เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 เสือดาวหน้ายิ้ม

บทที่ 33 เสือดาวหน้ายิ้ม

บทที่ 33 เสือดาวหน้ายิ้ม


เหอผิงย่อมไม่ขัดขืนคำสั่งของสตรีที่ชื่อฉีฮุ่ยอิง ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสามอาชาเหินเมฆา

เขาสืบทราบมาแน่ชัดแล้วว่าในช่วงเวลานี้ เซิ่งชิงจือได้มอบหมายให้กลุ่มสิบสามอาชาเหินเมฆา เป็นผู้รับผิดชอบการปิดล้อมขุนเขาซื่อติ่ง

ต่อมา เขาจึงเรียกตัวนักพรตชือหลิงแห่งสำนักมัจฉาเหิน เจ้าสำนักจ้าวแห่งสำนักยุทธหทัยเหล็ก รวมถึงหัวหน้าขุมกำลังจากพรรคฉางเฟิง พรรคขวานหนัก และพรรคไผ่บานมาพบ เพื่อชี้แจงสถานการณ์ให้ทราบ

พ่อบ้านเหอฝูเซิงมาถึงแต่เช้าตรู่ เขาสั่งให้คนงานสร้างเพิงหญ้าอย่างง่ายขึ้นบนลานกว้าง จัดเตรียมที่นั่งไว้หลายชุด เมื่อทุกคนแยกย้ายกันนั่งตามลำดับเจ้าบ้านและแขกแล้ว ก็เริ่มหารือเรื่องการเดินหน้าเข้าสู่ภูเขา

“หลังจากนี้พวกเราจะแบ่งกำลังออกเป็นสามทาง แยกกันเข้าภูเขาจากทิศตะวันออก ใต้ และตะวันตก”

ภายในเพิงหญ้า เหอผิงนำแผนที่ผ้าไหมออกมา แล้วใช้นิ้วชี้ลงไปบนนั้น

“ข้าจะใช้เส้นทางทิศตะวันออกซึ่งอยู่ตรงกลางเพื่อเข้าสู่ภูเขา รบกวนท่านนักพรตชือหลิงนำอีกกองกำลังหนึ่งไปทางทิศใต้ ส่วนเจ้าสำนักจ้าวโปรดเคลื่อนพลจากทิศตะวันตก…”

จากนั้น เขาก็หันไปกำชับกลุ่มอิทธิพลอื่น ให้แบ่งกำลังพลตามจำนวนคน เลือกทิศทางที่จะประจำการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีจำนวนคนเพียงพอในการบุกเข้าภูเขา

ขุนเขาซื่อติ่งหาใช่ภูเขาลูกเดียวไม่ แต่เป็นเทือกเขาที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ยอดเขาประหลาดสี่ลูก ภายในป่าเขานั้นนอกจากจะมีอสูรภูผาออกอาละวาดแล้ว ยังมีทั้งเสือโคร่ง เสือดาว และหมีดุร้าย ต่อให้ในอดีตจะไม่มีสัตว์ปีศาจกินคนตนนั้น ชาวบ้านและคนตัดฟืนแถบนี้ก็ยังไม่กล้าเข้าป่าเพียงลำพัง

นักพรตชือหลิงและจ้าวเฉินได้ฟังแล้วก็สบตากัน จ้าวเฉินเจ้าสำนักยุทธหทัยเหล็กกระแอมเบาๆ หนึ่งครั้งก่อนจะเอ่ยปาก

“คุณชายเหอ อันที่จริงเรื่องการค้นภูเขาเพื่อจัดการอสูรภูผาตนนั้น ไยท่านต้องเอาตัวเข้าเสี่ยงด้วยตนเอง ข้าเห็นว่าคุณชายเหอรออยู่รอบนอกจะดีกว่า ปล่อยให้ข้า นักพรตชือหลิง และหัวหน้าเซียวแห่งพรรคฉางเฟิงเป็นผู้นำกำลังพลก็เพียงพอแล้ว”

“ไม่ นี่เป็นความประสงค์ของท่านเจ้าเมือง ข้าเองก็ไม่อาจขัดขืน อีกทั้งยอดฝีมือลำดับที่ห้าแห่งสิบสามอาชาเหินเมฆาผู้นั้นยังระบุชื่อให้ข้าเข้าภูเขาด้วย ข้าจึงยากจะปฏิเสธเจตนาของนาง”

“เช่นนั้นให้ผู้อาวุโสกับคุณชายเหอไปทางทิศตะวันออกด้วยกันเถิด”

นักพรตชือหลิงเสนอแนะขึ้น

เขากับจ้าวเฉินต่างมีความสัมพันธ์ส่วนตัวอันแน่นแฟ้นกับตระกูลเหอ จึงไม่ต้องการให้เหอผิงเอาตัวมาเสี่ยงอันตราย หากได้ร่วมทางกับตัวเขาหรือจ้าวเฉินก็ยังพอจะดูแลช่วยเหลือกันได้บ้าง แต่หากให้เหอผิงนำกำลังพลเข้าภูเขาไปเอง ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น พวกเขาก็คงไม่อาจยื่นมือเข้าช่วยได้ทัน

