- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 68 เจอะพี่เฟิง
บทที่ 68 เจอะพี่เฟิง
บทที่ 68 เจอะพี่เฟิง
หัวขนาดมหึมาห้อยตกลงพื้นอย่างหมดแรง ดวงตาเล็กจิ๋วคู่นั้นปรือปรอยแทบจะปิดมิปิดแหล่
ทุกครั้งที่หายใจ ร่างอันใหญ่โตของมันจะกระเพื่อมไหวเบาๆ
หนามแหลมบนหลังหลายอันหักสะบั้นจากการดิ้นรน เลือดที่ไหลซึมจากบาดแผลย้อมดินโคลนเบื้องล่างจนกลายเป็นสีแดงคล้ำ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่ดูไม่น่าคบหาตัวนี้ แม้จะยืนห่างออกมาหลายสิบเมตร แต่หวังฉู่ก็ยังรู้สึกหนังหัวชาวาบ ขาแข้งอ่อนแรงพับไปหมด
หนามแหลมที่ปกคลุมไปทั่วร่าง แค่เห็นก็หนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ ขืนโดนมันชนเข้าสักที มีหวังได้กลายเป็นมนุษย์รูพรุนเลือดสาดกระจายแน่
“พี่... พี่หมิง... ไอ้นี่มัน...” เสียงของหวังฉู่สั่นเครือ “เรา... จะจัดการมันยังไงดี?”
“ไม่ต้องลน มันหมดแรงแล้ว”
หมิงเต้าดึงชะแลงออกมา
เขาไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไปตรงๆ แต่ย่อตัวต่ำลง อาศัยต้นไม้และโขดหินกำบังกาย ค่อยๆ ย่องอ้อมไปทางด้านหลังเยื้องๆ ของเจ้าเม่นยักษ์ ซึ่งเป็นจุดบอดทางสายตาที่มันมองไม่เห็นแน่นอน
“หวังฉู่” เสียงหมิงเต้าลอยมาจากในเงามืด
“ครับ!” หวังฉู่ยืดตัวตรงโดยอัตโนมัติ
“ฟังคำสั่งฉัน พอฉันนับถึงสาม ให้นายทำเสียงดังๆ ตรงจุดที่นายยืนอยู่ เอาให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดึงความสนใจมันไว้”
“ฮะ?”
หวังฉู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจเจตนาของหมิงเต้า นี่มันแผนล่อเสือออกจากถ้ำชัดๆ!
“ตะ... แต่ว่า...”
เขามองหนามแหลมคมกริบบนตัวเม่นยักษ์แล้วอดสยองไม่ได้ เกิดไอ้เดรัจฉานนี่มันคลั่งขึ้นมาแล้วพุ่งใส่เขาจะทำยังไง?
“ไม่มีแต่!” น้ำเสียงของหมิงเต้าเข้มขึ้นทันที “ขาหลังมันติดกับดักอยู่ ไปไหนได้ไม่ไกลหรอก! อีกอย่างมันหมดแรงแล้ว! เชื่อใจฉัน! ปฏิบัติตามคำสั่ง!”
“...ครับ!”
หวังฉู่กัดฟันกรอด ตัดสินใจเด็ดขาด
อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ! แค่ความเสี่ยงแค่นี้ยังไม่กล้าเสี่ยง วันข้างหน้าจะไปติดตามพี่หมิงได้ยังไง!
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก กระชับมีดเลาะกระดูกในมือแน่น
“หนึ่ง”
เสียงหมิงเต้าดังขึ้น ตอนนี้เขาเคลื่อนที่เข้าไปประชิดตัวเม่นยักษ์ในระยะไม่ถึงสิบเมตรแล้ว ร่างกายเตรียมพร้อม กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเขม็ง
“สอง”
หวังฉู่ชูมีดขึ้นเหนือหัว เล็งไปที่ก้อนหินแข็งเป๊กตรงหน้า
“สาม!”
สิ้นเสียงคำสั่ง หวังฉู่ก็ทุ่มแรงทั้งหมดที่มี ฟาดสันมีดลงไปที่ก้อนหินเต็มรัก!
“เคร้ง!!! โครม!!!”
ตามมาด้วยเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายของหวังฉู่
“เฮ้ย! ไอ้หมูตอนสมองทึบ! มองทางนี้! ปู่นายอยู่นี่โว้ย!!!”
ได้ผลชะงัด!
เม่นกลายพันธุ์ที่นอนพะงาบๆ อยู่ สะดุ้งโหยงสุดตัวเมื่อเจอกับเสียงดังสนั่นและคำท้าทายที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว!
มันส่งเสียงคำรามต่ำ พยายามผงกหัวขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาเล็กๆ สีแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่ต้นเสียง
หวังฉู่!
จังหวะนี้แหละ!
วินาทีที่เม่นยักษ์หันหัวไป หมิงเต้าก็ลงมือทันที!
เขาพุ่งตัวออกจากเงามืด!
ระยะทางไม่กี่เมตร ถูกย่นระยะจนเหลือศูนย์ในชั่วพริบตา!
“พ่อมึงตาย!!!”
“ตาย!! ซะ!!!”
สองมือกระชับชะแลงแน่น บิดเอวส่งแรงขณะพุ่งตัวด้วยความเร็วสูง รีดเค้นพละกำลังทั้งหมดจากฝ่าเท้า ส่งผ่านเอวและหน้าท้อง ไปจนถึงท่อนแขน รวมเป็นแรงระเบิดตูมเดียวที่ทรงพลังมหาศาล อัดใส่แท่งเหล็กในมือ!
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า
เขารู้สึกเหมือนพละกำลังของตัวเองเพิ่มขึ้นผิดหูผิดตา
“ฟิ้ว!”
ชะแลงหนักอึ้งแหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิว วาดเป็นเส้นโค้งสวยงาม ฟาดเปรี้ยงเข้าที่จุดเชื่อมต่อระหว่างท้ายทอยกับกะโหลกของเม่นกลายพันธุ์อย่างจัง!
“ผลัวะ!!!”
ติดคริติคอล!
เสียงทึบหนักแน่นดังสนั่น!
เม่นกลายพันธุ์ร่างยักษ์ไม่มีโอกาสได้ร้องโหยหวนสักแอะ ขาทั้งสี่เหยียดเกร็ง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ
ร่างอันมหึมาร่วงกระแทกพื้นดังสนั่น ก่อนจะกระตุกสองสามที แล้วก็นิ่งสนิทไป
ทีเดียวจอด?
เอาเป็นว่าสลบเหมือดไปแล้ว...
หวังฉู่อ้าปากค้าง มองภาพความรุนแรงแต่เฉียบขาดตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ปากอ้ากว้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้
ไอ้ยักษ์ตัวนี้... เสร็จพี่หมิงในไม้เดียวเนี่ยนะ?
นี่มัน... จะโหดเกินไปแล้ว...
หมิงเต้าค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา สะบัดแขนที่ชาหนึบเล็กน้อย เมื่อกี้เขาใส่สุดตัว รีดเร้นพลังที่มีทั้งหมดออกมาใช้
ดูเหมือนผลลัพธ์จะดีเกินคาดแฮะ
เขาก้มมองข้อมือตัวเอง... แรงเราเยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ช่างเถอะ
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งสงสัย
เขาเดินเข้าไปใช้เท้าเขี่ยร่างเม่นยักษ์ พอแน่ใจว่ามันนิ่งสนิทแล้วจริงๆ ถึงได้กวักมือเรียกหวังฉู่ที่ยังยืนบื้ออยู่
“มานี่ มาช่วยกันหน่อย”
ทั้งสองคนต้องออกแรงกันจนหน้าดำหน้าแดง กว่าจะงัดเอาเจ้าเม่นกลายพันธุ์ตัวหนักอึ้งออกจากกับดักที่ฝังลึกเข้าไปในเนื้อได้
พอได้เห็นสัตว์ยักษ์นอนแผ่หราอยู่ตรงหน้าแบบเต็มตา ความตื่นเต้นจากลาภก้อนโตก็ถาโถมเข้ามาแทนที่ความกลัวจนหมดสิ้น
“แม่มันเอ๊ย...” หวังฉู่มองเม่นกลายพันธุ์ที่น่าจะหนักไม่ต่ำกว่าสามร้อยจิน เผลอๆ อาจจะแตะห้าร้อยจินด้วยซ้ำ น้ำลายแทบหก
“พี่หมิง... นี่... นี่กินได้อีกนานแค่ไหนเนี่ย! หนังหนาๆ กับหนามพวกนี้ เผลอๆ แม้แต่เสือเขี้ยวดาบยังกัดไม่เข้าเลยมั้ง? รวยแล้วพวกเรา! งานนี้รวยเละ!”
ในหัวเขาเริ่มจินตนาการถึงเมนูเด็ดสารพัด ทั้งหมูน้ำแดง หมูสามชั้นผัดพริกเกลือ หมูปิ้ง...
“กิน?”
หมิงเต้าส่ายหน้า ดับฝันกลางวันของอีกฝ่ายทันควัน
เขามองเจ้าเม่นยักษ์ตัวนี้ จู่ๆ ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัว
“ไม่ๆๆ กินน่ะเสียของแย่”
“ฉันมีวิธีใช้ประโยชน์จากมันได้ดีกว่านั้น”
“หา?” หวังฉู่ชะงัก สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง “เนื้อดีขนาดนี้ ไม่กินแล้วจะเอาไปทำอะไร? หรือว่า... หรือจะเอาไปแลกของกับพวกหลิวกั๋วต้ง?”
หมิงเต้าไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“เดี๋ยวนายก็รู้เอง”
ขณะที่พวกเขากำลังจะไปดูกับดักอันที่สาม รอยยิ้มของหมิงเต้าก็พลันแข็งค้าง
หูของเขากระดิกเล็กน้อย จับเสียงความเคลื่อนไหวที่เบาบางมากๆ ได้
เสียงฝีเท้า
และเสียงคุยกันเบาๆ เหมือนพยายามกดเสียงให้ต่ำ
มีคนกำลังมา! แถมไม่ได้มาคนเดียวด้วย!
หมิงเต้ารีบยกมือขึ้นทำสัญญาณให้เงียบ พร้อมกับกระชากแขนหวังฉู่ที่ยังตื่นเต้นไม่หาย ให้ลงไปนั่งยองๆ หลบหลังซากเม่นยักษ์ทันที
“เงียบ” เขากระซิบเสียงต่ำ สั้นๆ ได้ใจความ
หัวใจของหวังฉู่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เขารีบหุบปากฉับ มือที่กำมีดชื้นเหงื่อไปด้วยความตึงเครียด
หมิงเต้าชี้ไปทางต้นเสียง ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา
เห็นเงาคนตะคุ่มๆ หลายร่าง กำลังเดินโซซัดโซเซตรงมาทางนี้
คนนำขบวนมีผมสีทองเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น
ใบหน้าเขียวช้ำม่วงคล้ำ มุมปากยังมีแผลสด ท่าเดินกะเผลกดูทุลักทุเล สภาพดูไม่จืดเอาเสียเลย
แต่แววตาคู่นั้น กลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและอาฆาตมาดร้าย
พี่เฟิง!
ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน ถึงพาพวก “นักโทษแรงงาน” แหกคุกหนีการคุมเข้มของหลิวกั๋วต้งออกมาได้!