เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 หุ่นเชิดวิญญาณกระดาษ

บทที่ 8 หุ่นเชิดวิญญาณกระดาษ

บทที่ 8 หุ่นเชิดวิญญาณกระดาษ


บทที่ 8 หุ่นเชิดวิญญาณกระดาษ

วิชาหุ่นเชิดวิญญาณกระดาษได้รับการหลอมสร้างจนสำเร็จขั้นต้นแล้ว ในมือเหอผิงมีหุ่นกระดาษทั้งหมดยี่สิบตัว สามารถใช้วิชาบงการและยังจัดตั้งค่ายกลได้ เพิ่มความอัศจรรย์ขึ้นไปอีกหลายส่วน

เวลานี้ เหอผิงยืนอยู่ข้างหุ่นกระดาษตัวหนึ่ง เขาเอื้อมมือไปตบไหล่ของมันเบาๆ

“ไป พาพวกพ้องของเจ้าไปหามเกี้ยวมาให้ข้า”

หุ่นเชิดวิญญาณกระดาษตัวนี้ทำหน้าบิดเบี้ยว ให้ความรู้สึกโศกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก มันสวมหมวกทรงสูงสีแดง ในมือหิ้วโคมไฟกระดาษดวงหนึ่ง

ภายในโคมไฟคือกลุ่มเพลิงเย็นสีเขียวมรกต นี่คือเพลิงสาปวิญญาณที่เกิดจากการดูดซับวิญญาณร้ายและหลอมรวมอารมณ์ความรู้สึก มันส่องแสงสีเขียวเรืองรองอยู่ในโคม ราวกับไฟผีตามป่าช้า สาดส่องบรรยากาศรอบด้านให้ดูเยือกเย็นน่าขนลุก

เมื่อถูกเหอผิงตบไหล่ ร่างของหุ่นกระดาษก็ไหวสั่นเล็กน้อย จากนั้นก็ขยับตัวราวกับ ‘ลอย’ ไป มุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ของเรือนปีกข้าง

ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ!

เสียงฝ่าสายลมดังขึ้น หุ่นกระดาษอีกหลายตัว ‘ลอย’ ตามหลังหุ่นหน้าเศร้าตัวนั้นออกไปนอกประตู

เหอผิงสวมเสื้อคลุมยาวสีดำที่มีหมวกคลุมศีรษะ เปิดลิ้นชักหยิบหน้ากากกระดาษอัดกาวออกมาอันหนึ่ง บนหน้ากากวาดลวดลายใบหน้าภูตผีที่ดูเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม ลายเส้นหยาบกระด้าง ราวกับภาพวาดเล่นของเด็ก

เขาเหยียดมือขวาออกไป นำหน้ากากผีใบนั้นมาสวมปิดบังใบหน้าของตนเอง

หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น เหอผิงก็เดินออกจากเรือนปีกข้าง

ลานด้านนอกเรือนนั้นกว้างขวาง สวนใหญ่โตโอ่อ่า แต่คนในตระกูลเหอกลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เพราะเหอผิงออกคำสั่งเด็ดขาดว่าห้ามใครเข้ามาในเขตเรือนนี้ยามค่ำคืน

บ่าวรับใช้ในจวนก็ไม่เข้ามาทำความสะอาดในยามปกติ จึงเห็นเพียงสวนที่รกร้างไปด้วยวัชพืช คล้ายกับมีแสงหิ่งห้อยนับร้อยนับพันบินว่อน และดูเหมือนไฟผีตามหลุมศพออันน่าสยดสยอง

ทันใดนั้น เกี้ยวสีขาวราวหิมะคันหนึ่งก็ถูกเงาร่างที่ลอยละล่องหามเข้ามาและวางลงที่หน้าประตูเรือนปีกข้างพอดิบพอดี

นี่คือเกี้ยวที่ทำจากกระดาษ

รูปทรงของเกี้ยวกระดาษนั้นดูแปลกตา ทว่าสร้างขึ้นอย่างประณีตงดงาม ถึงกระนั้น ผู้ที่ได้เห็นเกี้ยวกระดาษคันนี้เป็นครั้งแรก คงจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงของเล่นกงเต็กที่ทำจากกระดาษ

เหอผิงผู้สวมหน้ากากผีกระดาษเลิกม่านกระดาษขึ้นแล้วเข้าไปนั่งด้านใน หลังจากดึงม่านลง หุ่นเชิดวิญญาณกระดาษทั้งแปดที่ยืนขนาบซ้ายขวา แต่ละตัวถือโคมกระดาษที่จุดเทียนเพลิงสาปวิญญาณไว้ในมือ ก็ขยับเท้าก้าวไปข้างหน้า ยกเกี้ยวขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ!

หุ่นกระดาษตัวอื่นๆ ในเรือนปีกข้างก็ทยอยปรากฏตัวออกมา หุ่นที่มีสีหน้าแตกต่างกันเหล่านี้มารวมตัวกันอยู่หลังเกี้ยว ก่อเกิดเป็นขบวนแห่ที่ดูประหลาดพิสดาร

เหอผิงสูดลมหายใจเข้าลึกขณะนั่งอยู่ในเกี้ยว เขาเตรียมตัวมาอย่างดีที่สุดแล้ว เกี้ยวกระดาษและหุ่นกระดาษเหล่านี้ถือเป็นไม้ตายของเขา ยิ่งไปกว่านั้นในเกี้ยวยังซ่อนไพ่ใบสุดท้ายเอาไว้ เขาตัดสินใจว่าจะไปตามล่าหาร่องรอยของบ่าวรับใช้ผู้นั้น เพื่อขุดคุ้ยหาตัวคนของสำนักหุ่นเชิดเซียนที่บงการอยู่เบื้องหลัง

“ยกเกี้ยว ออกเดินทาง!”

ดวงตาภายใต้หน้ากากของเหอผิงฉายแววเฉยชา เขาเอ่ยคำสั่งเสียงเบา เกี้ยวกระดาษก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ไร้ร่องรอยไปจากลานเรือน เรียกได้ว่าเพียงแค่กะพริบตาก็หายวับไปแล้ว

...

ในพื้นที่ประหลาดที่มีหมอกสีเทาปกคลุม เกี้ยวกระดาษหลังใหญ่แปดตนหามกำลังเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้าราวกับเกวียนวัว

หมอกสีเทาแผ่กว้างไร้ขอบเขต มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด มีเพียงพื้นที่รอบเกี้ยวเท่านั้นที่แหวกออกเป็นช่องทางให้สัญจรได้ และเส้นทางนี้ดูเหมือนจะเป็นทางผ่านเลนเดียว

รอบเกี้ยวกระดาษรายล้อมไปด้วยฝูงหุ่นกระดาษ พวกมันต่างมีสีหน้าท่าทางแตกต่างกัน และเคลื่อนไหวอย่างน่าขนลุก สิ่งเดียวที่น่าชื่นชม คือหุ่นกระดาษเหล่านี้จงรักภักดีและทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือหนึ่งถือโคม อีกมือหนึ่งก็ช่วยกันหามเกี้ยว เคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยไม่หยุดพัก

หากมีใครมาเห็นภาพเหตุการณ์นี้เข้า คงจะรู้สึกหนาวสะท้านและหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูกเป็นแน่

เกี้ยวกระดาษนี้เป็นวิชาหนึ่งของสำนักหุ่นเชิดเซียน มีชื่อว่า ‘วิชาหุ่นกระดาษหามเกี้ยว’ เพียงแค่นั่งอยู่ในเกี้ยวก็สามารถไปมาได้ดั่งใจนึก ราวกับย่อแผ่นดินพันลี้ให้เหลือเพียงตรงหน้า

วิชานี้ไม่ได้มาจากสำนักเต๋า แต่คล้ายกับ ‘วิชาห้าภูตหามเกี้ยว’ ของพวกหมอผีพื้นบ้าน เมื่อฝึกฝนจนสำเร็จ ผู้ใช้วิชาเพียงแค่นั่งในเกี้ยวและร่ายอาคมเงียบๆ ก็จะมีภูตผีสี่ตนมาหามเกี้ยว และอีกหนึ่งตนถือธงนำทาง ไปมาได้อย่างอิสระในระยะพันลี้

เพียงแต่ วิชาห้าภูตหามเกี้ยวมันก็มีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ประการแรกคือ วิชานี้ใช้ได้เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น เพราะภูตผีส่วนใหญ่จะออกหากินได้แค่ยามวิกาล

ประการที่สอง เนื่องจากวิชาขับเคลื่อนด้วยภูตผีปีศาจ สิ่งเหล่านี้จึงทนเสียงไก่ขันหรือสุนัขเห่าไม่ได้ หากได้ยินเสียงพวกนี้ ภูตผีที่ถูกใช้งานจะทิ้งผู้ใช้วิชาหนีไปทันที

ซึ่งเล่าลือกันว่า ในอดีตมีผู้ฝึกวิชามารนอกรีตนี้สั่งให้ห้าภูตไปขโมยทรัพย์สิน แต่เพราะความโลภจึงขนของมามากเกินไป ระหว่างเดินทางกลับ ท้องฟ้าก็เริ่มสาง

ผลปรากฏว่าขากลับยังไม่ทันถึงบ้าน ก็ได้ยินเสียงไก่ขันดังกังวาน ห้าภูตที่หามเกี้ยวต่างพากันแตกตื่นหนีหาย เกี้ยวร่วงหล่นจากท้องฟ้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้คนผู้นั้นตกลงมาตาย

เมื่อเทียบกันแล้ว วิชาหุ่นกระดาษหามเกี้ยวของสำนักหุ่นเชิดเซียนมีความปลอดภัยกว่ามาก แม้หุ่นกระดาษจะคล้ายกับการขับเคลื่อนด้วยภูตผีปีศาจ แต่แท้จริงมันเป็นการสิงสถิตอยู่ในหุ่นกระดาษ มันจึงสามารถใช้งานได้แม้ในเวลากลางวัน และเพราะมีรูปร่างกายหยาบ พวกมันจึงไม่เกรงกลัวเสียงไก่ขันหรือสุนัขเห่า

ยิ่งไปกว่านั้น วิชาห้าภูตหามเกี้ยวอาศัยการเหาะเหินเดินอากาศ หากตกลงมาย่อมตายได้ง่าย แต่วิชาหุ่นกระดาษหามเกี้ยวไม่ได้ใช้การบิน แต่เป็นการเดินทางทะลุผ่าน ‘ภพยมโลก’ ซึ่งรวดเร็วกว่าและอันตรายน้อยกว่ามาก

ภพยมโลก หรือที่เรียกกันว่า มรรคาอนธการ ทางเชื่อมหยินหยาง หรือ มรรคาเร้นลับ คือโลกที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทา วิชาหุ่นกระดาษหามเกี้ยวสามารถเปิดช่องทางและเดินทางผ่านโลกแห่งนี้ได้รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ซึ่งเร็วอย่างเหลือเชื่อ

ภายในเกี้ยว เหอผิงกำลังร่ายวิชาสะกดรอยตามหาบ่าวรับใช้ชุดเขียวที่ชื่ออาจื้อ เบื้องหน้าเขามีแผนที่ผ้าไหมแผ่นหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ แสดงภูมิประเทศโดยรอบหลายร้อยลี้ โดยมีเมืองซุ่ยอันเป็นศูนย์กลาง

เขาล้วงกล่องไม้ไผ่ใบเล็กออกจากอกเสื้อ หยิบลูกข่างไม้ขนาดกะทัดรัดออกมา ดีดนิ้วเบาๆ ลูกข่างไม้ก็ตกลงบนแผนที่ผ้าไหม ราวกับไข่มุกกลิ้งบนจานหยก มันหมุนติ้วอย่างรวดเร็วส่งเสียง ‘ฟึ่บฟึ่บฟึ่บ’ จนกระทั่งหมุนวนไปรอบหนึ่งแล้วหยุดนิ่งอยู่ที่ตำแหน่งหนึ่งบนแผนที่

“มุ่งหน้าไปทางทิศนี้งั้นหรือ?”

เขาหยิบแผนที่ขึ้นมาเพ่งมองอย่างละเอียด บนแผนที่ผ้าไหมปรากฏรอยเส้นคดเคี้ยว ซึ่งเกิดจากปลายแหลมของลูกข่างที่ขีดเขียนเส้นทางไว้ขณะหมุน

นี่คือวิชาสะกดรอยของสำนักหุ่นเชิดเซียน คล้ายคลึงกับวิชาเข้าทรงทำนายของสำนักเต๋า เพียงแต่วิชาเข้าทรงเขียนทรายทั่วไปนั้น จะใช้ถาดชาดใส่ทราย ด้านบนวางคานไม้รูปตัวที ห้อยไม้แหลมไว้ที่ปลาย ปล่อยให้ไม้ขีดเขียนตัวอักษรลงบนทราย เพื่อสอบถามเรื่องราวจากภูตผีเทพยดา

แต่วิชาสะกดรอยของเหอผิงนี้ เป็นการดัดแปลงลดทอนขั้นตอนของวิชาเข้าทรง อาศัยเพียงลูกข่างและแผนที่ผ้าไหม ก็สามารถระบุเส้นทางการหลบหนีและตำแหน่งของอีกฝ่ายได้

“ดูเหมือนว่าหลังจากหนีไปที่ป่าไผ่ดำแล้ว ก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ... เดี๋ยวก่อน นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมหลังจากหนีมาถึงตรงนี้แล้ว ถึงได้วนเวียนอยู่ที่เดิมตลอด”

เหอผิงจ้องมองแผนที่ พบว่าเจ้าบ่าวรับใช้ชุดเขียวอาจื้อ ดูเหมือนกำลังเดินวนเป็นวงกลมอยู่ในพื้นที่แห่งหนึ่งไม่ยอมไปไหน

“หรือว่าจะเกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้น?”

เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เกิดลางสังหรณ์ใจไม่ดี จึงรีบสั่งการให้เกี้ยวกระดาษเร่งความเร็วขึ้นทันที

จบบทที่ บทที่ 8 หุ่นเชิดวิญญาณกระดาษ

คัดลอกลิงก์แล้ว