เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 เลเวล 20 (อ่านฟรี)

บทที่ 47 เลเวล 20 (อ่านฟรี)

บทที่ 47 เลเวล 20 (ตอนฟรี)


บทที่ 47 เลเวล 20

แน่นอนว่าหวังหยุนเฟยย่อมไม่บอกเรื่องเหล่านี้กับจูอู๋เหยียน สำหรับข้อสงสัยของจูอู๋เหยียนนั้น หวังหยุนเฟยเพียงแต่ตอบไปว่า “เพราะฉันหวังว่านายจะเชื่อใจฉัน ดังนั้นก่อนหน้านั้น ฉันเองก็ควรจะเริ่มเชื่อใจนายก่อน”

จูอู๋เหยียนไม่ได้ปฏิเสธอีกต่อไป เขาตอบรับไอเทมที่หวังหยุนเฟยมอบให้ “แม้จะไม่ค่อยเข้าใจความหมายของนายเท่าไหร่ แต่บอกได้เลยว่าตราบใดที่นายไม่หลอกลวงฉัน ฉันเองก็จะไม่โกหกนายเช่นกัน”

“งั้นก็เอาตามนั้น พวกนายรีบไปหาหีบสมบัติกันก่อนเถอะ”

หลังจากจบการติดต่อกับหวังหยุนเฟย จูอู๋เหยียนก็หันไปพูดกับเพื่อนร่วมทีมของเขา “เมื่อกี้ฉันได้รับของพวกนี้มาจากหวังหยุนเฟย ดูเหมือนจะเหมาะกับพวกนายพอดีเลย กัวเจียงเทียน นายเอาหนังสือสกิล【ฟันพิฆาต】ไปนะ แล้วก็ไอเทม【ศิลามานา】 ชิ้นนี้เป็นของนาย อู๋ชุนซาน”

อาชีพของทั้งสองคนนี้คือ ‘นักรบ’ และ ‘จอมเวท’ ตามลำดับ ซึ่งถือว่าเป็นตัวทำดาเมจหลักของทีม

ส่วน【กุญแจหีบสมบัติทองคำ】นั้นเขาเก็บไว้กับตัว เพราะยังไงซะเดี๋ยวก็ได้ใช้งานแล้ว

“หนังสือสกิลเหรอ? แบบไหนน่ะ?” คนที่เหลือรีบกรูเข้ามาล้อมวงทันที

จูอู๋เหยียนจึงแชร์ข้อมูล คุณสมบัติของหนังสือสกิลเล่มนี้ให้ทุกคนดู

“สกิลนี้ดูเหมือนจะเก่งเอาเรื่องเลยนะ นายบอกว่าได้มาจากหวังหยุนเฟย แต่เขาไปเอาหนังสือสกิลแบบนี้มาจากไหนกัน? แล้วทำไมเขาถึงไม่เก็บไว้ใช้เองล่ะ?”

จูอู๋เหยียนเอ่ยตัดบท “อย่าถามมากเลย ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาล่ะพวกนายเตรียมตัวให้พร้อม ต่อไปเราต้องพาสัตว์ประจำกายของหวังหยุนเฟย ไปหาบอสก่อนแล้วค่อยไปอีกที่หนึ่ง”

“โอเค”

ทางด้านอู๋ชุนซานที่ได้รับ【ศิลามานา】ไป เมื่อเห็นคุณสมบัติของมันก็ถึงกับร้องตะโกนออกมา “ให้ตายสิ! ไอเทมชิ้นนี้มันจะโกงเกินไปแล้ว!”

ค่ามานา 50,000 แต้มใน【ศิลามานา】ชิ้นนี้ถูกหวังหยุนเฟยเติมจนเต็มไว้แล้ว จึงสามารถใช้งานได้ทันที

“เกิดอะไรขึ้น?”

อู๋ชุนซานจึงแชร์คุณสมบัติของ【ศิลามานา】ให้คนอื่นดูบ้าง

“ผลของไอเทมชิ้นนี้ ทำไมมันดูเหมือนฟังก์ชันโปรโกงในบางเกมเลยล่ะ? นี่มันเท่ากับว่ามานารีเจนได้ไม่จำกัดเลยไม่ใช่เหรอ?”

“ของแบบนี้มันใช้ได้จริงๆเหรอ? ถ้าโดนแบนไอดีขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?”

“แบนไอดี? แบนไอดีอะไร? ใครจะมาแบนนาย? นายอย่าเอาเกมไปปนกับความจริงตอนนี้สิ”

“หวังหยุนเฟยเป็นใครกันแน่? ทำไมเขาถึงใจป้ำยกไอเทมเทพๆสองชิ้นนี้ ให้พวกเราง่ายๆแบบนี้? หรือว่าเขามีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง?”

“อย่าคิดฟุ้งซ่านเลย เรื่องงานสำคัญกว่า” จูอู๋เหยียนกล่าว

จากนั้นจูอู๋เหยียนก็นำทีม มุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งในป่าไม้ที่แห้งเหี่ยวต่อ

ระหว่างทางพวกมอนสเตอร์ทั่วไป ที่เดินดุ่มเข้ามามักจะถูกร่างแยกฟันตายในพริบตา

เพื่อให้คนในปาร์ตี้ของตนได้อัพเลเวลบ้าง จูอู๋เหยียนจึงจำต้องสั่งให้สัตว์อสูรประจำกายของหวังหยุนเฟย ไปจัดการพวกมอนสเตอร์ที่โผล่มาจากด้านข้างและด้านหลังแทน ส่วนทีมของพวกเขาจะรับผิดชอบจัดการพวกที่เจอจากด้านหน้า

เพียงแต่การทำแบบนี้ ทำให้ความเร็วในการเดินทางลดลงไปเล็กน้อย

เมื่อร่างแยกจัดการพวกมอนสเตอร์รอบตัวไปหลายสิบตัว ทีมของจูอู๋เหยียนนั้นเพิ่งจะจัดการไปได้แค่สิบกว่าตัวเท่านั้น

หลังจากรุกคืบเข้าไปเรื่อยๆ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดหมาย

ท่ามกลางป่าไม้ที่แห้งเหี่ยว ปรากฏพื้นที่ว่างรูปวงกลมเล็ก ๆ ที่นั่นมีโครงกระดูกสีดำตัวหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่

โครงกระดูกสีดำตัวนี้ก็คือบอส ที่พวกจูอู๋เหยียนค้นพบก่อนหน้านี้นั่นเอง

จูอู๋เหยียนรู้ดีว่าสัตว์อสูรประจำกายของหวังหยุนเฟยนั้นเก่งมาก แต่จะเก่งถึงระดับไหน เขาเองก็ยังไม่รู้และนึกภาพไม่ออกเลย

แต่ในตอนนี้ เขาจะได้เห็นมันกับตาเสียที

“นายไปจัดการโครงกระดูกสีดำนั่นสิ” จูอู๋เหยียนชี้ไปที่โครงกระดูกสีดำตัวนั้น พร้อมออกคำสั่งกับร่างแยกของหวังหยุนเฟยที่อยู่ข้างกายเขาทันที

ร่างแยกที่ได้รับคำสั่งพุ่งเข้าหาโครงกระดูกสีดำทันที

เมื่อร่างแยกเข้าใกล้ในระยะหนึ่ง โครงกระดูกสีดำที่เคยยืนนิ่งก็เริ่มมีปฏิกิริยา

พร้อมกับการเต้นรำของเปลวไฟแห่งวิญญาณในเบ้าตา รอบตัวของโครงกระดูกสีดำ เริ่มมีโครงกระดูกสีขาวจำนวนมากมุดดินออกมา

[โครงกระดูกทมิฬ] เลเวล 20 , พลังชีวิต 80,000 หน่วย

พวกโครงกระดูกสีขาวที่ถูกอัญเชิญออกมาเหล่านี้ก็มีเลเวลถึง 15

ย้อนกลับไปตอนที่ทีมของจูอู๋เหยียนพบกับบอสตัวนี้ครั้งแรก เพราะพวกเขาไม่สามารถรับมือ แม้กระทั่งฝูงโครงกระดูกสีขาวเลเวล 15 เหล่านี้ได้ จึงจำต้องตัดสินใจถอยทัพ

ทว่าฝูงโครงกระดูกสีขาวเหล่านี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับร่างแยก พวกมันกลับกลายเป็นเพียงแค่ ‘ลูกไก่ในกำมือ’

ร่างแยกเพียงแค่ตวัดดาบใส่โครงกระดูกที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างไม่ใส่ใจ โครงกระดูกสีขาวในรัศมีรอบด้านทั้งหมดก็ล้มลง

หลังจากเคลียร์พวกโครงกระดูกสีขาวได้อย่างง่ายดาย ร่างแยกก็ขยับเข้าไปประชิดตัวบอสโครงกระดูกทมิฬ

จากนั้นก็ตามด้วยลำดับสกิลคอมโบที่คุ้นเคย《วิญญาณกัดกร่อน》สองครั้ง ,《จิตกระแทก》สองครั้ง , ตามด้วย《ฟันพิฆาต》หนึ่งครั้งเพื่อควบคุมจังหวะ , จากนั้นก็ตามด้วย《เสริมพลังโจมตี》สองครั้ง และปิดท้ายด้วย《โจมตีรัวเร็ว》ชุดใหญ่

หลังจากที่【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】ของหวังหยุนเฟยเปิดใช้งานคุณสมบัติครบถ้วน จนกลายเป็นร่างสมบูรณ์ดาเมจของร่างแยกก็พุ่งสูงขึ้นอีกมหาศาล

ในตอนนี้ร่างแยกเพียงแค่ใช้《โจมตีรัวเร็ว》ก็จัดการบอสโครงกระดูกทมิฬลงได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องซ้ำดาบสองเลยด้วยซ้ำ

กระบวนการต่อสู้ทั้งหมดใช้เวลาเพียงสิบกว่าวินาทีเท่านั้น มันเป็นการโชว์เดี่ยวของร่างแยกโดยสมบูรณ์

เหล่ามอนสเตอร์ถูกร่างแยกสังหารหมู่โดยไร้ทางต่อกร ไม่มีโอกาสแม้แต่จะโจมตีใส่ร่างแยกได้เลยสักครั้ง

อย่างที่มีคำกล่าวว่า ‘การโจมตีคือการป้องกันที่ดีที่สุด’ ร่างแยกได้จัดการพวกมอนสเตอร์เหล่านี้จนเกลี้ยง ก่อนที่จะถูกโจมตีเสียอีก

เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ จูอู๋เหยียนก็รู้สึกใจสั่นด้วยความพรั่นพรึงทันที

(นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว)

จูอู๋เหยียนถึงกับคิดว่า หากร่างแยกโจมตีใส่ทีมของเขา พวกเขาก็คงจะมีชะตากรรมไม่ต่างจากมอนสเตอร์พวกนั้น ที่ถูกฆ่าในพริบตา!

โชคดีที่หวังหยุนเฟยไม่มีเจตนาร้าย ไม่อย่างนั้นเขาไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่สั่งให้ร่างแยกจัดการพวกเขาก็จบเรื่องแล้ว

นี่เป็นข้อพิสูจน์อีกทางว่า หวังหยุนเฟยไม่ได้ตั้งใจจะหลอกใช้เขาจริง [ๆ

ในขณะที่จูอู๋เหยียนและเพื่อนร่วมทีม กำลังตะลึงกับความแข็งแกร่งของร่างแยก อีกด้านหนึ่งหวังหยุนเฟยก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน

หลังจากหวังหยุนเฟยออกจากตลาดแลกเปลี่ยน เขาก็มุ่งหน้าไปหา NPC ร้านค้า เพื่อขายอุปกรณ์ขยะในช่องเก็บของออกไป

แม้จะมีค่าประสบการณ์จากการที่ร่างแยกฟาร์มมอนสเตอร์ข้างนอกส่งมาให้ แต่ตอนนี้เลเวลของหวังหยุนเฟยยังขาดอีกหมื่นกว่าแต้มถึงจะถึงเลเวล 20

หวังหยุนเฟยจึงมุ่งหน้าไปหา NPC ที่แจกเควสในเมือง เขาใช้เวลาไปชั่วโมงกว่าๆ ในการทำเควสส่งของและซื้อของสองสามเควส จนในที่สุดเลเวลก็ถึง 20 ได้สำเร็จ

หลังจากถึงเลเวล 20 นอกจากค่าสถานะพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นแล้ว หวังหยุนเฟยยังปลดล็อกสกิลใหม่ออกมาอีก 5 สกิล

《ตราประทับพลังเวทย์》: ขว้างบอลพลังเวทใส่เป้าหมายเดี่ยวเพื่อทำให้ศัตรูติดสถานะ ‘เป้าหมาย’ เป็นเวลา 10 วินาที ในช่วงเวลานี้ เป้าหมายจะได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น 20% ใช้มานา 200 แต้ม คูลดาวน์ 3 นาที

《เสริมพลังสัตว์อสูร》: สกิลติดตัว (Passive) ทุกครั้งที่ผู้อัญเชิญสัตว์อสูรใช้สกิล สัตว์อสูรประจำกายจะได้รับโบนัสเสริมพลัง เพิ่มความเสียหายต่อศัตรู 10% และลดความเสียหายที่ได้รับลง 10% เป็นเวลา 10 วินาที สามารถทับซ้อนได้สูงสุด 1 ครั้ง

《การคุ้มครองจากสัตว์อสูร》: สกิลติดตัว ตราบใดที่สัตว์อสูรประจำกายยังมีชีวิตอยู่ ผู้อัญเชิญสัตว์อสูรจะได้รับความเสียหายลดลง 10%

《สัตว์อสูรคลุ้มคลั่ง》: เพิ่มความเร็วโจมตีและความเร็วเคลื่อนที่ให้กับสัตว์อสูรประจำกาย 50% , เพิ่มความเสียหายต่อศัตรู 20% , สัตว์อสูรประจำกายได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น 20% เป็นเวลา 1 นาที ใช้มานา 200 แต้ม และจะลดพลังชีวิตของสัตว์อสูรประจำกายลง 10% คูลดาวน์ 5 นาที

《ช่วงชิงวิญญาณ》: ใช้สกิลเพื่อสร้างความเสียหายมหาศาลแก่ศัตรูทั้งหมดในระยะ 10 เมตรด้านหน้า พลังโจมตีคิดเป็น 300% ใช้มานา 300 แต้ม คูลดาวน์ 5 นาที

...จบบทที่ 47 ~❤️

จบบทที่ บทที่ 47 เลเวล 20 (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว