- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 77 โดรนของนาย ดูท่าจะเจ็บหนักอยู่นะ
บทที่ 77 โดรนของนาย ดูท่าจะเจ็บหนักอยู่นะ
บทที่ 77 โดรนของนาย ดูท่าจะเจ็บหนักอยู่นะ
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย หิ้วกระต่ายที่ยังดิ้นกระแด่วๆ เอาไว้ พลางเดินนำหวังฉู่ที่กำลังทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก เปลี่ยนทิศทางมุ่งตรงดิ่งไปยังชายหนุ่มสวมแว่นคนนั้นทันที
ชายหนุ่มคนนั้นก็สังเกตเห็นการเข้ามาใกล้ของหมิงเต้าเช่นกัน
ทีแรกสายตาของเขาถูกดึงดูดด้วยกระต่ายป่าที่ดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในมือของหวังฉู่ แววตาฉายแววอิจฉาออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง
แต่พอเขาปะทะเข้ากับสายตาอันดุดันและท่าทางการเดินตรงดิ่งเข้ามาหาของหมิงเต้า ความอิจฉาก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงในทันที
ในวันสิ้นโลกแบบนี้ คนแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็เดินเข้ามาหา มักจะนำพาความซวยมาให้เสมอ
เมื่อเห็นหมิงเต้าเดินเข้ามาใกล้ เขาก็เผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ สองมือยกโดรนขึ้นมากอดแนบอกราวกับกำลังปกป้องของล้ำค่า พลางเอ่ยถามด้วยความระแวดระวัง
“มี... มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
น้ำเสียงของเขาไม่ดังนัก แฝงไปด้วยความขี้ขลาดตามแบบฉบับของพวกเด็กเนิร์ด
สายตาของหมิงเต้าตกลงไปอยู่ที่โดรนซึ่งเพิ่งจะร่อนลงจอดบนผืนหญ้าเมื่อครู่นี้
มันคือโดรนถ่ายภาพทางอากาศระดับใช้งานทั่วไปยี่ห้อ DJI รุ่นดูค่อนข้างใหม่เลยทีเดียว
ทว่าสภาพของมันในตอนนี้ กลับดู ‘ผ่านสมรภูมิ’ มาอย่างหนักหน่วง
ใบพัดทั้งสี่ มีอยู่สองอันที่ขอบแหว่งและมีรอยร้าวอย่างเห็นได้ชัด ราวกับถูกของมีคมเฉือนเข้าอย่างจังด้วยความเร็วสูง
บนตัวเครื่องสีขาวเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนยิบย่อย รอยที่สะดุดตาที่สุดคือรอยข่วนลึกที่ลากยาวตั้งแต่หัวจรดหาง ราวกับถูกกรงเล็บแหลมคมของนกล่าเหยื่อตะปบเข้าอย่างจัง
และจุดที่สาหัสที่สุด ก็คือกล้องที่ติดอยู่ใต้หัวเครื่อง
กระจกป้องกันเลนส์มีรอยร้าวแตกเป็นทางยาว! แม้จะยังไม่แตกละเอียดหลุดออกมา แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อความคมชัดของภาพอย่างรุนแรงแน่นอน
หมิงเต้ากวาดสายตามองประเมินทุกอย่างไว้ในใจ และได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว
เขาดึงสายตากลับมา จ้องมองชายหนุ่มที่กำลังเหงื่อแตกพลั่กด้วยความประหม่าอีกครั้ง ก่อนจะเหยียดยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันขาว
เขาชี้ไปที่โดรน DJI สภาพยับเยินลำนั้น แล้วเปิดประเด็นตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
“สุดหล่อ โดรนของนาย ดูท่าจะเจ็บหนักอยู่นะ”
เมื่อเจอประโยคทักทายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของหมิงเต้าเข้าไป ชายหนุ่มสวมแว่นก็หน้าแดงเถือก อาการเหมือนเด็กเนิร์ดที่ถูกจี้ใจดำจนทำตัวไม่ถูก
เขายกมือขึ้นชี้ไปที่โดรนสภาพสะบักสะบอมบนพื้นหญ้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจนใจและปวดร้าว
“อย่าให้พูดถึงเลยครับพี่ เมื่อกี้ตอนบินอยู่ข้างบนโดนไอ้นกประหลาดที่ไหนไม่รู้โฉบเอา เกือบจะไม่ได้บินกลับมาแล้ว นี่มันเครื่องมือทำมาหากินของผมเลยนะพี่”
นกประหลาด?
เครื่องมือทำมาหากิน?
สองคำนี้ดึงดูดความสนใจของบรรดาผู้รอดชีวิตรอบข้างที่กำลังเงี่ยหูฟังอยู่ให้หันขวับมามองเป็นตาเดียวทันที
หมิงเต้าเลิกคิ้วขึ้น เขาจับคีย์เวิร์ดสำคัญในคำพูดของชายหนุ่มได้อย่างแม่นยำ จึงก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว พลางซักไซ้ต่อ
“อ้อ? แล้วนายเห็นอะไรข้างบนนั้นบ้างล่ะ? เจอแหล่งน้ำบ้างไหม?”
น้ำ!
คนที่ตอนแรกแค่ยืนดูอยู่ห่างๆ หรือแกล้งทำเป็นขุดรากผักป่า ต่างก็หยุดชะงักมือโดยไม่ได้นัดหมาย และค่อยๆ ขยับตัวตีวงล้อมเข้ามาใกล้ๆ ทันที
ชายหนุ่มเห็นได้ชัดว่าไม่ได้เตรียมใจมาเป็นจุดสนใจของคนหมู่มากขนาดนี้
เขาตกใจกับปฏิกิริยาของคนรอบข้าง พอมองไปเห็นแววตาที่เปล่งประกายวาวโรจน์ราวกับหมาป่าหิวโซของผู้รอดชีวิตเหล่านั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกซู่
เขาหันไปมองหมิงเต้าโดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการหาที่พึ่งพิง
เมื่อได้รับรอยยิ้มตอบกลับจากหมิงเต้า เขาถึงได้สงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง
“เจอครับ!”
เจอแล้ว!
เจอแหล่งน้ำแล้ว!!!
“จริงดิ? เจอแหล่งน้ำแล้วเหรอ?”
“อยู่ตรงไหนล่ะ? ไกลไหม? น้ำสะอาดหรือเปล่า?”
“สวรรค์โปรด! ในที่สุดก็รอดตายแล้ว! พวกเราไม่ต้องทนดื่มน้ำคลำอีกต่อไปแล้ว!”
นี่คือข่าวดีแบบจริงๆ จังๆ ข่าวแรกที่พวกเขาได้ยินนับตั้งแต่วันสิ้นโลกเปิดฉากขึ้นเมื่อสามวันก่อน!
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสายจากรอบทิศทาง ประกายความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิดก็สว่างวาบขึ้นในดวงตาของหลี่หยวนเช่นกัน เขาเร่งเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงนกกระจอกแตกรัง
“เจอครับ! ไปทางทิศเหนือ! เดินจากตรงนี้ไปทางเหนือประมาณสามสี่กิโลเมตร มีลำธารสายเล็กๆ อยู่สายนึง! ความกว้างไม่เท่าไหร่ แต่น้ำไหลค่อนข้างเชี่ยวเลย ผมลองซูมกล้องดูแล้ว มองเห็นก้อนหินใต้น้ำชัดแจ๋วเลย! ดูสะอาดมากครับ!”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ความตื่นเต้นบนใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความสลดหดหู่
“เสียดาย... ตอนที่ผมกำลังจะบังคับเครื่องกลับ ไม่รู้ว่ามีไอ้นกประหลาดสีดำโผล่มาจากไหน ความเร็วของมันน่ากลัวมาก! มันพุ่งดิ่งเข้ามาเล่นงานโดรนของผมตรงๆ เลย! ผมพยายามดึงเครื่องหลบสุดชีวิตแล้ว แต่ก็ยังโดนกรงเล็บมันข่วนเข้าที่ตัวเครื่องเต็มๆ!”
เขาชี้ไปที่รอยข่วนลึกน่ากลัวบนโดรน พลางเล่าด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นคลอนไม่หาย
“ตอนนั้นทั้งเครื่องมันหมุนคว้างกลางอากาศแบบเสียการทรงตัวไปเลย เกือบจะร่วงโหม่งโลกซะแล้ว ผมพยายามประคองเครื่องแทบตายกว่าจะบินกลับมาได้ แต่ตอนนี้... ตอนนี้ระบบควบคุมการบินน่าจะรวนไปหมดแล้วล่ะครับ ตอนร่อนลงจอดเมื่อกี้พวกพี่ก็เห็นใช่ไหมว่ามันส่ายไปส่ายมา บังคับไม่ได้ดั่งใจเลย สงสัย... สงสัยคงจะพังแล้วล่ะครับ”
รอยยิ้มแห่งความปีติบนใบหน้าของผู้คนที่กำลังจินตนาการถึงแหล่งน้ำใหม่ พลันแข็งค้างไปในทันที
เจอแหล่งน้ำแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?
ระยะทางสามสี่กิโลเมตร นั่นมันหมายความว่ายังไงรู้ไหม? มันหมายความว่าพวกเขาต้องเดินฝ่าพื้นที่แปลกหน้า ที่อาจจะมีอันตรายที่มองไม่เห็นซ่อนตัวอยู่เต็มไปหมด!
เมื่อวานนี้ แค่ตรงชายป่าแถวนี้ เสือเขี้ยวดาบตัวเดียวยังฆ่าคนตายไปตั้งเจ็ดคน! แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าแถวๆ ลำธารนั่น จะมีตัวประหลาดอะไรดักซุ่มอยู่อีกบ้าง?
และตอนนี้ ‘ดวงตา’ เพียงดวงเดียวที่สามารถช่วยสอดแนมทางอากาศและวาดแผนที่เส้นทางที่ปลอดภัยให้ทุกคนได้ กลับมาพังไม่เป็นท่าซะแล้ว
ถ้าไม่มีโดรนคอยบินสำรวจทางให้ ใครมันจะกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับพวกสัตว์ป่า เพื่อเดินไปแหล่งน้ำที่อยู่ห่างออกไปตั้งสามกิโลเมตรล่ะ?
ส่งคนไปดูลาดเลางั้นเหรอ? ส่งใครไปล่ะ? ใครจะยอมไป?
ฝูงชนตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ความสิ้นหวังที่ตามมาหลังจาดความหวัง มักจะกัดกินจิตใจคนได้ทรมานกว่าเสมอ
ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังหมดอาลัยตายอยากอยู่นั้น หมิงเต้ากลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ พินิจพิเคราะห์โดรน ‘เวอร์ชันผ่านสมรภูมิ’ ลำนั้นอย่างละเอียด ก่อนจะยื่นนิ้วออกไปลูบไล้รอยข่วนที่ลึกจนเห็นโครงสร้างภายในอย่างแผ่วเบา
“อาการแบบนี้... บางทีฉันอาจจะซ่อมได้นะ”
อะไรนะ?
หลี่หยวนเงยหน้าขวับ อาการช็อกกินจนพูดไม่ออก
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ถึงขั้นคิดว่าตัวเองอาจจะหูแว่วไปเพราะความเครียดสะสมเมื่อครู่นี้หรือเปล่า
เขาชี้ไปที่โดรนบนพื้น แล้วแผดเสียงตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงของคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ถูกพวกมือสมัครเล่นหยามเกียรติ
“พี่ชาย พี่ล้อผมเล่นป่ะเนี่ย?!”
“พี่คิดว่ามันง่ายเหมือนเปลี่ยนถ่านหรือไง? พี่ดูให้ดีๆ นะ! นี่มันเป็นปัญหาที่เมนบอร์ดระบบควบคุมการบิน! มันคือสมองกลของเครื่องเลยนะเว้ย! แล้วกล้องนี่ก็พัง แกนกันสั่นข้างในก็คงหักไปแล้วมั้ง! อาการขนาดนี้มันต้องใช้เครื่องมือตรวจสอบระดับโปร ต้องใช้อะไหล่แท้จากโรงงาน ต้องมีห้องปลอดฝุ่นกับเครื่องมือบัดกรีความละเอียดสูง! ต่อให้เป็นช่างเทวดาที่ไหน ถ้าไม่ใช่ศูนย์ซ่อมของ DJI ก็ซ่อมไม่รอดหรอกพี่!”
น้ำเสียงของเขาแหลมปรี๊ดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ในมุมมองของเขา คำพูดของหมิงเต้าไม่เพียงแต่จะสะท้อนความไม่รู้เรื่อง แต่ยังถือเป็นการดูหมิ่นความเชี่ยวชาญในสายอาชีพของเขาอย่างร้ายแรง
บรรดาผู้รอดชีวิตรอบข้างต่างก็ส่งสายตาเคลือบแคลงสงสัยมาให้เช่นกัน
“นั่นน่ะสิ ของแบบนี้ดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่าบอบบางจะตายชัก จะมาซ่อมส่งเดชได้ยังไง”
“พ่อหนุ่ม อย่ามามั่วเลยน่า เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ”
“เฮ้อ ช่างมันเถอะๆ ดูท่าจะพึ่งพาไม่ได้ซะแล้วสิ...”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมขึ้นเซ็งแซ่ในหมู่ฝูงชน
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับข้อกังขาของหลี่หยวนและคำพูดถากถางจากคนรอบข้าง หมิงเต้ากลับไม่ได้โต้เถียงอะไร
เขาเพียงแค่ย้อนถามกลับไปว่า
“โดรนตัวนี้ มันสำคัญกับนายมากเลยใช่ไหมล่ะ?”
หลี่หยวนชะงักไป
“ถ้าซ่อมมันไม่ได้ นายก็คงหาแหล่งน้ำแห่งต่อไปไม่เจอ แล้วก็หมดสิทธิ์ใช้มันไปแลกแต้มสมทบส่วนรวมที่พวกหลิวกั๋วต้งตั้งไว้ด้วย ใช่หรือเปล่าล่ะ?”
“ถ้าไม่มีมัน ตัวนายกับพวกคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาขุดรากไม้อยู่ตรงชายป่านั่น จะมีอะไรต่างกันตรงไหนงั้นเหรอ?”