- หน้าแรก
- เมื่อสัตว์อัญเชิญของผม คือร่างแยกที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 6 ร่างแยกที่ถูกมองว่าเป็น “ผู้เล่น” (อ่านฟรี)
บทที่ 6 ร่างแยกที่ถูกมองว่าเป็น “ผู้เล่น” (อ่านฟรี)
บทที่ 6 ร่างแยกที่ถูกมองว่าเป็น “ผู้เล่น”
บทที่ 6 ร่างแยกที่ถูกมองว่าเป็น “ผู้เล่น”
“โอ้? วิธีหาเงินเหรอ? พวกคุณคิดจะทำอะไรล่ะ?” หวังหยุนเฟยแสร้งถามกลับทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
ชายคนนั้นคิดว่าแผนการนี้เริ่มมีความหวัง จึงรีบพูดต่อทันที “นายก็เห็นเจ้าหมอนี่แล้วใช่ไหมล่ะ? ในเมื่อโลกนี้กลายเป็นเกมไปแล้ว สถานที่ที่เป็นเหมือนร้านค้าแบบนี้ ต้องกลายเป็นที่ต้องการมากแน่ๆ จะดีกว่าไหมถ้าพวกเรายึดครองที่นี่ไว้ แล้วคอยเก็บ ‘ค่าธรรมเนียม’ จากคนอื่นที่มาใช้บริการ แบบนี้พวกเราก็จะหาเงินได้มหาศาลเลยไม่ใช่เหรอ?”
หวังหยุนเฟยย้อนถาม “แล้วถ้าที่อื่นก็มีร้านค้า แบบนี้เหมือนกันล่ะ?”
“พวกเราส่งคนอื่นไปสำรวจรอบๆหมู่บ้านแล้ว อีกไม่นานก็น่าจะได้เรื่อง”
“อ้อ ที่แท้ก็ไม่ได้มีแค่พวกคุณสองคนหรอกเหรอ? แล้วพวกคุณมีกันทั้งหมดกี่คนล่ะ?”
“ถ้านายตกลงเข้าร่วมกับพวกเรา เดี๋ยวนายก็รู้เองนั่นแหละ”
หวังหยุนเฟยพูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง “โลกเพิ่งจะกลายเป็นแบบนี้ได้ไม่ทันไร พวกคุณก็คิดจะทำเรื่องแบบนี้ซะแล้ว เมื่อก่อนทำงานอะไรกันเหรอ? ถึงได้มีกลุ่ม ‘เพื่อนฝูง’ ที่มีความคิด ‘สร้างสรรค์’ มารวมตัวกันทำเรื่อง ‘ชั่วๆ’ แบบนี้ได้”
“ไม่จำเป็นต้องบอกนาย” สีหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนเป็นเย็นชาลงทันที น้ำเสียงก็เริ่มไม่เป็นมิตร
“หรือว่าเมื่อก่อนพวกคุณจะเป็นแก๊งมาเฟีย ลัทธิประหลาด หรือพวกแชร์ลูกโซ่ นี่มันปี 2022 แล้วนะ พวกสวะแบบนั้นยังมีตัวตนอยู่อีกเหรอเนี่ย? แถมยังมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับพวกเราอีก”
ชายคนนั้นเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล แม้เขาจะคิดอยากจะจัดการหวังหยุนเฟยให้ยอมจำนน แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน หวังหยุนเฟยก็ดูไม่เหมือนคนที่จะเคี้ยวได้ง่ายๆเลย
หวังหยุนเฟยซ่อนข้อมูลสถานะของตัวเองไว้ ทำให้คนนอกไม่สามารถมองเห็นระดับเลเวลหรือค่าสถานะของเขาได้
หากมีการโจมตีหวังหยุนเฟยเกิดขึ้น เมื่อนั้นเลเวลและแถบพลังชีวิตของเขาถึงจะปรากฏให้เห็น
แต่เห็นได้ชัดว่าชายสองคนตรงหน้าไม่พร้อมจะเสี่ยง
“ไม่ใช่เรื่องของนาย! ถ้านายไม่อยากเข้าร่วมก็อย่ามาสอด!”
พูดจบชายทั้งสองก็ล้มเลิกความคิดที่จะดึงหวังหยุนเฟยเข้าพวก พวกเขารีบผละจากไปและเดินเข้าไปในตึกที่พักอาศัยข้างๆทันที
หวังหยุนเฟยยักไหล่ด้วยท่าทางไม่แยแส
หากเจ้าพวกนี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เขาก็ไม่เกรงใจที่จะจัดการพวกมันทิ้งซะตอนนี้เลย
อย่างไรก็ตามในเมื่อพวกมันยอมถอยไปเอง หวังหยุนเฟยก็ไม่มีความจำเป็นต้องตามไป
การฆ่าผู้เล่นคนอื่นไม่ทำให้ได้รับค่าประสบการณ์ (EXP)
ทว่าเมื่อผู้เล่นตายไปพวกเขาจะตายจริงๆ พร้อมกับไอเทมในช่องเก็บของและอุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่จะถูกดรอปออกมาทั้งหมด
แต่ในระยะเริ่มต้นแบบนี้ พื้นฐานแล้วทุกคนยังไม่มีของดีๆติดตัวกันหรอก
สำหรับหวังหยุนเฟย เป้าหมายเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการอัพเลเวลให้ถึง 10
ประสบการณ์ในเกมนี้ช่วงก่อนเลเวล 10 และหลังเลเวล 10 นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
พวกมอนสเตอร์ช่วงก่อนเลเวล 10 นั้นจัดการได้ง่ายมาก แถมยังมี ‘อัตราการดรอป’ ที่สูงลิ่ว นั่นคือเหตุผลที่หวังหยุนเฟยดรอปอุปกรณ์ออกมาได้ง่ายขนาดนั้น
แต่เมื่อถึงเลเวล 10 นอกจากค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้จะเพิ่มขึ้นมหาศาลแล้ว มอนสเตอร์เลเวล 10 ขึ้นไปจะมีพลังชีวิต พลังโจมตี และพลังป้องกันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และการฆ่ามอนสเตอร์ทั่วไปแทบจะไม่มีโอกาสดรอปอุปกรณ์อีกเลย
ถึงจะเป็นอย่างนั้น หวังหยุนเฟยก็ต้องเร่งไปให้ถึงเลเวล 10 โดยเร็วที่สุด
เพราะหลังจากเลเวล 10 เขาจะได้สกิลใหม่ๆ หลายสกิล และสามารถไปทำ ‘เควสลับเพียงหนึ่งเดียว’ (Unique Quest) นั้นได้ ซึ่งจะเป็นรากฐานความแข็งแกร่งในช่วงเริ่มต้นสำหรับการออกไปสำรวจโลกภายนอก
นอกจากนี้ช่องว่างระหว่างเลเวล 100 ก่อนและหลังก็ยิ่งใหญ่มากเช่นกัน แต่ตอนนี้ขอยังไม่กล่าวถึง
หลังจากซื้อของจากร้านค้าเสร็จ หวังหยุนเฟยก็เริ่มออกตามหา NPC คนอื่นๆที่เหลือในหมู่บ้านต่อ
NPC เหล่านี้บางคนก็ยืนนิ่งอยู่ริมทาง บางคนก็เหม่อลอยอยู่ในห้องว่างๆบนตึก
ในตอนแรก NPC พวกนี้ไม่ยอมสนใจหวังหยุนเฟยเลย
แต่พอหวังหยุนเฟยบอกจุดประสงค์ไปว่า พ่อของเสี่ยวเสี่ยวเป็นคนแนะนำมา พวกเขาก็เปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังและมอบ เควสใหม่ให้กับเขาทันที
มีทั้งเควสไปซื้อเหล้าไม่กี่ขวด หาอาหารมาให้ รวบรวมวัตถุดิบบางอย่าง ไปจนถึงกำจัดมอนสเตอร์ตามจำนวนที่กำหนด...
ทว่าเมื่อหวังหยุนเฟยนำของที่รวบรวมได้มาส่งให้ NPC กลับพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “อีกคนหนึ่งก็ต้องส่งของให้ข้าเหมือนกัน เว้นแต่ว่าเขาจะไม่ต้องการรางวัลแล้ว”
สิ่งที่ NPC คนนั้นชี้ไปก็คือ ร่างแยกของหวังหยุนเฟย
นั่นทำให้หวังหยุนเฟยรู้สึกประหลาดใจ “คุณหมายความว่า... ถ้าผมส่งวัตถุดิบให้คุณสองชุด คุณก็จะให้รางวัลผมสองเท่าอย่างนั้นเหรอ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ในเมื่อพวกเจ้ามาทำภารกิจด้วยกันนี่นา”
หวังหยุนเฟยลองหยั่งเชิงถามดู “ถ้าผมส่งวัตถุดิบให้คุณมากกว่านี้ คุณจะให้รางวัลพิเศษเพิ่มอีกได้ไหม?”
“ไม่ได้ ให้ได้แค่เฉพาะสำหรับพวกเจ้าสองคนเท่านั้น”
“ตกลงครับรบกวนรอสักครู่ เดี๋ยวผมจะไปหาวัตถุดิบมาเพิ่ม”
เมื่อหวังหยุนเฟยไปคุยกับ NPC คนอื่นๆ ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนกันหมด
เขาเพิ่งจะค้นพบว่า ที่แท้ร่างแยกของเขาถูกพวก NPC มองว่าเป็น ‘ผู้เล่น’ อีกคนหนึ่ง และตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในสถานะ ปาร์ตี้เดียวกัน
และตอนที่ทำเควส《การขอความช่วยเหลือของเสี่ยวเสี่ยว》สำเร็จ รางวัลค่าประสบการณ์ 200 Exp นั้นไม่ได้ถูกหารแบ่งระหว่างเขากับร่างแยก แต่ทั้งคู่ต่างได้รับไปคนละ 200 เต็มๆ ดูเหมือนว่าในระบบเองก็ตัดสินให้ร่างแยกเป็นผู้เล่นเช่นกัน
นั่นหมายความว่า ร่างแยกมีสถานะควบทั้ง ‘ผู้เล่น’ และ ‘สัตว์อสูรประจำตัว’ ในเวลาเดียวกัน
นี่มันจะไม่โกงเกินไปหน่อยเหรอ...
การทำเควสแบบปาร์ตี้ สมาชิกแต่ละคนจะได้รับรางวัลตามส่วนของตนเอง
แต่รางวัลประเภทสิ่งของที่ได้รับหลังจากจบเควสนั้น โดยพื้นฐานจะเป็นไอเทม ‘ผูกมัดบุคคล’ และ ‘ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้’
นั่นคือสามารถใช้ได้แค่ตัวเองเท่านั้น ไม่สามารถส่งต่อให้คนอื่นได้
ความคิดที่ว่า ‘จะพาคนเข้าปาร์ตี้เยอะๆ เพื่อเอาของรางวัลหลายชิ้นแล้วค่อยชิงมาทีหลัง’ จึงทำได้ยาก ยกเว้นแต่จะฆ่าเพื่อนร่วมทีมทิ้งซะ หรือต้องใช้วิธีเปลี่ยนไอเทมเหล่านั้นให้อยู่ใน ‘รูปแบบอื่น’ เพื่อแลกเปลี่ยน
เพราะทองที่ผูกมัดบุคคลยังสามารถใช้ซื้อของได้ ส่วนอุปกรณ์ที่แลกเปลี่ยนไม่ได้ก็ยังเอาไปย่อยด้วยอาชีพรองหรือขายให้ NPC ได้
แม้จะมีวิธีหาประโยชน์แบบนี้ แต่หวังหยุนเฟยไม่อยากเสียเวลาทำเรื่องพรรค์นั้น เอาเวลาและเรี่ยวแรงไปล่าบอส ลงดันเจี้ยน หรือทำเควสยังจะคุ้มค่ากว่า
ตอนนั้นเองหวังหยุนเฟยก็นึกเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
ตามข้อมูลที่เขาได้รับรู้ในช่วงหลายปีก่อนจะเกิดใหม่ อาชีพ《ผู้ใช้สัตว์อสูร》ที่ปลุกพลัง ‘สัตว์อสูรประจำตัว’ ขึ้นมานั้น จริงๆแล้วมันคือส่วนหนึ่งของ ‘จิตวิญญาณ’ ของผู้เล่น ซึ่งจะแสดงผลออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ตามคุณลักษณะของจิตวิญญาณนั้นๆ
การเกิดใหม่ของหวังหยุนเฟยดูเหมือนจะเป็นการ ‘ย้อนวิญญาณ’ ซึ่งหมายความว่าหลังจากที่เขาเกิดใหม่ เขาก็มีจิตวิญญาณที่เหมือนกันสองดวง ผสานรวมเข้ากับจิตสำนึกอย่างสมบูรณ์
สิ่งนี้ทำให้ ‘มวลจิตวิญญาณ’ ของหวังหยุนเฟยมีมากกว่าคนทั่วไปถึง ‘หนึ่งส่วน’
และเมื่อเขาเลือกอาชีพ《ผู้ใช้สัตว์อสูร》จิตวิญญาณส่วนที่เกินมานี้จึงถูกแยกออกมา จนกลายเป็นร่างแยกในตอนนี้
แม้ร่างแยกนี้จะไม่มี ‘จิตสำนึกเป็นของตัวเอง’ แต่กลับสืบทอดสัญชาตญาณการต่อสู้ของหวังหยุนเฟยมาอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้เพราะมวลจิตวิญญาณของร่างแยกมีขนาดใกล้เคียงกับมนุษย์ปกติ ระบบ และเหล่า NPC จึงประมวลผลให้มันกลายเป็นผู้เล่นอีกคนหนึ่งไปโดยปริยาย
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาของหวังหยุนเฟยเท่านั้น สาเหตุที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรเขาก็ไม่อาจทราบได้
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องดีสำหรับหวังหยุนเฟยอย่างยิ่ง
การได้รับรางวัลเควสสองเท่าเนี่ย มันช่างสะใจจริงๆ!
ก่อนหน้านี้ตอนจบเควสของเสี่ยวเสี่ยว รางวัลเหรียญทองทั้งสองส่วนก็ถูกส่งมอบให้กับหวังหยุนเฟยโดยตรง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่ารางวัลจาก NPC ส่วนใหญ่จะตกมาอยู่ในมือเขาคนเดียว ไม่ต้องกังวลเรื่อง ไอเทมผูกมัด หรือการที่แลกเปลี่ยนไม่ได้อีกต่อไป
หวังหยุนเฟยเดินทางกลับไปยังจุดที่ NPC ร้านค้าอยู่ด้วยความเบิกบานใจ ระหว่างทางเขาก็แวะเก็บมอนสเตอร์ตามเควสที่รับมาไปด้วย
ในที่สุดเขาก็กลับมาถึงที่ตั้งของร้านค้าอีกครั้ง
ทว่าเมื่อหวังหยุนเฟยมาถึง เขากลับพบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งยืนรุมล้อม NPC คนนั้นอยู่
และในกลุ่มคนเหล่านั้น ก็มีชายสองคนที่เขาเพิ่งจะเจอไปเมื่อครู่รวมอยู่ด้วย
ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มของหวังหยุนเฟย พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที
...จบบทที่ 6 ~❤️