เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 96 ไปเอาของพรรค์นี้มาจากไหน?!

บทที่ 96 ไปเอาของพรรค์นี้มาจากไหน?!

บทที่ 96 ไปเอาของพรรค์นี้มาจากไหน?!


ไม่กี่นาทีต่อมา หมิงเต้าก็เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น

เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดสำรองเรียบร้อยแล้ว หลังจากเช็ดเนื้อเช็ดตัวแบบลวกๆ ด้วยน้ำเปล่าที่มีอยู่อย่างจำกัด

กลับมาที่ห้อง 801

หวังฉู่เก็บหม้อไฟส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายในห้องรับแขกไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นั่งตัวตรงแหน็วรออยู่ที่โซฟาด้วยท่าทางเกร็งๆ

“ดื่มน้ำอุ่นหน่อยครับ” หวังฉู่ยื่นแก้วน้ำให้

หมิงเต้ารับมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว กระแสน้ำอุ่นไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะ ช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้นมาบ้าง

เขาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มๆ แล้วพ่นลมหายใจยาวเหยียดออกมา

ค่อยยังชั่ว รอดตายแล้วกู

“พี่หมิง...” หวังฉู่มองเขาเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าพูด

หมิงเต้าไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยกมือขึ้นเงียบๆ เรียกหน้าต่างระบบก่อสร้างของตัวเองออกมา แล้วฉายภาพโฮโลแกรมขึ้นกลางอากาศตรงหน้าทั้งสองคน

สายตาของหวังฉู่ถูกดึงดูดไปที่หน้าจอแสงสีน้ำเงินขนาดมหึมานั้นทันที

ลมหายใจของเขาสะดุดกึกเมื่อเห็นรายละเอียดบนหน้าจอ

[ชื่อ: หมิงเต้า]

[ระดับ: LV3]

[เงื่อนไขในการอัปเกรดเป็น LV4: กลืนกินหน้าต่างระบบไร้เจ้าของ (3/5), กลืนกินแกนสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ (1/5)]

ดวงตาของหวังฉู่เบิกกว้างราวกับไข่ห่าน

เชี่ยเอ๊ย!!!

“สะ...สะ...สามอัน?!”

“พี่... พี่กลืนไปทีเดียว... สามอันรวดเลยเหรอ?!”

นี่หมายความว่า หมิงเต้าลงไปในนรกขุมนั้น แล้วเจอหน้าต่างระบบไร้เจ้าของถึงสามอันจริงๆ!

เป็นไปได้ยังไง?!

ห้องว่างหนึ่งห้อง มีหน้าต่างระบบแค่อันเดียว นี่เป็นความจริงที่ผู้รอดชีวิตทั้งหมู่บ้านพิสูจน์มาแล้ว

ทำไมห้อง 301 ถึงมีตั้งสามอัน?!

สมองของหวังฉู่ประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขาเชื่อมโยงตัวเลขที่น่าเหลือเชื่อนี้เข้ากับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในห้อง 301

ความคิดน่าสยดสยองที่ทำให้เขาขนลุกไปทั้งตัว ผุดขึ้นมาในหัว

“สามคน...” เขาพึมพำกับตัวเอง แววตาเริ่มเหม่อลอย “ห้อง 301 ตายไปสามคน... ป้าจาง สามีแก แล้วก็ลูกชาย...”

“คนตายสามศพ...”

“หน้าต่างระบบสามอัน...”

เสียงของเขาค่อยๆ เบาลง พร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือดลงเรื่อยๆ

“คนตาย... จะดรอปหน้าต่างระบบงั้นเหรอ?!”

หมิงเต้ามองหน้าเขา แล้วพยักหน้าช้าๆ

“ดูเหมือนนายจะยังไม่โง่จนเกินเยียวยานะ”

พอได้รับคำยืนยัน ความเย็นเยียบก็แล่นปราดจากปลายเท้าขึ้นสู่สมอง เล่นเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว!

การค้นพบครั้งนี้ มีโทษมากกว่าคุณ

เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า การแก่งแย่งแข่งขันในวันข้างหน้าจะนองเลือดและโหดร้ายขนาดไหน

“นี่... นี่แม่ง... มันคือบ้าอะไรวะเนี่ย?”

“ฆ่าคน... ดรอปของ? เปลี่ยนโลกความจริง... ให้กลายเป็นเกมโดดร่มไล่ฆ่ากันจริงๆ งั้นเหรอ?”

“อือฮึ” หมิงเต้าส่ายหน้า แก้ไขความเข้าใจของอีกฝ่าย “ฉันว่ามันโหดร้ายกว่านั้นเยอะ”

เขาจิบน้ำอีกอึก

“ในเกม การฆ่าคนเพื่อดรอปของ เป็นการกระทำที่ผู้เล่นเลือกทำเอง แต่ตอนนี้ โลกใบนี้ หรือจะพูดให้ถูกคือไอ้ ‘โครงการสวนอีเดน’ บ้าบอนั่น กำลังบีบให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้น”

“มันกำลังบีบพวกเรา”

“บีบให้พวกเราฆ่ากันเอง เพื่อความอยู่รอด และเพื่อความแข็งแกร่ง”

หวังฉู่โพล่งขึ้นมาประโยคหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

“นี่มันทฤษฎีวิวัฒนาการทางสังคมแบบสุดขั้วชัดๆ! ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นถึงจะอยู่รอด...”

หมิงเต้าปรบมือแปะๆ

“สมกับเป็นนักเขียน มีความรู้เหมือนกันนี่หว่า”

แม้จะโดนชม แต่หวังฉู่กลับยิ้มไม่ออก

เขานึกถึงหลิวกั๋วต้ง นึกถึงทฤษฎี “ลัทธิรวมหมู่” ของหมอนั่น

ความคิดที่น่ากลัวยิ่งกว่าผุดขึ้นมาในใจ

“งั้น... งั้นพวกหลิวกั๋วต้ง... ถ้าพวกมันรู้ความลับเรื่องนี้เข้า...”

“พวกมันจะ... จะเริ่ม... เริ่ม ‘กวาดล้าง’ พวกคนที่มันคิดว่าไร้ประโยชน์ เพื่อเอาหน้าต่างระบบมาอัปเกรดตัวเองหรือเปล่า?”

อย่างเช่น คนแก่ที่ไม่มีสกิลพิเศษ? เด็กที่ทำงานไม่ได้? หรือแม้แต่... พวก “หัวแข็ง” ที่ไม่ยอมสยบให้พวกมัน?

แค่คิด หวังฉู่ก็หนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

ถ้ากล่องแพนโดร่าใบนี้ถูกเปิดออกเมื่อไหร่ หมู่บ้านบลูเบย์เพนนินซูล่าทั้งหมู่บ้าน จะกลายเป็นนรกบนดินของจริง!

“ทำแน่” หมิงเต้ายืนยันความคิดนั้นทันที

“จากการวิเคราะห์ของหลินอี้ฟู บวกกับนิสัยลึกๆ ของหลิวกั๋วต้ง ฉันมั่นใจเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า พวกมันอยู่ห่างจากความลับนี้แค่กระดาษกั้นบางๆ เท่านั้น”

“และจุดเปลี่ยนที่ว่า คงจะมาถึงในเร็วๆ นี้แหละ”

สายตาของหมิงเต้ากลับมาจับจ้องที่หน้าต่างระบบของตัวเองอีกครั้ง

“แต่เรื่องพวกนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้เราเจอปัญหาใหม่แล้ว”

เขาชี้ไปที่เงื่อนไขการอัปเกรดบรรทัดใหม่

“แกนสัตว์ร้ายกลายพันธุ์”

ความสนใจของหวังฉู่ถูกดึงไปที่จุดนั้น เขามองตัวอักษรเหล่านั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วขมวดคิ้ว

“แกนสัตว์ร้าย? มันคืออะไร? ฟังดูเหมือน... ของที่มาจากพวกสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์?”

“ถูกต้อง” หมิงเต้าพยักหน้า “ตอนที่ฉันชำแหละไอ้เม่นยักษ์กลายพันธุ์ตัวนั้น ฉันได้แกนสัตว์ร้ายระดับต่ำมาจากตัวมันอันนึง”

“อย่างนี้นี่เอง!” หวังฉู่ถึงบางอ้อ “การชำแหละ... งั้นก็แปลว่า กุญแจสำคัญในการอัปเกรด ไม่ใช่แค่การกลืนกินหน้าต่างระบบ แต่ต้องออกไปล่าสัตว์กลายพันธุ์ แล้วใช้ความสามารถในการชำแหละ ดึงเอาไอ้สิ่งที่เรียกว่าแกนสัตว์ร้ายออกมาจากตัวพวกมัน!”

เขาเข้าใจคุณค่าทางยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของหน้าต่างระบบแยกส่วนและสังเคราะห์แล้ว

มันไม่ได้มีไว้แค่กำจัดขยะหรือสร้างเครื่องมือ

แต่มันคือหนทางเดียวที่จะได้มาซึ่งวัตถุดิบในการอัปเกรด!

“ใช่”

“ฉันพอจะรู้นิกัดคร่าวๆ ของหน้าต่างระบบไร้เจ้าของอีก 5 แห่ง”

“ฉันดูดซับไปมากกว่านี้ก็ไม่ได้แล้ว ยกให้นายเอาไปอัปเกรดเป็นเลเวลสาม เพื่อปลดล็อกโต๊ะแยกส่วนก่อนก็แล้วกัน!”

หวังฉู่ดีใจจนเนื้อเต้น “พี่หมิง เกรงใจแย่เลย...”

พูดยังไม่ทันขาดคำ เขาก็เห็นหมิงเต้าล้วงปืนพกสีดำมะเมื่อมรุ่น Glock ออกมาจากอกเสื้อ แล้ววางกระแทกลงบนโต๊ะรับแขก

เชี่ยยยยยย!!!!

“เชี่ย! พี่หมิง! พี่... พี่ไปเอาของพรรค์นี้มาจากไหน?!”

หมิงเต้ายิ้มมุมปาก ยกปืนขึ้นจ่อไปที่กลางหน้าผากของหวังฉู่

“เอ่อ...”

“พี่หมิง ผม...”

ปัง!!!

จบบทที่ บทที่ 96 ไปเอาของพรรค์นี้มาจากไหน?!

คัดลอกลิงก์แล้ว