เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - แอบเรียนวิชา

บทที่ 18 - แอบเรียนวิชา

บทที่ 18 - แอบเรียนวิชา


"ไอ้เด็กปีนเกลียว กินมูมมามเองแล้วยังมาโทษอาจารย์"

โป๊ก เสียงนิ้วเขกหัวดังสนั่น หลินฝานร้องโอดโอย กุมหัวปอยๆ จ้องมองตาเฒ่าเขม็ง กัดฟันกรอด

"โดนตาเฒ่าลอบกัดอีกแล้ว น่าโมโหนัก"

จากนั้น เขามองเนื้อเถาเที่ยในหม้อ แล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายอย่างจนใจ

ของบำรุงชั้นยอดเช่นนี้ ยิ่งระดับสูงยิ่งไม่ธรรมดา สามารถเพิ่มพูนเลือดลมเสริมสร้างเส้นเอ็นกระดูก เทียบเท่าโอสถทิพย์เลยทีเดียว

แต่น่าเสียดาย ตอนนี้เขายังเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรตัวจ้อย กินไม่ไหว ย่อยไม่ได้จะกลายเป็นยาสั่งตายเอา

แค่ชิ้นเมื่อกี้ ก็ทำเอาเขาเจ็บปวดเจียนตาย เกือบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ไปแล้ว

อีกอย่าง เผ่าเถาเที่ยนั้นแข็งแกร่งมาก อิทธิฤทธิ์ประจำเผ่าคือการกลืนกินสรรพสิ่ง หากฝึกฝนถึงขีดสุด แม้แต่กฎเกณฑ์ก็ยังกลืนกินได้

ปกติมีแต่พวกมันกินเผ่าอื่น ไหนเลยจะมีใครได้กินพวกมัน

นี่คือหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเบื้องบน พลังรบไร้เทียมทาน

สำนักอมตะมากมายในโลกหล้าต่างหวาดเกรง ไม่อยากตอแยล่วงเกิน โดยเฉพาะบรรพชนของเผ่านี้ท่านหนึ่งยังคงมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่ยุคบรรพกาลจนถึงปัจจุบัน สะเทือนเลือนลั่นไปทั่วสามพันรัฐ

"เอ้า กินซะ" ฉีเต้าหลินยังคงช่วยกลั่นเนื้อเถาเที่ยบางส่วนให้เขากิน

"แหะๆ ขอบคุณขอรับท่านเจ้าสำนัก" หลินฝานเห็นดังนั้นก็ยิ้มหน้าบานทันที เปลี่ยนสีหน้าเร็วยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ เหมือนเด็กทั่วไปไม่มีผิด

จากนั้น เขาก็เริ่มสวาปาม เนื้อเถาเที่ยเต็มหม้อถูกกินจนเกลี้ยง ส่วนใหญ่ลงท้องหลินฝานไป ฉีเต้าหลินเพียงแค่ชิมลาง ด้วยระดับพลังของเขา กินไปก็แค่ให้รู้รส กินมากไปก็ไร้ประโยชน์

"อิ่มจัง สบายตัวสุดๆ อร่อยเหาะไปเลย" หลินฝานนอนแผ่หราบนพื้นอย่างสบายใจ มองดูท้องฟ้าที่งดงาม ใบหน้าเปื้อนยิ้ม พึงพอใจอย่างที่สุด ลืมความเหนื่อยล้าไปจนสิ้น

การบำเพ็ญเพียรต้องมีตึงมีหย่อน การพักผ่อนที่เหมาะสม สะสมพลัง จึงจะเป็นวิถีที่ถูกต้อง

"เจ้าเด็กบ้า เอานี่ไป" ฉีเต้าหลินโยนของสิ่งหนึ่งมาให้ กระดูกสีขาวใสแวววาวตกลงบนตัวเขา

หลินฝานหยิบมาดู พบว่ามีอักขระสลักอยู่แน่นขนัด จึงอุทานด้วยความประหลาดใจว่า "กระดูกอักขระดั้งเดิมของเถาเที่ย"

นี่ต้องได้มาจากเถาเที่ยตัวที่เพิ่งกินไปแน่ๆ เพราะสัมผัสแล้วยังสดใหม่อยู่เลย หายากมาก ต้องสังหารในพริบตาเท่านั้นถึงจะได้กระดูกอักขระมา ไม่อย่างนั้นเจ้าของกระดูกจะทำลายทิ้งเอง

แต่ไม่นานเขาก็หมดความสนใจ ฝึกวิชาสมบัติไปก็ไร้ค่าสำหรับเขา มีแต่จะถูกเปลี่ยนเป็นวิชาสายรักษา

"อย่าคิดว่าตอนนี้ไม่มีประโยชน์แล้วจะไม่ฝึก รอวันหน้าเจ้าแก้ข้อบกพร่องได้แล้ว จะต้องได้ใช้แน่ ถึงเวลาจะใช้แล้วไม่มีวิชาจะเสียใจภายหลัง" ฉีเต้าหลินเตือน

"ขอรับ" หลินฝานรับฟัง เขาเป็นคนเชื่อคนง่ายอยู่แล้ว

"แล้วก็เอานี่ไปดูด้วย" ฉีเต้าหลินโยนของอีกชิ้นมา ยังคงเป็นกระดูก แต่ไม่ใช่กระดูกอักขระดั้งเดิม เห็นได้ชัดว่าสลักขึ้นภายหลัง

บนนั้นไม่มีบันทึกวิชาสมบัติใดๆ มีเพียงมรรควิถีที่เก่าแก่ที่สุด เริ่มต้นจากจุดกำเนิด อธิบายความลี้ลับของฟ้าดิน ครอบคลุมสรรพสิ่ง

"นี่คืออะไร" หลินฝานถาม รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ธรรมดา ยิ่งกว่ากระดูกอักขระดั้งเดิมของเถาเที่ยเสียอีก ไม่เกี่ยวกับวิชาสมบัติ แต่ว่าด้วยการโคจรของอักขระ ให้ความรู้แจ้ง เปรียบดั่งคัมภีร์สวรรค์ประเมินค่ามิได้

"สัจธรรมดั้งเดิม วิชาที่ลึกลับที่สุดในโลกเบื้องบน หลายคนเคยศึกษา และแต่ละคนก็เข้าใจแตกต่างกันไป" ฉีเต้าหลินอธิบาย

หลินฝานลอบคิดในใจ "นั่นไง ว่าแล้วเชียว"

นี่คือบทนำของวิชาจักรพรรดิเซียนที่ลึกลับที่สุดในโลกใบนี้ มีคุณค่าในการอ้างอิงอย่างยิ่ง

"ฝึกฝนตามสิ่งนี้ เพื่อทำการทะลวงด่าน เหมาะกับเจ้าในตอนนี้ที่สุด บางที... เจ้าอาจจะรู้แจ้งถึงวิธีแก้ข้อบกพร่องของตนเองจากสิ่งนี้ก็ได้ แต่ด้วยระดับพลังของเจ้าในตอนนี้ จะให้เข้าใจอย่างถ่องแท้นั้นเป็นไปไม่ได้ แค่รู้แจ้งเพียงผิวเผินก็นับว่าดีแล้ว"

ฉีเต้าหลินกล่าว นี่คือสิ่งที่เขาคิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับหลินฝานในตอนนี้

"ความจริงแล้ว สัจธรรมดั้งเดิมชุดนี้มีสามบท บทต้น บทกลาง และบทปลาย ที่อยู่ในมือเจ้าเป็นเพียง 'บทนำวิถีเทพ' ที่ข้าสลักขึ้น ไม่ใช่ต้นฉบับ ส่วนบทกลาง 'ก้าวพ้น' ในตำนานว่ากันว่าบันทึกวิชาการเป็นเซียน สำนักเราเคยมีอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ภายหลังสูญหายไป ส่วนบทปลายนั้นไม่มีใครรู้"

พูดถึงตรงนี้ ฉีเต้าหลินก็มีสีหน้าเศร้าสร้อย ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้าสำนัก ยังไม่ทันได้เรียนสุดยอดวิชาของสำนัก ก็ถูกสำนักใหญ่หลายแห่งรุมโจมตีจนขาดการสืบทอด

หลินฝานเงียบกริบ แน่นอนเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มรดกของตำหนักราชันเขาก็รู้ว่าอยู่ที่ไหน อยู่ในดินแดนรกร้างโลกเบื้องล่างนั่นเอง

ตอนนี้เขาเข้ามาอยู่ในสำนักนี้แล้ว วันหน้าย่อมต้องหาโอกาสลงไปนำกลับมา วิชาสิบอสูรบรรพกาล มหาบรรพกาลวิถีสวรรค์สามอันดับแรก ช่างน่าเย้ายวนใจนัก

"ในฐานะทายาทของสำนักวิถีราชัน เป้าหมายแรกของเจ้าในวันหน้า คือการเอาชนะทายาทตำหนักเซียนให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ข้าจะไล่เจ้าออกจากสำนัก" จู่ๆ ฉีเต้าหลินก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

เขาแค้นเคืองสำนักตำหนักเซียนนี้มาก เข้ากระดูกดำ

ปีนั้นก็เป็นพวกมันนี่แหละที่ชักชวนสำนักอื่นมารุมโจมตี จนเจ้าสำนักรุ่นก่อนสิ้นชีพ

"ชิ ก็แค่ทายาทตำหนักเซียน ข้าใช้มือเดียวก็ขยี้ได้แล้ว" หลินฝานหลงตัวเองมาก ไม่ได้ใส่ใจเลย

เจ้าเด็กตี้ชงนั่นเทียบกับเจ้าหนูขี้เมาไม่ได้เลย อย่างมากก็เทียบเท่าตัวประหลาดโบราณ จะนับเป็นตัวอะไรได้

"เจ้าเด็กนี่อย่าขี้โม้ อย่าพูดจาโอ้อวด ทายาทตำหนักเซียนในยุคนี้แม้อายุไม่มาก แต่ก็โลดแล่นในขอบเขตเคลื่อนโลหิตและขอบเขตโพรงสวรรค์ ไร้คู่ต่อกร" ฉีเต้าหลินเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

"นั่นเพราะเขายังไม่เจอข้า รออีกไม่กี่ปี ข้าจะทุบให้เขาร้องจ๊ากเลยคอยดู" หลินฝานท่าทางองอาจ

"ดี ข้าจะจำคำพูดเจ้าไว้ วันหน้าถ้าแพ้ คอยดูข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร" ฉีเต้าหลินยิ้ม เอ่ยล้อเล่น

"ข้าเป็นใคร เทพยุทธ์จุติ จะแพ้ได้ไง โชคชะตากำหนดให้ไร้เทียมทาน สยบศัตรูทั่วหล้าทั้งอดีตและปัจจุบัน" หลินฝานมั่นใจและฮึกเหิม

"มีความมั่นใจเป็นเรื่องดี แต่อย่าประมาท ระวังไว้ก่อนดีที่สุด รักษาชีวิตไว้สำคัญที่สุด"

สุดท้าย ฉีเต้าหลินก็กล่าวเช่นนี้ ล้วนเป็นคำพูดที่เป็นห่วงเป็นใย

หากวัดกันที่พรสวรรค์ หลินฝานนับว่าดีที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น หากตัดเรื่องข้อบกพร่องของกระดูกราชันออกไป อนาคตย่อมไร้เทียมทานในยุคสมัยแน่

โดยเฉพาะศักยภาพนั้นแข็งแกร่งจริงๆ ไม่ว่าจะด้านไหนก็ไร้ที่ติ บางทีอาจเป็นเพราะดีเกินไป จึงอยากให้เขาสะสมรากฐานให้แน่นหนา อย่าใจร้อนวู่วาม

การกดข่มเขามาโดยตลอด ก็เพราะเหตุนี้

"จริงสิ ยังมีเรื่องให้เจ้าไปทำ" ฉีเต้าหลินนึกอะไรขึ้นได้

"เรื่องอะไรหรือขอรับ" หลินฝานสงสัย เห็นตาเฒ่าทำหน้าจริงจัง

"ช่วงนี้ 'สำนักเยียวยาสวรรค์' สนิทสนมกับตำหนักเซียนมาก ข้าอยากให้เจ้าไปเรียนรู้ เอาวิชาของพวกเขามาให้หมด รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" ฉีเต้าหลินหน้าหนามาก พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

หลินฝานได้ยินแล้วพูดไม่ออก นอกจากตัวเองจะขโมยวิชาจนชื่อเสียงป่นปี้แล้ว ยังจะให้เขาไปอีก ช่างกล้าจริงๆ

จึงย้อนถามไปว่า "ท่านเจ้าสำนัก ท่านแน่ใจนะว่าให้ไปเรียนรู้ ไม่ใช่ไปแอบขโมยวิชา"

"แค่ก เรื่องนั้นไม่สำคัญ ในเมื่อสนิทกับตำหนักเซียน ก็ย่อมเป็นที่เกลียดชังของสำนักเรา อย่าไปแบกภาระ อีกอย่าง 'น้ำทิพย์กายทองคำ' ของสำนักเยียวยาสวรรค์เป็นของดี มีประโยชน์ต่อการฝึกกายาของเจ้ามาก

และ 'วิชาเยียวยาสวรรค์' ของพวกเขาก็เป็นยอดวิชา สามารถย้อนเวลา แก้ไขความผิดพลาดได้หนึ่งครั้ง มีประโยชน์กับเจ้าเช่นกัน ได้ยินมาว่าพวกเขายังเคยครอบครองวิชาสิบอสูรบรรพกาล หากเจ้าเข้าไป ย่อมได้เรียนรู้แน่นอน"

ฉีเต้าหลินทำท่าทางหวังดี ทั้งหมดก็เพื่อตัวเจ้า

"เป็นงั้นหรือ" หลินฝานรู้สึกทะแม่งๆ

ตาเฒ่าคนนี้หวังดีกับเขาขนาดนี้เชียว หรือว่าหลอกเขา ให้สำนักอื่นช่วยเลี้ยงลูกศิษย์ แล้วตัวเองนั่งรอรับผลประโยชน์

"ก็เป็นเช่นนี้แหละ หากเจ้าสามารถทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสำนักเยียวยาสวรรค์กับตำหนักเซียน ให้พวกมันกัดกันเองได้ก็ยิ่งดี" ฉีเต้าหลินทำหน้าขึงขัง

"ดูท่าข้าคงต้องไปจริงๆ สินะ" หลินฝานเริ่มหวั่นไหว ของในสำนักเยียวยาสวรรค์มีประโยชน์กับเขามากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำทิพย์กายทองคำหรือวิชาเยียวยาสวรรค์

อย่างแรกช่วยยกระดับร่างกายเขาไปอีกขั้น บรรลุขอบเขตการฝึกกายาสูงสุด ฉีกร่างศัตรูด้วยมือเปล่า อย่างหลังช่วยให้เขาพลิกสถานการณ์การต่อสู้ได้หนึ่งครั้ง เท่ากับสามารถใช้กระดูกราชันได้สองครั้งติดต่อกัน

อีกทั้ง ไม่ใช่ทุกอิทธิฤทธิ์จะถูกเปลี่ยนสภาพจนเหลือแค่ผลการรักษา หากไม่ใช่วิชาสายโจมตีก็ไม่มีปัญหา แก่นแท้เดิมยังคงอยู่

(จบบทนี้)

จบบทที่ บทที่ 18 - แอบเรียนวิชา

คัดลอกลิงก์แล้ว