถึงเป็นของที่ข้าสามารถหามาได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มฝึกเลยล่ะ?"

"ยังคิดจะมาหลอกข้าอีกเหรอเนี่ย" หลี่เทียนเวยบ่นพึมพำในใจ

【 โฮสต์! เจ้าฟังข้าให้ดี เจ้าคือรากวิญญาณเทียม! ไม่ใช่รากวิญญาณสวรรค์! ตาแก่นั่นต้องมองพลาดแน่ๆ และไอ้ที่อยู่ในมือเจ้านั่นมันก็อาจจะเป็นโอสถพิษหรืออะไรบางอย่างที่ไม่รู้จัก อย่าได้กินมันเข้าไปเด็ดขาด! 】

ระบบพยายามสูดลมหายใจลึกๆ (ถ้ามันมีปอด) เพื่อระงับอารมณ์ฉุนเฉียวและเตือนหลี่เทียนเวยด้วยความหวังสุดท้าย

"เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำลวงของเจ้าเหรอ? ศิลาวัดพลังก็ยืนยันแล้ว ผู้อาวุโสระดับก่อเกิดทารกเทพก็ยังมองไม่เห็นความผิดปกติอะไรเลย แต่เจ้ากลับยังพล่ามเรื่องรากวิญญาณเทียมไม่หยุด"

หลี่เทียนเวยส่ายหัวช้าๆ เขารู้ดีว่านี่คือ 'ความอิจฉา' ของระบบที่เห็นว่าโฮสต์ของมันช่างสมบูรณ์แบบเกินไป

"โอสถที่ไม่รู้จักงั้นเหรอ? ข้าไม่เชื่อหรอก"

หลี่เทียนเวยกลืนโอสถลงคอไปโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว ด้วยความมั่นใจในระดับที่เรียกว่า 'ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน'

เม็ดโอสถไหลลื่นลงลำคอไปอย่างง่ายดาย พร้อมกับกลิ่นหอมหวานจางๆ ทว่า... เขากลับไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในร่างกายเลยแม้แต่น้อย

"หืม? ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่นา"

แต่ทว่า ในส่วนลึกของร่างกายเขา... ทันทีที่โอสถละลาย แสงสีดำสลัวๆ ก็พุ่งเข้าไปห่อหุ้มรากวิญญาณเทียมห้าสีของเขาไว้ มันค่อยๆ บดบังแสงห้าสีที่กระจัดกระจายนั้น และปรับเปลี่ยนการสะท้อนของปราณวิญญาณให้กลายเป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์นวลตา

ในนาทีนี้ พื้นผิวของรากวิญญาณเทียมถูกปกปิดไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะใช้สัมผัสวิญญาณระดับไหนมาตรวจสอบ หลี่เทียนเวยก็จะปรากฏผลลัพธ์เป็นรากวิญญาณสวรรค์ที่ไร้ที่ติในทุกองศา

และที่ยิ่งไปกว่านั้น... มันคือรากวิญญาณ 'สวรรค์ธาตุหยางบริสุทธิ์' ซึ่งเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยากที่สุดท่ามกลางหมู่รากวิญญาณสวรรค์ด้วยกันเอง!

จบบทที่ บทที่ 5: พรสวรรค์สวรรค์ (กำมะลอ) ที่โลกต้องจารึก

คัดลอกลิงก์แล้ว