เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77 โดรนของนาย ดูท่าจะเจ็บหนักอยู่นะ

บทที่ 77 โดรนของนาย ดูท่าจะเจ็บหนักอยู่นะ

บทที่ 77 โดรนของนาย ดูท่าจะเจ็บหนักอยู่นะ


เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย หิ้วกระต่ายที่ยังดิ้นกระแด่วๆ เอาไว้ พลางเดินนำหวังฉู่ที่กำลังทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก เปลี่ยนทิศทางมุ่งตรงดิ่งไปยังชายหนุ่มสวมแว่นคนนั้นทันที

ชายหนุ่มคนนั้นก็สังเกตเห็นการเข้ามาใกล้ของหมิงเต้าเช่นกัน

ทีแรกสายตาของเขาถูกดึงดูดด้วยกระต่ายป่าที่ดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในมือของหวังฉู่ แววตาฉายแววอิจฉาออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง

แต่พอเขาปะทะเข้ากับสายตาอันดุดันและท่าทางการเดินตรงดิ่งเข้ามาหาของหมิงเต้า ความอิจฉาก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงในทันที

ในวันสิ้นโลกแบบนี้ คนแปลกหน้าที่จู่ๆ ก็เดินเข้ามาหา มักจะนำพาความซวยมาให้เสมอ

เมื่อเห็นหมิงเต้าเดินเข้ามาใกล้ เขาก็เผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ สองมือยกโดรนขึ้นมากอดแนบอกราวกับกำลังปกป้องของล้ำค่า พลางเอ่ยถามด้วยความระแวดระวัง

“มี... มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”

น้ำเสียงของเขาไม่ดังนัก แฝงไปด้วยความขี้ขลาดตามแบบฉบับของพวกเด็กเนิร์ด

สายตาของหมิงเต้าตกลงไปอยู่ที่โดรนซึ่งเพิ่งจะร่อนลงจอดบนผืนหญ้าเมื่อครู่นี้

มันคือโดรนถ่ายภาพทางอากาศระดับใช้งานทั่วไปยี่ห้อ DJI รุ่นดูค่อนข้างใหม่เลยทีเดียว

ทว่าสภาพของมันในตอนนี้ กลับดู ‘ผ่านสมรภูมิ’ มาอย่างหนักหน่วง

ใบพัดทั้งสี่ มีอยู่สองอันที่ขอบแหว่งและมีรอยร้าวอย่างเห็นได้ชัด ราวกับถูกของมีคมเฉือนเข้าอย่างจังด้วยความเร็วสูง

บนตัวเครื่องสีขาวเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนยิบย่อย รอยที่สะดุดตาที่สุดคือรอยข่วนลึกที่ลากยาวตั้งแต่หัวจรดหาง ราวกับถูกกรงเล็บแหลมคมของนกล่าเหยื่อตะปบเข้าอย่างจัง

และจุดที่สาหัสที่สุด ก็คือกล้องที่ติดอยู่ใต้หัวเครื่อง

กระจกป้องกันเลนส์มีรอยร้าวแตกเป็นทางยาว! แม้จะยังไม่แตกละเอียดหลุดออกมา แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อความคมชัดของภาพอย่างรุนแรงแน่นอน

หมิงเต้ากวาดสายตามองประเมินทุกอย่างไว้ในใจ และได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว

เขาดึงสายตากลับมา จ้องมองชายหนุ่มที่กำลังเหงื่อแตกพลั่กด้วยความประหม่าอีกครั้ง ก่อนจะเหยียดยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันขาว

เขาชี้ไปที่โดรน DJI สภาพยับเยินลำนั้น แล้วเปิดประเด็นตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

“สุดหล่อ โดรนของนาย ดูท่าจะเจ็บหนักอยู่นะ”

เมื่อเจอประโยคทักทายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของหมิงเต้าเข้าไป ชายหนุ่มสวมแว่นก็หน้าแดงเถือก อาการเหมือนเด็กเนิร์ดที่ถูกจี้ใจดำจนทำตัวไม่ถูก

เขายกมือขึ้นชี้ไปที่โดรนสภาพสะบักสะบอมบนพื้นหญ้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความจนใจและปวดร้าว

“อย่าให้พูดถึงเลยครับพี่ เมื่อกี้ตอนบินอยู่ข้างบนโดนไอ้นกประหลาดที่ไหนไม่รู้โฉบเอา เกือบจะไม่ได้บินกลับมาแล้ว นี่มันเครื่องมือทำมาหากินของผมเลยนะพี่”

นกประหลาด?

เครื่องมือทำมาหากิน?

สองคำนี้ดึงดูดความสนใจของบรรดาผู้รอดชีวิตรอบข้างที่กำลังเงี่ยหูฟังอยู่ให้หันขวับมามองเป็นตาเดียวทันที

หมิงเต้าเลิกคิ้วขึ้น เขาจับคีย์เวิร์ดสำคัญในคำพูดของชายหนุ่มได้อย่างแม่นยำ จึงก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว พลางซักไซ้ต่อ

“อ้อ? แล้วนายเห็นอะไรข้างบนนั้นบ้างล่ะ? เจอแหล่งน้ำบ้างไหม?”

น้ำ!

คนที่ตอนแรกแค่ยืนดูอยู่ห่างๆ หรือแกล้งทำเป็นขุดรากผักป่า ต่างก็หยุดชะงักมือโดยไม่ได้นัดหมาย และค่อยๆ ขยับตัวตีวงล้อมเข้ามาใกล้ๆ ทันที

ชายหนุ่มเห็นได้ชัดว่าไม่ได้เตรียมใจมาเป็นจุดสนใจของคนหมู่มากขนาดนี้

เขาตกใจกับปฏิกิริยาของคนรอบข้าง พอมองไปเห็นแววตาที่เปล่งประกายวาวโรจน์ราวกับหมาป่าหิวโซของผู้รอดชีวิตเหล่านั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกซู่

เขาหันไปมองหมิงเต้าโดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการหาที่พึ่งพิง

เมื่อได้รับรอยยิ้มตอบกลับจากหมิงเต้า เขาถึงได้สงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง

“เจอครับ!”

เจอแล้ว!

เจอแหล่งน้ำแล้ว!!!

“จริงดิ? เจอแหล่งน้ำแล้วเหรอ?”

“อยู่ตรงไหนล่ะ? ไกลไหม? น้ำสะอาดหรือเปล่า?”

“สวรรค์โปรด! ในที่สุดก็รอดตายแล้ว! พวกเราไม่ต้องทนดื่มน้ำคลำอีกต่อไปแล้ว!”

นี่คือข่าวดีแบบจริงๆ จังๆ ข่าวแรกที่พวกเขาได้ยินนับตั้งแต่วันสิ้นโลกเปิดฉากขึ้นเมื่อสามวันก่อน!

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสายจากรอบทิศทาง ประกายความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิดก็สว่างวาบขึ้นในดวงตาของหลี่หยวนเช่นกัน เขาเร่งเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงนกกระจอกแตกรัง

“เจอครับ! ไปทางทิศเหนือ! เดินจากตรงนี้ไปทางเหนือประมาณสามสี่กิโลเมตร มีลำธารสายเล็กๆ อยู่สายนึง! ความกว้างไม่เท่าไหร่ แต่น้ำไหลค่อนข้างเชี่ยวเลย ผมลองซูมกล้องดูแล้ว มองเห็นก้อนหินใต้น้ำชัดแจ๋วเลย! ดูสะอาดมากครับ!”

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ความตื่นเต้นบนใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความสลดหดหู่

“เสียดาย... ตอนที่ผมกำลังจะบังคับเครื่องกลับ ไม่รู้ว่ามีไอ้นกประหลาดสีดำโผล่มาจากไหน ความเร็วของมันน่ากลัวมาก! มันพุ่งดิ่งเข้ามาเล่นงานโดรนของผมตรงๆ เลย! ผมพยายามดึงเครื่องหลบสุดชีวิตแล้ว แต่ก็ยังโดนกรงเล็บมันข่วนเข้าที่ตัวเครื่องเต็มๆ!”

เขาชี้ไปที่รอยข่วนลึกน่ากลัวบนโดรน พลางเล่าด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นคลอนไม่หาย

“ตอนนั้นทั้งเครื่องมันหมุนคว้างกลางอากาศแบบเสียการทรงตัวไปเลย เกือบจะร่วงโหม่งโลกซะแล้ว ผมพยายามประคองเครื่องแทบตายกว่าจะบินกลับมาได้ แต่ตอนนี้... ตอนนี้ระบบควบคุมการบินน่าจะรวนไปหมดแล้วล่ะครับ ตอนร่อนลงจอดเมื่อกี้พวกพี่ก็เห็นใช่ไหมว่ามันส่ายไปส่ายมา บังคับไม่ได้ดั่งใจเลย สงสัย... สงสัยคงจะพังแล้วล่ะครับ”

รอยยิ้มแห่งความปีติบนใบหน้าของผู้คนที่กำลังจินตนาการถึงแหล่งน้ำใหม่ พลันแข็งค้างไปในทันที

เจอแหล่งน้ำแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?

ระยะทางสามสี่กิโลเมตร นั่นมันหมายความว่ายังไงรู้ไหม? มันหมายความว่าพวกเขาต้องเดินฝ่าพื้นที่แปลกหน้า ที่อาจจะมีอันตรายที่มองไม่เห็นซ่อนตัวอยู่เต็มไปหมด!

เมื่อวานนี้ แค่ตรงชายป่าแถวนี้ เสือเขี้ยวดาบตัวเดียวยังฆ่าคนตายไปตั้งเจ็ดคน! แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าแถวๆ ลำธารนั่น จะมีตัวประหลาดอะไรดักซุ่มอยู่อีกบ้าง?

และตอนนี้ ‘ดวงตา’ เพียงดวงเดียวที่สามารถช่วยสอดแนมทางอากาศและวาดแผนที่เส้นทางที่ปลอดภัยให้ทุกคนได้ กลับมาพังไม่เป็นท่าซะแล้ว

ถ้าไม่มีโดรนคอยบินสำรวจทางให้ ใครมันจะกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับพวกสัตว์ป่า เพื่อเดินไปแหล่งน้ำที่อยู่ห่างออกไปตั้งสามกิโลเมตรล่ะ?

ส่งคนไปดูลาดเลางั้นเหรอ? ส่งใครไปล่ะ? ใครจะยอมไป?

ฝูงชนตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ความสิ้นหวังที่ตามมาหลังจาดความหวัง มักจะกัดกินจิตใจคนได้ทรมานกว่าเสมอ

ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังหมดอาลัยตายอยากอยู่นั้น หมิงเต้ากลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ พินิจพิเคราะห์โดรน ‘เวอร์ชันผ่านสมรภูมิ’ ลำนั้นอย่างละเอียด ก่อนจะยื่นนิ้วออกไปลูบไล้รอยข่วนที่ลึกจนเห็นโครงสร้างภายในอย่างแผ่วเบา

“อาการแบบนี้... บางทีฉันอาจจะซ่อมได้นะ”

อะไรนะ?

หลี่หยวนเงยหน้าขวับ อาการช็อกกินจนพูดไม่ออก

สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ถึงขั้นคิดว่าตัวเองอาจจะหูแว่วไปเพราะความเครียดสะสมเมื่อครู่นี้หรือเปล่า

เขาชี้ไปที่โดรนบนพื้น แล้วแผดเสียงตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงของคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ถูกพวกมือสมัครเล่นหยามเกียรติ

“พี่ชาย พี่ล้อผมเล่นป่ะเนี่ย?!”

“พี่คิดว่ามันง่ายเหมือนเปลี่ยนถ่านหรือไง? พี่ดูให้ดีๆ นะ! นี่มันเป็นปัญหาที่เมนบอร์ดระบบควบคุมการบิน! มันคือสมองกลของเครื่องเลยนะเว้ย! แล้วกล้องนี่ก็พัง แกนกันสั่นข้างในก็คงหักไปแล้วมั้ง! อาการขนาดนี้มันต้องใช้เครื่องมือตรวจสอบระดับโปร ต้องใช้อะไหล่แท้จากโรงงาน ต้องมีห้องปลอดฝุ่นกับเครื่องมือบัดกรีความละเอียดสูง! ต่อให้เป็นช่างเทวดาที่ไหน ถ้าไม่ใช่ศูนย์ซ่อมของ DJI ก็ซ่อมไม่รอดหรอกพี่!”

น้ำเสียงของเขาแหลมปรี๊ดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ในมุมมองของเขา คำพูดของหมิงเต้าไม่เพียงแต่จะสะท้อนความไม่รู้เรื่อง แต่ยังถือเป็นการดูหมิ่นความเชี่ยวชาญในสายอาชีพของเขาอย่างร้ายแรง

บรรดาผู้รอดชีวิตรอบข้างต่างก็ส่งสายตาเคลือบแคลงสงสัยมาให้เช่นกัน

“นั่นน่ะสิ ของแบบนี้ดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่าบอบบางจะตายชัก จะมาซ่อมส่งเดชได้ยังไง”

“พ่อหนุ่ม อย่ามามั่วเลยน่า เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ”

“เฮ้อ ช่างมันเถอะๆ ดูท่าจะพึ่งพาไม่ได้ซะแล้วสิ...”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมขึ้นเซ็งแซ่ในหมู่ฝูงชน

ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับข้อกังขาของหลี่หยวนและคำพูดถากถางจากคนรอบข้าง หมิงเต้ากลับไม่ได้โต้เถียงอะไร

เขาเพียงแค่ย้อนถามกลับไปว่า

“โดรนตัวนี้ มันสำคัญกับนายมากเลยใช่ไหมล่ะ?”

หลี่หยวนชะงักไป

“ถ้าซ่อมมันไม่ได้ นายก็คงหาแหล่งน้ำแห่งต่อไปไม่เจอ แล้วก็หมดสิทธิ์ใช้มันไปแลกแต้มสมทบส่วนรวมที่พวกหลิวกั๋วต้งตั้งไว้ด้วย ใช่หรือเปล่าล่ะ?”

“ถ้าไม่มีมัน ตัวนายกับพวกคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาขุดรากไม้อยู่ตรงชายป่านั่น จะมีอะไรต่างกันตรงไหนงั้นเหรอ?”

จบบทที่ บทที่ 77 โดรนของนาย ดูท่าจะเจ็บหนักอยู่นะ

คัดลอกลิงก์แล้ว