- หน้าแรก
- วันโลกแตกฟ้าถล่ม หมู่บ้านผมทะลุมิติมาด้วย
- บทที่ 18 ภารกิจประจำสัปดาห์: เสียงเพรียกจากพงไพร
บทที่ 18 ภารกิจประจำสัปดาห์: เสียงเพรียกจากพงไพร
บทที่ 18 ภารกิจประจำสัปดาห์: เสียงเพรียกจากพงไพร
ยังไม่จบแค่นั้น!
“วูมมมม!!!”
คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นกวาดผ่านลานกว้างอีกระลอก
หน้าต่างระบบก่อสร้างที่เพิ่งหายไป ถูกดึงกลับมาแสดงผลอีกครั้ง!
หนึ่งบาน... สองบาน... นับพันบาน...
ตัวเลขคะแนนสีแดงเถือก -5 ไล่ไปจนถึง 0 หรือ 1 ที่ดูธรรมดา จนกระทั่งคะแนนสูงลิ่วที่น่าจับตามอง ทั้งหมดถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนจนหมดเปลือก!
นี่มันกะฆ่ากันให้ตายทั้งเป็นชัดๆ!
“ฉัน... ฉันได้ 1 คะแนน...”
“ฉันก็ 1 คะแนน ค่อยยังชั่ว...”
“แม่งเอ๊ย เมื่อวานกินแล้วก็นอน ทำไมได้ 0 คะแนนวะ?”
“ดูนั่นเร็ว! คนนั้นได้ตั้ง 8 คะแนน! หัวหน้าหลิว!”
ท่ามกลางความโกลาหล สายตาของทุกคนเริ่มสอดส่ายมองคะแนนคนข้างๆ โดยอัตโนมัติ
มันเป็นสัญชาตญาณดิบ การจัดลำดับชนชั้นในฝูงชนอย่างรวดเร็ว
คะแนนสูง หมายถึงผู้เสียสละ เป็นที่พึ่ง... ส่วนคะแนนต่ำ หรือยิ่งแย่กว่านั้นคือคะแนนติดลบ หมายถึง... ตัวถ่วง!
ทันใดนั้น เสียงแหลมปรี๊ดของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา
“-5! มีคนได้ลบห้า!”
มนุษย์ป้าตาไวคนหนึ่งทำท่าเหมือนเจอฆาตกรโรคจิต ชี้นิ้วสั่นระริกไปที่ร่างผอมแห้งที่ยืนหดหัวอยู่ขอบวงล้อม
“แกนี่เอง! หวังเต๋อฟา! แกเป็นคนทำคะแนนหมู่บ้านเราหายไปตั้งห้าคะแนน!”
สายตานับพันคู่พุ่งเป้าไปที่ชายชื่อหวังเต๋อฟาทันที เขาคือเจ้าของเนื้อรมควันที่โดนปล้นเมื่อวาน ตอนนี้ตัวเลข “-5” สีแดงแจ๋บนหน้าต่างระบบตรงหน้าเขา ดูยังไงก็เหมือนตราบาปที่ประทับอยู่บนหน้าผาก
หวังเต๋อฟายืนงงเป็นไก่ตาแตก ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว พยายามจะเอามือปิดหน้าต่างระบบ แต่แสงนั่นกลับลอยตามติดหนึบ ปิดยังไงก็ไม่มิด
“ที่แท้ก็แกนี่เอง ตัวซวยประจำหมู่บ้าน!”
“สัดเอ๊ย กูอุตส่าห์ไปแย่งบิสกิตมาได้เลือดตาแทบกระเด็น ได้มาแค่ 2 คะแนน มึงคนเดียวล่อลบไป 5!”
“ไอ้ขยะ! ขยะเปียกชัดๆ! ของตัวเองยังรักษาไว้ไม่ได้ ยังจะมาเป็นภาระคนอื่นอีก!”
คำด่าทอถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นสึนามิ
วินาทีต่อมา มหกรรมล่าแม่มดก็ระเบิดขึ้น!
“ทางนี้ก็มี! ลบ 2!”
“จับมันไว้! อย่าให้หนี!”
ฝูงชนที่เมื่อกี้ยังตะโกน “สามัคคีคือพลัง” ตามก้นหลิวกั๋วต้ง ตอนนี้แตกฮือเป็นเสี่ยงๆ
ผู้คนเริ่มคลุ้มคลั่ง ไล่ล่าหาตัวการที่ทำให้คะแนนหมู่บ้านตกต่ำ ราวกับว่าถ้ากำจัด “ตัวถ่วง” พวกนี้ออกไปได้ ความอัปยศที่คะแนนตามหลังคู่แข่งจะหายไป
หญิงสาวคนหนึ่งที่ได้คะแนน -2 เพราะแบ่งน้ำให้เพื่อนบ้าน ถูกผลักกระเด็นลงไปกองกับพื้น ขวดน้ำในมือกลิ้งหลุนๆ ไปไกล
เธอมองเพื่อนบ้านที่เมื่อวานยังยิ้มแย้มทักทายกันด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้สายตาคนพวกนั้นมองเธอเหมือนมองศัตรูคู่อาฆาต
“นังแม่พระปลอม! ทำเป็นคนดี! เป็นไงล่ะ พาคนอื่นซวยไปด้วย พอใจหรือยัง?”
การผลักอก ด่าทอ กีดกัน...
ความเปราะบางและความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ ถูกความตายกระตุ้นให้เผยธาตุแท้ออกมาจนหมดเปลือก
ท่ามกลางความโกลาหล หวังฉู่ที่ยืนอยู่ข้างหมิงเต้าก็เผลอชำเลืองมองหน้าต่างระบบของหมิงเต้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
วินาทีถัดมา หน้ามันซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ร่างอ้วนๆ สั่นเทิ้ม ตาตี่ๆ เบิกโพลงเท่าไข่ห่าน!
“สะ... สิบเจ็ด?!”
หมิงเต้าขมวดคิ้วควับ รีบเอามือตะปบปากมันไว้แน่น กดเสียงต่ำลอดไรฟัน
“หุบปาก!”
โชคดีที่เสียงรอบข้างดังจอแจ เสียงอุทานที่โดนตัดบทของหวังฉู่เลยไม่ค่อยมีใครสนใจ มีแค่คนใกล้ๆ หันมามองแวบหนึ่งด้วยความสงสัยแล้วก็หันกลับไป
หมิงเต้ารีบลากคอเสื้อหวังฉู่ ถอยฉากไปอยู่หลังฝูงชนอย่างเนียนๆ
สิบเจ็ดคะแนน! ขนาดหัวหน้าหลิวที่ว่าแน่ยังได้แค่แปด!
พี่แก... พี่แกไปทำอะไรมาวะเมื่อวาน?!
ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายกลายเป็นจลาจล จู่ๆ หน้าต่างระบบก่อสร้างทุกบานก็กระพริบวูบ แล้วเลือนหายไปพร้อมกัน
แสงสีฟ้าที่เคืองตาหายไป ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
เสียงด่าทอเงียบลงไปชั่วขณะ
พอไม่มีหลักฐานชี้ตัว “คนผิด” อารมณ์เดือดดาลของผู้คนก็เริ่มเย็นลง
แต่เมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังและความระแวงได้ฝังรากลึกในใจทุกคนแล้ว พวกที่โดนตราหน้าว่าเป็นตัวถ่วงค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น เดินเลี่ยงออกมาจากวงล้อม แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและอาฆาตแค้น
หลิวกั๋วต้งไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ
เขากระโดดขึ้นไปยืนบนหินประดับอีกรอบ เร่งเสียงโทรโข่งจนสุด แล้วตะโกนแข่งกับเสียงอื้ออึง
“หยุดเดี๋ยวนี้! ห้ามตีกันเอง!”
เสียงตวาดลั่นทำให้ทุกคนหันกลับมามองเขาเป็นตาเดียว
“แค่ร้อยคะแนน! เราตามหลังแค่ร้อยคะแนนเอง! เรื่องขี้ประติ๋วแค่นี้ จะมาตีกันให้ตายทำไม!”
หลิวกั๋วต้งหน้าแดงก่ำ น้ำลายแตกฟอง “ฆ่ากันเองแล้วได้อะไรขึ้นมา? ได้คะแนนเพิ่มเหรอ? ไม่มีทาง! คะแนนที่หายไป เราต้องไปเอากลับคืนมาจากข้างนอกนู่น!”
เขาชี้มือออกไป ไม่ใช่ชี้หน้าใคร แต่ชี้ไปทางป่าดงดิบอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ล้อมรอบหมู่บ้านอยู่!
“ทุกคนต้องช่วยกัน! คนที่เอาแต่หนีปัญหาและเป็นตัวถ่วงต่างหากคือศัตรูของพวกเรา!”
เขาเปลี่ยนเป้าเก่งชะมัด เบนความโกรธแค้นของคนในหมู่บ้านออกไปสู่ศัตรูภายนอกที่มองไม่เห็น
“ตั้งแต่วินาทีนี้ไป เราจะนั่งงอมืองอเท้าเป็นแมลงวันหัวขาดรอความตายอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว! เราต้องรุก!”
สิ้นเสียงหลิวกั๋วต้ง ราวกับนัดกันไว้ จอยักษ์หัวใจของหมู่บ้านบนท้องฟ้าก็เปลี่ยนภาพอีกครั้ง!
ตัวอักษรชุดใหม่ค่อยๆ ลอยขึ้นมา
[ภารกิจประจำสัปดาห์: เสียงเพรียกจากพงไพร]
[เงื่อนไขภารกิจ: ผู้อาศัยที่เป็นผู้ใหญ่ (อายุ 18-150 ปี) ในหมู่บ้าน อย่างน้อย 50% ต้องเข้าไปในป่าและเอาชีวิตรอดให้ได้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง]
[สถานะปัจจุบัน: 0%]
ภารกิจมาแล้ว!
ทุกคนกลั้นหายใจ จ้องมองจอตาไม่กระพริบ
และแล้ว กฎการให้รางวัลและบทลงโทษก็เด้งตามมาติดๆ
[รางวัลภารกิจ: คะแนนรวมหมู่บ้าน +200]
สองร้อยคะแนน!
ถ้าทำสำเร็จ ไม่ใช่แค่ไล่ทัน แต่จะแซงหน้าคู่แข่งไปเลยร้อยคะแนน!
[บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: สุ่มลบผู้อาศัยที่มีคะแนนต่ำสุด 3 คน ออกจากระบบ]
เชี่ย!
ลบทิ้งอีกแล้ว!
สุ่มฆ่าคนคะแนนบ๊วยสามคน!
“ชิบ... หาย...”
หวังเต๋อฟาเข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้น คะแนนของเขาคือ -5 ต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุดในหมู่บ้าน!
แถมลูกเมียที่บ้านอีก
สามคนพ่อแม่ลูก ลบห้าคะแนนถ้วน
ถ้าภารกิจล้มเหลว ไอ้โควตาถูกลบสามคนที่ว่า...
เขาไม่กล้าคิดต่อ
ถ้าไม่มีใครยอมออกไป เขาและครอบครัว... ตายหยังเขียดแน่นอน!
......
ภารกิจนี้...
หมิงเต้าหรี่ตาลง
50% ของผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ถ้าคำนวณจากประชากรบลูเบย์เพนนินซูล่า ก็น่าจะราวๆ 1,500 คน
คนพันห้า เข้าไปในป่า อยู่ให้รอดหนึ่งชั่วโมง
ฟังดูเหมือนง่าย
แต่ประเด็นคือ... ในป่านั้นมีตัวอะไรซ่อนอยู่?
ตั้งแต่วันแรกที่ทะลุมิติมา ยังไม่มีใครกล้าก้าวเท้าออกจากเขตหมู่บ้านแม้แต่คนเดียว
เสียงคำรามต่ำๆ ที่แว่วมาจากส่วนลึกของป่า กับเงาดำทะมึนที่วูบไหวในความมืดตอนกลางคืน คอยย้ำเตือนทุกคนอยู่เสมอว่า... ข้างนอกนั่น ไม่ใช่สวนสนุก
แล้วตอนนี้ ระบบดันบีบคอให้พวกเขาเดินเข้าปากเสือซะงั้น?