- หน้าแรก
- เมื่อสัตว์อัญเชิญของผม คือร่างแยกที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 8 บดขยี้ (อ่านฟรี)
บทที่ 8 บดขยี้ (อ่านฟรี)
บทที่ 8 บดขยี้
บทที่ 8 บดขยี้
หวงหงหยวนรู้สึกกดดันอย่างหนัก
เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้
หลังจากที่หวังหยุนเฟยโจมตีสมาชิกในปาร์ตี้ เลเวลและแถบพลังชีวิตของเขาก็แสดงออกมาให้เห็นชัดเจน
เลเวล 7
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้เพิ่งเกิดขึ้นได้นานแค่ไหนกัน? ถึงสี่ชั่วโมงหรือเปล่าก็ไม่รู้? ให้ตายเถอะ! เจ้าหมอนี่อัพเลเวลได้ไวขนาดนี้ได้อย่างไร?!
ในกลุ่มของหวงหงหยวน คนที่มีเลเวลสูงที่สุดเพิ่งจะแตะเลเวล 3 เท่านั้นเอง
แถมสิ่งที่ยืนอยู่ข้างกายหมอนั่นคืออะไร? ดูเหมือนมนุษย์แต่ก็ไม่ใช่...
ไม่ๆๆประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น!
คนปกติที่ไหนเขาจะลงมือฆ่าแกงกันทันทีที่พูดไม่เข้าหูแบบนี้!
โลกเปลี่ยนไปกะทันหันขนาดนี้ คนปกติควรจะต้องมีช่วงเวลาปรับตัวบ้างไม่ใช่เหรอ? ทำไมเจ้าหมอนี่ถึงทำตัวเหมือนเข้าสู่สภาวะสงครามได้อย่างเป็นธรรมชาติขนาดนี้?
หรือว่าจะเป็นพวก ‘วัยรุ่นติดเกม’ ที่แยกแยะความจริงกับโลกเสมือนไม่ออกไปแล้ว?
หวงหงหยวนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าศาสตราจารย์หยาง ไอดอลของเขาอยู่ที่นี่ล่ะก็ คงจะช่วยสั่งสอนเจ้าเด็กนี่ได้แน่ๆ
ตอนนี้ควรทำอย่างไรดี?
จะยอมถอยไปตั้งหลักก่อนดีไหม?
ไม่ได้! ถ้าทำแบบนั้นศักดิ์ศรีของลัทธิได้ป่นปี้หมดพอดี!
ก็แค่เลเวลสูงกว่านิดหน่อยไม่ใช่เหรอ? ฝ่ายเรามีคนตั้งเยอะขนาดนี้ จะรุมสู้เจ้าหมอนี่คนเดียวไม่ได้เชียวหรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้นหวงหงหยวนก็สั่งลูกน้องข้างกายทันที “พระเจ้าที่แท้จริง บัญชาให้พวกเราบุกเข้าไปพร้อมกัน ฆ่าเจ้าคนที่ถูกปีศาจล่อลวงคนนั้นซะ!”
สิ้นคำสั่งนอกจากหวงหงหยวนและลูกน้องอีกสองสามคน ที่เลือกอาชีพโจมตีระยะไกล ซึ่งยังปักหลักอยู่ที่เดิมแล้ว พวกลูกน้องสายอาชีพระยะประชิดที่เหลือ ก็กรูกันเข้าไปหาหวังหยุนเฟยอย่างบ้าคลั่ง
ทางด้านหวังหยุนเฟย หลังจากโจมตีแอสซาสซินคนนั้นไปหนึ่งครั้งเขาก็ไม่ได้โจมตีซ้ำทันที ปล่อยให้เจ้าหมอนั่นหนีกลับไปหากลุ่มเพื่อนด้วยความตื่นตระหนก
อย่างไรก็ตาม พวกมันรีบตั้งขบวนแล้วพุ่งกลับมาใหม่ด้วยท่าทางดุดันและคุกคาม
แต่น่าเสียดาย ในสายตาของหวังหยุนเฟย...
(เจ้าพวกนี้สมองนิ่มหรือเปล่า? ไม่เห็นความต่างชั้นของเลเวลกับพลังชีวิตหรือไง? ยังกล้าเข้ามาโจมตีอีกเหรอ? คิดว่าอาศัยพวกมากแล้วจะจัดการฉันได้งั้นสิ?)
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หวังหยุนเฟยก็ไม่คิดจะปรานี
ในช่วงหลายปีก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมา จำนวนมอนสเตอร์และมนุษย์ที่เขาเคยฆ่านั้นมากจนนับไม่ถ้วน สำหรับเรื่องพรรค์นี้ เขาชินชาจนเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
จังหวะนั้นเองแอสซาสซินสองคน เลเวล 1 และเลเวล 2 ก็พุ่งเข้ามาถึงตัวหวังหยุนเฟยเป็นกลุ่มแรก พวกเขากำมีดสั้นในมือแน่นแล้วแทงเข้าใส่หวังหยุนเฟยทันที
ร่างแยกที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกายหวังหยุนเฟย ได้รับคำสั่งผ่านจิตสำนึก ก็เริ่มเปิดฉากโจมตีเช่นกัน!
ร่างแยกที่มีพลังโจมตีเกือบ 60 แต้ม ใช้สกิล【สัตว์อสูรจู่โจม】ซึ่งได้รับการเสริมพลังด้วยโบนัสพลังโจมตีเพิ่มอีก 130% (บวกโบนัสจาก【ขวานศึกทรงพลัง】อีก 20%) ผสมกับความต่างของเลเวลที่ช่วยเพิ่มความเสียหายเล็กน้อย ขวานในมือสับเข้าที่หัวของแอสซาสซินเลเวล 2 สองครั้งซ้อน ปิดฉากพลังชีวิต 210 หน่วย ให้กลายเป็นศูนย์ในพริบตา ร่างนั้นกลายเป็นศพที่เย็นชากองอยู่บนพื้นทันที
แม้แอสซาสซินเลเวล 2 คนนั้นจะฝากรอยแผลไว้บนตัวหวังหยุนเฟยก่อนตาย เพราะหวังหยุนเฟยจงใจไม่หลบ แต่มันก็สร้างความเสียหายได้เพียง 10 หน่วยเท่านั้น สำหรับคนที่มีพลังชีวิตมากกว่า 500 หน่วยอย่างเขา ความเสียหายเพียงเท่านี้ถือว่าขี้ผงมาก
สาเหตุหลักเป็นเพราะอุปกรณ์ของแอสซาสซินคนนี้มันขยะเกินไป เขายังใช้มีดสั้นเลเวล 0 ระดับทั่วไป (สีขาว) ที่ระบบแจกให้ตอนเริ่มเกมอยู่เลย คาดว่าพลังโจมตีคงจะมีแค่สิบกว่าแต้ม เมื่อต้องเจอกับการกดดันด้านเลเวลและพลังป้องกันที่สูงลิ่วของหวังหยุนเฟย จึงไม่แปลกที่จะทำอะไรไม่ได้เลย
(หมอนี่อัพถึงเลเวล 2 ได้ยังไง? ทั้งที่มีแต่ไอเทมเน่าๆ เต็มตัวแบบนี้)
ความแข็งแกร่งของร่างแยกทำเอาคนกลุ่มนั้นถึงกับขวัญผวา
เพื่อนร่วมทีมถูกฆ่าตายในพริบตาต่อหน้าต่อตา ทำให้ความฮึกเหิมที่เคยมีหายวับไป เปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่
พวกเขารีบหันกลับไปมองหวงหงหยวนเพื่อรอคำสั่ง
แต่ร่างแยกของหวังหยุนเฟยจะไม่หยุดมือ ตราบใดที่หวังหยุนเฟยยังไม่สั่งให้หยุด เขาจะทำตาม ‘คำสั่งโจมตี’ ต่อไปจนกว่าศัตรูจะถูกกวาดล้างทั้งหมด
แอสซาสซินเลเวล 1 อีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กำลังอึ้งกับความตายของเพื่อนร่วมทีม หวังหยุนเฟยและร่างแยกก็ระดมการโจมตีธรรมดาเข้าใส่พร้อมกัน
เจ้าหมอนี่ที่เคยโดนหวังหยุนเฟยฟันไปก่อนหน้าจนเลือดลดลงไปบ้างแล้ว เมื่อโดนประสานงานเข้าให้ก็ทนไม่ไหว เดินตามรอยเพื่อนกลายเป็นศพไปอีกคน
จากนั้นหวังหยุนเฟยและร่างแยกก็เริ่มย่างสามขุมเข้าหาศัตรูที่เหลือ
ทว่าทุกครั้งที่หวังหยุนเฟยและร่างแยกก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พวกลูกน้องสายประชิดทั้งห้าคนบนทางเดินก็พากันถอยกรูไปข้างหลังหนึ่งก้าว
เมื่อเห็นท่าไม่ดีหวงหงหยวนก็อยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป
ฝีมือของศัตรูเหนือชั้นกว่าที่เขาคาดไว้มาก ตอนนี้ต้องยอมอ่อนข้อให้ก่อน
แม้การทำแบบนี้อาจจะทำให้ความศรัทธาของลูกน้องสั่นคลอน แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว...
ถ้ายังดันทุรังหัวแข็งต่อไป ผลลัพธ์คือตัวเขาเองนั่นแหละที่จะต้องตายอยู่ที่นี่
ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่หวงหงหยวนต้องการเลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น การจะปล่อยให้ลูกน้องที่ ‘ซื่อสัตย์’ ขนาดนี้ตายไปเปล่าๆก็น่าเสียดายแย่
ส่วนศัตรูคนนี้ไว้มีโอกาสวันหลัง ค่อยจัดการก็ยังไม่สาย
หวงหงหยวนจึงรีบเรียกคนของเขากลับมา พร้อมกับปั้นยิ้มประจบแล้วพูดกับหวังหยุนเฟยที่อยู่ไม่ไกลว่า “เดี๋ยวก่อน เพื่อนเอ๋ย เรื่องนี้พวกเราเป็นฝ่ายผิดเอง นายก็ฆ่าคนของเราไปสองคนแล้ว พอแค่นี้เถอะ ถ้าสู้กันต่อไปมันจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของนายนะ ดูสิรอบๆนี้มีชาวบ้านแอบมองกันเต็มไปหมด”
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังหยุนเฟยก็สั่งให้ร่างแยกหยุดมือชั่วคราว
เขามองชายที่เป็น ‘หัวหน้า’ ของกลุ่มนี้แล้วถามขึ้นว่า “ฉันมีเรื่องหนึ่งที่สงสัย นายเป็นใคร? ทำไมคนพวกนี้ถึงยอมฟังคำสั่งนายมากขนาดนี้?”
“ฉันชื่อหวงหงหยวน เรื่องมันยาวน่ะ ไว้มีโอกาสฉันจะเล่าให้ฟังแล้วกันนะ”
“หวงหงหยวน...” หวังหยุนเฟยพึมพำชื่อนั้นเบาๆ
ชื่อนี้...
ที่แท้ก็คือแกนี่เอง!
“น่าเสียดายนะ” หวังหยุนเฟยเอ่ยขึ้น “ที่แกต้องมาตายอยู่ที่นี่”
หวงหงหยวนที่กำลังปั้นหน้ายิ้มถึงกับชะงัก “นายหมายความว่ายังไง? ฉันไม่เคยรู้จักนายมาก่อนนะ?”
หวังหยุนเฟยมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “เรื่องมันยาวเหมือนกัน แต่สรุปสั้นๆเลยนะ เพราะแกคือหวงหงหยวน เพราะงั้นฉันถึงต้องฆ่าแกตอนนี้”
พูดจบหวังหยุนเฟยก็หันไปบอกคนอื่นๆรอบๆว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกนาย ถ้าใครคิดจะยื่นมือเข้ามาสอด ก็อย่าโทษที่ฉันต้องจัดการพวกนายไปด้วย”
หวงหงหยวนใน ‘อดีต’ อาจจะไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับหวังหยุนเฟยมาก่อน แต่หวงหงหยวนใน ‘อนาคต’ คือ ‘ศัตรู’ ของหวังหยุนเฟยก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมา
ก่อนหวังหยุนเฟยจะเกิดใหม่ หลังจากหวงหงหยวนออกจากหมู่บ้านนี้ไปเขาก็ได้พบกับ ‘โชคลาภปาฏิหาริย์’ จนค่อยๆ เติบโตเป็นผู้นำกองกำลังขนาดใหญ่ พวกมันใช้อำนาจบาตรใหญ่ในเซฟโซน และหวังหยุนเฟยที่เคยโดดเดี่ยวในตอนนั้นก็เคยถูกพวกมัน ‘กดขี่ข่มเหง’ มานับครั้งไม่ถ้วน ในตอนนั้นหวังหยุนเฟยไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าหวงหงหยวนโดยตรง จึงจำหน้าเขาไม่ได้ทันทีในตอนแรก
แม้ว่าหลังจากการย้อนเวลามา อนาคตอาจจะเปลี่ยนไป แต่หวังหยุนเฟยก็ไม่คิดจะปล่อยศัตรูคนนี้ไป เขาต้องกำจัดทิ้งเสียตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นลูกนก
เขาไม่คิดจะอธิบายอะไรให้มากความ เขาสั่งให้ร่างแยกพุ่งเข้าโจมตีหวงหงหยวนทันที
เมื่อเห็นหวังหยุนเฟยไม่ยอมคุยด้วย หวงหงหยวนก็เริ่มลนลาน
“ขวางมันไว้! อย่าไปกลัว! พระเจ้ากำลังดูพวกเจ้าอยู่! ถึงจะตายไป แต่ถ้าพวกเจ้าแสดงความกล้าออกมา วิญญาณจะได้ไปสู่ดินแดนแห่งพระเจ้า!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังหยุนเฟยก็ถึงบางอ้อทันที “ที่แท้ก็พวกลัทธิประหลาดนี่เอง... ปากก็บอกให้พวกเขาแสดงความกล้า แล้วแกล่ะ? ไหนลองแสดงความกล้าให้ฉันดูหน่อยสิ!”
