- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 85 โกยแน่บขั้นเทพ
บทที่ 85 โกยแน่บขั้นเทพ
บทที่ 85 โกยแน่บขั้นเทพ
บ่ายสามโมงกว่าของวันเดียวกัน
ชั้นจอดรถใต้ดินของอาคาร 5 มืดสลัวและอับชื้น กระจกหน้าต่างรถส่วนใหญ่แตกกระจาย ข้าวของด้านในถูกรื้อค้นจนเกลี้ยงเกลา
สิ่งที่น่าสนใจคือ หมิงเต้าเคยลองพยายามย่อยสลายรถยนต์ทั้งคันดูแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร อาจจะเป็นเพราะรถพวกนี้ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของเขา
สรุปก็คือ นอกจากพวกขยะที่ไม่มีใครเอา หรือของที่เป็น "สมบัติส่วนกลาง" แล้ว อย่างอื่นเขายังย่อยสลายไม่ได้ในตอนนี้
หมิงเต้าเดินนำหน้า หวังฉู่เดินตามหลัง จุดหมายปลายทางของพวกเขาคือมุมที่ลึกที่สุดของลานจอดรถ ซึ่งแทบจะถูกผู้คนลืมเลือนไปแล้ว... ห้องปั๊มน้ำดับเพลิง
ตำแหน่งของมันลับตาคนสุด ๆ อยู่ติดกับผนังรับน้ำหนัก ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็แทบไม่รู้เลยว่ามีที่แบบนี้อยู่ด้วย
“พี่หมิง เรามาทำอะไรที่นี่อ่ะ?” หวังฉู่กดเสียงต่ำ มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง บรรยากาศวังเวงชอบกลเล่นเอาขนคอเขาลุกชัน
“ที่นี่... รู้สึกเหมือนจะมีผีเลยว่ะ”
“มารับของ” หมิงเต้าตอบสั้น ๆ ได้ใจความ
เขาเลือกมุมอับสายตาที่มีท่อและผนังบังทั้งสามด้าน ตรงนี้แสงน้อยที่สุด ต่อให้มีคนเดินผ่านทางเดินหลัก ก็ไม่มีทางมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในได้
เขาหยุดเดิน พิงหลังกับท่อดับเพลิง แล้วหลับตาลงทำท่าเหมือนงีบหลับ
หวังฉู่เห็นแบบนั้นก็ไม่กล้าถามเซ้าซี้ ได้แต่ทำตามอย่างว่าง่าย กอดมีดทำครัวเล่มโต ยืนเฝ้าระวังอยู่ข้าง ๆ อย่างตื่นตัว
เวลาผ่านไปทีละนาที
ไม่รู้ว่านานแค่ไหน เสียงเสียดสี “เอี๊ยด... เอี๊ยด...” ดังแว่วมาจากไกล ๆ ทำลายความเงียบงันของลานจอดรถลง
มาแล้ว!
หวังฉู่กระตือรือร้นขึ้นมาทันที กระชับมีดในมือแน่น ขยับตัวเข้าไปเบียดใกล้หมิงเต้าโดยสัญชาตญาณ
หมิงเต้าลืมตาขึ้น สายตามองไปยังทิศทางของเสียง
ที่ปลายสุดของความมืดมัว ปรากฏร่างคนเจ็ดแปดคนกำลังเข็นรถขยะตรงเข้ามา คนนำขบวนไม่ใช่ใครที่ไหน พี่เฟิงหัวทองนั่นเอง
พวกเขากุลีกุจอเข็นรถเก็บขยะเก่า ๆ หลายคันเข้ามาจอดเทียบที่มุมห้องปั๊มน้ำ
ไม่มีการพูดพร่ำทำเพลง แค่พี่เฟิงส่งสัญญาณมือ ทุกคนก็ช่วยกันเทกระจาด
“โครมมม... เคร้งงง!!!”
เศษเหล็กกองโตถูกเทลงมา!
แผ่นเหล็กตู้เอกสารสนิมเขรอะ โครงไมโครเวฟบู้บี้ กรอบหน้าต่างอลูมิเนียมบิดเบี้ยว ถังปั่นแห้งของเครื่องซักผ้าพัง ๆ สายไฟที่พันกันยุ่งเหยิง...
