- หน้าแรก
- เมื่อสัตว์อัญเชิญของผม คือร่างแยกที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 44 ??? (อ่านฟรี)
บทที่ 44 ??? (อ่านฟรี)
บทที่ 44 ??? (ตอนฟรี)
บทที่ 44 ???
สาเหตุหลักที่หวังหยุนเฟยเกิดความคิดแบบนี้ขึ้นมา ก็เพราะเขาต้องการอัพเลเวลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากการกำจัดบอสหนึ่งตัวนั้น อย่างน้อยก็เทียบเท่ากับการฆ่ามอนสเตอร์ทั่วไปนับร้อยตัว
จากสถานการณ์ปัจจุบัน ขอเพียงแค่เลเวลของบอสไม่สูงกว่าร่างแยกเกิน 10 เลเวล ร่างแยกก็สามารถจัดการได้ด้วยตัวคนเดียวแบบสบายๆ หรือแม้กระทั่งการฆ่าให้ตายได้ในทันที (One-shot)
เพื่อเป็นการประหยัดเวลาของตนเอง หวังหยุนเฟยจึงนึกถึงการให้คนอื่นพาร่างแยกไปตามหาบอสแทน
ยังไงซะต่อให้ร่างแยกต้องไปตายอยู่ข้างนอก หวังหยุนเฟยก็ไม่ได้สูญเสียอะไรมากมาย เขาสามารถอัญเชิญออกมาใหม่ได้ทุกเมื่อ แถมการตายของร่างแยกก็ไม่ได้ทำให้ไอเทมที่สวมใส่หรือของในช่องเก็บของดรอปออกมาด้วย
และจูอู๋เหยียนก็คือพาร์ทเนอร์ที่หวังหยุนเฟยเลือก
เป้าหมายหลักของหวังหยุนเฟยคือค่าประสบการณ์จากบอส ส่วนอุปกรณ์ที่ดรอปจากบอสนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจเลย เขายังมีวิธีอื่นที่จะหาอุปกรณ์ที่ดีกว่านี้ได้ อีกอย่างอุปกรณ์เหล่านั้นก็เป็นได้แค่วัตถุดิบสำหรับการกลืนกินของ【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】เท่านั้น
หลังจากร่างแยกติดตามกลุ่มของจูอู๋เหยียนออกเดินทางผ่านแท่นวาร์ปไปแล้ว หวังหยุนเฟยก็มุ่งหน้าเดินเข้าไปในตลาดแลกเปลี่ยน
ในครั้งนี้นอกจากจะมาหาซื้ออุปกรณ์บางอย่างเพิ่มเติมแล้ว หวังหยุนเฟยยังตั้งใจจะลงประกาศรับซื้อไอเทมบางอย่างด้วย
มันเป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ผลิต《ยาเพิ่มประสบการณ์สองเท่า》และ《ยาคุ้มครองเทวะ》อย่าง【หัวใจแห่งพงไพร】นั้นสามารถหาเก็บรวบรวมได้จากซากของพวกสิ่งมีชีวิตธาตุที่คลุ้มคลั่ง ส่วน【แก่นแท้อมตะ】จะได้รับก็ต่อเมื่อกำจัดพวกมอนสเตอร์ประเภทอันเดดที่แข็งแกร่งเท่านั้น วัตถุดิบทั้งสองอย่างนี้ไม่สามารถหาซื้อได้จาก NPC และหวังหยุนเฟยเองก็ไม่มีเวลาพอที่จะไปตามหาด้วยตัวเอง เขาจึงตั้งใจจะลงประกาศรับซื้อในตลาดแลกเปลี่ยน เพื่อให้คนอื่นเป็นคนไปหาวัตถุดิบเหล่านี้มาให้แทน
อย่างไรเสียเมืองแห่งนี้ ก็มีประชากรมากกว่าสองล้านคน ซึ่งในจำนวนนั้นมีคนที่เลเวลถึง 10 หรือสูงกว่านั้นอยู่ไม่ต่ำกว่าสองแสนคนแล้ว
เมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแลกเปลี่ยน หน้าต่างอินเทอร์เฟซก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหวังหยุนเฟยทันที
หวังหยุนเฟยเลือกที่หัวข้อ ‘ซื้อ’ ก่อน เขาคัดกรองตามหมวดหมู่ โดยเลือกเฉพาะแหวนและเครื่องประดับที่มีคุณภาพระดับหายากขึ้นไป จากนั้นรายการอุปกรณ์ยาวเหยียดก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ในบรรดานั้นมีอุปกรณ์เลเวล 10 ขึ้นไปอยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยชิ้น หวังหยุนเฟยคัดเลือกชิ้นที่มีคุณสมบัติค่อนข้างดีมาหลายชิ้น และจ่ายเงินไป 100,000 เหรียญทองเพื่อซื้อมันมา
จากนั้นเขาก็นำไปให้【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】กลืนกินพวกมันเข้าไปโดยตรง
หลังจากที่อุปกรณ์ทั้ง 9 ชิ้นได้รับการเติมเต็มคุณสมบัติเพิ่มเติมจนครบทั้ง 36 แถว【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】ของหวังหยุนเฟยก็ปลดล็อกคุณสมบัติเซตลำดับที่สี่ได้สำเร็จ และในตอนนี้มันได้กลายเป็น ‘ร่างสมบูรณ์’ เสียที
คุณสมบัติเซตสามลำดับแรกคือ ‘เพิ่มความเสียหายต่อศัตรู 30%’ , ‘ลดความเสียหายที่ได้รับ 30%’ และ ‘ลดเวลาคูลดาวน์ของสกิลทั้งหมดรวมถึงลดการใช้มานาลง 30%’
แต่คุณสมบัติเซตลำดับที่สี่นั้นร้ายกาจยิ่งกว่า
‘เพิ่มความเร็วในการโจมตีและความเร็วในการเคลื่อนที่ 100%
การโจมตีธรรมดาสามารถทะลุผ่านพลังป้องกันและเอฟเฟกต์ลดทอนความเสียหายส่วนใหญ่ได้ พร้อมทั้งเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีธรรมดาต่อศัตรูอีก 100%
เมื่อโจมตีธรรมดาโดนศัตรู จะเกิดเอฟเฟกต์กระจายความเสียหาย สร้างความเสียหายแก่ศัตรูทั้งหมดในระยะ 3 เมตรรอบเป้าหมายด้วยดาเมจที่เท่ากัน พร้อมทั้งสามารถแสดงผลเอฟเฟกต์พิเศษของการโจมตีธรรมดาที่คุณมีอยู่ได้
ทุกครั้งที่ใช้สกิล จะเพิ่มประสิทธิภาพของสกิลถัดไป (รวมถึงพลังโจมตี , ความเสียหาย , ปริมาณการรักษา , เอฟเฟกต์บัฟ ฯลฯ) ขึ้น 30% โดยเพิ่มได้สูงสุดถึง 150%
พลังใจไร้ขีดจำกัด (Mental Energy) , พลังกายไร้ขีดจำกัด (Stamina)’
โดยเฉพาะข้อสุดท้าย นั่นหมายความว่าตอนนี้หวังหยุนเฟยไม่จำเป็นต้องพักผ่อนอีกต่อไปแล้ว
หลังจากซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เสร็จ หวังหยุนเฟยลองค้นหาวัตถุดิบสองอย่างนั้นดู
แต่ก็ไม่พบ
เขาจึงทำการลงข้อมูลผ่านหน้าต่างประกาศรับซื้อแทน
..........
ในอีกด้านหนึ่งจูอู๋เหยียนได้พาร่างแยก เดินทางผ่านแท่นวาร์ปมาถึงบริเวณชายขอบเมือง
หลังจากจุดนี้ไปต้องเดินเท้าต่อเท่านั้น
เบื้องหน้าคือ ‘ดินแดนลึกลับ’ อันเป็นที่อยู่อาศัยของมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วน
เมื่อจูอู๋เหยียนเลเวลถึง 10 และมีอุปกรณ์ครบชุด เขาก็หลงคิดว่าการจัดการกับมอนสเตอร์ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องง่าย
แต่เขากลับไม่ได้คาดคิดเลย หลังจากมอนสเตอร์ภายในเมืองหายไปหมดแล้ว และเขาต้องออกมาเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ข้างนอกเมือง
และนั่นก็ทำให้พบว่าทีมของเขา ต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก
หลังจากได้ฟังสิ่งที่หวังหยุนเฟยพูด จูอู๋เหยียนเองก็ยังคงมีความสงสัยอยู่ลึกๆ
เขาไม่เชื่อจริงๆว่าสัตว์อสูรประจำกายของหวังหยุนเฟยจะเก่งกาจถึงเพียงนั้น
(สัตว์อสูรประจำกายของเขาจะเก่งกว่าพวกเราทั้งปาร์ตี้รวมกันได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้หรอกหน่า!)
หลังจากเดินผ่านเส้นทางที่รกร้าง จูอู๋เหยียนก็มาถึงชายขอบของดินแดนลึกลับ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวจางๆ
“ระวังตัวด้วย” จูอู๋เหยียนกำชับสั้นๆมือซ้ายถือโล่ มือขวากระชับดาบมือเดียว แล้วก้าวเท้าเข้าสู่ดินแดนลึกลับเป็นคนแรก
ภูมิประเทศแถบนี้เป็นป่าไม้ที่แห้งเหี่ยว ภายในป่าเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ประเภทอันเดดเดินเตร็ดเตร่อยู่ทั่วไป
บริเวณรอบนอกของป่าส่วนใหญ่จะเป็นพวกโครงกระดูก
เมื่อจูอู๋เหยียนเดินเข้าไปในป่าไม้ที่แห้งเหี่ยว ทันใดนั้นโครงกระดูกสีขาวหลายตัวก็มุดออกมาจากพื้นดินที่อ่อนนุ่ม
[โครงกระดูกสีขาว] เลเวล 10 , พลังชีวิต 3,000 หน่วย
พวกมันโผล่ออกมาทั้งหมด 6 ตัว
จูอู๋เหยียนออกคำสั่งทันที “ข่งเย่โจว ใช้《วงแหวนเงา》ดักจับพวกมันไว้ ส่วนอู๋ชุนซาน ใช้《เพลิงผลาญทุ่ง》ตามไป หลินจื่อหง ดูแลเลือดฉันให้ดี หลิวอันเล่อ ให้สัตว์อัญเชิญของนายคอยโจมตีจากด้านข้าง ซ่งหลุนสือ อย่ายิงพลาดอีกล่ะ กัวเจียงเทียน คอยคุ้มกันจากด้านข้าง โจวจื้อเกา ระวังสถานการณ์รอบๆ คอยเก็บกวาดตัวที่หลุดรอดออกมา”
อาชีพของแต่ละคนที่จูอู๋เหยียนเอ่ยถึงประกอบไปด้วย《วอร์ล็อค》《จอมเวท》《นักบวช》《ผู้อัญเชิญสัตว์อสูร》《นายพราน》 《นักรบ》และ 《มือสังหาร》
แม้ที่นี่จะเป็นป่าไม้ที่แห้งเหี่ยว แต่เวทมนตร์ธาตุไฟของจอมเวทก็ไม่สามารถทำให้ป่าแห่งนี้ลุกไหม้ขึ้นมาได้
เปลวเพลิงจะสร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์เท่านั้น โดยไม่ลามไปติดต้นไม้รอบๆ
《วงแหวนเงา》ของข่งเย่โจวพุ่งเข้าเป้าโครงกระดูกทั้ง 6 ตัวก่อนเป็นอันดับแรก มันคือวงแสงสีม่วงที่มีระยะครอบคลุมพอดีกับพวกโครงกระดูกเหล่านั้น จากนั้นมันก็เริ่มหดตัวลง บีบรัดให้พวกโครงกระดูกมากองรวมอยู่ด้วยกัน
สกิลของวอร์ล็อคท่านี้มีเอฟเฟกต์ในการจำกัดการเคลื่อนไหว , รวบมอนสเตอร์ และลดพลังป้องกัน
ระยะเวลาของ《วงแหวนเงา》นั้นไม่นานนัก เพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น มันจะหายไปหลังจากหดตัวจากระยะ 5 เมตรมาเหลือเพียง 1 เมตร
สกิลนี้ทำได้เพียงแค่จำกัดระยะการเคลื่อนที่ของมอนสเตอร์เท่านั้น พวกมอนสเตอร์ยังคงสามารถโจมตีคนข้างนอกวงได้อยู่ นอกจากนี้มอนสเตอร์บางตัวที่มีสกิลประเภทเคลื่อนย้ายพริบตา หรือสกิลบิน ก็สามารถหนีออกจากวงแหวนเงานี้ได้
《เพลิงผลาญทุ่ง》ของอู๋ชุนซานเป็นสกิลโจมตีหมู่ที่รุนแรงที่สุดที่เขามีในตอนนี้ เพียงแต่ต้องแลกกับเวลาคูลดาวน์ที่นานและการใช้มานาที่ค่อนข้างเยอะ
เปลวเพลิงสีแดงพลันพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าของพวกโครงกระดูกสีขาว สร้างความเสียหายให้กับโครงกระดูกทั้ง 6 ตัวได้ตัวละกว่า 300 หน่วยในทันที
สกิลนี้จะส่งผลต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วินาที และจะสร้างความเสียหายเพิ่มอีกวินาทีละกว่า 100 หน่วย
ในบรรดาสกิล《จอมเวท》ที่อู๋ชุนซานเชี่ยวชาญนั้น บางสกิลเป็นแบบหยิงกระสุน และไม่ใช่การล็อกเป้า ซึ่งสกิลเหล่านั้นเขาต้องกะจังหวะปล่อยให้ดี มิฉะนั้นจะพลาดเป้าได้ง่าย สกิลพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่สร้างความเสียหายสูง ความเร็วของกระสุนยังแตกต่างกัน บางลูกเร็วมาก บางลูกก็ช้ากว่า
ส่วน《เพลิงผลาญทุ่ง》นั้นไม่ใช่สกิลที่อยู่ในหมวดหมู่นี้ เมื่อใช้งานมันจะแสดงผลตรงตำแหน่งที่อู๋ชุนซานล็อกเป้าด้วยสายตาทันที โดยมีข้อจำกัดด้านระยะทาง
อู๋ชุนซานในฐานะจอมเวทอาจกล่าวได้ว่า เป็นตัวทำดาเมจ ที่สูงที่สุดในปาร์ตี้นี้เลยก็ว่าได้
หลังจากซ่งหลุนสือผู้มีอาชีพนายพรานยิงธนูใส่โครงกระดูกเหล่านั้นไปหลายดอก จูอู๋เหยียนและกัวเจียงเทียนผู้มีอาชีพนักรบก็ได้มาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกโครงกระดูกแล้ว
ในตอนนั้นเอง เอฟเฟกต์ของ 《วงแหวนเงา》 ก็กำลังจะหมดลง
จูอู๋เหยียนยกโล่ขึ้นเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกจากโครงกระดูกสีขาวเหล่านี้ แต่หลิวอันเล่อที่อยู่ข้างหลังกลับตะโกนเตือนขึ้นมาว่า “ทำไมพี่ไม่สั่งให้สัตว์อัญเชิญของหวังหยุนเฟยเข้าไปช่วยต่อสู้ที่แนวหน้าด้วยล่ะ?”
(เออ จริงด้วย)
จูอู๋เหยียนจึงรีบตะโกนสั่งร่างแยกทันที “นายมานี่! เข้าโจมตีพวกมอนสเตอร์นี่จากด้านข้างที”
เมื่อได้รับคำสั่งร่างแยกที่มีโบนัสความเร็วเคลื่อนที่สูงลิ่วก็พุ่งมาอยู่ข้างกายจูอู๋เหยียนในพริบตา จากนั้นเขาก็แค่ฟันดาบธรรมดาๆ เพียงหนึ่งครั้งเข้าใส่โครงกระดูกตัวหนึ่ง
หลังจากที่ได้ผสานกับคุณสมบัติเซตลำดับที่สี่ของ【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】จากตัวหวังหยุนเฟยแล้ว การโจมตีธรรมดาของร่างแยก ก็เกิดเอฟเฟกต์กระจายความเสียหายขึ้นมาทันที มันสร้างความเสียหายใส่โครงกระดูกทั้ง 6 ตัวพร้อมกัน และภายใต้ผลของ《เสริมพลังโจมตี》โบนัสจากคุณสมบัติเซต และโบนัสความเสียหายต่อศัตรูต่างๆ ความเสียหายจากการโจมตีธรรมดาของร่างแยกจึงพุ่งสูงถึงขีดสุด มันส่งผลให้โครงกระดูกสีขาวทั้ง 6 ตัวถูกฆ่าในพริบตาในคราวเดียว
จูอู๋เหยียนที่ตอนแรกยังคงจับจ้องมอนสเตอร์เหล่านั้นด้วยความระมัดระวัง ถึงกับตั้งตัวไม่ติดเมื่อเห็นพวกมันถูกกำจัดไปในพริบตา
ตอนนี้ในหัวของจูอู๋เหยียนมีความคิดเพียงอย่างเดียวคือ
???
(เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?)
...จบบทที่ 44 ~❤️