เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 การต่อสู้ปะทุขึ้นในชั่วพริบตา (อ่านฟรี)

บทที่ 7 การต่อสู้ปะทุขึ้นในชั่วพริบตา (อ่านฟรี)

บทที่ 7 การต่อสู้ปะทุขึ้นในชั่วพริบตา


บทที่ 7 การต่อสู้ปะทุขึ้นในชั่วพริบตา

หวงหงหยวนรู้สึกว่าโชคดีของเขามาถึงเสียที

จริงๆแล้วเขาเป็นหัวหน้าลัทธิที่เขาสถาปนาขึ้นมาเอง เขามักคิดว่าตัวเองเป็นคนวางแผนลึกซึ้งและเชี่ยวชาญการปั่นหัวคน

ก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเกิดขึ้น เขารวบรวมสาวกไว้กลุ่มหนึ่ง และคอยแพร่แนวคิดล้างสมองประเภทว่า ‘วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง มีเพียงผู้ศรัทธาในพระเจ้าที่แท้จริงเท่านั้นที่จะรอดพ้น’

แต่ใครจะไปคิดว่าในช่วงเวลานั้นเอง ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กลับเกิดขึ้นจริงๆ

เมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวกลายเป็นสิ่งแปลกหน้า และมีเสียงของ ‘เทพเจ้า’ ดังขึ้นข้างหู หวงหงหยวนก็รีบใช้ไหวพริบพูดกับเหล่าสาวกทันทีว่า “เห็นไหม! นี่แหละคือพลังของพระเจ้าที่แท้จริง!”

หลังจากเจอเหตุการณ์ประหลาดเช่นนี้ เหล่า ‘ผู้ศรัทธา’ ต่างก็พากันเชื่อมั่นใน ‘พระเจ้าที่แท้จริง’ ที่หวงหงหยวนอ้างถึงอย่างไม่ลืมหูลืมตา และยอมทำตามคำสั่งของเขาทุกอย่าง

จากนั้นหวงหงหยวนจึงส่งคน ออกไปรวบรวมข้อมูลภายใต้ข้ออ้างบางอย่าง

แม้จะเสียคนไปบ้างจากการเผชิญหน้ากับพวกมอนสเตอร์ แต่หลังจากรวบรวมความกล้าเข้าต่อสู้ พวกเขาก็พบว่าพลังที่พระเจ้ามอบให้ ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ในขณะที่มอนสเตอร์เหล่านั้นดูอ่อนแอเหลือเกิน

ไม่นานนักคนกลุ่มนี้ก็ค้นพบ NPC ร้านค้า บริเวณตึกพักอาศัยที่พวกเขาอยู่

ท้ายที่สุดแล้วเพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ NPC คนนั้นหน้าต่างร้านค้า ก็จะเด้งขึ้นมาตรงหน้าโดยอัตโนมัติ พวกเขาไม่มีทางมองข้ามคนประหลาดคนนี้ไปได้แน่นอน

เมื่อลูกน้องนำข่าวมาแจ้ง หวงหงหยวนก็ผุดไอเดียขึ้นมาทันที

นั่นคือการยึดครอง NPC คนนี้ไว้ และไม่ยอมให้คนนอกเข้าใกล้

เพื่อตรวจสอบว่ายังมี ‘คนพิเศษ’ แบบนี้อยู่อีกหรือไม่ หวงหงหยวนจึงส่งลูกน้องออกไปสำรวจรอบๆ และจัดคนสองคนให้เฝ้าดูอยู่ใกล้ๆ NPC คนนั้น

จนกระทั่ง...ลูกน้องสองคนนั้น วิ่งกลับมารายงานเรื่องของหวังหยุนเฟย

เรื่องนี้ทำให้หวงหงหยวนโมโหมาก เขาแผดเสียงด่าว่า “ไอ้พวกสวะ! ทำไมไม่เหลือคนเอาไว้เฝ้าแถวนั้นสักคน! วิ่งกลับมากันหมดทำไม!”

ถึงจะโกรธแต่หวงหงหยวนก็รู้ดีว่า ลูกน้องพวกนี้มีปัญหาด้าน ‘สติปัญญา’ ไม่อย่างนั้นคงไม่โดนเขาหลอกได้ง่ายๆแบบนี้หรอก

แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเพราะผลกระทบจากเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นก็ตาม

เพื่อรักษา ‘บ่อเงินบ่อทอง’ ในอนาคตนี้ไว้ หวงหงหยวนจึงตัดสินใจส่งคนทั้งหมดในฐานที่มั่นออกไปเฝ้าที่นั่น

เดิมทีเขารักตัวกลัวตายและไม่อยากออกไปเสี่ยงอันตราย แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจตามลูกน้องออกไปด้วย

เหตุผลหนึ่งคือเพื่อให้ลูกน้องพาเขาไปอัพเลเวล อีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อคอยคุมคนเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

เนื่องจากอุปกรณ์สื่อสารทางไกลอย่างโทรศัพท์มือถือกลายเป็นขยะไปหมดแล้ว

ความจริงแล้ว หลังจากถึงเลเวล 10 ระบบจะเปิดใช้งาน ‘ฟังก์ชันติดต่อสื่อสาร’ แต่คนพวกนี้ยังไม่รู้

มันเหมือนกับฟังก์ชัน ‘แชทส่วนตัว’ ในเกม ที่ต้องเพิ่มเพื่อนก่อนถึงจะสื่อสารทางไกลผ่านระบบได้ ทั้งแบบเสียงและวิดีโอคอล

นอกจากนี้คนประเภทหวงหงหยวน ที่ไม่ยอมออกไปเสี่ยงอันตรายนั้นมีไม่น้อย โดยเฉพาะหลังจากมีการสร้าง ‘เซฟโซน’ ขึ้นมา หลายคนก็เลือกที่จะหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน และพึ่งพาอาชีพรองในการหาเงินเล็กๆน้อยๆมาประทังชีวิต

เมื่อหวงหงหยวนเดินทางมาถึงข้างตัว NPC ภายใต้การ ‘คุ้มกัน’ ของลูกน้อง เขาก็สั่งให้คนไปยกหินมาวางไว้ แล้วนั่งลงบนหินก้อนนั้น คอยดูพวกลูกน้องเคลียร์มอนสเตอร์รอบๆ

โชคดีที่หวงหงหยวนฉลาดพอที่จะเลือกอาชีพสายสนับสนุนอย่าง ‘พรีสต์’ (Priest) เวลาเข้าปาร์ตี้เขาไม่จำเป็นต้องสู้เอง แค่คอยฟื้นฟูพลังชีวิต (Heal) ให้ลูกน้อง เขาก็จะได้รับส่วนแบ่งค่าประสบการณ์จากการฆ่ามอนสเตอร์ด้วย

หากไม่ทำอะไรเลย ค่าประสบการณ์ที่ได้จะน้อยมาก

หวงหงหยวนค้นพบกฎข้อนี้หลังจากนั่งดูอยู่สักพัก

เพราะหลังจากที่เขาใช้สกิลฟื้นฟูพลังชีวิตให้ลูกน้องคนหนึ่ง เขาเห็นว่าค่าประสบการณ์ที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น ทำให้เขาสังเกตเห็น ‘การตั้งค่า’ ของระบบข้อนี้

ในขณะที่คนกลุ่มนี้เคลียร์มอนสเตอร์แถวนั้นจนหมดและกำลังเตรียมจะพักผ่อน หวังหยุนเฟยก็ปรากฏตัวขึ้น

เมื่อหวังหยุนเฟยเห็นคนกลุ่มนั้น ชายสองคนที่เคยเจอเขาก่อนหน้านี้ก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน

ทั้งคู่รีบเดินไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับคนที่นั่งอยู่บนก้อนหินทันที

หวังหยุนเฟยยังไม่เดินเข้าไปใกล้ เขาหยุดนิ่งและกวาดสายตานับจำนวนคน

หนึ่ง , สอง , สาม... ทั้งหมดสิบเอ็ดคน

เขาสามารถประเมินอาชีพเบื้องต้นได้จากอาวุธที่ถืออยู่ ในขณะเดียวกัน อุปกรณ์สวมใส่ของคนเหล่านี้ ยังมีไม่ครบทุกชิ้น บางคนยังใช้ของเริ่มต้นธรรมดาๆอยู่เลย เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังจัดการมอนสเตอร์ได้ไม่มากนัก จึงยังไม่มีอุปกรณ์ดีๆ และเลเวลก็ไม่น่าจะสูงเท่าไหร่

ส่วนหวังหยุนเฟย หลังจากทำเควสบางส่วนจาก NPC และฆ่ามอนสเตอร์ไปไม่น้อย ตอนนี้เขากับร่างแยกได้แตะเลเวล 7 แล้ว

ค่าสถานะของหวังหยุนเฟยในตอนนี้คือ

[เลเวล] : 7 (50/400)

[อาชีพหลัก] :《ผู้ใช้สัตว์อสูร》

[อาชีพรอง] : ไม่มี

[พลังชีวิต (HP)] : 560

[มานา (MP)] : 540

[พละกำลัง (STR)] : 10

[ความว่องไว (AGI)] : 12

[ความทนทาน (VIT)] : 10

[จิตวิญญาณ (INT)] : 9

[พลังโจมตี] : 43

[พลังป้องกัน] : 37

อาวุธในมือของหวังหยุนเฟยคือ【ขวานศึกทรงพลัง】ระดับแรร์ (สีน้ำเงิน) เลเวล 5 เขาสวมหมวกเหล็ก , ชุดเกราะหนัก , เข็มขัดหนัง และรองเท้าหนัง แถมที่นิ้วยังสวมแหวนไว้อีกวง แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูผสมปนเปไม่เข้าพวกไปบ้าง แต่อุปกรณ์เหล่านี้มอบค่าสถานะจำนวนมาก ให้กับหวังหยุนเฟยและร่างแยก เรื่องรูปลักษณ์จึงถูกมองข้ามไปได้เลย

เพราะมันเป็นอุปกรณ์แบบแยกชิ้น (Scattered set) ย่อมไม่สามารถเน้นความสวยงามได้

มีเพียงอุปกรณ์ประเภทเซต (Set Gear) เท่านั้นที่จะมีรูปลักษณ์ที่ดูดีกว่า

มอนสเตอร์ที่เขาจัดการระหว่างทางดรอปอุปกรณ์ออกมาสองสามชิ้น แต่น่าเสียดายที่มันไม่ดีเท่าของที่เขามีอยู่ เขาจึงยกสองชิ้นนั้นให้ร่างแยกสวมใส่แทน

ส่วนร่างแยกถือ【ดาบยาวเหล็กกล้า】(อาวุธมือเดียว เลเวล 5 สำหรับอาชีพนักรบ , อัศวิน , นายพราน และผู้ใช้สัตว์อสูร พลังโจมตี +12 , พละกำลัง +3) สวมชุดหนังและรองเท้าผ้า ในด้านค่าสถานะ ร่างแยกมีพลังโจมตีมากกว่าหวังหยุนเฟย 15 แต้ม แต่มีพลังป้องกันและพลังชีวิตน้อยกว่าเล็กน้อย

หลังจากประเมินความห่างชั้นของทั้งสองฝ่ายแล้ว หวังหยุนเฟยจึงเริ่มเดินตรงไปหาคนกลุ่มนั้น

เมื่อเห็นหวังหยุนเฟยหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วเดินต่อเข้ามา หวงหงหยวนที่นั่งอยู่ ก็หันไปสั่งลูกน้องข้างกายว่า “ไปขวางมันไว้ อย่าให้มันเข้ามาในรัศมีของ ‘คน’ คนนั้น บอกมันไปว่าถ้าอยากมาซื้อของที่นี่ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ”

(เราต้องโชว์พลังให้เห็นซะหน่อย ไม่อย่างนั้นพวกชาวบ้านคงไม่ยอมเชื่อฟังง่ายๆ)

เพราะในตึกพักอาศัยแถวนั้น มีคนไม่น้อยที่สังเกตเห็นเหตุการณ์จากริมระเบียงหรือหน้าต่าง

ตอนนี้พวกเขากำลังเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ เพื่อดูทิศทางลม

เมื่อลูกน้องคนนั้นเข้าไปขวางหน้าหวังหยุนเฟยตามคำสั่งของหวงหงหยวน พร้อมกับพ่นคำขู่ออกมา หวังหยุนเฟยก็ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขาใช้การกระทำแทนคำตอบทันที

【ขวานศึกทรงพลัง】สับลงบนร่างของเจ้าหมอนั่นอย่างแรง

ดูเหมือนเพราะอาชีพที่เลือกจะเป็น ‘แอสซาสซิน’ (Assassin) เจ้าหมอนั่นที่ถือมีดสั้นจึงมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่ค่อนข้างเร็ว ทำให้ไม่โดนจามเข้าที่หัวตรงๆ

การโจมตีธรรมดาครั้งนี้ของหวังหยุนเฟยสร้างความเสียหายได้ 55 แต้ม พร้อมกันนั้น เลเวลและแถบพลังชีวิตของเหยื่อรายนี้ก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น

เลเวล 1 , พลังชีวิต 105/160

...จบบทที่ 7 ~❤️

จบบทที่ บทที่ 7 การต่อสู้ปะทุขึ้นในชั่วพริบตา (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว