เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 ??? (อ่านฟรี)

บทที่ 44 ??? (อ่านฟรี)

บทที่ 44 ??? (ตอนฟรี)


บทที่ 44 ???

 

สาเหตุหลักที่หวังหยุนเฟยเกิดความคิดแบบนี้ขึ้นมา ก็เพราะเขาต้องการอัพเลเวลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการกำจัดบอสหนึ่งตัวนั้น อย่างน้อยก็เทียบเท่ากับการฆ่ามอนสเตอร์ทั่วไปนับร้อยตัว

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ขอเพียงแค่เลเวลของบอสไม่สูงกว่าร่างแยกเกิน 10 เลเวล ร่างแยกก็สามารถจัดการได้ด้วยตัวคนเดียวแบบสบายๆ หรือแม้กระทั่งการฆ่าให้ตายได้ในทันที (One-shot)

เพื่อเป็นการประหยัดเวลาของตนเอง หวังหยุนเฟยจึงนึกถึงการให้คนอื่นพาร่างแยกไปตามหาบอสแทน

ยังไงซะต่อให้ร่างแยกต้องไปตายอยู่ข้างนอก หวังหยุนเฟยก็ไม่ได้สูญเสียอะไรมากมาย เขาสามารถอัญเชิญออกมาใหม่ได้ทุกเมื่อ แถมการตายของร่างแยกก็ไม่ได้ทำให้ไอเทมที่สวมใส่หรือของในช่องเก็บของดรอปออกมาด้วย

และจูอู๋เหยียนก็คือพาร์ทเนอร์ที่หวังหยุนเฟยเลือก

เป้าหมายหลักของหวังหยุนเฟยคือค่าประสบการณ์จากบอส ส่วนอุปกรณ์ที่ดรอปจากบอสนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจเลย เขายังมีวิธีอื่นที่จะหาอุปกรณ์ที่ดีกว่านี้ได้ อีกอย่างอุปกรณ์เหล่านั้นก็เป็นได้แค่วัตถุดิบสำหรับการกลืนกินของ【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】เท่านั้น

หลังจากร่างแยกติดตามกลุ่มของจูอู๋เหยียนออกเดินทางผ่านแท่นวาร์ปไปแล้ว หวังหยุนเฟยก็มุ่งหน้าเดินเข้าไปในตลาดแลกเปลี่ยน

ในครั้งนี้นอกจากจะมาหาซื้ออุปกรณ์บางอย่างเพิ่มเติมแล้ว หวังหยุนเฟยยังตั้งใจจะลงประกาศรับซื้อไอเทมบางอย่างด้วย

มันเป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ผลิต《ยาเพิ่มประสบการณ์สองเท่า》และ《ยาคุ้มครองเทวะ》อย่าง【หัวใจแห่งพงไพร】นั้นสามารถหาเก็บรวบรวมได้จากซากของพวกสิ่งมีชีวิตธาตุที่คลุ้มคลั่ง ส่วน【แก่นแท้อมตะ】จะได้รับก็ต่อเมื่อกำจัดพวกมอนสเตอร์ประเภทอันเดดที่แข็งแกร่งเท่านั้น วัตถุดิบทั้งสองอย่างนี้ไม่สามารถหาซื้อได้จาก NPC และหวังหยุนเฟยเองก็ไม่มีเวลาพอที่จะไปตามหาด้วยตัวเอง เขาจึงตั้งใจจะลงประกาศรับซื้อในตลาดแลกเปลี่ยน เพื่อให้คนอื่นเป็นคนไปหาวัตถุดิบเหล่านี้มาให้แทน

อย่างไรเสียเมืองแห่งนี้ ก็มีประชากรมากกว่าสองล้านคน ซึ่งในจำนวนนั้นมีคนที่เลเวลถึง 10 หรือสูงกว่านั้นอยู่ไม่ต่ำกว่าสองแสนคนแล้ว

เมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแลกเปลี่ยน หน้าต่างอินเทอร์เฟซก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหวังหยุนเฟยทันที

หวังหยุนเฟยเลือกที่หัวข้อ ‘ซื้อ’ ก่อน เขาคัดกรองตามหมวดหมู่ โดยเลือกเฉพาะแหวนและเครื่องประดับที่มีคุณภาพระดับหายากขึ้นไป จากนั้นรายการอุปกรณ์ยาวเหยียดก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

ในบรรดานั้นมีอุปกรณ์เลเวล 10 ขึ้นไปอยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยชิ้น หวังหยุนเฟยคัดเลือกชิ้นที่มีคุณสมบัติค่อนข้างดีมาหลายชิ้น และจ่ายเงินไป 100,000 เหรียญทองเพื่อซื้อมันมา

จากนั้นเขาก็นำไปให้【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】กลืนกินพวกมันเข้าไปโดยตรง

หลังจากที่อุปกรณ์ทั้ง 9 ชิ้นได้รับการเติมเต็มคุณสมบัติเพิ่มเติมจนครบทั้ง 36 แถว【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】ของหวังหยุนเฟยก็ปลดล็อกคุณสมบัติเซตลำดับที่สี่ได้สำเร็จ และในตอนนี้มันได้กลายเป็น ‘ร่างสมบูรณ์’ เสียที

คุณสมบัติเซตสามลำดับแรกคือ ‘เพิ่มความเสียหายต่อศัตรู 30%’ ,  ‘ลดความเสียหายที่ได้รับ 30%’ และ ‘ลดเวลาคูลดาวน์ของสกิลทั้งหมดรวมถึงลดการใช้มานาลง 30%’

แต่คุณสมบัติเซตลำดับที่สี่นั้นร้ายกาจยิ่งกว่า

‘เพิ่มความเร็วในการโจมตีและความเร็วในการเคลื่อนที่ 100%

การโจมตีธรรมดาสามารถทะลุผ่านพลังป้องกันและเอฟเฟกต์ลดทอนความเสียหายส่วนใหญ่ได้ พร้อมทั้งเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีธรรมดาต่อศัตรูอีก 100%

เมื่อโจมตีธรรมดาโดนศัตรู จะเกิดเอฟเฟกต์กระจายความเสียหาย สร้างความเสียหายแก่ศัตรูทั้งหมดในระยะ 3 เมตรรอบเป้าหมายด้วยดาเมจที่เท่ากัน พร้อมทั้งสามารถแสดงผลเอฟเฟกต์พิเศษของการโจมตีธรรมดาที่คุณมีอยู่ได้

ทุกครั้งที่ใช้สกิล จะเพิ่มประสิทธิภาพของสกิลถัดไป (รวมถึงพลังโจมตี , ความเสียหาย , ปริมาณการรักษา , เอฟเฟกต์บัฟ ฯลฯ) ขึ้น 30% โดยเพิ่มได้สูงสุดถึง 150%

พลังใจไร้ขีดจำกัด (Mental Energy) , พลังกายไร้ขีดจำกัด (Stamina)’

โดยเฉพาะข้อสุดท้าย นั่นหมายความว่าตอนนี้หวังหยุนเฟยไม่จำเป็นต้องพักผ่อนอีกต่อไปแล้ว

หลังจากซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เสร็จ หวังหยุนเฟยลองค้นหาวัตถุดิบสองอย่างนั้นดู

แต่ก็ไม่พบ

เขาจึงทำการลงข้อมูลผ่านหน้าต่างประกาศรับซื้อแทน

..........

ในอีกด้านหนึ่งจูอู๋เหยียนได้พาร่างแยก เดินทางผ่านแท่นวาร์ปมาถึงบริเวณชายขอบเมือง

หลังจากจุดนี้ไปต้องเดินเท้าต่อเท่านั้น

เบื้องหน้าคือ ‘ดินแดนลึกลับ’ อันเป็นที่อยู่อาศัยของมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วน

เมื่อจูอู๋เหยียนเลเวลถึง 10 และมีอุปกรณ์ครบชุด เขาก็หลงคิดว่าการจัดการกับมอนสเตอร์ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องง่าย

แต่เขากลับไม่ได้คาดคิดเลย หลังจากมอนสเตอร์ภายในเมืองหายไปหมดแล้ว และเขาต้องออกมาเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ข้างนอกเมือง

และนั่นก็ทำให้พบว่าทีมของเขา ต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก

หลังจากได้ฟังสิ่งที่หวังหยุนเฟยพูด จูอู๋เหยียนเองก็ยังคงมีความสงสัยอยู่ลึกๆ

เขาไม่เชื่อจริงๆว่าสัตว์อสูรประจำกายของหวังหยุนเฟยจะเก่งกาจถึงเพียงนั้น

(สัตว์อสูรประจำกายของเขาจะเก่งกว่าพวกเราทั้งปาร์ตี้รวมกันได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้หรอกหน่า!)

หลังจากเดินผ่านเส้นทางที่รกร้าง จูอู๋เหยียนก็มาถึงชายขอบของดินแดนลึกลับ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวจางๆ

“ระวังตัวด้วย” จูอู๋เหยียนกำชับสั้นๆมือซ้ายถือโล่ มือขวากระชับดาบมือเดียว แล้วก้าวเท้าเข้าสู่ดินแดนลึกลับเป็นคนแรก

ภูมิประเทศแถบนี้เป็นป่าไม้ที่แห้งเหี่ยว ภายในป่าเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ประเภทอันเดดเดินเตร็ดเตร่อยู่ทั่วไป

บริเวณรอบนอกของป่าส่วนใหญ่จะเป็นพวกโครงกระดูก

เมื่อจูอู๋เหยียนเดินเข้าไปในป่าไม้ที่แห้งเหี่ยว ทันใดนั้นโครงกระดูกสีขาวหลายตัวก็มุดออกมาจากพื้นดินที่อ่อนนุ่ม

[โครงกระดูกสีขาว] เลเวล 10 , พลังชีวิต 3,000 หน่วย

พวกมันโผล่ออกมาทั้งหมด 6 ตัว

จูอู๋เหยียนออกคำสั่งทันที “ข่งเย่โจว ใช้《วงแหวนเงา》ดักจับพวกมันไว้ ส่วนอู๋ชุนซาน ใช้《เพลิงผลาญทุ่ง》ตามไป หลินจื่อหง ดูแลเลือดฉันให้ดี หลิวอันเล่อ ให้สัตว์อัญเชิญของนายคอยโจมตีจากด้านข้าง ซ่งหลุนสือ อย่ายิงพลาดอีกล่ะ กัวเจียงเทียน คอยคุ้มกันจากด้านข้าง โจวจื้อเกา ระวังสถานการณ์รอบๆ คอยเก็บกวาดตัวที่หลุดรอดออกมา”

อาชีพของแต่ละคนที่จูอู๋เหยียนเอ่ยถึงประกอบไปด้วย《วอร์ล็อค》《จอมเวท》《นักบวช》《ผู้อัญเชิญสัตว์อสูร》《นายพราน》 《นักรบ》และ 《มือสังหาร》

แม้ที่นี่จะเป็นป่าไม้ที่แห้งเหี่ยว แต่เวทมนตร์ธาตุไฟของจอมเวทก็ไม่สามารถทำให้ป่าแห่งนี้ลุกไหม้ขึ้นมาได้

เปลวเพลิงจะสร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์เท่านั้น โดยไม่ลามไปติดต้นไม้รอบๆ

《วงแหวนเงา》ของข่งเย่โจวพุ่งเข้าเป้าโครงกระดูกทั้ง 6 ตัวก่อนเป็นอันดับแรก มันคือวงแสงสีม่วงที่มีระยะครอบคลุมพอดีกับพวกโครงกระดูกเหล่านั้น จากนั้นมันก็เริ่มหดตัวลง บีบรัดให้พวกโครงกระดูกมากองรวมอยู่ด้วยกัน

สกิลของวอร์ล็อคท่านี้มีเอฟเฟกต์ในการจำกัดการเคลื่อนไหว , รวบมอนสเตอร์ และลดพลังป้องกัน

ระยะเวลาของ《วงแหวนเงา》นั้นไม่นานนัก เพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น มันจะหายไปหลังจากหดตัวจากระยะ 5 เมตรมาเหลือเพียง 1 เมตร

สกิลนี้ทำได้เพียงแค่จำกัดระยะการเคลื่อนที่ของมอนสเตอร์เท่านั้น พวกมอนสเตอร์ยังคงสามารถโจมตีคนข้างนอกวงได้อยู่ นอกจากนี้มอนสเตอร์บางตัวที่มีสกิลประเภทเคลื่อนย้ายพริบตา หรือสกิลบิน ก็สามารถหนีออกจากวงแหวนเงานี้ได้

《เพลิงผลาญทุ่ง》ของอู๋ชุนซานเป็นสกิลโจมตีหมู่ที่รุนแรงที่สุดที่เขามีในตอนนี้ เพียงแต่ต้องแลกกับเวลาคูลดาวน์ที่นานและการใช้มานาที่ค่อนข้างเยอะ

เปลวเพลิงสีแดงพลันพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าของพวกโครงกระดูกสีขาว สร้างความเสียหายให้กับโครงกระดูกทั้ง 6 ตัวได้ตัวละกว่า 300 หน่วยในทันที

สกิลนี้จะส่งผลต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วินาที และจะสร้างความเสียหายเพิ่มอีกวินาทีละกว่า 100 หน่วย

ในบรรดาสกิล《จอมเวท》ที่อู๋ชุนซานเชี่ยวชาญนั้น บางสกิลเป็นแบบหยิงกระสุน และไม่ใช่การล็อกเป้า ซึ่งสกิลเหล่านั้นเขาต้องกะจังหวะปล่อยให้ดี มิฉะนั้นจะพลาดเป้าได้ง่าย สกิลพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่สร้างความเสียหายสูง ความเร็วของกระสุนยังแตกต่างกัน บางลูกเร็วมาก บางลูกก็ช้ากว่า

ส่วน《เพลิงผลาญทุ่ง》นั้นไม่ใช่สกิลที่อยู่ในหมวดหมู่นี้ เมื่อใช้งานมันจะแสดงผลตรงตำแหน่งที่อู๋ชุนซานล็อกเป้าด้วยสายตาทันที โดยมีข้อจำกัดด้านระยะทาง

อู๋ชุนซานในฐานะจอมเวทอาจกล่าวได้ว่า เป็นตัวทำดาเมจ ที่สูงที่สุดในปาร์ตี้นี้เลยก็ว่าได้

หลังจากซ่งหลุนสือผู้มีอาชีพนายพรานยิงธนูใส่โครงกระดูกเหล่านั้นไปหลายดอก จูอู๋เหยียนและกัวเจียงเทียนผู้มีอาชีพนักรบก็ได้มาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกโครงกระดูกแล้ว

ในตอนนั้นเอง เอฟเฟกต์ของ 《วงแหวนเงา》 ก็กำลังจะหมดลง

จูอู๋เหยียนยกโล่ขึ้นเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกจากโครงกระดูกสีขาวเหล่านี้ แต่หลิวอันเล่อที่อยู่ข้างหลังกลับตะโกนเตือนขึ้นมาว่า “ทำไมพี่ไม่สั่งให้สัตว์อัญเชิญของหวังหยุนเฟยเข้าไปช่วยต่อสู้ที่แนวหน้าด้วยล่ะ?”

(เออ จริงด้วย)

จูอู๋เหยียนจึงรีบตะโกนสั่งร่างแยกทันที “นายมานี่! เข้าโจมตีพวกมอนสเตอร์นี่จากด้านข้างที”

เมื่อได้รับคำสั่งร่างแยกที่มีโบนัสความเร็วเคลื่อนที่สูงลิ่วก็พุ่งมาอยู่ข้างกายจูอู๋เหยียนในพริบตา จากนั้นเขาก็แค่ฟันดาบธรรมดาๆ เพียงหนึ่งครั้งเข้าใส่โครงกระดูกตัวหนึ่ง

หลังจากที่ได้ผสานกับคุณสมบัติเซตลำดับที่สี่ของ【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】จากตัวหวังหยุนเฟยแล้ว การโจมตีธรรมดาของร่างแยก ก็เกิดเอฟเฟกต์กระจายความเสียหายขึ้นมาทันที มันสร้างความเสียหายใส่โครงกระดูกทั้ง 6 ตัวพร้อมกัน และภายใต้ผลของ《เสริมพลังโจมตี》โบนัสจากคุณสมบัติเซต และโบนัสความเสียหายต่อศัตรูต่างๆ ความเสียหายจากการโจมตีธรรมดาของร่างแยกจึงพุ่งสูงถึงขีดสุด มันส่งผลให้โครงกระดูกสีขาวทั้ง 6 ตัวถูกฆ่าในพริบตาในคราวเดียว

จูอู๋เหยียนที่ตอนแรกยังคงจับจ้องมอนสเตอร์เหล่านั้นด้วยความระมัดระวัง ถึงกับตั้งตัวไม่ติดเมื่อเห็นพวกมันถูกกำจัดไปในพริบตา

ตอนนี้ในหัวของจูอู๋เหยียนมีความคิดเพียงอย่างเดียวคือ

???

(เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?)

...จบบทที่ 44 ~❤️

จบบทที่ บทที่ 44 ??? (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว