- หน้าแรก
- เมื่อสัตว์อัญเชิญของผม คือร่างแยกที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 46 เป้าหมายที่ชัดเจน (อ่านฟรี)
บทที่ 46 เป้าหมายที่ชัดเจน (อ่านฟรี)
บทที่ 46 เป้าหมายที่ชัดเจน (ตอนฟรี)
บทที่ 46 เป้าหมายที่ชัดเจน (ตอนฟรี)
หวังหยุนเฟยกล่าวเสริมขึ้นว่า “เพื่อเป็นการตอบแทน ฉันมีของดีบางอย่างจะมอบให้นาย ถือว่าเป็นความจริงใจที่ฉันอยากจะร่วมมือกับนายแล้วกัน”
เพื่อขจัดความกังวลบางอย่างของจูอู๋เหยียน หวังหยุนเฟยจึงสั่งการทางไกล ให้ร่างแยกนำไอเทมสองสามชิ้น ออกมาจากช่องเก็บของและส่งมอบให้กับจูอู๋เหยียนโดยตรง
เนื่องจากตัวตนพิเศษอย่างร่างแยก ที่ทำให้ได้รับรางวัลภารกิจแบบสองเท่า ส่งผลให้หลังจากที่หวังหยุนเฟยพิชิตภารกิจดันเจี้ยนก่อนหน้านี้สำเร็จ เขาจึงได้รับหนังสือสกิล【ฟันพิฆาต】มาสองเล่ม, ไอเทม【ศิลามานาสองชิ้น และไอเทม【ผู้พิพากษา】 อีกสองชิ้น
นอกจากนี้ยังมีรางวัลเหรียญทองและค่าประสบการณ์แบบสองเท่าด้วย ซึ่งค่าประสบการณ์ที่ได้มาสองส่วนนี้ จะถูกแบ่งให้กับหวังหยุนเฟยและร่างแยกอย่างเท่าๆกัน
หวังหยุนเฟยต้องการใช้หนังสือสกิลเพียงเล่มเดียวเท่านั้น เล่มที่เกินมาจึงเหมาะมากที่จะนำไปมอบให้คนอื่นเพื่อเป็นการผูกมิตร แม้ว่าการนำไปขายจะทำเงินได้ไม่น้อย แต่ตอนนี้หวังหยุนเฟยก็ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองแต่อย่างใด
ส่วน【ศิลามานา】เขาก็ต้องการใช้เพียงชิ้นเดียวเช่นกัน ชิ้นที่เหลือก็นำไปขายหรือมอบให้คนอื่นได้ มีเพียงไอเทม【ผู้พิพากษา】เท่านั้นที่เป็นของดีมาก หวังหยุนเฟยจึงตั้งใจจะเก็บไว้ใช้เองทั้งสองชิ้น
นอกจากนี้ยังมี【กุญแจหีบสมบัติทองคำ】อีกสามดอกที่เปิดได้จากแพ็กเกจมือใหม่เลเวล 10 แต่เนื่องจากหวังหยุนเฟยได้รับ【สุดยอดกุญแจสารพัดประโยชน์】มาจากเทพแห่งความจนแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจพวกนี้อีก
เมื่อรับไอเทมหลายชิ้นมาจากมือของร่างแยก จูอู๋เหยียนก็รีบตรวจสอบคุณสมบัติของพวกมันทันที ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ไอเทมพวกนี้มันดีมากเลยนะ นายให้ฉันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? ทำไมถึงเชื่อใจฉันขนาดนี้? ไม่กลัวว่าฉันจะเชิดของหนีไปรึไง?”
ยกเว้นแต่จะหนีไปที่อื่น ไม่อย่างนั้นตราบใดที่ยังอยู่ในเมืองฟงจี้แห่งนี้ หวังหยุนเฟยย่อมสามารถตามหาเขาจนเจอได้ง่ายๆ
และหากคิดจะหนีไปยังเมืองอื่น ก็จำเป็นต้องฝ่าดินแดนลึกลับ ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ข้างนอกนั่นไปให้ได้เสียก่อน
เหตุผลที่หวังหยุนเฟยเชื่อใจจูอู๋เหยียนขนาดนี้ แน่นอนว่าเป็นเพราะความรู้จักมักคุ้น ที่มีต่อจูอู๋เหยียนก่อนที่จะมาเกิดใหม่ เขารู้ดีว่าจูอู๋เหยียนไม่ใช่คนประเภทที่จะทำเรื่องแบบนั้น
นอกจากนี้หวังหยุนเฟยยังอาศัยข้อมูลที่เขาล่วงรู้มา เพื่อพิจารณาวางแผน เส้นทางการพัฒนาในอนาคตเสียใหม่
อันดับแรกคือเป้าหมายบนโลกใบนี้ คือการรีบอัพเลเวลให้ถึง 100 ให้เร็วที่สุด
ซึ่งการทำเควสในดันเจี้ยนให้สำเร็จ จะได้รับค่าประสบการณ์ที่ค่อนข้างมาก
และหวังหยุนเฟยจะมีโอกาสได้รับเควสดันเจี้ยนจำนวนมากขนาดนี้ ก็เฉพาะตอนที่ยังอยู่บนโลกในปัจจุบันเท่านั้น เมื่อเลเวลถึง 100 และเดินทางไปถึงเขตพื้นที่ดวงดาวแห่งพันธมิตรแล้ว มันจะเป็นเรื่องยากมากที่จะได้พบกับเควส ที่นำพาไปสู่พื้นที่ดันเจี้ยนได้อีก
ในแง่หนึ่งเป็นเพราะผู้คนในเขตพื้นที่ดวงดาวแห่งพันธมิตรนั้นมีจำนวนมหาศาลกว่าที่นี่มาก และอีกแง่หนึ่งคือเควสดันเจี้ยนที่เคยมีอยู่เดิม ส่วนใหญ่ล้วนถูกผู้คนตามหาจนพบและพิชิตไปจนหมดแล้ว
เว้นเสียแต่ว่าจะดวงดีสุดๆจนได้พบกับ NPC ของเควสดันเจี้ยนที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาใหม่
หากหวังหยุนเฟยต้องการสัมผัสพื้นที่ดันเจี้ยนที่แตกต่างกันและอัพเลเวลอย่างรวดเร็ว เขาก็ต้องอาศัยช่วงเวลานี้ในการเร่งทำภารกิจดันเจี้ยนให้ได้มากที่สุด
จากนั้นเมื่อเลเวลถึง 100 หวังหยุนเฟยตั้งใจจะไปทำภารกิจท้าทายเพื่อกลายเป็น ‘เจ้าแห่งดวงดาว’ ของที่นี่
การจะเปิดใช้งานเควสลับนั้นได้ มีเงื่อนไขอยู่สามประการ หนึ่งคือเลเวลต้องถึง 100 สองคือผู้ท้าทายต้องมีสถานะเป็น ‘เจ้าเมือง’ อย่างน้อย 10 แห่ง หรือก็คือต้องเป็นผู้ดูแลโซนปลอดภัยอย่างน้อย 10 โซน และสามคือหลังจากบรรลุเงื่อนไขสองข้อแรกแล้ว จะต้องกำจัดบอสบางตัวให้ได้
เมื่อบรรลุเงื่อนไขทั้งสามข้อข้างต้น จึงจะสามารถเปิดใช้งานเควสลับได้
ส่วนเนื้อหาที่เป็นรายละเอียดของเควสลับคืออะไรนั้น หวังหยุนเฟยเองก็ไม่รู้ เพราะมันเป็นแบบสุ่มทั้งหมด
ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘เจ้าแห่งดวงดาว’ เหล่านี้ ผู้คนส่วนใหญ่ในเขตดวงดาวแห่งพันธมิตรต่างก็รู้กันดี
แต่ข้อมูลพวกนี้แทบไม่มีประโยชน์สำหรับคนเหล่านั้นเลย
เพราะดวงดาวทุกดวงในเขตดวงดาวแห่งพันธมิตรล้วนมี ‘เจ้าแห่งดวงดาว’ ประจำอยู่แล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ วิธีเดียวที่จะชิงสถานะนี้มาได้ ก็คือต้องสังหารเจ้าแห่งดวงดาวคนเดิมเพื่อแย่งชิง ‘สถานะ’ นั้นมาครอง
แม้ในเขตดวงดาวแห่งพันธมิตร จะมีผู้คนมากมายที่ถูกส่งมาจากดวงดาวห่างไกลเช่นเดียวกับหวังหยุนเฟย แต่หลังจากที่พวกเขาไปถึงเขตดวงดาวแห่งพันธมิตรแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถกลับไปยัง ‘บ้านเกิด’ ของตนเองได้อีก ดังนั้นจึงไม่มีทางที่จะเป็น ‘เจ้าแห่งดวงดาว’ ของบ้านเกิดตัวเองได้
ท้ายที่สุดแล้ว สิทธิประโยชน์ของการได้เป็น ‘เจ้าแห่งดวงดาว’ นั้นมีมากมายมหาศาล
นอกจากจะสามารถแต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าเมืองของดาวดวงนั้นได้ตามใจชอบแล้ว แน่นอนว่าเขายังจะได้รับ ‘ส่วนแบ่งภาษี’ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนดวงดาวอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังได้รับสิทธิ์ในการวาร์ป กลับมายังดวงดาวจากพิกัดไหนก็ได้ในจักรวาล และสามารถวาร์ปไปมาภายในดวงดาวได้อย่างอิสระ ในขณะเดียวกัน เขาก็จะได้รับโบนัสเพิ่มพลังโจมตีและอัตราการลดทอนความเสียหายที่สูงมาก เมื่อทำการต่อสู้อยู่บนดวงดาวของตนเอง
และอีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือ หลังจากกลายเป็น ‘เจ้าแห่งดวงดาว’ ของโลกแล้ว ก็จะสามารถเคลื่อนย้ายโลกเข้าสู่เขตดวงดาวแห่งพันธมิตรได้
ท่ามกลางดวงดาวมากมายในเขตดวงดาวแห่งพันธมิตร มีดวงดาวบางดวงที่ถูกเคลื่อนย้ายมาจากที่อื่นเช่นกัน
แม้จะมีดวงดาวเพิ่มขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อที่นั่นมากนัก
ทั้งนี้เป็นเพราะพลังของ ‘พระเจ้า’
หากผู้คนในเขตดวงดาวแห่งพันธมิตรต้องการอัพเลเวลอย่างรวดเร็ว วิธีหลักคือการมุ่งหน้าไปยังสนามรบแห่งความว่างเปล่า เพื่อต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์แห่งความว่างเปล่าเหล่านั้น
สนามรบแห่งความว่างเปล่าถูกแบ่งออกเป็นสามเขตใหญ่ ได้แก่ ช่วงเลเวล 100 ถึง 400 , เลเวล 400 ถึง 700 และเลเวล 700 ถึง 1,000
และในสนามรบแห่งความว่างเปล่า มีเพียงเจ้าแห่งดวงดาวเท่านั้นที่มี ‘สิทธิ์’ ในการสร้าง ‘ฐานที่มั่น’
ผู้เล่นจะถูกส่งตัวจากดาวเคราะห์ของตน ไปยังฐานที่มั่นที่กำหนดไว้ จากนั้นจึงออกเดินทางไปยังสมรภูมิแห่งความว่างเปล่าเพื่อสำรวจ ผจญภัย และต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์แห่งความว่างเปล่า
ฐานที่มั่นเหล่านี้ใช่ว่าจะไม่มีวันถูกทำลาย
บ่อยครั้งที่จะมีฝูงมอนสเตอร์แห่งความว่างเปล่ารวมตัวกันเข้าโจมตีฐานที่มั่น หรือแม้กระทั่งเคยมีเหตุการณ์ที่พวกมอนสเตอร์แห่งความว่างเปล่า บุกยึดฐานที่มั่นและวาร์ปผ่านเข้าไปยังดวงดาวในเขตดวงดาวแห่งพันธมิตร ซึ่งเหตุการณ์นั้นได้ก่อให้เกิดมหันตภัยครั้งใหญ่ตามมา
หวังหยุนเฟยไม่เคยมีประสบการณ์ ในมหันตภัยครั้งนั้นด้วยตนเอง เขาเพียงแต่เคยได้ยินคนอื่นเล่าให้ฟังเท่านั้น
แม้การสร้างฐานที่มั่นจะมีความเสี่ยงเช่นนี้ แต่มันก็มาพร้อมกับผลประโยชน์มหาศาลเช่นกัน
สำหรับเจ้าแห่งดวงดาวแล้ว ทุกคนที่เดินทางไปยังสนามรบแห่งความว่างเปล่าผ่านฐานที่มั่นนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะได้รับค่าประสบการณ์ จากการกำจัดมอนสเตอร์แห่งความว่างเปล่าหรือทำภารกิจสนามรบด้วยวิธีใดก็ตาม เจ้าแห่งดวงดาวจะได้รับส่วนแบ่งค่าประสบการณ์หนึ่งในหมื่นจากคนเหล่านั้น
ดูเหมือนจะน้อยมาก แต่ขอเพียงมีจำนวนคนมากพอ มันก็จะกลายเป็นรายได้ค่าประสบการณ์ที่มหาศาล
แต่ดูเหมือนว่าค่าประสบการณ์ที่เจ้าแห่งดวงดาวได้รับด้วยวิธีนี้จะมีขีดจำกัดอยู่ ซึ่งสามารถช่วยให้อัพเลเวลไปได้ถึงระดับหนึ่งเท่านั้น
และการที่หวังหยุนเฟยเลือกที่จะช่วยเหลือกลุ่มของจูอู๋เหยียนในตอนนี้ เป้าหมายหนึ่งก็เพื่อเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคต
ในเขตดวงดาวแห่งพันธมิตรมีก๊กเหล่าและขั้วอำนาจอยู่มากมาย และส่วนใหญ่มักจะกีดกันคนนอก สำหรับคนที่มาจาก บ้านนอกอย่างหวังหยุนเฟย พวกเขามักจะดูถูกเหยียดหยามอยู่เสมอ
หวังหยุนเฟยไม่อยากจะ ‘บากหน้า’ ไปพยายามแทรกตัวเข้าสู่สังคมเล็กๆเหล่านั้น ในเขตดวงดาวแห่งพันธมิตรอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะสร้างขั้วอำนาจที่เป็นของตัวเองขึ้นมา
และก่อนที่หวังหยุนเฟยจะมาเกิดใหม่ ในตอนนั้นจูอู๋เหยียนหลังจากที่ไปถึงเขตดวงดาวแห่งพันธมิตรและใช้เวลาอยู่ที่นั่นสักพัก เมื่อได้พบกับสถานการณ์เหล่านั้น เขาก็เกิดความคิดแบบนี้ขึ้นมาเช่นกัน
เพียงแต่จูอู๋เหยียนไม่มี ‘อาณาเขต’ เป็นของตัวเอง การจะทำอะไรในดวงดาวของคนอื่น ย่อมถูกจำกัดจำเขี่ยไปเสียหมด
หวังหยุนเฟยไม่อยากประสบกับเรื่องราวเหล่านั้นอีกครั้ง เขาจึงตัดสินใจว่าตนเองจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อเรื่องนี้
เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนเช่นนี้ หวังหยุนเฟยก็ยิ่งมีไฟในการทำงานมากขึ้นไปอีก
...จบบทที่ 46 ~❤️