ขยะอุตสาหกรรมนับไม่ถ้วนที่ไร้ค่าในสายตาคนอื่น กองรวมกันจนสูงเกือบสองเมตรกลายเป็น "ภูเขาขยะ" ย่อม ๆ ภายในเวลาไม่ถึงนาที
พอเสร็จงาน พี่เฟิงก็โบกมือไล่ลูกน้องถอยไปก่อน ส่วนตัวเขาก้าวยาว ๆ เข้ามาหาหมิงเต้าอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งความกร่างและความอวดดีแบบเมื่อก่อน เหลือไว้เพียงรอยยิ้มประจบประแจง
เขาโค้งตัวลงเล็กน้อย พูดอย่างนอบน้อมว่า “พี่... พี่หมิงครับ!”
“ของที่พี่สั่ง ล็อตแรกอยู่นี่หมดแล้วครับ ผมให้คนไปแอบขนมาจากจุดทิ้งขยะของตึกอื่น ๆ รับรองว่าไม่มีใครเห็นแน่นอน”
เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วรายงานต่อ “ผมทำตามที่พี่สั่งแล้ว ติดต่อพวกน้อง ๆ ที่ไว้ใจได้มาอีกกลุ่ม คนไม่เยอะแต่ใจถึงทุกคน ต่อไปขยะโลหะทั้งหมู่บ้าน พวกมันจะหาทางขนมารวมกันที่นี่ นี่แค่ล็อตแรกนะครับ เดี๋ยวจะมีตามมาอีกเพียบ!”
รายงานจบ เขาก็เงยหน้ามองหมิงเต้าด้วยสายตาคาดหวัง
“ขั้นต่อไป... จะให้พวกผมทำอะไรต่อครับ? สั่งมาได้เลย!”
“ทำได้ดีมาก”
หมิงเต้าเอ่ยชมไปคำหนึ่ง
แค่คำชมสั้น ๆ จากผู้มีอำนาจเหนือกว่า กลับทำให้พี่เฟิงตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ
“พาลูกน้องกลับไปก่อน ระวังอย่าให้ใครเห็น อย่าทิ้งร่องรอยอะไรไว้ล่ะ” หมิงเต้าโบกมือไล่
“ครับ! ครับ! พี่วางใจได้เลย!”
พี่เฟิงผงกหัวรัว ๆ ก่อนจะหันกลับไปตวาดลูกน้องที่ยืนชะเง้ออยู่ไกล ๆ เสียงเบา
“ยืนบื้ออะไรกันวะ? ไปสิโว้ย!”
กลุ่มคนเข็นรถขยะเปล่าหายลับไปในความมืดของลานจอดรถอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงล้อรถที่ดัง “เอี๊ยดอ๊าด” ห่างออกไป
จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเงียบหายไปจนหมด หวังฉู่ที่จ้องมอง "ภูเขาขยะ" กลิ่นสนิมหึ่งตรงหน้า ก็เก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่
“พี่หมิง...”
“เราจะเอาไอ้พวก... เศษเหล็กพวกนี้ไปทำอะไรเนี่ย? กินก็ไม่ได้ ดื่มก็ไม่ได้...”
ในสายตาของเขา การกระทำของหมิงเต้ามันเหลือเชื่อเกินไป อุตส่าห์ลงแรงขนาดนี้ เสี่ยงโดนหลิวกั๋วต้งจับได้ เพียงเพื่อขยะกองโตที่ไม่มีใครเอาเนี่ยนะ?
หมิงเต้าหันกลับมามองใบหน้าอ้วนกลมที่เต็มไปด้วยคำว่า “กูไม่เก็ต” ของหวังฉู่ แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เศษเหล็กเหรอ? ไม่ใช่”
“พวกนี้มันของดีทั้งนั้น”
พูดจบเขาก็ไม่ อธิบายอะไรเพิ่ม หันไปสั่งหวังฉู่ว่า “นายไปเฝ้าข้างนอกไว้ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร เห็นอะไร ห้ามเข้ามาเด็ดขาด แล้วก็ห้ามส่งเสียงด้วย จำไว้ ใครเข้ามาใกล้ ให้ส่งสัญญาณเตือนทันที”
“ห๊ะ? อ้อ... ได้ ครับพี่หมิง!”
แม้หวังฉู่จะงงเป็นไก่ตาแตก แต่ด้วยความเชื่อใจหมิงเต้า เขาจึงพยักหน้ารับคำ กระชับมีดทำครัวแน่น แล้วเดินไปเฝ้าที่ปากทางเข้ามุมอับ
หมิงเต้ายืนอยู่หน้า "ภูเขาขยะ" พยายามข่มความตื่นเต้นในใจ แล้วยื่นมือขวาออกไป
ในใจท่องว่า ย่อยสลาย!
ฝ่ามือของเขาทาบลงเบา ๆ บนตู้เอกสารเหล็กที่บุบบี้
ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสกับโลหะ ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นฉับพลัน
แสงสีน้ำเงินเข้มปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
มันพุ่งวาบออกจากกลางฝ่ามือของเขา ห่อหุ้มตู้เอกสารทั้งใบไว้ในพริบตา
พร้อมกันนั้น เริ่มจากจุดที่สัมผัสกับมือหมิงเต้า ตู้เหล็กทั้งใบก็ค่อย ๆ แตกสลายและเลือนหายไปอย่างไร้เสียง จนกระทั่งหายวับไปกับตา
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วขนหัวลุก ไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำ!
หมิงเต้ากวาดมือผ่านไปเรื่อย ๆ เครื่องซักผ้าพัง ๆ เหล็กเส้นบิดเบี้ยว อลูมิเนียมบุบสลาย...
ทุกที่ที่ฝ่ามือเขาผ่านไป "เศษเหล็ก" ทั้งหมดล้วนประสบชะตากรรมเดียวกัน
พวกมันถูกแสงเทพเจ้าสีน้ำเงินกลืนกิน กลายเป็นละอองแสงโปรยปราย พุ่งหายเข้าไปในฝ่ามือของเขาราวกับแม่เหล็กดูด
หวังฉู่ที่เฝ้าอยู่ปากทางมองตาค้างด้วยความอิจฉา ถ้าเขามีพลังแบบนี้บ้างก็คงดี
ในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบรัวยิก ๆ ก็ดังสนั่นหวั่นไหวในหัวของหมิงเต้า
[ย่อยสลายสำเร็จ! ได้รับ: เหล็ก x150, เหล็กกล้า x80, พลาสติก x50, ยาง x20...]
[ย่อยสลายสำเร็จ! ได้รับ: ขดลวดทองแดง x5, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หายาก x8, แก้ว x10...]
[ย่อยสลายสำเร็จ! ได้รับ: แท่งอลูมิเนียม x30, เหล็ก x40, สกรู x100...]
ตัวเลขในคลังทรัพยากรกำลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน!
ความรู้สึกนี้... มันโคตรฟิน!
นี่มันสะใจกว่าเติมทรูในเกมร้อยเท่า!
หมิงเต้าอิ่มเอมใจสุดขีด นี่แหละคือความได้เปรียบแบบถล่มทลายจากข้อมูลที่เหนือกว่า! ในขณะที่คนอื่นกำลังตีกันหัวร้างข้างแตกเพื่อแย่งของกิน เขาแอบปีนป่ายผังเทคโนโลยีมุ่งสู่ยุคอุตสาหกรรมไปเงียบ ๆ แล้ว!
เพียงแค่ไม่กี่สิบวินาที "ภูเขาขยะ" ขนาดย่อมก็ถูกเขาย่อยสลายไปเกือบเก้าส่วน
ทว่า จังหวะที่เขายื่นมือออกไปจะย่อยสลายกองเหล็กเส้นกองสุดท้าย กรอบแจ้งเตือนสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมากระแทกตาจัง ๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย!
[คำเตือน: กระเป๋าชั่วคราวเต็มแล้ว!]
[ไอเทมที่เกินขีดจำกัดการจัดเก็บ จะดรอปโดยอัตโนมัติในอีก 60 วินาที!]
ตามมาด้วยตัวเลขสีแดงสดที่ยึดพื้นที่มุมขวาบนของการมองเห็น
[59]
เวลานับถอยหลัง เริ่มต้นแล้ว!