เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 ดัดแปลงหัตถ์ซ้าย

บทที่ 47 ดัดแปลงหัตถ์ซ้าย

บทที่ 47 ดัดแปลงหัตถ์ซ้าย


หลังจากสิ้นสุดการเดินทางสู่ขุนเขาซื่อติ่งได้หลายวัน เหอผิงก็ได้หลบเข้าไปเก็บตัวบำเพ็ญเพียรในห้องลับของตนแต่เนิ่นๆ เขามีสิ่งที่ต้องทำมากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดเป็นลำดับแรกคือการเก็บรักษาและหลอมสร้างหัวใจปีศาจอสูรภูผาดวงนั้น

“เรื่องการเปลี่ยนหัวใจยังไม่ต้องรีบร้อนกระทำในตอนนี้ เพราะเมื่อเปลี่ยนหัวใจแล้ว พลังปราณและแก่นโลหิตทั่วร่างจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในระหว่างกระบวนการนี้ ร่างกายจะอ่อนแออย่างยิ่ง ยามนี้รอบกายข้ายังมีเรื่องวุ่นวายมากมาย มันจึงไม่ควรเร่งรีบ”

เหอผิงตระหนักดีว่าหลังการเปลี่ยนหัวใจ พลังปราณและแก่นโลหิตจะขาดความสมดุล ร่างกายคงต้องอ่อนแอไปสักพักใหญ่ ซึ่งนั่นหมายความว่าระดับพลังฝีมือของเขาจะลดต่ำลงไปขั้นหนึ่งด้วย

หากลองตรึกตรองดู หัวใจเปรียบเสมือนเครื่องสูบฉีดโลหิต เป็นอวัยวะสำคัญในการไหลเวียนเลือด และเป็นศูนย์กลางที่ควบคุมพลังปราณและแก่นโลหิตทั่วร่าง การเปลี่ยนหัวใจนับเป็นการเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งใหญ่หลวง จำต้องใช้เวลาค่อยๆ ปรับตัว จึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงพื้นฐานร่างกายได้อย่างสมบูรณ์

“ทว่าหัวใจปีศาจของอสูรภูผาดวงนั้นกลับไม่อาจปล่อยทิ้งไว้นานได้ หากปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไป จิตวิญญาณที่สถิตอยู่ในหัวใจปีศาจจะสูญสลาย พลังชีวิตจะค่อยๆ มอดดับ จนไม่อาจนำมาใช้การได้อีก”

อสูรภูผาตัวนั้นมีอายุถึงสามร้อยปี พอกล่าวได้ว่าเป็นสัตว์ปีศาจระดับสูง หัวใจของมันถูกควักออกมาทั้งเป็น แม้จะผ่านไปหลายวันก็ยังคงเต้นตุบๆ แสดงให้เห็นว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจนั้นมีพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นเพียงใด เพียงแต่ความ ‘เปี่ยมล้น’ นี้ย่อมมีขีดจำกัด หากทิ้งไว้นานวันเข้า หัวใจปีศาจย่อมเน่าเปื่อย กลายเป็นเพียงก้อนเนื้อเละๆ ก้อนหนึ่ง

ในยามนี้ บนหัวใจดวงนั้นถูกปักด้วยเข็มทองจนถี่ยิบ ดูไปแล้วช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ผิวของหัวใจปีศาจยังถูกพันด้วยแถบผ้าที่เขียนอักขระยันต์เอาไว้อย่างแน่นหนาทีละชั้นราวกับผ้าพันแผล

ทว่า สิ่งที่แตกต่างไปจากตอนที่เพิ่งถูกควักออกมาก็คือ หัวใจของอสูรภูผาดวงนี้หดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด เดิมทีหัวใจอสูรภูผามีขนาดใหญ่เท่าลูกมะพร้าวแก่ ต่อให้จะเปลี่ยนหัวใจ ก็ไม่อาจยัดเข้าไปในทรวงอกของมนุษย์ได้ ก่อนจะทำการเปลี่ยนหัวใจ มันจึงจำเป็นต้องใช้วิชาลับของสำนักหุ่นเชิดเซียนทำการหลอมสร้าง เพื่อให้มันหดเล็กลงหลายเท่า จนกลายเป็น ‘หัวใจ’ ที่เหมาะแก่การนำมาเปลี่ยนใส่ในร่างตนเอง

