เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ชะตากรรมของหวังเต๋อฟา

บทที่ 23 ชะตากรรมของหวังเต๋อฟา

บทที่ 23 ชะตากรรมของหวังเต๋อฟา


หวังฉู่ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อถูกถามแบบนั้น ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ พลางเกาหัวมันเยิ้มด้วยความเขินอาย

“เอ่อ... เรื่องนี้มันก็... จริง ๆ แล้วผมจบสายศิลป์ เอกภูมิศาสตร์มาน่ะครับ เน้นไปทางภูมิศาสตร์กายภาพกับพฤกษศาสตร์ พอมาเขียนนิยาย พี่ก็รู้ใช่ไหม เพื่อความสมจริง มันก็ต้องรู้ไปหมดทุกเรื่อง ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การเอาตัวรอดในป่า... ต้องรู้ให้กว้างเข้าไว้ ความรู้รอบตัวที่คนทั่วไปมองว่าไร้สาระพวกนี้ ผมจำมาได้เป็นกระบุงโกยตอนหาข้อมูล ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้งัดเอามาใช้จริง ๆ”

หมิงเต้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ คำอธิบายนี้ฟังดูสมเหตุสมผล นักเขียนนิยายออนไลน์ในระดับหนึ่งก็คือนักปราชญ์จับฉ่าย เพื่อฉากมันส์ ๆ สักฉาก การค้นข้อมูลเป็นหมื่น ๆ คำถือเป็นเรื่องปกติ

“โอเค งั้นวันนี้ฝากด้วยนะ อาจารย์หวัง” หมิงเต้าเอ่ยแซวซึ่งหาได้ยากจากคนอย่างเขา

“อย่า ๆ ๆ พี่หมิงอย่าเรียกแบบนั้น ผมขนลุก”

หวังฉู่รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน แต่รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจกลับฉายชัดบนใบหน้าปิดไม่มิด

ภายใต้การชี้แนะของ “ผู้เชี่ยวชาญ” อย่างหวังฉู่ ปฏิบัติการกวาดล้างทรัพยากรของทั้งคู่จึงดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

พวกเขาถอดเสื้อยืดออกมาอย่างคล่องแคล่ว ใช้เถาวัลย์มัดแขนเสื้อและคอเสื้อจนแน่น กลายเป็นถุงผ้าชั่วคราวสองใบ

“อันนี้ เห็ดตับเต่า กินได้ รสสัมผัสเหมือนเนื้อสัตว์”

“อันนั้น เห็ดปะการัง หน้าตาเหมือนปะการัง เอาไปตุ๋นซุปนี่เด็ดสุดยอด”

“แล้วก็อันนี้ เห็ดมอร์เชลลา! พระเจ้าช่วย นี่มันของดีชัด ๆ!”

“เชี่ยเอ๊ย ไม่น่าเชื่อ ป่านี่มันสุดยอดไปเลย มีทุกอย่างจริง ๆ!”

หวังฉู่เหมือนเด็กที่หลุดเข้าไปในร้านขนมหวาน ตาลุกวาว ปากก็พร่ำบ่นงึมงำไม่หยุด

เขามักจะมองเห็นของกินล้ำค่าที่ซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียนในดงไม้รกทึบได้เสมอ ส่วนหมิงเต้ารับหน้าที่คอยระวังภัยและเก็บเกี่ยว เขาลงมืออย่างรวดเร็วแม่นยำ ประคองเห็ดที่หวังฉู่ชี้เป้าใส่ลงใน “ถุงผ้า” อย่างทะนุถนอม

การทำงานที่เป็นระบบและรวดเร็วของพวกเขา ดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่กระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ ได้ในไม่ช้า

พอเห็นทั้งสองคนกอบโกยได้เป็นกอบเป็นกำ หลายคนก็เริ่มทำตามบ้าง โดยการไปคุ้ยเขี่ยพุ่มไม้ใกล้ ๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ ได้แต่เดาสุ่ม เห็นอะไรหน้าตาคล้าย ๆ กันก็ยัดใส่กระเป๋า ในตะกร้าจึงเต็มไปด้วยเห็ดหลากสีปนเปกันมั่วไปหมด

หมิงเต้าเหลียวหลังไปมองแวบหนึ่ง สายตาพลันหยุดกึก

ไม่ไกลจากพวกเขา ชายวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งกำลังหน้าบาน หยิบเห็ดกอหนึ่งใส่ตะกร้าอย่างตื่นเต้น

เห็ดชนิดนั้นมีหมวกแบนราบ ครีบใต้ดอกเป็นสีเขียวจาง ๆ มันคือเพชฌฆาตหน้าหยกที่หวังฉู่เพิ่งเอ่ยถึงหมาด ๆ

เห็ดหัวกรวดครีบเขียว!

ชายคนนั้นดูจะภูมิใจในโชคชะตาของตัวเอง หันไปอวดเพื่อนว่า “ดูสิ เห็ดสีขาวดอกสวยเชียว กินได้ชัวร์!”

หมิงเต้าอ้าปากค้าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาทำเพียงแค่จดจำใบหน้าของชายคนนั้นไว้ในใจเงียบ ๆ แล้วหันกลับมาเก็บของต่อ

ความคิดเลือนรางสายหนึ่งแวบเข้ามาในหัว เร็วเสียจนเขาจับต้นชนปลายไม่ถูก

“พี่หมิง ทางนี้!” เสียงเรียกของหวังฉู่ดึงสติเขากลับมา

ด้วยคลังความรู้ระดับนักเขียน “เรดาร์” ของหวังฉู่จึงครอบคลุมวงกว้างกว่าเดิม

ไม่ใช่แค่เห็ด แต่เขายังพาหมิงเต้าไปขุดเจอพืชหัวที่มีแป้งสะสมอยู่หลายชนิด รสชาติคล้าย ๆ มันมือเสือผสมเผือก

แถมยังไปเจอพุ่มบลูเบอร์รี่ป่าในดงหนามอีกต่างหาก แม้ลูกจะเล็ก แต่รสเปรี้ยวอมหวานนั้นก็เพียงพอที่จะเยียวยาจิตใจอันแห้งผากในวันสิ้นโลกได้เป็นอย่างดี

“ถุงผ้า” ของทั้งสองเริ่มหนักอึ้ง ความปิติจากการเก็บเกี่ยวทำให้หวังฉู่เริ่มใจกล้าขึ้น ถึงขั้นฮัมเพลงเพี้ยน ๆ ออกมาเบา ๆ

ในขณะที่ชาวหมู่บ้านกำลังเพลิดเพลินกับช่วงเวลาเก็บของป่าที่เหมือนมาปิกนิก เสียงตะโกนแห่งความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่งก็ดังสนั่นกึกก้องออกมาจากป่าลึก!

“จับได้แล้ว! ฮ่า ๆ ๆ ๆ! ฉันจับมันได้แล้ว!”

น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นจนแทบคลุ้มคลั่งนั้น เรียกความสนใจจากทุกคนได้ชะงัด!

ทุกคนมองตามเสียงไป ก็เห็นเงาร่างหนึ่งวิ่งโซซัดโซเซออกมาจากป่าทึบห่างออกไปร้อยเมตร เสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดินโคลนและรอยขีดข่วน แต่สีหน้ากลับดูตื่นตัวถึงขีดสุด

หวังเต๋อฟา!

และสิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่า คือในอ้อมกอดของเขา มีก้อนขนสีเทากลมดิิกที่กำลังดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่ง!

กระต่ายตัวนั้น!

ไอ้กระต่ายอ้วนที่เพิ่งทำเอา “วีรบุรุษ” ทั้งยี่สิบคนขวัญหนีดีฝ่อไปเมื่อกี้นั่นเอง!

ตอนนี้ ขาหลังของมันถูกมัดแน่นด้วยเถาวัลย์ ขาหน้าตะเกียกตะกายไปมาในอากาศอย่างสิ้นหวัง ดวงตาสีทับทิมคู่นั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

“เนื้อ...”

วินาทีนั้น สายตาของทุกคนถูกตรึงไว้ที่จุดเดียวกัน

ในวันสิ้นโลกที่อาหารขาดแคลนถึงขีดสุด แรงดึงดูดของเนื้อสัตว์นั้นรุนแรงถึงตาย!

ความโหยหาไขมันและโปรตีนตามสัญชาตญาณดิบ ปลุกไฟแห่งความโลภในก้นบึ้งหัวใจของทุกคนให้ลุกโชน!

แต่สติยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างไรเสียหวังเต๋อฟาก็เป็นคนจับกระต่ายได้

ท่ามกลางสายตาประชาชี พวกเขาก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ส่งสายตาร้อนแรงราวกับจะแผดเผา เหมือนมีมีดนับร้อยเล่มกรีดลงบนตัวหวังเต๋อฟา ทำให้เขารู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ที่แผ่นหลัง

หวังเต๋อฟาย่อมสัมผัสได้ถึงสายตาเหล่านี้ เขากอดกระต่ายแน่นขึ้น ความดีใจที่ได้ของกลับคืนมาถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว

เขาอุ้มกระต่ายวิ่งโซซัดโซเซกลับไปทางประตูหมู่บ้าน หวังเพียงจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด

ทว่า คนที่เขาไม่อยากเจอหน้าที่สุด กลับมายืนขวางทางเป็นด่านแรก

“อ้าว นี่มันวีรบุรุษหวังไม่ใช่เหรอ? ไม่เลวนี่หว่า! จับได้จริง ๆ ซะด้วย!”

ร่างบึกบึนราวกับยักษ์ปักหลั่นของหลี่เหล่าซานยืนขวางทางไว้ เขาถอดเสื้อโชว์พุงพลุ้ยและใบหน้าที่เต็มไปด้วยไขมัน ดวงตาเล็กหยีฉายแววโลภออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

ลูกชายสองคนของเขายืนประกบซ้ายขวาเหมือนทวารบาล ปิดตายทางหนีทีไล่ของหวังเต๋อฟาจนหมดสิ้น

หลี่เหล่าซานไม่ได้ลงมือแย่งทันที เขาเพียงแค่กวาดตามองกระต่ายตัวนั้นหัวจรดเท้าด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ แล้วเดาะลิ้น

“จุ๊ ๆ กระต่ายตัวนี้อ้วนพีดีจริง ๆ เนื้อแน่นปึ้กขนาดนี้ น่าจะหนักสักเจ็ดแปดโลได้มั้ง? พี่หวัง พี่นี่สร้างความดีความชอบใหญ่หลวงให้หมู่บ้านเราจริง ๆ!”

เขาจงใจเน้นเสียงคำว่า “หมู่บ้านเรา” หนักแน่นเป็นพิเศษ นัยแอบแฝงนั้นชัดเจนจนไม่ต้องแปล

หวังเต๋อฟามีความแค้นฝังใจกับหลี่เหล่าซานอยู่แล้ว ภาพความอัปยศที่ถูกแย่งเนื้อเค็มไปเมื่อวานยังติดตา

พอเห็นอีกฝ่ายมาหาเรื่องอีก ความแค้นเก่าผสมความแค้นใหม่ก็ปะทุขึ้น บวกกับความฮึกเหิมที่จับกระต่ายได้ เขาจึงยืดคอแข็ง ตะคอกกลับไปว่า

“หลี่เหล่าซาน! มึงจะทำอะไร? กระต่ายนี่กูจับมา! มันเป็นของกู!”

“ของมึง? เหอะ” หลี่เหล่าซานหัวเราะในลำคอ ไขมันบนหน้าสั่นกระเพื่อม

“หวังเต๋อฟา มึงลืมไปแล้วรึไงว่าหัวหน้าหลิวพูดว่าอะไร? ตอนนี้มันยุคสังคมรวมหมู่ ทรัพยากรทุกอย่างต้องเข้าสู่ระบบกงสี! มึงจับกระต่ายได้ ถือเป็นฝีมือมึง แต่จะแบ่งยังไง มึงคนเดียวไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ!”

“ตรรกะพ่องมึงสิ!” หวังเต๋อฟาโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม “กูเสี่ยงตายเข้าไปในป่าแทบเอาชีวิตไม่รอดกว่าจะได้กระต่ายตัวนี้มา! เรื่องอะไรต้องแบ่งให้มึง?!”

“ก็เรื่องที่หมัดกูใหญ่กว่ามึงไง!” หลี่เหล่าซานเลิกแสแสร้ง เขาพุ่งตัวเข้าไปข้างหน้า มือใหญ่ราวกับใบพัดพัดลมตบคว้าไปที่ตัวกระต่ายโดยตรง

“วันนี้กระต่ายตัวนี้ มึงจะแบ่งก็ต้องแบ่ง ไม่แบ่งก็ต้องแบ่ง!”

“มึงกล้าเหรอ!”

หวังเต๋อฟากอดกระต่ายถอยกรูด แต่ลูกชายของหลี่เหล่าซานก็พุ่งเข้ามาล็อกตัวเขาไว้จากด้านหลังแน่นหนา

จบบทที่ บทที่ 23 ชะตากรรมของหวังเต๋อฟา

คัดลอกลิงก์แล้ว