- หน้าแรก
- ระบบสุ่มวันละครั้ง สุดท้ายผมกลายเป็นแม่มด
- ตอนที่ 19 วันหยุดเรียน
ตอนที่ 19 วันหยุดเรียน
ตอนที่ 19 วันหยุดเรียน
ตอนที่ 19 วันหยุดเรียน
ณ บ้านร้างหลังหนึ่งในแถบชานเมืองลันเดรีย
มาบุสพาลูกน้องแกะรอยตามมาจนถึงที่นี่ วงแหวนวิญญาณจันทร์เงินวงนั้นเป็นของที่เขาได้มาโดยบังเอิญ ยามที่สวมใส่มัน สมองจะปลอดโปร่งอย่างประหลาด มันไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน ดังนั้นเขาต้องเอามันกลับคืนมาให้ได้!
"บ้าเอ๊ย ทำไมมันถึงไปถึงลันเดรียเร็วขนาดนี้" มาบุสแทบกระอักเลือด แหวนเพิ่งหายไปได้เพียงวันเดียว กลับมีคนพามันเข้าไปในเมืองหลวงแล้ว ช่างเหลือเชื่อเกินไป
ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความกังวล "ลูกพี่ ในเมืองหลวงมีการคุ้มกันแน่นหนา พวกเราเข้าไปจะถูกจับไหมครับ?"
"นั่นสิครับลูกพี่ ก็แค่แหวนวงเดียวเอง เมื่อวานพวกเราเพิ่งปล้นขุนนางคนนั้นมาได้เครื่องประดับตั้งกล่องใหญ่ ทำไมต้องเจาะจงตามหาแหวนวงนี้ด้วย?"
พวกแกจะไปรู้อะไร!
มาบุสกำลังจะอ้าปากด่า
ฟู่!
เปลวเพลิงอันร้อนระอุพลันปะทุออกมาจากภายในร่างกายของเขา เพียงชั่วพริบตา มาบุสก็กลายเป็นมนุษย์เพลิง แสงไฟโชติช่วงสาดส่องใบหน้าของลูกน้องทุกคนจนดูสยดสยอง
"ลูกพี่!"
"พี่ใหญ่!"
"อ๊ากกก! ร้อน! ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย! น้ำ! ขอน้ำ!" มาบุสแผดร้องอย่างบ้าคลั่งพลางดิ้นทุรนทุรายไปกับพื้น
เหล่าลูกน้องร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบถอดเสื้อผ้าออกมาช่วยกันตบไฟอย่างพัลวัน ทว่ามันกลับไร้ผล เปลวเพลิงไม่มีทีท่าว่าจะดับลงเลย ทั้งยังไม่ลามไปติดสิ่งของอื่นรอบข้าง มีเพียงเสียงกรีดร้องของลูกพี่ที่ค่อยๆ แผ่วเบาลงท่ามกลางกองเพลิง
จนกระทั่งพี่ใหญ่ไม่ดิ้นรนอีกต่อไป เปลวไฟก็ดับลงอย่างเงียบเชียบ หลงเหลือไว้เพียงซากศพที่ไหม้เกรียมเป็นตอตะโก
ลูกน้องทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ในแววตาเต็มไปด้วยความมึนงงอย่างถึงที่สุด
พวกเขาไม่สามารถทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าได้เลย
"ผีหลอก!" ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะใส่เกียร์หมาโกยแน่บไปเป็นคนแรก
ลูกน้องที่เหลือเห็นดังนั้นก็ทำตาม ต่างพากันวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง
......
เฮเคตยังคงร่ายคาถาไฟใส่มาบุสอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวทมนตร์สูญเสียเป้าหมายไป
"น่าจะตายแล้ว" เฮเคตลืมตาขึ้นแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย เนื่องจากมาบุสอยู่ห่างจากตัวค่อนข้างมาก การใช้คาถาไฟจึงต้องสิ้นเปลืองพลังเวทมากกว่าปกติ
เฮเคตหลับยาวไปจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อลงมาข้างล่างก็ได้พบกับนาตาชา ดูเหมือนสภาพจิตใจของเธอจะดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ความล้มเหลวที่ถาโถมเข้ามาในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้เธอดูหดหู่ มีเพียง ตอนที่เฮเคตปรากฏตัวเท่านั้นที่เธอจะฝืนยิ้มออกมา
ขณะที่กำลังจะออกไปเรียน ก็มีเด็กสาวท่าทางสูงศักดิ์ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู
"อรุณสวัสดิ์ เฮเคต" เบ็ตตี้เอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม
นี่คงตั้งใจจะมาเปิดเผยฐานะ แล้วชวนไปเป็นอัศวินส่วนตัวสินะ
เฮเคตพยักหน้าตอบอย่างสงบ "อรุณสวัสดิ์ เบ็ตตี้"
ระหว่างทางไปสถาบัน มีผู้คนเดินขวักไขว่ด้วยท่าทางเร่งรีบมากกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของทั้งคู่
หลังจากเข้าสู่สถาบันได้ไม่นาน นกสื่อสารเวทมนตร์จำนวนมากก็บินออกมาจากหอคอยกลาง มุ่งตรงไปยังมือนักศึกษาแต่ละคน มันคือจดหมายแจ้งข่าวเรื่องสงครามที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน
ชั่วพริบตาเหล่านักศึกษาต่างพากันแตกตื่น
เฮเคตอ่านจดหมายอย่างสงบ ในนั้นระบุว่าอาจารย์จำนวนมากต้องเดินทางไปยังชายแดนเพื่อต้านทานศัตรู ดังนั้นทางสถาบันจึงจำเป็นต้องหยุดเรียนชั่วคราว แต่นักศึกษายังคงสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของสถาบันเพื่อศึกษาด้วยตนเองต่อไปได้
อาจารย์จำนวนมากขนาดนั้นต้องไปที่ชายแดน หรือว่าสงครามครั้งนี้จะมีขนาดใหญ่โตมาก?
เบ็ตตี้คว้ามือเฮเคตแล้วลากเข้าไปในป่าละเมาะ ที่นี่ไม่มีนักศึกษาเสียงดังจอแจ บรรยากาศเงียบสงบยิ่งนัก
"เฮเคต ฐานะที่แท้จริงของข้าคือเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรอูรุก เจ้าอยากมาเป็นอัศวินส่วนตัวของข้าไหม" เบ็ตตี้ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ไม่อยาก"
เพราะรู้อยู่แล้วว่าเบ็ตตี้เป็นใครและต้องการอะไร คำตอบของเฮเคตจึงค่อนข้างรวดเร็วและราบเรียบ
ท่าทีเช่นนี้ทำให้เบ็ตตี้ถึงกับไปไม่เป็น เธอเบิกตากว้างถามอย่างไม่เชื่อหู "ทำไมล่ะ?"
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเปิดเผยฐานะตัวเอง แต่กลับไม่ได้รับปฏิกิริยาที่คาดหวังจากอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
ข้าเป็นถึงเจ้าหญิงเลยนะ พอได้ยินฐานะของข้าแล้ว เจ้าไม่ควรจะแสดงความเคารพข้ามากกว่านี้หน่อยเหรอ?
ต่อให้ไม่เชื่อ ก็ไม่ควรจะเฉยชาขนาดนี้สิ!
"เพราะข้าต้องการเพียงแค่ฝึกฝน และไม่ชอบการเป็นอัศวินของใคร เจ้าหญิงเบ็ตตี้ ทำไมท่านถึงอยากให้ข้าเป็นอัศวินส่วนตัวล่ะ?"
แววตาของเบ็ตตี้ดูสับสนไปชั่วครู่ "ข้า... ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"
เฮเคตยิ้มอย่างอ่อนใจ "ในสถาบันแกลนซ์มีอัจฉริยะอยู่มากมาย อัศวินคนนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าหรอก และข้าก็จะไม่เอาฐานะของท่านไปบอกใครด้วย ข้าขอตัวไปฝึกฝนก่อน"
เบ็ตตี้มองตามหลังเฮเคตที่เดินจากไป พลางกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ "โรซี่ เธอว่าทำไมเขาถึงไม่ตกลงล่ะ ถ้าได้เป็นอัศวินส่วนตัวของข้า ครอบครัวของเขาก็จะได้รับการคุ้มครองจากราชวงศ์เลยนะ!"
สาวใช้ที่อยู่ด้านหลังยิ้มแห้งๆ "องค์หญิง หม่อมฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันเพคะ"
......
ในเมื่ออาจารย์อีวานไม่อยู่ เฮเคตจึงมีเหตุผลอันชอบธรรมที่จะไม่มาเรียน ในเมื่ออยู่ที่สถาบันก็คือการฝึกฝน อยู่ที่บ้านก็คือการฝึกฝนเหมือนกัน
เฮเคตตัดสินใจหันหลังกลับบ้านทันที และถือโอกาสบอกเรื่องนี้กับบิดา ซึ่งท่านเองก็น่าจะทราบเรื่องทางชายแดนแล้วเช่นกัน
"ถ้าเป็นอย่างนั้น ช่วงนี้เจ้าก็อย่าเพิ่งออกไปไหนเลย รอจนกว่าทางสถาบันจะแจ้งว่าปลอดภัยแล้วค่อยไปเรียนเถอะ" เอิร์ลฟอร์ติสกล่าว
"ครับ ท่านพ่อ"
เมื่อกลับถึงห้อง เฮเคตก็เริ่มทำสมาธิฝึกฝนต่อ ในช่วงเวลาที่วุ่นวายเช่นนี้ ความคิดเรื่องโทรศัพท์ผลึกเวทคงต้องพับเก็บไว้ก่อน สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการเพิ่มระดับพลัง
เช้าวันต่อมา เฮเคตออกจากสมาธิและเริ่มการสุ่มรางวัลแห่งโชคชะตา
ติ้ง~
【ของขวัญแห่งโชคชะตา: เลือกความรู้ที่เรียนรู้แล้วหนึ่งอย่าง เพื่อยกระดับสู่ระดับเชี่ยวชาญ แลกกับเส้นผมที่สั้นลง 10 เซนติเมตร】
มีของขวัญแบบนี้ด้วยหรือ?
ดวงตาของเฮเคตเป็นประกาย รีบตอบรับของขวัญทันที โดยเลือกยกระดับเวทมนตร์ฉายภาพให้ถึงระดับเชี่ยวชาญ เส้นผมที่เคยยาวประบ่าพลันหดสั้นลงจนกลายเป็นทรงผมสั้นที่ดูทะมัดทะแมง
สงสัยหลังจากนี้คงต้องไว้ผมให้ยาวกว่านี้เสียหน่อย ไม่อย่างนั้นหากเจอของขวัญแบบนี้อีกแล้วไม่มีผมให้แลกคงลำบากแน่
เฮเคตลูบเส้นผมที่สั้นจนรู้สึกสากมือพลางคิดในใจเงียบๆ
เมื่อลงไปทานมื้อเช้า นาตาชาที่เห็นผมของเฮเคตสั้นลงขนาดนั้นก็เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ "เฮเคต ผมของท่าน..."
"ไม่ค่อยชินกับผมยาวน่ะ เลยตัดให้สั้นลง" เฮเคตยิ้มตอบบางๆ "ดูไม่ดีหรือ?"
นาตาชาหน้าแดงระเรื่อ "ดูดีค่ะ... หล่อมากเลย"
ในช่วงมื้อเช้า ทุกคนในครอบครัวต่างก็ประหลาดใจกับรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของเฮเคต แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ตราบใดที่มันไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของตระกูลคาริลันส์ก็เพียงพอแล้ว
ครู่ต่อมา พริลก็มาหาเฮเคตด้วยท่าทางร่าเริง
คราวก่อนที่เฮเคตบอกว่าครอบครัวย้ายมาที่เมืองหลวงแล้ว เธอก็อยากจะมาเยี่ยมเยียนตลอดแต่ยังไม่มีเวลา ตอนนี้ประจวบเหมาะพอดีเพราะทางสถาบันหยุดการเรียนการสอน
"เฮเคต อยู่บ้านไหม?!" เธอตะโกนเรียกจากหน้าประตู
เฮเคตอยู่ที่ระเบียงชั้นสองพอดี เมื่อมองลงไปจากหน้าต่างก็สบตาเข้ากับพริลที่กำลังส่งยิ้มสดใสมาให้
นาตาชาดึงชายเสื้อของเฮเคตด้วยความประหม่าพลางถาม "เธอคือใครคะ?"
"เพื่อนที่สถาบันน่ะ"
เฮเคตเดินลงมาที่ชั้นหนึ่งและเปิดประตูให้พริลเข้ามา พร้อมถามด้วยความแปลกใจ "ทำไมถึงมาเยี่ยมกะทันหันแบบนี้ล่ะ?"
"ฮิๆ ก็ไม่ต้องไปเรียนนี่นา ก็ต้องมาหาเพื่อนเล่นสิ! ฉันเอาขนมเค้กกระต่ายเวทมนตร์มาฝากด้วยนะ นายจะกินไหม?" พริลชูถุงขนมในมือขึ้นอย่างร่าเริง
"เข้ามาข้างในก่อนเถอะ" เฮเคตส่ายหัวเบาๆ
ยัยนี่ช่างมองโลกในแง่ดีจริงๆ สงครามที่ชายแดนจะลงเอยอย่างไรก็ยังไม่รู้ ยังจะมีแก่ใจมาหาเพื่อนเล่นอีก
นาตาชาเดินออกมาจากด้านหลังของเฮเคต พลางมองพริลด้วยสายตาหวาดระแวง
พริลถามขึ้น "นี่พี่สาวนายเหรอ?"
"ไม่ใช่หรอก เธอเป็นเพื่อนที่ข้ารู้จักตอนอยู่ที่เมืองอาร์นน่ะ"
ในตอนนั้นเอง เบ็ตตี้ก็มาถึงพอดี รถม้าของเธอจอดลงที่หน้าประตู เมื่อเธอก้าวลงมา สายตาของเด็กสาวทั้งสามคนก็ประสานกันอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
เฮเคตเริ่มรู้สึกสับสน เพราะบรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปกะทันหัน แม้แต่พริลที่เคยร่าเริงก็เงียบเสียงลง
เฮเคตถามด้วยความแปลกใจ "เบ็ตตี้ ทำไมท่านถึงมาที่นี่ด้วยล่ะ"
"เอ่อ... ข้าผ่านมาน่ะ เลยอยากจะแวะมาเยี่ยมเจ้าสักหน่อย"