“ใช้เวลาไปหลายวัน ในที่สุดก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว”

เหอผิงประคองหัวใจอสูรภูผาไว้ในฝ่ามือ สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายใน แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ กระบวนการ ‘ปรุงแต่ง’ หัวใจปีศาจดวงนี้ ใช้เวลาไปถึงสองวันสองคืนเต็มๆ

เขาตรวจสอบอีกครั้งจนแน่ใจว่าไม่มีจุดบกพร่อง จึงนำหัวใจดวงนั้นใส่ลงในโหลแก้วที่บรรจุของเหลวใสสีเขียวอ่อน ของเหลวในโหลนี้จะช่วยคงสภาพความสดของหัวใจเอาไว้ได้ดียิ่งขึ้น รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถเริ่มพิธีเปลี่ยนหัวใจได้

“หัวใจปีศาจอสูรภูผาคงต้องชะลอการเปลี่ยนไปก่อน ทว่ามือทั้งสองข้างของข้า สามารถดัดแปลงให้เป็นหัตถ์ผีแยกส่วนได้...”

ก่อนหน้านี้ เหอผิงได้ทำการแลกเปลี่ยนกับชือซินจื่อหลายรายการ ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้น นั่นคือการแลกเปลี่ยนวิชาของสำนักหุ่นเชิดเซียน และกรรมวิธีการสร้างหุ่นเชิดที่บันทึกไว้ใน ‘คัมภีร์เร้นลักษณ์ไร้รูป’

อู๋โหยวเซิงแห่งสำนักหุ่นเชิดเซียน ได้เฟ้นหาศิษย์ห้าคนและมอบ ‘คัมภีร์เร้นลักษณ์ไร้รูป’ ให้แก่ศิษย์แต่ละคน ทว่าเคล็ดวิชาที่ทั้งห้าคนได้รับสืบทอดมานั้นล้วนไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ นี่เป็นกุศโลบายเพื่อบีบคั้นให้เหล่าศิษย์ต้องเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงคัมภีร์ทั้งห้าส่วน

“เทียบกับการต้องมาต่อสู้กันจนตัวตาย ศิษย์น้องกับข้ามิสู้มาแลกเปลี่ยนวิชากัน ต่างฝ่ายต่างได้สิ่งที่ต้องการ อีกประการหนึ่ง ต่อให้พวกเราไม่อาจก้าวหน้าในวิชาของสำนักหุ่นเชิดเซียน เราก็ยังมี ‘เคล็ดวิชาฝังมาร’ ของตำหนักมารสามกำเนิดให้เปลี่ยนแนวทางฝึกฝน นี่เรียกว่ารุกได้ถอยได้ ไม่ถึงกับสิ้นไร้ไม้ตอกจนไร้หนทางกลับตัว”

คำพูดของชือซินจื่อฟังดูมีเหตุผลยิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่เหอผิงไม่เชื่อใจมันเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปัญหาเรื่องการสืบทอดเคล็ดวิชาของตำหนักมารสามกำเนิด เขาไม่เชื่อว่ายามที่อู๋โหยวเซิงถ่ายทอดเคล็ดวิชาจะไม่มีแผนการอื่นแอบแฝง แผนการเลี้ยงแมลงพิษกู่ของสำนักหุ่นเชิดเซียน ย่อมต้องมีไม้ตายก้นหีบที่รับมือยากซ่อนอยู่ หาได้เรียบง่ายดั่งที่เห็นภายนอกไม่

อีกอย่าง ศิษย์สำนักหุ่นเชิดเซียนก็ใช่ว่าจะเป็นคนโง่เขลาไปเสียทุกคน การแลกเปลี่ยน ‘คัมภีร์เร้นลักษณ์ไร้รูป’ ในมือ ย่อมง่ายดายกว่าการเข่นฆ่าแย่งชิงกันเป็นไหนๆ วิธีการแลกเปลี่ยนคัมภีร์นี้ ตัวเขาและชือซินจื่อคิดได้ มีหรือที่คนอื่นจะคิดไม่ได้

ทว่าข้อเสนอแลกเปลี่ยนวิชานั้นตรงใจเขาอย่างยิ่ง ชือซินจื่อจะต้องมีวิชาร้ายกาจอยู่ในครอบครองเป็นแน่ วิชาหุ่นเชิดหัตถ์ผีแยกส่วนและมังกรตะขาบเกราะปฐพีเกล็ดแดงนั้นไม่ได้ถูกบันทึกไว้ใน ‘คัมภีร์เร้นลักษณ์ไร้รูป’ ฉบับของเขา ซึ่งเขาให้ความสนใจวิชาหุ่นเชิดทั้งสองนี้มากทีเดียว

“ข้าสนใจหัตถ์ผีแยกส่วนและมังกรตะขาบเกราะปฐพีเกล็ดแดงของศิษย์พี่มาก ศิษย์พี่ลองเสนอราคามาดูสิ?”

เหอผิงถามราคาจากชือซินจื่อ

“แลกกับหุ่นเชิดลับเก้าตายแทนภัยเป็นอย่างไร?”

ชือซินจื่อหยั่งเชิงถาม

เหอผิงหัวเราะร่า

“ศิษย์พี่ นี่เป็นของวิเศษก้นหีบของข้า เจ้าคิดว่าข้าจะยอมควักออกมาง่ายๆ หรือ?”

เขาไม่ได้โง่ หุ่นเชิดลับเก้าตายแทนภัยย่อมไม่นำมาแลกเปลี่ยนเด็ดขาด ของสิ่งนี้เป็นไม้ตายในการรักษาชีวิตของเขา

หุ่นเชิดลับเก้าตายแทนภัยสามารถรับเคราะห์แทนความตายให้เขาได้ถึงเก้าครั้ง นอกจากการรับเคราะห์แทนตัวแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการสลับร่างเปลี่ยนเงา และแกล้งตายเพื่อหลบหนีได้อีกด้วย

เหอผิงคาดเดาว่าสาเหตุที่ชือซินจื่อไม่ยอมแตกหักกับตน มันก็เพราะหวาดระแวงในหุ่นเชิดลับเก้าตายแทนภัยตัวนี้นี่เอง

ต้องพึงรู้ไว้ว่าเมื่อเขามีหุ่นเชิดนี้อยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นการดักซุ่มหรือลอบทำร้ายใดๆ มันก็ยากที่จะสัมฤทธิ์ผลในคราเดียว เพราะหุ่นเชิดลับเก้าตายแทนภัยนี้เพียงแค่สัมผัสถึงอันตราย ก็จะทำงานรับเคราะห์แทนเหอผิงโดยอัตโนมัติ ยามเผชิญวิกฤตก็จะสลับร่างเปลี่ยนเงา หนีห่างออกไปได้ไกลหลายลี้

ดั่งคำกล่าวที่ว่า ‘ตีเสือไม่ตาย กลับถูกแว้งกัดเสียเอง’ หากแม้ชือซินจื่อลงมือสังหารอย่างฉับพลัน แต่ไม่อาจปลิดชีพได้สำเร็จ ปล่อยให้เหอผิงหนีรอดไปได้ ทั้งสองฝ่ายย่อมกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ถึงเวลานั้นการโต้กลับของเหอผิงจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสาหัส

ตาเฒ่าผู้นี้รู้ดีว่าเว้นเสียแต่จะมีแผนการที่รัดกุมรอบคอบ แอบวางกับดักสังหารที่มั่นใจได้ว่าจะจัดการเขาได้อยู่หมัด หากปราศจากเงื่อนไขนี้ เฒ่าเจ้าเล่ห์ย่อมไม่ลงมือสร้างความลำบากใจให้ตนเองโดยง่าย

เมื่อได้ยินเหอผิงปฏิเสธข้อเสนอ ชือซินจื่อก็เพียงยิ้มบาง ไม่ถือสาหาความแต่อย่างใด

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ศิษย์น้องมีของดีอะไรอื่นที่พอจะนำมาแลกเปลี่ยนกับหัตถ์ผีแยกส่วนนี้ได้บ้างเล่า”

เหอผิงก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า “ใน ‘คัมภีร์เร้นลักษณ์ไร้รูป’ ฉบับของข้านั้น มีบันทึกวิชาหุ่นเชิดมารลี้ลับสามซากอยู่แขนงหนึ่ง ใช้วิธีรวบรวมปราณอาฆาตจากทั่วหล้า เพื่อมาหลอมสร้างหุ่นเชิดมารสามตนได้แก่ ศพเขียว ศพขาว และศพแดง หากหลอมสร้างสำเร็จ จะสามารถดูดกลืนแก่นแท้พลังปราณของผู้อื่น เพียงชั่วพริบตาก็สามารถทำให้ร่างกายและกระดูกสลาย วิญญาณดับสูญ อานุภาพร้ายกาจจนเหลือเชื่อ”

“ที่แท้ก็หุ่นเชิดมาร...”

เมื่อชือซินจื่อได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

“ข้าเองก็เคยได้ยินเรื่องหุ่นเชิดมารลี้ลับสามซากนี้อยู่บ้าง หากหุ่นเชิดมารศพเขียว ศพขาว และศพแดงทั้งสามหลอมสำเร็จเมื่อใด ต่อให้เป็นยอดคนขอบเขตบรรลุมรรคาก็ยากจะหนีพ้นอานุภาพของมัน ของสิ่งนี้ช่างร้ายกาจยิ่งนัก”

เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดเล็กน้อย ทันใดนั้นก็หัวเราะออกมา

“ทว่าศิษย์น้อง การหลอมสร้างหุ่นเชิดมารลี้ลับสามซากนี้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนวุ่นวายอย่างยิ่ง ลำพังแค่วัตถุดิบต่างๆ ที่ต้องใช้ ก็ต้องเสียเวลาไปมากโขกว่าจะรวบรวมได้ครบ หากไม่มีเวลาสักสิบปี ยี่สิบปี ก็ไม่แน่ว่าจะสร้างหุ่นเชิดมารตัวใดตัวหนึ่งสำเร็จ เจ้าช่างวางแผนได้แยบยลนัก...”

“การแลกเปลี่ยนเช่นนี้เดิมทีก็คือต่างฝ่ายต่างได้สิ่งที่ต้องการ เป็นเรื่องความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย... ข้าเดาว่าในมือศิษย์พี่คงไม่มีแผนผังโดยละเอียดและกรรมวิธีการสร้างของหุ่นเชิดมารลี้ลับสามซากกระมัง แน่นอนว่าหากศิษย์พี่ชือซินจื่อไม่สนใจหุ่นเชิดนี้ พวกเราค่อยมาเจรจาการค้านี้กันใหม่ก็ได้”

เหอผิงเจาะจงเลือกวิชาหุ่นเชิดที่ยากที่สุดในบรรดาวิชามากมายที่เขามี นั่นก็คือหุ่นเชิดมารลี้ลับสามซากมาแลกเปลี่ยน

หุ่นเชิดชนิดนี้มีอานุภาพมหาศาล หากหลอมสร้างสำเร็จ แม้แต่ขอบเขตบรรลุมรรคาก็สามารถอาละวาดได้ไร้ผู้ต่อกร เพียงแต่กรรมวิธีการสร้างนั้นไม่ง่ายดาย ลำพังแค่การรวบรวมวัตถุดิบก็ต้องสิ้นเปลืองเวลาไปนับไม่ถ้วน

ชือซินจื่อเองก็มองออกถึงความคิดของเหอผิง หากเขาเลือกหุ่นเชิดมารลี้ลับสามซากแล้วคิดจะหลอมสร้าง มันก็ต้องใช้เวลาหลายสิบปี ต่อให้ได้วิชานี้มาครอบครอง มันก็ไม่อาจเห็นผลได้ในระยะสั้น

เพียงแต่ ต้องยอมรับว่าอานุภาพของหุ่นเชิดมารลี้ลับสามซากนั้นแข็งแกร่งอย่างแท้จริง จนเขาเองก็ตัดใจไม่ลง

เมื่อเห็นชือซินจื่อมีท่าทีลังเล เหอผิงก็หัวเราะหึหึอยู่ในใจ จากนั้นจึงเสนอชื่อวิชาหุ่นเชิดอื่นๆ ตามออกมาอีกหลายอย่าง

เขาเตรียมการไว้อย่างลับๆ แล้ว วิชาหุ่นเชิดที่เสนอออกไปเหล่านี้ล้วนไม่มีข้อยกเว้น หากไม่ใช้เวลาหลอมสร้างนานโข มันก็ต้องใช้วัตถุดิบที่หายากยิ่ง จนชือซินจื่อเองก็รู้สึกจนปัญญา

“เอาเถอะ ข้าขอแลกกับวิชาหุ่นเชิดมารลี้ลับสามซากก็แล้วกัน จริงสิ นอกจากแผนผังการสร้างหัตถ์ผีแยกส่วนและมังกรตะขาบเกราะปฐพีเกล็ดแดงแล้ว ข้ายินดีจะใช้วิชาเพ่งเล็งทะลวงใจแลกกับดาบตาข่ายเร้นลับของศิษย์น้องด้วย”

ทั้งสองปรึกษาหารือกันอีกครู่ใหญ่ แลกเปลี่ยนวิชาและวิธีหลอมสร้างหุ่นเชิดกันอีกหลายอย่าง เรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างสมประโยชน์

หลังจากได้แผนผังหัตถ์ผีแยกส่วนมาแล้ว เหอผิงก็เร่งสร้างแขนเทียมหัตถ์ผีขึ้นมาหนึ่งข้าง

เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าเรื่องเปลี่ยนหัวใจยังไม่ต้องรีบร้อน ลองใช้อวัยวะเทียมหุ่นเชิดหัตถ์ผีแยกส่วนนี้ดูเสียก่อนก็นับเป็นความคิดที่ไม่เลว

“วิชาหุ่นเชิดหัตถ์ผีแยกส่วนมีข้อดีอยู่สองประการ ประการแรกคือหลังจากติดตั้งแขนเทียมหุ่นเชิดแล้ว จะสามารถกระตุ้นใช้วิชาแสงวิญญาณคุ้มกายได้ ประการที่สองคืออาศัยหัตถ์ผีแยกส่วนนี้ ช่วยเสริมแกร่งความสามารถในการควบคุมหุ่นเชิดของข้าได้ด้วย...”

หุ่นเชิดส่วนใหญ่ของสำนักหุ่นเชิดเซียน ล้วนต้องใช้วิชาลับเส้นด้ายไร้ลักษณ์ ซึ่งเป็นเส้นด้ายที่ถูกหลอมสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษในการควบคุม

เส้นด้ายไร้ลักษณ์คือเส้นด้ายที่ถูกกระตุ้นด้วยสัมผัสวิญญาณ วัตถุดิบทำจากเส้นผมของคนตาย ในช่วงแรกของการหลอมสร้าง เส้นผมจะเปลี่ยนจากหยาบเป็นละเอียด ต่อมาค่อยๆ กลายเป็นเส้นเล็กดุจใยแมงมุม และท้ายที่สุดก็สามารถกลายเป็นเส้นด้ายที่ไร้ลักษณ์ไร้รูป

