เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 วันที่ 3 ของการสรุปผลลัพธ์รายวัน

บทที่ 62 วันที่ 3 ของการสรุปผลลัพธ์รายวัน

บทที่ 62 วันที่ 3 ของการสรุปผลลัพธ์รายวัน


ผู้เอาชีวิตรอดที่มองเห็นแสงสว่างลำนี้ ต่างก็มีปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป

ในห้องที่มืดมิดห้องหนึ่ง คุณแม่ยังสาวกำลังโอบกอดลูกน้อยที่กำลังร้องไห้จ้าด้วยความหิวโหย เธอทอดสายตามองไปยังแสงสว่างอันห่างไกลนอกหน้าต่าง แววตาพลันจุดประกายความหวังขึ้นมาในพริบตา

เธอชี้ไปที่แสงนั้น แล้วพูดกับลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ลูกจ๋าดูสิ มีแสงสว่างแล้ว... มีแสงสว่างแล้ว ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นแน่ๆ”

ทว่าในอีกตึกหนึ่ง ชายคนหนึ่งที่ไม่มีแต้มสมทบส่วนรวม จึงทำได้เพียงแทะบิสกิตอัดแท่งแข็งๆ แห้งๆ ประทังชีวิต เขากำลังจ้องมองแสงสว่างลำนั้นด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง พร้อมกับสบถด่าเสียงต่ำ

“ใช้ตรรกะอะไรมาตัดสินวะ! ทำไมพวกมันถึงได้เสวยสุขอยู่ฝ่ายเดียว! ไอ้ชาติหมาหลิวกั๋วต้ง!”

เขากลืนบิสกิตในมือลงคออย่างยากลำบาก เปลวเพลิงแห่งความริษยาลุกโชนแผดเผาอยู่ในใจ

แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ พวกเขาทำเพียงแค่มองลอดหน้าต่างออกไปด้วยสายตาที่ชาชิน

แสงนั้นช่างสว่างไสว ช่างงดงาม ราวกับความฝันที่ไกลเกินเอื้อม

แต่พวกเขารู้ดีว่า แสงนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองเลย

พวกเขาค่อยๆ รูดผ้าม่านปิดลงอย่างเงียบเชียบ หันหลังกลับเข้าสู่ความมืดมิดของตัวเอง นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอันหนาวเหน็บต่อไป พลางครุ่นคิดว่าพรุ่งนี้จะหาอะไรประทังชีวิต และตัวเองจะยังมีชีวิตรอดไปจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่

แสงสว่างลำนั้น สาดส่องให้เห็นความรุ่งโรจน์ของชนชั้นสูง และในขณะเดียวกัน ก็สาดส่องให้เห็นความมืดมิดที่ลึกล้ำยิ่งกว่าของชนชั้นล่าง

……

หลังจากที่หมิงเต้าและหวังฉู่แน่ใจแล้วว่ากองกำลังของหลิวกั๋วต้งพากันขนของกลางและนักโทษล่าถอยกลับไปหมดแล้ว พวกเขาก็ค่อยๆ ลอบเร้นออกจากพุ่มไม้ มุ่งหน้ากลับไปยังตึกห้าอย่างเงียบเชียบ

ระหว่างทางกลับ หวังฉู่ยังคงมีอาการอกสั่นขวัญแขวน ร่างกายยังคงจมปลักอยู่กับความตื่นตะลึงเมื่อครู่นี้ ไม่สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้เสียที

“แม่งเอ๊ย... โคตรระทึกเลย...”

เขาเดินไปพลาง บ่นพึมพำไปพลางด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “พี่หมิง วันนี้ผมหูตาสว่างเลยว่ะ ไอ้พวกจ้าวหู่นี่แม่งโคตรเถื่อนเลย ซัดกันหยั่งกะหั่นผักปลา ส่วนไอ้หลิวกั๋วต้งนั่น... แม่งก็ของจริงว่ะ”

เขาชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองตึกกองบัญชาการที่เปิดไฟสว่างไสวอยู่ไกลๆ ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

“พี่หมิง งานนี้หลิวกั๋วต้งได้นั่งแท่นคุมอำนาจแบบถาวรแล้วล่ะ มีทั้งกองกำลัง (จ้าวหู่) มีทั้งคลังแสง (เสบียง) แถมตอนนี้ยังมีไฟฟ้าใช้อีก... พ่องตาย นี่มันรวบอำนาจเบ็ดเสร็จชัดๆ แล้ว... แล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อดีล่ะเนี่ย?”

ความกังวลของหวังฉู่ เป็นตัวแทนของเสียงสะท้อนจากใจผู้เอาชีวิตรอดส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เข้าร่วมกับกงสี

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจเผด็จการที่แข็งแกร่งและกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พลังของปัจเจกบุคคลก็ดูช่างเล็กจ้อยและไร้ความหมายเสียเหลือเกิน

เมื่อได้ยินคำถามของหวังฉู่ ในที่สุดหมิงเต้าก็หยุดเดิน เขาหันกลับมามองหวังฉู่แวบหนึ่ง มุมปากยกยิ้มขึ้นมาบางๆ อย่างมีความนัย

“นายพูดซะหยั่งกะพวกเราเป็นตัวร้ายซะงั้น”

หวังฉู่อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ

“ผม... ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อย...”

“ช่างหัวมันสิ มันอยากจะเก่งแค่ไหนก็ปล่อยมันไป” หมิงเต้าดึงสายตากลับมา แล้วก้าวเดินต่อไป

“นี่เพิ่งจะวันที่เท่าไหร่เอง? วันที่สองเองนะ ตอนนี้ทุกบ้านก็ยังมีเสบียงตุนไว้อยู่บ้าง ข้าวปลาอาหารก็ยังไม่ได้ขาดแคลนอะไรมากมาย มันก็เลยใช้เศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อยกับกำลังทหารข่มขู่ ให้ทุกคนยอมก้มหัวให้ได้ เพราะทุกคนยังไม่ถึงจุดที่เข้าตาจน ยังพอทนได้อยู่”

“เดี๋ยวรอดูอีกสักอาทิตย์นึงสิ”

“รอให้เสบียงที่ตุนไว้ในบ้านทุกคนหมดเกลี้ยง รอให้ทุกคนต้องพึ่งพาไอ้ ‘แต้มสมทบส่วนรวม’ กระจอกๆ ของมัน เพื่อแลกเศษอาหารประทังชีวิต รอให้ความหิวโหยเริ่มกัดกินกระเพาะและสติสัมปชัญญะของทุกคนจริงๆ ซะก่อน... ถึงตอนนั้นแหละ บททดสอบสันดานดิบของมนุษย์ที่แท้จริง ถึงจะเริ่มต้นขึ้น”

“เดี๋ยวหางจิ้งจอกของหลิวกั๋วต้ง ก็โผล่ออกมาเองแหละ”

……

สรรพเสียงเงียบสงัด

เที่ยงคืนตรงเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่วินาทีเดียว

ตึกห้า ห้อง 802 บริเวณกึ่งกลางของห้องหนังสือขนาดมหึมา ที่ถูกขยายพื้นที่ด้วยการ์ดขยายพื้นที่จนกว้างขวางเทียบเท่าห้องสมุดขนาดย่อม หมิงเต้านั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้น

เขาหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและเชื่องช้า ในพริบตานั้น แสงสว่างสองสายก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกัน

สายหนึ่ง คือหน้าต่างระบบก่อสร้างที่คุ้นเคย ซึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แผ่รัศมีสีฟ้าอมน้ำเงินจางๆ

ส่วนอีกสายหนึ่ง ระเบิดตู้มขึ้นในส่วนลึกของสมองโดยตรง นั่นคือระบบสรุปผลลัพธ์รายวันที่มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ครอบครอง

แสงสีฟ้าอมน้ำเงินทะลุทะลวงความมืดมิด เสียงสังเคราะห์ของจักรกลอันเย็นชา ดังขึ้นในหัวอย่างตรงเวลา

[เริ่มทำการสรุปผลลัพธ์รายวัน...]

[กำลังทำการประเมินผลรวมจากพฤติกรรมของคุณในวันนี้...]

[พฤติกรรมที่ 1: เฝ้ามองและวิเคราะห์การเปลี่ยนผ่านอำนาจ – คุณซุ่มดูเหตุการณ์ที่กงสีของนิติบุคคลกวาดล้างพวก ‘หมาป่าเดียวดาย’ และควบรวมพวก ‘เป็นกลาง’ เข้าด้วยกันอย่างเงียบๆ จนเข้าใจรูปแบบการก่อตั้ง การกวาดล้าง และการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จของกลุ่มอำนาจหลักในหมู่บ้านบลูเบย์เพนนินซูล่าอย่างถ่องแท้ ทำให้ได้รับข้อมูลข่าวกรองชิ้นสำคัญเกี่ยวกับสองขั้วอำนาจหลักอย่าง ‘กงสี’ และ ‘หมาป่าเดียวดาย’]

[ประเมินค่า: วางแผนการรบอยู่ในกระโจมบัญชาการ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ลงมือทำห่าอะไรเลย แต่บางครั้ง การไม่ทำอะไรเลย ก็คือทางเลือกที่ดีที่สุด]

[คะแนน +2]

มุมปากของหมิงเต้ากระตุกขึ้นมาเล็กน้อยแทบจะมองไม่เห็น

คำวิจารณ์นี้ ทั้งแม่นยำและจิกกัดได้เจ็บแสบเหมือนเคย

เขาไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยจริงๆ ไม่ได้ไปร่วมแจมกับแผนการปล้นโง่ๆ ของพวกพี่เฟิง แล้วก็ไม่ได้ไปมีส่วนร่วมกับปฏิบัติการปราบปรามเพื่อผดุงความยุติธรรมของหลิวกั๋วต้งด้วย

เขาเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่เยือกเย็น เฝ้ามองดูละครฉากใหญ่ของทุกคนจนหมดเปลือก แล้วนำมาอนุมานหาทิศทางในอนาคต และเห็นได้ชัดว่า ระบบก็ยอมรับในกลยุทธ์การวางตัวเป็นคนนอกแบบนี้

[พฤติกรรมที่ 2: ดึงตัวสายลับคนสำคัญ – คุณใช้ความได้เปรียบด้านข้อมูลและทรัพยากร ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด (น้ำกรองหนึ่งขวด) ซื้อใจ ‘พี่สาวหวัง’ ซึ่งเป็นสายลับคนสำคัญได้สำเร็จ และได้รับเครือข่ายข่าวกรองที่ครอบคลุมผู้อยู่อาศัยทั้งตึกห้ามาครอบครอง]

[ประเมินค่า: ข่าวกรองคืออำนาจ ในวันสิ้นโลก จิตใจคนมีค่ามากกว่ากำปั้น และในขณะเดียวกันก็ราคาถูกยิ่งกว่ากำปั้นเสียอีก]

[คะแนน +2]

น้ำเพียงหนึ่งขวด แลกมาซึ่งดวงตาคู่หนึ่งที่จะคอยสอดส่องทุกความเคลื่อนไหวภายในตึกแทนเขา พร้อมกับแผนผังความสัมพันธ์ที่ลงรายละเอียดลึกซึ้งจนน่าขนลุก

การลงทุนครั้งนี้ ถือว่ากำไรมหาศาล หมิงเต้าพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก การมีอยู่ของพี่สาวหวัง ช่วยเติมเต็มจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายในการควบคุมข้อมูลระดับรากหญ้าของเขาให้สมบูรณ์แบบ

[พฤติกรรมที่ 3: ประดิษฐ์และวางกับดักสำเร็จ – คุณใช้พิมพ์เขียวและวัสดุที่รวบรวมมา ประดิษฐ์กับดักหนีบสัตว์แบบง่ายสามอันได้สำเร็จ และนำไปวางดักไว้บนเส้นทางสำคัญที่ทอดยาวเข้าสู่ส่วนลึกของป่า แสดงให้เห็นถึงทักษะการลงมือปฏิบัติและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม]

[ประเมินค่า: นักล่าที่ยอดเยี่ยม จะไม่นั่งรอให้เหยื่อเดินมาหา คุณได้ก้าวข้ามจากการเป็นผู้เอาชีวิตรอดที่ตั้งรับ มาเป็นผู้ล่าในเชิงรุกอย่างแท้จริงแล้ว]

[คะแนน +16]

16 คะแนน!

นี่คือคะแนนเดี่ยวที่สูงที่สุดจากพฤติกรรมทั้งหมดในวันนี้

หมิงเต้าคาดเดาอยู่ในใจ

น่าจะมาจากการประดิษฐ์กับดักหนีบสัตว์อันละ 5 คะแนน และการนำไปวางดักไว้อีกอันละ 1 คะแนน

มีเหตุมีผลดี

ดูเหมือนว่าระบบจะให้ความสำคัญสูงสุดกับพฤติกรรมเชิงรุก การสร้างปัจจัยการผลิต และการกระทำที่มีความหมายในเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว

เมื่อเทียบกันแล้ว การเอาแต่ซ่อนตัวและเฝ้าสังเกตการณ์เฉยๆ กลับมีมูลค่าน้อยกว่ามาก

เรื่องนี้ช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาได้อีกครั้ง: หากต้องการกอบโกยให้มากขึ้น ก็ต้องกล้าเสี่ยงให้มากขึ้น และลงมือทำอะไรให้มากขึ้น

[พฤติกรรมที่ 4: รอดชีวิตจากการโจมตีของเสือเขี้ยวดาบ และซ่อนตัวตนพร้อมกับเพื่อนร่วมทางได้สำเร็จ]

[ประเมินค่า: เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่อาจต่อกรได้ การเอาชีวิตรอดมาได้ก็ถือเป็นชัยชนะแล้ว แต่จงจำไว้ว่า การวิ่งหนีและการซ่อนตัว ไม่ได้ช่วยให้ได้รับความเคารพ และไม่ได้ช่วยให้ได้คะแนนด้วย]

[คะแนน +2]

[พฤติกรรมที่ 5: เอาชีวิตรอดไปได้อีกหนึ่งวัน]

[ประเมินค่า: ยินดีด้วยที่คุณรอดชีวิตมาได้อีกวัน ขอให้พยายามต่อไป]

[คะแนน +1]

ข้อมูลการสรุปผลลัพธ์ไหลเลื่อนผ่านไปเป็นชุด และในที่สุด หน้าต่างระบบก็หยุดนิ่ง

[สรุปผลลัพธ์เสร็จสิ้น]

[คะแนนประเมินรวม: 23 คะแนน]

[คะแนนสะสม: 70 คะแนน]

[ประเมินค่า: ฟังเสียงฟ้าร้องในความเงียบสงัด สร้างผลงานชิ้นโบแดงในที่ที่ไร้ร่องรอย จงรักษามาตรฐานนี้ต่อไป อย่าปล่อยให้พวกที่ยืนอยู่กลางแสงสว่าง จับจ้องเงาของคุณได้ล่ะ]

จบบทที่ บทที่ 62 วันที่ 3 ของการสรุปผลลัพธ์รายวัน

คัดลอกลิงก์แล้ว