“คำพูดของนักพรตชือหลิงผิดแล้ว หรือท่านกังวลว่าพรรคฉางเฟิงของข้าจะคิดร้ายต่อคุณชายเหอกระนั้นรึ”

เซียวฮ่าวหัวหน้าพรรคฉางเฟิงเป็นชายร่างกำยำหน้าดำครึ้มไว้หนวดเคราเฟิ้ม เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที พลางกล่าวว่า “ความปลอดภัยของคุณชายเหอ ขอทุกท่านโปรดวางใจ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพรรคฉางเฟิงเถิด”

นักพรตชือหลิงขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้ตอบโต้ พรรคฉางเฟิงเป็นกลุ่มอิทธิพลในตลาดม้าที่มีชื่อเสียงของเมืองมณฑลเป่ยฟู่ มีอาชีพค้าม้า เดิมทีเป็นเพียงขุมกำลังเล็กๆ ในท้องถิ่น แต่ภายหลังกลับขยายอำนาจจนสามารถควบคุมตลาดม้าได้เกินครึ่ง

ตลาดม้าไม่มีสถานที่ซื้อขายตายตัว อาศัยพ่อค้าม้าจูงสัตว์ตระเวนขายตามร้าน หรือไม่ก็ให้ผู้ซื้อเป็นฝ่ายออกเดินหาดูม้าเอง

เซียวฮ่าวแห่งพรรคฉางเฟิงผู้นี้ประจบสอพลอเซิ่งชิงจือ จนได้เข้าคุมพื้นที่โล่งนอกเมืองซุ่ยอัน คอยเป็นนายหน้าประสานงานให้แก่ผู้ซื้อผู้ขายที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ

ภายหลัง พรรคฉางเฟิงยิ่งทำยิ่งใหญ่โต บรรดาผู้ที่หากินกับตลาดม้า ไม่ว่าจะเป็นหมอรักษาสัตว์ ช่างตีเหล็ก คนรับซื้อหางม้า ร้านขายอุปกรณ์ม้า ร้านอาหาร หรือบ่อนพนัน ต่างต้องพึ่งพาบารมีของพรรคฉางเฟิงในการดำรงชีพ ทำให้อิทธิพลของพวกเขากว้างขวางไม่น้อย...

เซียวฮ่าวมีฉายาในยุทธภพว่า ‘เสือดาวหน้ายิ้ม’ ภายนอกดูยิ้มแย้มร่าเริง นิสัยใจคอกว้างขวาง แต่แท้จริงแล้วเป็นคนโหดเหี้ยมไร้ปรานีที่สุด

เวลานี้ ในเมืองต่างลือกันให้แซ่ดว่าฆาตกรที่สังหารเซิ่งชิงหงก็คือเหอผิง และเซียวฮ่าวแห่งพรรคฉางเฟิงก็เป็นจอมประจบสอพลอของท่านเจ้าเมือง หากเซียวฮ่าวคิดจะทำร้ายเหอผิง เรื่องราวคงยุ่งยากเป็นแน่

“หัวหน้าเซียวไยจึงกล่าวเช่นนั้น”

เหอผิงหัวเราะขึ้นมาใน...

“ท่านนักพรตชือหลิงเพียงแค่กังวลว่าสุขภาพข้าอ่อนแอ การเดินทางไกลอาจจะลำบากอยู่บ้าง หัวหน้าเซียวอย่าได้คิดมากไปเลย”

เซียวฮ่าวเป็นพวกเจนจัดในยุทธภพ เขาแหงนหน้าหัวเราะร่า แล้วไม่กล่าววาจาให้มากความในเรื่องนี้อีก

“โอ้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”

เหอผิงกล่าวกับทุกคน

“ส่วนลึกของขุนเขาซื่อติ่งมีไอพิษหนาแน่น ทั้งยังซุกซ่อนไปด้วยอสรพิษและแมลงพิษ ทุกท่านเข้าภูเขาไปย่อมต้องพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้าได้ตามหาพรานป่าที่เคยอาศัยอยู่แถบนี้ และขอซื้อตำรับยาขับไล่แมลงจากพวกเขามาปรุงยาเตรียมไว้ ทุกท่านลองนำไปแจกจ่ายให้ลูกน้องเถิด”

เขาหยิบผงยาชนิดหนึ่งออกมา อ้างว่ามีสรรพคุณขับไล่สิ่งชั่วร้ายและแมลงพิษ จากนั้นก็นำน้ำเต้าที่บรรจุผงยาจนเต็มออกมาหลายใบ ส่งมอบให้แก่ทุกคนในที่นั้น

บรรดาหัวหน้าขุมกำลังที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันกล่าวชื่นชม บอกว่าคุณชายสกุลเหอช่างรอบคอบนัก แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ก็ยังเตรียมการไว้พร้อมสรรพ จากนั้นพวกเขาก็รับผงยาไล่แมลงและน้ำเต้าไป ก่อนจะแยกย้ายกันไป

“ทุกท่าน ขอลาตรงนี้”

เหอผิงกล่าวลานักพรตชือหลิงและเจ้าสำนักจ้าวเฉิน ก่อนจะกลับขึ้นไปนั่งบนเกี้ยวอ่อน ให้บ่าวรับใช้หามจากไป

...

“ลูกพี่เซียว หรือว่าประเดี๋ยวเราจะต้องลงมือจริงๆ”

ข้างกายเซียวฮ่าวแห่งพรรคฉางเฟิง ชายรูปร่างกำยำหน้าตาอัปลักษณ์เอ่ยถามเสียงเบา

“คุณชายใหญ่ตระกูลเหอผู้นั้น ปกติก็ปฏิบัติต่อพวกเราไม่เลว ทำเช่นนี้จะดูไม่ดีกระมัง…”

“เหยียนเหล่าเอ้อร์ เจ้าอยากจะพูดอะไร?”

ดวงตาประดุจเสือดาวของเซียวฮ่าวทอประกายเย็นเยียบ เขาตวาดเสียงกร้าว “การค้าของพรรคฉางเฟิงเราพึ่งพาใคร เป็นเศษทานจากตระกูลเหอ หรือเป็นเพราะท่านเจ้าเมืองเซิ่งไว้หน้า? หากล่วงเกินตระกูลเหอ อย่างมากก็แค่แยกย้ายกันไป แต่ถ้าทำให้ท่านเจ้าเมืองขุ่นเคือง เจ้ากับข้าจะยังมีชีวิตรอดไปถึงพรุ่งนี้หรือ?”

“แต่ว่า คนที่ยุยงอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้มิใช่เหอจินแห่งตระกูลเหอหรอกหรือ?”

ชายอัปลักษณ์ถูกเขาจ้องเขม็ง จนเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

“อีกอย่าง ทางฝั่งท่านเจ้าเมืองก็ไม่ได้สั่งให้เราฆ่าคน เรื่องนี้มันออกจะ…”

“แต่เงินทองที่เหอจินให้มา เจ้าก็รับไปแล้ว”

ประโยคเดียวของเซียวฮ่าว ตัดบทคำพูดต่อไปของเหยียนเหล่าเอ้อร์จนหมดสิ้น

“นี่... ข้าก็ไม่รู้นี่นาว่านั่นเป็นเงินค่าจ้างฆ่าคน”

เหยียนเหล่าเอ้อร์รีบแก้ตัว

“เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่กันแน่”

เซียวฮ่าวแค่นเสียงเย็น

“ข้าจะพูดให้ตรงไปตรงมาเลยนะ เหอจินแห่งตระกูลเหอมีความสุขุมรอบคอบมากกว่าเจ้าเด็กเหอผิงนั่น หากเขาได้เป็นประมุขตระกูลเหอ ย่อมตรงใจท่านเจ้าเมืองเซิ่งมากกว่า พวกเราที่เป็นผู้น้อย ต้องรู้จักอ่านใจเบื้องบน ท่านเจ้าเมืองไม่ชอบขี้หน้าคุณชายเหอผู้นี้ ด้วยฐานะเจ้าเมืองของท่าน จะให้เอาเรื่องนี้มาพูดในที่แจ้งหรือไร เรื่องพรรค์นี้ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปาก พวกเราจัดการให้เองก็สิ้นเรื่อง”

“แต่ว่า?”

ชายอัปลักษณ์จนด้วยคำพูดไปชั่วขณะ

“โอกาสครั้งนี้หาได้ยากยิ่ง เจ้าเด็กตระกูลเหอนั่นแม้แต่หลักการที่ว่า ‘บุตรเศรษฐีไม่นั่งใต้ชายคาที่เสี่ยงภัย’ ก็ยังไม่เข้าใจ ดันรนหาที่ตายมาถึงขุนเขาซื่อติ่งแห่งนี้ ข้ากับเจ้าจะไม่ช่วยสงเคราะห์มันได้อย่างไร... จริงสิ คนกลุ่มนั้นยังตามหลังมาอยู่หรือไม่?”

เซียวฮ่าวเอ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง

“ขอรับ ทางภูเขาขรุขระเดินยาก เหอผิงนั่นยังจะนั่งเกี้ยวอ่อนอีก เดิมทีก็ออกเดินนำหน้า แต่ตอนนี้รั้งท้ายไปแล้วขอรับ”

“เช่นนั้นก็ประจวบเหมาะพอดี”

ดวงตาอันแหลมคมที่หรี่ลงเล็กน้อยของเซียวฮ่าวแผ่จิตสังหารออกมาวูบหนึ่ง

“รอให้ถึงจุดที่เปลี่ยวร้างข้างหน้าก็ลงมือจัดการมันซะ... ยังไงเสียที่นี่ก็คือขุนเขาซื่อติ่ง มีเรื่องอะไรก็โยนความผิดไปให้อสูรภูผา สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง คิดจะขึ้นภูเขามาปราบสัตว์ปีศาจ แต่กลับถูกสัตว์ปีศาจฆ่าตายก็ถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผลอยู่แล้ว”

จบบทที่ บทที่ 33 เสือดาวหน้ายิ้ม

คัดลอกลิงก์แล้ว