เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 หนึ่งความคิด (อ่านฟรี)

บทที่ 43 หนึ่งความคิด (อ่านฟรี)

บทที่ 43 หนึ่งความคิด (ตอนฟรี)


บทที่ 43 หนึ่งความคิด

ปัจจุบันหวังหยุนเฟยมีเลเวล 19 แล้ว และยังขาดค่าประสบการณ์อีก 30,000 แต้มก็จะถึงเลเวล 20

ในวินาทีสุดท้ายของภารกิจก่อนหน้านี้ เพื่อที่จะจัดการเจ้าลัทธิให้เร็วที่สุด เขาจึงได้เรียกตัวร่างแยกไปที่นั่น ตอนนี้หวังหยุนเฟยจึงต้องพาร่างแยก ออกไปหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปล่อยฟาร์มมอนสเตอร์อีกครั้ง

หวังหยุนเฟยตรวจสอบข้อมูลบางอย่างภายในเมืองฟงจี้ พบว่าผู้เล่นคนอื่นๆที่เลเวลสูงที่สุดนั้นอยู่ที่เลเวล 12 เท่านั้น ซึ่งห่างชั้นกับเขามากนัก

ในขณะเดียวกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา ในฐานะเจ้าเมืองหวังหยุนเฟยยังได้รับรายได้พิเศษเป็นเงินอีก 50,000 เหรียญทอง

【เซตแห่งความรุ่งโรจน์】ของหวังหยุนเฟยขาดเพียงแค่คุณสมบัติเพิ่มเติม จากแหวนอีกสองวงและเครื่องประดับอีกหนึ่งชิ้นเท่านั้น ก็จะสามารถปลดล็อกคุณสมบัติเซตลำดับที่สี่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เขาจำเป็นต้องไปที่ตลาดแลกเปลี่ยน เพื่อหาซื้อหรือประกาศรับซื้อเอาไว้

เขาตั้งเป้าว่าจะต้องรีบไปถึงเลเวล 20 ให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะเข้าดันเจี้ยนแห่งถัดไป

เวลาที่หวังหยุนเฟยใช้ไปในดันเจี้ยน《ประตูแห่งการพิพากษา》นั้นกินเวลาเพียงสองชั่วโมงกว่าๆเท่านั้น และที่เมืองฟงจี้แห่งนี้ก็ยังคงเป็นเวลากลางคืนอยู่

ในตอนนั้นเองเขาเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้า ซึ่งนั่นคือสัญญาณเตือนจากระบบว่าเขาจำเป็นต้องพักผ่อนบ้างแล้ว

หวังหยุนเฟยจึงเลือกที่จะวาร์ปกลับไปยังบ้านพัก ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยที่ระบบมอบให้เป็นรางวัล ภายในนั้นมีเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

วันรุ่งขึ้นหลังจากได้นอนหลับเต็มอิ่ม หวังหยุนเฟยก็กลับมาสดชื่นอีกครั้ง

ภายนอกนั้นท้องฟ้าสว่างจ้าแล้ว

เมื่อหวังหยุนเฟยวาร์ปมายังบริเวณใกล้กับตลาดแลกเปลี่ยน ถนนสายนี้ก็เต็มไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา

ในระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปยังตลาดแลกเปลี่ยน หวังหยุนเฟยก็ได้พบกับกลุ่มของจูอู๋เหยียนอีกครั้ง

ในครั้งนี้รอบตัวพวกจูอู๋เหยียน ไม่มีพวกนักข่าวที่คอยถามเซ้าซี้เหล่านั้นแล้ว

ทันทีที่จูอู๋เหยียนสังเกตเห็นหวังหยุนเฟย เขาก็พาลูกทีมตรงดิ่งเข้ามาหาหวังหยุนเฟยทันที

หวังหยุนเฟยเองก็มองเห็นพวกเขาเช่นกัน จึงหยุดเดินพร้อมกับร่างแยกของเขา

จูอู๋เหยียนเอ่ยทักทาย “อรุณสวัสดิ์หวังหยุนเฟย นายกำลังจะไปทำอะไรเหรอ?”

“จะไปซื้อของที่ตลาดแลกเปลี่ยนน่ะ นายมีธุระอะไรหรือเปล่า?”

“จริงๆแล้วพวกเรามีเรื่องอยากจะรบกวน ให้นายช่วยหน่อยน่ะ”

“เรื่องอะไรล่ะ?”

“คือแบบนี้ตอนที่ฉันกับเพื่อนๆ ออกไปจัดการพวกมอนสเตอร์ทั่วไปข้างนอกเมืองเพื่ออัพเลเวล พวกเราไปเจอกับมอนสเตอร์ระดับบอสเข้าตัวหนึ่ง

หลังจากลองปะทะและหยั่งเชิงดูแล้ว ฉันพบว่าพวกเราสู้บอสนั่นไม่ได้เลยต้องถอยกลับมาก่อน

ดังนั้น...ฉันเลยหวังว่าจะขอยืมพลังของนาย ไปช่วยจัดการบอสนั่นหน่อย ส่วนของรางวัลที่ดรอปจากบอสนายเป็นคนจัดสรรได้เลย

โดยมีข้อมูลตำแหน่งของบอสนั่นเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน พวกเราขอแค่ไอเทมที่นายไม่ได้ใช้ก็พอแล้ว”

“บอสนั่นเลเวลเท่าไหร่?”

“เลเวล 20”

มิน่าล่ะ...

ถึงแม้ทีมของจูอู๋เหยียนจะเลเวล 10 กันหมดทุกคน และสวมใส่ชุดเซตเหล็กดำระดับหายากเลเวล 10 ครบชุดแล้วก็ตาม แต่การจะรับมือกับบอสเลเวล 20 นั้นยังถือว่าตึงมือเกินไป และมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดการสูญเสียสมาชิกในทีม

ซึ่งนั่นหมายถึงความตายจริงๆ...

เพื่อความปลอดภัยพวกเขาจึงไม่ได้ฝืนโจมตีต่อและเลือกที่จะล่าถอยออกมา

หลังจากนั้นจูอู๋เหยียนก็นึกถึง ‘ยอดฝีมือ’ อย่างหวังหยุนเฟยขึ้นมา จึงมาเดินวนเวียนอยู่แถวตลาดแลกเปลี่ยนอยู่พักหนึ่ง และไม่นึกเลยว่าจะได้เจอหวังหยุนเฟยเข้าจริงๆ

และในตอนนั้นเอง จากคำไหว้วานของจูอู๋เหยียน หวังหยุนเฟยพลันนึกไอเดียดีๆขึ้นมาได้

หวังหยุนเฟยจึงเอ่ยว่า “ฉันช่วยนายจัดการบอสนั่นได้ แต่ฉันมีข้อแม้ข้อหนึ่ง ของที่ดรอปจากบอสฉันยกให้นายหมดเลยก็ได้ แต่ค่าประสบการณ์จากการกำจัดบอสตัวนั้นต้องเป็นของฉันทั้งหมด

อ้ออีกอย่างฉันจะไม่ไปด้วยตัวเองหรอกนะ แต่จะให้ ‘เขา’ (ร่างแยก) ตามพวกนายไปแทน เขาคนเดียวก็จัดการพวกมอนสเตอร์พวกนั้นได้สบายๆ

พูดง่ายๆก็คือพวกนายมีหน้าที่ แค่ยืนดูอยู่ข้างๆและคอยกันท่า ไม่ให้คนอื่นมาแย่งมอนสเตอร์ก็พอ ส่วนการต่อสู้กับบอสปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาคนเดียว หลังจากจัดการบอสเสร็จ อุปกรณ์สวมใส่ที่ดรอปมา ฉันยกให้พวกนายหมดเลย ส่วนไอเทมอื่นๆนอกจากอุปกรณ์ พวกนายเก็บไว้ก่อนแล้วค่อยส่งข้อมูลคุณสมบัติมาให้ฉันดู ถ้ามีชิ้นไหนที่ฉันต้องการ ฉันจะใช้เงินหรือของอย่างอื่นแลกเปลี่ยนเอา”

“เอ่อ... เรื่องนี้…”

จูอู๋เหยียนไม่ได้คาดคิดเลยว่า หวังหยุนเฟยจะเสนอมาแบบนี้

เขากำลังพยายามครุ่นคิดว่า หวังหยุนเฟยมีจุดประสงค์อะไรแฝงอยู่กันแน่

“ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันแค่ต้องการรีบอัพเลเวลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็เลยอยากได้ค่าประสบการณ์จากการฆ่าบอสทั้งหมดน่ะ

นอกจากนี้ฉันหวังว่าจะได้ร่วมมือกับพวกนายในระยะยาว โดยให้พวกนายเป็นฝ่ายตามหาบอส ส่วนเรื่องการกำจัดบอสปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหมอนี่ (ชี้ไปที่ร่างแยก) อุปกรณ์ที่ดรอปจากบอสก็ยกให้พวกนายไป นายคิดว่ายังไงล่ะ? ฉันยังสามารถช่วยเหลือพวกนายในเรื่องอื่นๆได้อีกนะ อย่างเช่น เหรียญทอง , ยาฟื้นฟู หรือข้อมูลเควสในดันเจี้ยน อะไรพวกนี้”

จูอู๋เหยียนถามกลับ “เจ้านี่คือ ‘สัตว์อสูรประจำกาย’ ของนายใช่ไหม? คนเดียวกับที่จัดการบอสมิโนทอร์ก่อนหน้านี้หรือเปล่า? ถึงฉันจะรู้ว่าสัตว์อสูรประจำกายของนายเก่งมาก แต่ตอนนี้เขาจะสามารถโซโล่บอสเลเวล 20 ได้จริงๆน่ะเหรอ?”

“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะตอนนี้ฉันเลเวล 19 แล้ว”

“สิบ... เก้า? เลเวลสิบเก้า?!” จูอู๋เหยียนตกตะลึงทันที “นี่มันเพิ่งผ่านมานานแค่ไหนกันเอง ทำไมเลเวลนายถึงพุ่งไปเร็วขนาดนั้น?”

ตอนนี้จูอู๋เหยียนเพิ่งจะเลเวล 11 เท่านั้น

“ฉันมีวิธีของฉันน่ะ ถ้าอยากรู้ล่ะก็ มาเป็นพาร์ทเนอร์กับฉันสิ ฉันอาจจะยอมเผยข้อมูลบางอย่างให้ก็ได้นะ”

ในฐานะเจ้าเมืองของเมืองฟงจี้ หวังหยุนเฟยกุมข้อมูลของเควสทั้งหมดของ NPC ในเมืองนี้เอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นไปไม่ได้ ที่เขาจะไปทำเควสทั้งหมดด้วยตัวเอง ดังนั้นข้อมูลของเควสที่เขาไม่คิดจะทำ เขาก็สามารถบอกให้จูอู๋เหยียนรู้ได้

ส่วนจูอู๋เหยียนจะคิดมากอะไรไหม เขาก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว

และจากข้อมูลที่หวังหยุนเฟยได้รับรู้มา ก่อนที่จะกลับมาเกิดใหม่ เขารู้ดีว่าจูอู๋เหยียนไม่ใช่คนขี้ขลาดหรือพวกลอบกัดที่น่ารังเกียจ

จูอู๋เหยียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “นายมีข้อมูลอะไรเหรอ? หรือว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเควส?”

จูอู๋เหยียนนึกถึงเควสต่อเนื่อง《คำขอร้องของเสี่ยวเสี่ยว》 ที่หวังหยุนเฟยเคยบอกเขาก่อนหน้านี้

“ถึงตอนนั้นนายก็รู้เองแหละ” หวังหยุนเฟยกล่าว “เรามาแอดเฟรนด์กันไว้ก่อนเถอะ จะได้ติดต่อกันได้ตลอดเวลา จากนั้นพวกนายก็พาเขาไปหาบอสนั่นได้เลย แค่ได้เห็นเขาต่อสู้พวกนายก็จะเข้าใจเองว่า ทำไมฉันถึงพูดแบบนี้”

หลังจากเลเวล 10 ระบบการ ‘เพิ่มเพื่อน’ จะถูกเปิดใช้งาน เมื่อเพิ่มเพื่อนแล้วก็จะสามารถใช้ฟังก์ชันสื่อสารของระบบได้ ทั้งวิดีโอคอล , ข้อความเสียง หรือแชทตัวอักษร

และต่อให้อยู่ต่างมิติกัน เช่น คนหนึ่งอยู่ที่นี่ อีกคนอยู่ในดันเจี้ยน ก็ยังสามารถสื่อสารกันได้

เมื่อเห็นหวังหยุนเฟยมีความมั่นใจขนาดนั้น จูอู๋เหยียนก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น “ถ้าสัตว์อสูรประจำกายของนายเก่งขนาดนั้นจริงๆ ฉันก็ไม่เกี่ยงที่จะร่วมมือกับนายหรอก ยังไงซะฝั่งพวกเราก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่นา”

ต่อให้ต้องเสียค่าประสบการณ์จากบอสไป สำหรับกลุ่มของจูอู๋เหยียนแล้ว มันก็แค่ทำให้เลเวลอัพช้าลงหน่อยเท่านั้น และพวกเขาก็ไม่ได้มีภารกิจ อัพเลเวลเร่งด่วนเหมือนหวังหยุนเฟย

พวกจูอู๋เหยียนไม่ได้ต้องการเลเวลที่พุ่งพรวด พวกเขาเน้นความมั่นคงและความปลอดภัยมากกว่า

ดังนั้นหวังหยุนเฟยจึงสั่งให้ร่างแยก ตามกลุ่มของจูอู๋เหยียนไป และสั่งให้ร่างแยกยอมรับคำสั่งของจูอู๋เหยียนชั่วคราว

‘ผู้อัญเชิญสัตว์อสูร’ สามารถสั่งให้สัตว์อสูรประจำกายรับคำสั่งชั่วคราวจากผู้อื่นได้ เพื่อความสะดวกในการให้หัวหน้าปาร์ตี้สั่งการในขณะจัดทีม

หวังหยุนเฟยเอ่ยกับจูอู๋เหยียน “แค่พวกนายไปเจอมอนสเตอร์ก็พอ จากนั้นก็ปล่อยให้มันลุยได้เลย มันจะรู้เองว่าต้องจัดการกับมอนสเตอร์ยังไง”

ก่อนจะแยกกันหวังหยุนเฟยยังทิ้งท้ายไว้อีกประโยค “อ้อ อีกอย่างถ้าเจออุปสรรคหรือมีคนอื่นมาขัดขวาง ไม่ต้องคิดอะไรมาก ปล่อยให้ร่างแยกจัดการได้เลย”

...จบบทที่ 43 ~❤️

จบบทที่ บทที่ 43 หนึ่งความคิด (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว