เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 วิชาเงา

บทที่ 27 วิชาเงา

บทที่ 27 วิชาเงา


บทที่ 27 วิชาเงา

ในชั่วขณะที่มองผ่านกระจกและเห็นดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นลืมขึ้น สันหลังของเหอผิงก็พลันเย็นวาบ เหงื่อกาฬไหลซึม ความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำและแขนขา

เงาบนผนังสีขาวเบื้องหลังกลับมีชีวิตขึ้นมา ดวงตาที่มีเส้นเลือดฝอยแดงฉานจ้องเขม็งมาที่เหอผิง กลิ่นอายชั่วร้ายและเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วห้องลับในพริบตา

ขนทั่วร่างของเขาลุกชันขึ้น

‘น่าขนลุก! ช่างน่าขนลุกยิ่งนัก!!’

วิชาเรียกวิญญาณตรึงเงาช่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายอาถรรพ์สมคำร่ำลือ หน้าผากของเหอผิงเริ่มมีเหงื่อผุดพราย รู้สึกถึงแรงกดดันทางจิตใจที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้

เงาร่างเลือนรางที่มีดวงตาสีแดงฉานคู่นั้น กำลังจ้องมองแผ่นหลังของเขาจากบนผนัง ภายในดวงตาโลหิตคู่นั้นแฝงไว้ด้วยความอำมหิต รังสีฆ่าฟันรุนแรงและเต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์

ฟู่ว...

เหอผิงระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด พยายามสงบจิตใจของตัวเองลง

“เทพแห่งเงาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น จะมีความมุ่งร้ายต่อร่างต้นอย่างรุนแรง เทพแห่งเงาตนแรก ‘โย่วหวง’ ยังพอรับมือไหว แต่หลังจากนี้ ทุกครั้งที่ปลุกเทพแห่งเงาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตน ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ…”

หลังจากเทพแห่งเงาตื่นขึ้น มันก็จะยอมรับใช้ผู้เป็นนายเงาได้ดั่งใจนึก ไปมาไร้ร่องรอย หากเสริมด้วยวิชาคำสาปสังหาร อานุภาพก็จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

อีกทั้งเพราะมันเป็นเพียงกลุ่มก้อนเงา ศัตรูจึงยากจะระวังป้องกัน หากฝึกฝนวิชาต้องห้ามนี้จนถึงขั้นสูง ยังสามารถขานชื่อตรึงเงา ใช้วิชาคำสาปสังหาร เพียงแค่ยกมือขยับเท้าก็สามารถฆ่าคนได้โดยไร้ร่องรอย

ทว่าก็มีข้อเสียอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือเงาจะคอยหาโอกาสสังหารร่างต้นเพื่อแย่งชิงกายหยาบ นอกจากนี้ยังมีภัยซ่อนเร้นอีกอย่าง นั่นคือเมื่อเริ่มฝึกฝนวิชาเรียกวิญญาณตรึงเงาแล้ว แม้จะปลุกเทพแห่งเงาขึ้นมาเพียงตนเดียว แต่เทพแห่งเงาที่เหลืออีกแปดตนก็จะทยอยฟื้นตื่นขึ้นมาตามลำดับ

ซึ่งก็ต้องพึงตระหนักว่ากระบวนการนี้ไม่อาจย้อนกลับและไม่มีวันสิ้นสุด เว้นแต่ผู้ฝึกวิชาต้องห้ามนี้จะสามารถสยบเทพแห่งเงาทั้งเก้าตนได้ หรือไม่ก็ถูกเงาทั้งเก้ากัดกินจนตาย นอกเหนือจากสองทางเลือกนี้ มันก็ไม่มีหนทางอื่นใดอีก...

ในชั่วขณะนี้เอง เหอผิงถูกเงาจ้องมองที่แผ่นหลัง ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มแทงอยู่ข้างหลังทันที เขาจึงรีบใช้สัมผัสวิญญาณทำการสื่อสาร

ทันใดนั้น เงาที่มีดวงตาสีแดงฉานก็มีการตอบสนอง ราวกับว่ามีเส้นด้ายที่มองไม่เห็นเชื่อมต่อระหว่างเขากับเงาบนผนังเข้าด้วยกัน

“ถือว่าสำเร็จแล้ว”

จิตใจของเหอผิงกระปรี้กระเปร่าขึ้น ทราบว่าวิชาเรียกวิญญาณตรึงเงาเริ่มสัมฤทธิ์ผลแล้ว

หนึ่งในเก้าเทพแห่งเงาโย่วหวงถือว่าตื่นขึ้นแล้ว

“ขอทดสอบดูหน่อยเถอะ!”

เขาไม่กล้าประมาท ค่อยๆ ยื่นมือออกไปอย่างเงียบเชียบ ทำมือเป็นรูปร่างบางอย่างท่ามกลางแสงสีแดงอันน่าขนลุกของตะเกียงน้ำมัน

เป็นรูปร่างของสัตว์ป่า

เขาทำมือเป็นรูปสุนัขแบบเดียวกับที่เด็กๆ เล่นเงา

บนผนังก็ปรากฏเงารูปสุนัขขึ้นมา ทันใดนั้นเงานั้นก็เริ่มบิดเบี้ยว ทั้งที่มือของเหอผิงไม่ได้ขยับ แต่สุนัขบนผนังกลับเคลื่อนไหวไปเอง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังดมกลิ่นรอบกาย

จากนั้น กลุ่มก้อนเงานั้นก็เริ่มแยกจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม และแยกออกมาเป็นตัวที่สี่... จำนวนเงาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เงาทุกร่างเริ่มดมกลิ่นไปทั่ว ปากขยับอ้าหุบไม่หยุดหย่อน

เงาของโย่วหวงที่ถูกเรียกออกมาด้วยวิชาได้เลือนหายไปแล้ว ตอนนี้เงาที่สะท้อนอยู่บนผนังกลับดูราวกับได้รับมอบชีวิต

ภาพฉากนี้ดูพิสดารเกินไป สุนัขเงาบนผนังรวมตัวกัน ใช้ปลายจมูกสัมผัสกันและกัน ราวกับกำลังหยอกล้อเล่นหัว

แววตาของเหอผิงลึกล้ำขึ้น เขาชี้มือไปยังกรงนกที่แขวนอยู่กลางอากาศ

“ไป!”

เสียง ‘พรึ่บ’ ดังขึ้น ราวกับมีสายลมไร้สภาพพัดผ่าน ผ้าดำที่คลุมกรงนกตกลงมา เผยให้เห็นนกแก้วลายดอกที่กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ภายใน

ทันใดนั้น สุนัขเงาต่างก็พากันก้มหัวลง เคลื่อนที่ไปบนผนังอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังเงาของกรงนกที่ทาบทับอยู่บนกำแพง

กรงนกแขวนอยู่เหนือศีรษะของเหอผิง เนื่องด้วยแสงจากตะเกียงน้ำมัน มันจึงเกิดเงาสะท้อนบนผนัง แม้แต่นกแก้วในกรงและซี่กรงไม้ไผ่ก็ยังเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน

เหล่าสุนัขเงาใช้จมูกดมที่กรง เริ่มวนเวียนอยู่รอบนอก นกแก้วลายดอกที่แขวนอยู่กลางอากาศดูเหมือนจะรับรู้ถึงอันตราย มันจึงเริ่มกระโดดไปมาอย่างบ้าคลั่งภายในกรง

กรงสั่นไหวอย่างรุนแรง เงาบนผนังเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อย สุนัขเงาหลายตัวค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ด้วยความระมัดระวัง ทั้งที่พวกมันเป็นเพียงก้อนเงา แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเหยื่อกลับมีความรอบคอบไม่ต่างจากสัตว์ป่าจริงๆ

เป็นเช่นนี้ สุนัขเงาค่อยๆ ย่นระยะห่างระหว่างพวกมันกับนกแก้วในกรง

กรุบกริบ!

สุนัขเงาอ้าปากที่มีรูปร่างประหลาด กระโจนเข้าใส่เงาของนกแก้วและกรงบนผนัง

ปากสุนัขที่เกิดจากเงาได้กัดลงบนเงาของกรงบนผนัง ได้ยินเพียงเสียง ‘เปรี้ยะ’ ดังหักสะบั้นของไม้ไผ่ กรงนกจริงที่แขวนอยู่กลางอากาศส่งเสียงดังลั่น ซี่กรงแตกหักตามเสียงนั้น นกแก้วกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

เนื้อตัวของมันราวกับถูกบางสิ่งกัดกระชากจากทุกทิศทุกทางจนแหลกเหลว ขนนกปลิวว่อนไปทั่ว

ส่วนบนผนัง สุนัขเงาหลายตัวกำลังรุมทึ้งกัดกินเงาของนกแก้วราวกับสัตว์ป่าที่ดุร้าย

เพียงชั่วพริบตา นกแก้วในกรงก็ถูกกัดตายทั้งเป็น สภาพไส้ทะลักท้องแตก ร่างกายแหลกเหลว เลือดเนื้อสาดกระจาย นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจอยู่ในกรง

“พอได้แล้ว”

เหอผิงสัมผัสได้ว่าสุนัขเงาเหล่านี้กลืนกินปราณโลหิตของสิ่งมีชีวิตไปมากพอแล้ว เขาจึงทำมือวาดวิชา วินาทีถัดมา สุนัขเงาหยุดการโจมตี ราวกับได้รับคำสั่งเรียกตัว พวกมันทยอยกลับไปยังตำแหน่งเดิม เงาที่บิดเบี้ยวค่อยๆ ละลายหายไป กลับกลายเป็นเงาปกติดังเดิม

เมื่อมองผ่านกระจกตรงหน้า เขาพบว่าในบรรดาเงาทั้งเก้าของเขา เงาที่ตื่นขึ้นนั้นยังคงสั่นไหวเล็กน้อย ให้ความรู้สึกที่ไม่มั่นคง

“ต่อไป เพียงแค่ให้เงาได้กลืนกินเลือดเนื้อ มันก็จะสามารถสงบลงได้…”

ปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก สีหน้าเคร่งเครียดของเหอผิงค่อยๆ ผ่อนคลายลง เขาใช้สัมผัสวิญญาณสัมผัสได้ว่ามี ‘บางสิ่ง’ เพิ่มเข้ามาในเงาของตน เพียงแค่ใช้จิตสำนึกเชื่อมต่อสั่งการก็สามารถเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ

“การฝึกวิชาต้องห้ามนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ยิ่งฝึกฝนก็ยิ่งอันตราย เมื่อถึงขั้นหลังๆ ยิ่งเหมือนเดินบนแผ่นน้ำแข็งบาง ทว่าอานุภาพของมันก็ไม่อาจดูแคลน แม้จะครอบครองเพียงเทพแห่งเงาโย่วหวงแค่หนึ่งตน มันก็ยังมีพลังสังหารที่ไม่ธรรมดา หากเทพแห่งเงาทั้งเก้าทยอยตื่นขึ้นมาในภายหลัง การพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงก็จะยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย”

กึกกึกกึก...

ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิด เสียงแปลกประหลาดก็ดังขึ้นข้างหู นั่นเป็นเสียง ‘กึกกัก’ ที่เกิดจากการขยับข้อต่อของหุ่นไม้

เหอผิงตอบสนองอย่างรวดเร็ว สายตามองขึ้นไปด้านบน สายตาของเขาประสานเข้ากับบางสิ่งอย่างจัง มันคือใบหน้าประหลาดที่ไม่มีตา หู หรือจมูก มีเพียงแค่ปาก กำลังห้อยลงมาจากกลางอากาศ ราวกับแมงมุมรูปร่างมนุษย์ที่แขวนตัวอยู่

ไม่สิ นี่ไม่ใช่แมงมุม แต่เป็นหุ่นเชิดรูปร่างมนุษย์ หุ่นเชิดที่เหมือนกับแมงมุม

มันไม่มีใบหน้า แต่มีสี่มือสี่เท้า ซึ่งล้วนพับงอไปด้านหลัง มีเส้นด้ายเส้นหนึ่งยึดไว้ที่หน้าท้อง ห้อยหัวลงมาจากเพดาน

นี่คือ ‘หุ่นเชิดไม้ปีศาจ’ ซึ่งแตกต่างจากหุ่นเชิดวิญญาณกระดาษที่ผ่านพิธีหลอมสร้างจนสมบูรณ์แล้ว มันเป็นหุ่นเชิดกึ่งสำเร็จรูปที่เหอผิงสร้างขึ้น

“ช่วงก่อนหน้านี้ที่ต้องรับมือกับค่ายกลแพรโลหิตวิญญาณครวญในค่ายวิญญาณเร่ร่อน หุ่นกระดาษเสียหายหนัก ยังซ่อมแซมไม่เสร็จ ต่อจากนี้คงต้องนำหุ่นเชิดไม้ปีศาจเหล่านี้ออกมาใช้งานแก้ขัดไปก่อน…”

เหอผิงถอนหายใจในใจเบาๆ

หุ่นเชิดไม้ปีศาจยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังไม่อาจแสดงพลังต่อสู้ได้เต็มที่

ทว่าแม้จะเป็นเพียงของกึ่งสำเร็จรูป มันก็ยังมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา

ยามนี้ หุ่นเชิดไม้ปีศาจสี่มือสี่เท้าที่ดูเหมือนแมงมุมผสมมนุษย์ได้ขยับเข้ามาใกล้หูของเหอผิง เสียง ‘กึก’ ดังเบาๆ คางของหุ่นเชิดขยับ ปากค่อยๆ อ้าออก ราวกับกำลังกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเขา...

“ว่ากระไรนะ? หนึ่งชั่วยามก่อน เหอฝูเซิงส่งข่าวมา... เจ้าว่ากระไร... ยังมีเรื่องเช่นนี้อีกหรือ”

บนใบหน้าของเหอผิงปรากฏรอยยิ้มเย็นชาขึ้น

“เจ้าเมืองผู้นี้ช่างวางอำนาจบาตรใหญ่เสียจริง ในมือไม่มีหลักฐานแม้แต่ครึ่งส่วนก็กล้าลงมือกับตระกูลเหอของข้าแล้วรึ!”

จบบทที่ บทที่ 27 วิชาเงา

คัดลอกลิงก์แล้ว