ภายใต้คำสั่งของหวังหยุนเฟย ร่างแยกไม่สนใจการโจมตีจากคนรอบข้าง ปล่อยให้พวกมันรุมฟันรุมแทง ความเสียหายที่ได้รับแต่ละครั้งอย่างมากก็แค่สิบกว่าหน่วย เมื่อเลือดลดสะสมถึงหนึ่งร้อยหน่วย เขาก็จะกดใช้สกิล《สัตว์อสูรรักษา》ฟื้นฟูเลือดกลับมาทันที
หลังจากรับการโจมตีไปชุดหนึ่ง ร่างแยกที่ค่าพละกำลังสูงกว่าคนพวกนี้มหาศาล ก็ออกแรงผลักกลุ่มคนที่ยืนขวางหน้าจนกระเด็นออกไป แล้วพุ่งเข้าถึงตัวหวงหงหยวนที่หลบอยู่ข้างในสุด
ขวานในมือยกขึ้นและสับลงมา!
สกิล【สัตว์อสูรจู่โจม】สองครั้งซ้อน สับลงบนร่างของหวงหงหยวนที่ไร้ทางหนี ส่งผลให้หวงหงหยวนที่มีเลเวลเพียง 1 และมีพลังชีวิตแค่ 170 แต้ม ตกอยู่ในสภาวะปางตายทันที
เนื่องจากหวงหงหยวนใช้แขนบังหัวไว้ ขวานจึงไม่โดนจุดตายจังๆ ดาเมจสองครั้งนี้จึงยังไม่พอที่จะปลิดชีพเขาได้ในทีเดียว
“ไม่! อย่าฆ่าฉัน! ขอร้องล่ะ...”
น่าเสียดายหวังหยุนเฟยไม่แยแสต่อคำอ้อนวอนเลยสักนิด และร่างแยกก็ยิ่งไม่สนใจเข้าไปใหญ่
ถึงแม้หวงหงหยวนที่เล่นอาชีพ ‘พรีสต์’ จะพยายามใช้สกิลฮีลตัวเอง แต่นั่นก็แค่ยื้อเวลาตายออกไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในขณะที่พวกลูกน้องเริ่มพากันวิ่งหนีไปทีละคน ตอนนี้เหลือคนที่ยัง ‘ซื่อสัตย์’ ยอมสู้ตาย เพื่อปกป้องหวงหงหยวนเพียงสองคนเท่านั้น
ระหว่าง ‘ความศรัทธา’ กับ ‘ชีวิต’ คนส่วนใหญ่เลือกอย่างหลัง
ในเมื่อยังมีพวกศรัทธาหนักแน่นอย่างสองคนนี้อยู่ หวังหยุนเฟยที่ยึดถือคติไม่เหลือเสี้ยนหนามไว้ทิ่มตำภายหลัง จึงตัดสินใจกระโดดเข้าร่วมวงต่อสู้ และจัดการทั้งสองคนไปพร้อมกับหวงหงหยวนเสียเลย
การต่อสู้ครั้งนี้จบลงด้วยการบดขยี้เพียงฝ่ายเดียว
...จบบทที่ 8 ~❤️