ไม่ว่าจะเป็นหุ่นเชิดวิญญาณกระดาษ หรือหุ่นเชิดไม้ปีศาจ ขอเพียงใช้เส้นด้ายไร้ลักษณ์เชื่อมต่อปลายด้านหนึ่ง ก็จะสามารถบงการได้ตามใจนึก

ทว่าคนเรามีเพียงสองมือ นิ้วมือมีเพียงสิบ หากฝึกฝนวิชาลับของสำนักหุ่นเชิดเซียน การแบ่งแยกสมาธิเพื่อควบคุมหุ่นเชิดสิบตัวพร้อมกันนั้นเป็นเรื่องพื้นฐาน

เมื่อบำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตของเหอผิง นิ้วเพียงนิ้วเดียวของเขา สามารถควบคุมหุ่นเชิดได้พร้อมกันถึงห้าหกตัว สิบนิ้วสามารถบัญชาการหุ่นเชิดยี่สิบถึงสามสิบตัวได้อย่างสบายๆ โดยที่กระบวนการทั้งหมดจะไม่มีทางเกิดข้อผิดพลาดใดๆ

หากเกินกว่าเจ็ดสิบแปดสิบตัว หรือเกินร้อยตัว เหอผิงก็พอจะฝืนทำได้ เพียงแต่สมาธิจิตจะถูกแบ่งแยกมากเกินไป ลำพังแค่ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันก็ว่ายากแล้ว หากต้องแบ่งจิตเป็นร้อยส่วน ภาระการคำนวณย่อมเพิ่มขึ้นมหาศาล

อีกอย่าง ต่อให้เก่งกาจเพียงใด คนคนหนึ่งก็มีเพียงสองฝ่ามือสิบนิ้ว ในยามปกติอาจไม่เป็นไร แต่เมื่อต้องควบคุมหุ่นเชิดจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาก็จะยิ่งใหญ่ตามไปด้วย

บางทีในช่วงแรกอาจเกิดปัญหาเล็กน้อยในจังหวะ ‘เชื่อมต่อ’ เช่นการเคลื่อนไหวเริ่มเชื่องช้าลง ท่าทางแข็งทื่อเกินไป นานเข้าสมาธิจิตเริ่มแตกซ่าน การควบคุมของนิ้วทั้งสิบเกิดความผิดพลาด ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดช่องโหว่

หากเจอสถานการณ์เช่นนี้ การรับมือศัตรูทั่วไปคงไม่เป็นไร ปุถุชนคนธรรมดาย่อมดูไม่ออกถึงความเปลี่ยนแปลงอันเล็กน้อยนี้ แต่หากเจอยอดฝีมือที่แท้จริง ช่องโหว่นี้เกรงว่าจะกลายเป็นจุดตาย

“ความร้ายกาจที่แท้จริงของหัตถ์ผีแยกส่วนอยู่ที่ตรงนี้ เมื่อติดตั้งแขนเทียมหุ่นเชิดนี้เข้ากับร่าง มันจะสามารถเคลื่อนไหวได้ดั่งใจนึก ทั้งยังสามารถใช้หัตถ์ผีแยกส่วนไปควบคุมหัตถ์ผีแยกส่วนข้างอื่นๆ ได้อีก เมื่อฝึกฝนจนคล่องแคล่วดั่งใจปรารถนา นั่นก็เท่ากับว่ามีมือเพิ่มขึ้นมาอีกหลายข้าง ความสามารถในการควบคุมหุ่นเชิดก็จะเพิ่มพูนขึ้นอีกหลายเท่าทวีคูณ”

เหอผิงถลกแขนเสื้อข้างหนึ่งขึ้น ยกฝ่ามือที่ผิวขาวซีดราวกับคนป่วยขึ้นมา นิ้วทั้งสิบกำแน่นจนเป็นหมัด

“เริ่มดัดแปลงจากมือซ้ายข้างนี้ก่อนก็แล้วกัน...”

จบบทที่ บทที่ 47 ดัดแปลงหัตถ์ซ้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว