เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 84 เดี๋ยวพี่กันส่วนของพี่ไว้ให้น้องเอง

บทที่ 84 เดี๋ยวพี่กันส่วนของพี่ไว้ให้น้องเอง

บทที่ 84 เดี๋ยวพี่กันส่วนของพี่ไว้ให้น้องเอง


หมิงเต้ายิ้มมุมปากเล็กน้อย แม้จะไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับอย่างชัดเจน แต่น้ำเสียงก็ดูผ่อนคลายลง

เขาไม่ได้รับมุกต่อ แต่เลือกที่จะตัดบทเข้าสู่ประเด็นที่ตัวเองกังวลจริง ๆ

“ขอบคุณสำหรับความหวังดีของพี่หลิวและหมอหลินนะครับ”

“เรื่องอาหารการกินน่ะไม่ขาดแคลนหรอกครับ แต่เรื่องน้ำนี่สิ...”

เขาพูดไม่ทันจบประโยค ก็แกล้งหยุดชะงักไปดื้อ ๆ บนใบหน้าปั้นแต่งความกลัดกลุ้มขึ้นมาอย่างแนบเนียน ราวกับกำลังวิตกกังวลเรื่องนี้อยู่จริง ๆ

ทันทีที่คำว่า “น้ำ” หลุดออกจากปาก

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวกั๋วต้งก็แข็งค้างไปชั่วขณะ จังหวะที่หลินอี้ฟูกำลังขยับแว่นก็หยุดชะงักตามไปด้วย

ภายในเสี้ยววินาที ทั้งสองคนแลกเปลี่ยนสายตากันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยักหน้าให้กันในที่สุด

น้ำ!

คำคำนี้ ณ เวลานี้ ในหมู่บ้านบลูเบย์เพนนินซูล่า ถือเป็นคำต้องห้าม ภาพนรกแตกที่ห้อง 301 ชั้นล่าง ยังคงส่งกลิ่นคาวคลุ้งติดจมูกของทุกคนไม่จางหาย

ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ ไม่ใช่แค่ความยากลำบากในการดำรงชีพธรรมดา ๆ แต่มันคือโซ่ตรวนที่แขวนอยู่เหนือหัวผู้รอดชีวิตกว่าสามพันคน

หลิวกั๋วต้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าเปลี่ยนฉับไวกลับมาเป็นความจริงใจแบบคนกันเอง

“น้องหมิงเต้า พี่พูดตรง ๆ เลยนะ ปัญหาเรื่องน้ำตอนนี้คือจุดตายของทั้งหมู่บ้านเราเลย”

เขาวางมาดราวกับกำลังเปิดเผยความลับสุดยอด เพื่อแสดงความจริงใจให้อีกฝ่ายเห็น

“สระน้ำในเขตวิลล่านั่น นายก็เห็นแล้วใช่ไหม” เขาชี้มือลงไปข้างล่าง กดเสียงต่ำลง “พิษร้ายแรง! แตะปุ๊บตายปั๊บ สภาพศพ... ดูไม่ได้เลย มันไม่ใช่แค่ปนเปื้อนธรรมดาแล้ว ในน้ำนั่นมันมีตัวอะไรอยู่แน่ ๆ!”

เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจจากหมิงเต้ามากขึ้น เขาจึงเสนอข้อมูลเพิ่มเติมให้อีก

“เราไม่ได้หวังพึ่งแค่ที่เดียวหรอกนะ แทงค์น้ำดับเพลิงบนดาดฟ้าตึกสูงในหมู่บ้าน พี่ก็ส่งคนไปตรวจสอบมาแล้ว”

เขาส่ายหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง “คุณภาพน้ำแย่ยิ่งกว่า! ถึงดูภายนอกจะไม่มีปัญหาอะไร แต่พี่ให้หมอหลินเก็บตัวอย่างไปตรวจดูแล้ว ปริมาณแบคทีเรียข้างในเนี่ย... เหอะ ๆ”

“ความหวังเดียวที่เหลืออยู่ ก็คือในป่า”

“แต่ว่า... น้องชายไม่ต้องกังวลไป”

น้ำเสียงของหลิวกั๋วต้งเริ่มเจือความฮึกเหิม เขาตบหน้าอกตัวเองดังปึก “พี่จัดคนเอาโดรนบินเข้าไปหาแหล่งน้ำในป่าแล้ว! เชื่อว่าอีกไม่นานต้องได้เรื่องแน่!”

เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ก้าวหนึ่ง พูดกับหมิงเต้าด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับให้คำมั่นสัญญา

“น้องวางใจได้เลย! ทันทีที่มีข่าว พี่รับรองว่าน้ำสะอาดจะถูกส่งมาให้น้องก่อนใครเพื่อน! พวกเราไม่เล่นระบบกงสีรวมศูนย์หรอก เดี๋ยวพี่กันส่วนของพี่ไว้ให้น้องเองเป็นการส่วนตัว!”

หมิงเต้าแค่นหัวเราะในใจ

คนมืออาชีพ? หมายถึงหลี่หยวนงั้นเหรอ?

ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อกี้เขา “บังเอิญ” ไปเจอหลี่หยวนในป่า แถมยัง “บังเอิญ” มีความสามารถช่วยซ่อมโดรนให้ ความหวังที่ออกจากปากหลิวกั๋วต้งตอนนี้ ก็คงเป็นได้แค่เศษเหล็กกองหนึ่งบนพื้นหญ้า

เอาผลงานคนอื่นมาเคลมหน้าด้าน ๆ แล้วสร้างภาพว่าเป็นวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของตัวเอง ลีลาของหัวหน้าทีมหลิวคนนี้ นับวันยิ่งแพรวพราวขึ้นทุกที

แม้ในใจจะนึกดูแคลน แต่สีหน้าของหมิงเต้ากลับแสดงความซาบซึ้งออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

“งั้นก็... ขอบคุณพี่หลิวมากเลยครับ”

น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงใจ แววตาแฝงความประหลาดใจระคนยินดี ราวกับถูกคำสัญญาเรื่อง “ส่งให้ก่อนใคร” ซื้อใจเข้าให้แล้ว

หลิวกั๋วต้งพอใจกับปฏิกิริยาของหมิงเต้ามาก

ในสายตาของเขา ไอ้หนุ่มที่เอาแต่ปั้นหน้าเย็นชาคนนี้ ในที่สุดก็ยอมสยบให้กับความจริงใจและบารมีของเขา จนแสดงอาการแบบที่เด็กวัยนี้ควรจะเป็นออกมาสักที

เขาคิดว่าตัวเองคงได้ใจอีกฝ่ายไปในระดับหนึ่งแล้ว ไฟกำลังแรงได้ที่

ถึงเวลาต้องงัดไม้ตายของจริงออกมา

ต่อหน้าต่อตาหมิงเต้า หลิวกั๋วต้งล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊กด้านใน

มันคือขวดใบหนึ่ง

น้ำดื่มบริสุทธิ์ตราวาฮาฮาขนาด 550 มิลลิลิตร ที่ยังไม่เปิดฝา

น้ำ!

น้ำสะอาดบรรจุขวดที่ดื่มได้ทันที!

มูลค่าของมันในตอนนี้ สูงค่าจนประเมินไม่ได้!

หลิวกั๋วต้งยื่นขวดน้ำนั้นไปตรงหน้าหมิงเต้า

“นี่เป็นเสบียงสำรองเพียงไม่กี่ขวดที่พวกเราฝ่ายบริหารมีอยู่ น้องชายถ้ารังเกียจก็รับไว้แก้ขัดไปก่อน! วันหน้ามีเรื่องอะไร ขาดเหลืออะไร ไม่ต้องเกรงใจพี่ ตรงไปหาพี่ที่สำนักงานนิติบุคคลได้เลย!”

น้ำขวดนี้ ในเวลานี้ ไม่ใช่แค่เครื่องมือแก้กระหาย แต่มันคือการโชว์พาว คือการอวดเบ่ง และเป็นการลงทุนชนิดหนึ่ง

หลิวกั๋วต้งกำลังใช้น้ำขวดนี้บอกหมิงเต้าว่า: ดูซะ นี่คือศักยภาพของฉัน นี่คือขุมกำลังของคณะกรรมการ ตามฉันมา แล้วแกถึงจะมีสิทธิ์ครอบครองสิ่งที่คนธรรมดาทำได้แค่ฝันถึงพวกนี้

เขาเชื่อว่าไม่มีใครปฏิเสธแรงยั่วยวนนี้ได้ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกหมาป่าเดียวดายที่ลุยเดี่ยวแบบนี้

“งั้นผมไม่เกรงใจนะครับ”

หมิงเต้ายื่นมือไปรับมาตรง ๆ

“ฮ่า ๆ ๆ แบบนี้สิถึงจะถูก! คนกันเองทั้งนั้น จะมาเกรงใจอะไรกัน!” หลิวกั๋วต้งหัวเราะร่า อารมณ์ดีเป็นที่สุด

เขาฉวยโอกาสหยิบยื่นคำเชิญสุดท้าย ซึ่งเป็นการลองเชิงครั้งสุดท้ายไปด้วยในตัว

“จริงสิ น้องหมิงเต้าพักอยู่ชั้นไหนล่ะ? พี่เห็นเราอยู่คนเดียวแบบนี้ ถึงจะเงียบสงบแต่ยังไงก็ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ ย้ายมาอยู่ที่สำนักงานนิติฯ ไหม? พวกเราเคลียร์ห้องทำงานข้าง ๆ ศูนย์บัญชาการไว้แล้ว ปลอดภัยหายห่วง อยู่ด้วยกันหลายคนจะได้ช่วยกันดูแลด้วย”

หัวใจของหวังฉู่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาทางปากอีกรอบ

เขามองหมิงเต้าอย่างตื่นตระหนก กลัวเหลือเกินว่าลูกพี่จะตอบตกลง

หมิงเต้ายิ้ม “ชั้น 8 ครับ”

เขาบอกชั้นที่พักของตัวเอง แต่กลับใช้น้ำเสียงสบาย ๆ ปฏิเสธ “ความหวังดี” ของหลิวกั๋วต้งไป

“ขอบคุณพี่หลิวมากครับ แต่ผม... ชินกับการอยู่คนเดียวมากกว่า”

ชินกับการอยู่คนเดียว

เหตุผลเรียบง่าย แต่เถียงไม่ออก

รอยยิ้มบนหน้าหลิวกั๋วต้งกระตุกไปนิดหนึ่ง แต่เขาก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว

“ได้ ถ้าอย่างนั้นน้องชายชอบความสงบ พี่ก็ไม่บังคับ” หลิวกั๋วต้งหัวเราะฮ่า ๆ ปัดเรื่องนี้ทิ้งไป

“เอาเป็นว่าคำพูดพี่ศักดิ์สิทธิ์เสมอ เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ที่สำนักงานนิติฯ มีที่ว่างให้น้องเสมอ!”

“แน่นอนครับ” หมิงเต้าพยักหน้า ถือว่าไว้หน้าอีกฝ่าย

“งั้นพวกเราไม่รบกวนแล้ว เรื่องห้อง 301 ยังต้องไปจัดการต่อ พวกเราขอตัวก่อนนะ” หลิวกั๋วต้งพูดพลางโบกมือให้หมิงเต้า แล้วหันหลังเดินกลับ

หลินอี้ฟูเองก็พยักหน้ายิ้ม ๆ ให้หมิงเต้าเป็นการบอกลา แล้วเดินตามหลังหลิวกั๋วต้งไป ทั้งสองเดินเรียงกันลงบันไดไป

เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป จนกระทั่งเงาร่างทั้งสองหายลับไปตรงมุมบันได หวังฉู่ถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ทั้งสองคนเดินขึ้นไปข้างบนต่อ

“พี่หมิง...”

“พวกหลิวกั๋วต้ง ต้องเล็งพวกเราไว้แล้วแน่ ๆ”

“ผมรู้สึกว่าสายตาที่เขามองพี่... บรึ๋ยยย ไหนจะไอ้หมอหลินนั่นอีก ยิ้มตาหยีแต่ดูน่ากลัวกว่าหลิวกั๋วต้งซะอีก!”

มุมปากของหมิงเต้ายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา

“หลิวกั๋วต้งคนนี้ ความทะเยอทะยานสูง วิธีการก็โหดเหี้ยม แต่มันไม่ใช่พวกบ้าเลือดไร้สมอง สิ่งที่มันอยากทำที่สุดตอนนี้ คือการสร้างระเบียบที่ตัวเองควบคุมได้เบ็ดเสร็จ”

“ก่อนที่จะรู้ไพ่ในมือของฉันจนหมดเปลือก หรือจนกว่ามันจะเห็นว่าฉันเป็นภัยคุกคามเกินควบคุม มันจะไม่ลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะการฆ่าพวกเราตอนนี้ไม่ได้ประโยชน์อะไรกับมันเลย ดีไม่ดีจะเสียแนวร่วมที่แข็งแกร่งไปเปล่า ๆ แถมยังจะโดนคนอื่นมองว่า ‘กำจัดคนเห็นต่าง’ อีก สิ่งที่มันต้องการที่สุดตอนนี้คือความมั่นคง”

“ส่วนสิ่งที่พวกเราขาดที่สุด คือเวลา”

“งั้น... งั้นพวกเราจะเอายังไงต่อ? ปล่อยให้มันจ้องอยู่อย่างนี้เหรอ?” หวังฉู่ยังวางใจไม่ลง

“จ้องก็จ้องไปสิ” หมิงเต้าตอบเสียงเรียบ “ช่วงกอบโกยของพวกเราใกล้จะหมดแล้ว ต่อจากนี้คือการแข่งขันของคนทั้งเมือง จะโดนเพ่งเล็งก็เป็นเรื่องช้าเร็ว ไม่ต้องไปตื่นตูม”

“พูดน่ะมันง่าย...”

หวังฉู่ลูบอกตัวเอง สีหน้ายังสยองไม่หาย “เมื่อกี้บรรยากาศมันแบบ... ผมเกือบจะซัดเปรี้ยงเข้าไปแล้ว”

หมิงเต้าเบ้ปาก “ฉันว่านายเกือบจะวิ่งหนีมากกว่ามั้ง”

“เฮ้ย! พี่หมิงพูดงี้ได้ไง”

“ดูถูกกันนี่หว่า?”

ทั้งสองเดินมาถึงชั้น 8 หมิงเต้าหยุดเดิน หันกลับมามองหวังฉู่แวบหนึ่ง

“ไปพักผ่อนซะ ตอนบ่ายเรามีงานใหญ่ต้องทำ”

“ปัง!”

ประตูห้องปิดลง

หมิงเต้าเดินไปที่โซฟาในห้องรับแขก วางขวดน้ำดื่มวาฮาฮ่าลงบนโต๊ะกาแฟ

เขามองขวดน้ำขวดนั้น แววตาฉายแววขบขัน

ผ่านการปะทะคารมสั้น ๆ เมื่อครู่ เขาก็พอจะมองสไตล์การทำงานของหลิวกั๋วต้งกับหลินอี้ฟูออกแล้ว

คนหนึ่งรับบทพระเอก คนหนึ่งรับบทผู้ร้าย

คนหนึ่งถือไม้หน้าสาม อีกคนถือลูกกวาด

รับส่งกันได้เข้าขาดีทีเดียว

แต่แบบนี้ก็ดี อย่างน้อยในสายตาของพวกมันตอนนี้ ตัวเขาก็ยังเป็น “พันธมิตรเกรดพรีเมียม” ที่ควรค่าแก่การดึงมาเป็นพวก ไม่ใช่ “หอกข้างแคร่” ที่ต้องรีบกำจัดทิ้ง

ว่าแต่... ถ้าพวกมันรู้ว่าเขาคืออันดับหนึ่งที่ไม่ระบุตัวตนคนนั้น

อยากรู้จริง ๆ ว่าจะทำหน้ายังไง?

จบบทที่ บทที่ 84 เดี๋ยวพี่กันส่วนของพี่ไว้ให้น้องเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว