เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 เพลิงแค้น

ตอนที่ 39 เพลิงแค้น

ตอนที่ 39 เพลิงแค้น


ตอนที่ 39 เพลิงแค้น

สาวงามยิ้มมุมปาก กระดกเหล้าในแก้วจนหมดรวดเดียว แล้วลุกเดินออกจากบาร์ไป

ฉู่เกอเดินตามออกไป ทั้งสองขึ้นรถแท็กซี่คันเดียวกัน

รถแล่นไปจอดที่ตรอกเปลี่ยวแห่งหนึ่ง

หญิงสาวลงจากรถ “ตามมาสิ บ้านฉันอยู่ในหมู่นี้นี่แหละ”

หัวใจฉู่เกอเต้นแรง โชคดีแบบปุบปับขนาดนี้ทำเอาเขารู้สึกเหมือนฝันไป หรือว่าเขาจะหล่อจนสาวสวยระดับนางฟ้ายอมทอดกายให้ แต่เดี๋ยวนะ ค่าเสน่ห์เขามีแค่ 11 แต้ม สูงกว่าคนปกติแค่นิดเดียว แต่ผู้หญิงคนนี้ดูยังไงค่าเสน่ห์ก็น่าจะเกิน 15 ทำไมถึงเป็นเขา

เขามองสภาพแวดล้อมสลัว ๆ รอบตัวด้วยความระแวง แวบหนึ่งคิดจะหนี แต่ก็เปลี่ยนใจ เฮ้ย ผ่านความเป็นความตายมาตั้งกี่ครั้ง จะมาปอดแหกอะไรตอนนี้ ต่อให้เป็นแก๊งต้มตุ๋น ด้วยฝีมือระดับเขาตอนนี้กลัวที่ไหน เผลอ ๆ อาจจะไม่ได้ซวยขนาดนั้น บางทีอาจจะมีคนชอบสไตล์เขาก็ได้ใครจะรู้

“ถึงแล้ว ที่นี่แหละ” จู่ ๆ หญิงสาวก็หยุดเดิน

ฉู่เกอยังไม่ทันได้มองให้ชัด จู่ ๆ ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ต้นคอเหมือนถูกอะไรแทง สมองมึนงงทันที

ฉู่เกอตกใจสุดขีด สบถในใจว่า ว่าแล้วเชียว ของฟรีไม่มีในโลก!

เขาพยายามฝืนอาการมึนงง แต่ร่างกายกลับค่อย ๆ ทรุดลง ภาพสุดท้ายที่เห็นคือแววตาเป็นประกายและรอยยิ้มเย้ยหยันของหญิงสาว

จากนั้นสติก็ดับวูบไป

เสียง กุกกัก ดังเข้าหู สมองของฉู่เกอยังมึนเบลอ รู้สึกได้ราง ๆ ว่าพื้นกำลังสั่นสะเทือนรุนแรง สติสัมปชัญญะยังไม่กลับมาเต็มร้อย ความคิดสับสนปนเป แต่ความรู้สึกทางกายเริ่มส่งสัญญาณไปที่สมองแล้ว

ตึง แรงสะเทือนอีกระลอก เขารู้สึกเหมือนมีท่อนแขนกดทับอยู่บนตัว อึดอัดชะมัด อยากจะดึงออกแต่ขยับไม่ได้ ร่างกายชาไปหมด

เกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉู่เกอคิดอย่างงุนงง

ตึง แรงสะเทือนอีกครั้ง ปรื้น เสียงแตรรถดังลั่น

สมองฉู่เกอกระตุกวูบ ทันใดนั้นเขาก็ลืมตาโพลง ตื่นจากภวังค์โดยสมบูรณ์

ที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น ฉู่เกอลองขยับตัว พบว่ามือและเท้าถูกมัดแน่น เขานอนอยู่บนรถ ร่างกายยังอ่อนเปลี้ยเพลียแรง เขาจึงนอนนิ่งไม่ผลีผลาม พยายามทบทวนความทรงจำก่อนหน้านี้ ภาพเหตุการณ์ค่อย ๆ ผุดขึ้นมา

เชี่ยเอ๊ย โดนลักพาตัว! พอรู้ตัวเขาก็เริ่มตื่นตระหนก หรือว่ามีองค์กรลับรู้เรื่องระบบดันเจี้ยนพหุจักรวาลแล้วตามมาจัดการ จะทำยังไงดี

เดี๋ยวนะ ถ้าอีกฝ่ายเก่งกาจขนาดนั้น บุกมาจับถึงบ้านก็ได้ ไม่เห็นต้องใช้แผนนางนกต่อแบบนี้ จริง ๆ แล้วเขานี่โคตรโง่เลย ดันหลวมตัวตามออกมาง่าย ๆ

ฉู่เกอทั้งโกรธทั้งร้อนใจ ร้อนใจว่าจะหนียังไง โกรธที่ตัวเองซวยซ้ำซ้อน นาน ๆ ทีจะมีสาวมาอ่อย ดันเป็นนางนกต่อซะงั้น

เอี๊ยด รถเบรกกะทันหัน

เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ ฉู่เกอรีบหลับตาแกล้งตาย ประตูรถถูกกระชากเปิดออก เขารู้สึกว่ามีคนลากเขาลงจากรถอย่างหยาบคาย คนหนึ่งหิ้วแขน คนหนึ่งหิ้วขา อย่างน้อยก็มีสองคน ไม่สิ ต้องสามคน รวมคนนำทางข้างหน้าอีกคน

ฉู่เกอได้ยินเสียงคนนำทางบอก “ทางนี้ ทางนี้” ตามด้วยเสียงเปิดประตูเหล็ก แล้วเขาก็ถูกหามเข้าไปในที่ที่คล้ายโกดัง ได้กลิ่นน้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องจาง ๆ

ผ่านประตูอีกบาน แล้วเขาก็ถูกจับให้นั่งบนเก้าอี้

“เฮ้ย มันคงไม่ตื่นขึ้นมาหรอกนะ” เสียงผู้ชายตะคอกถาม

“วางใจเถอะ ฉีดไปขนาดนั้น อย่างน้อยอีกสิบชั่วโมงกว่าจะฟื้น”

“งั้นก็ดี ขังไว้ก่อน รอหัวหน้ามาค่อยว่ากัน ว่าแต่ค้นตัวหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วครับ พวกเรามืออาชีพน่า หายห่วงได้เลย ไอ้หมอนี่ไม่มีแม้แต่เข็มสักเล่ม เป็นแค่โอตาคุธรรมดา ไม่มีพิษสงหรอก”

เสียงพูดคุยค่อย ๆ ห่างออกไป ปัง เสียงประตูปิดลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง

ฉู่เกอลืมตาโพลง กวาดตามองรอบตัว พบว่าตัวเองอยู่ในโกดังร้างจริง ๆ รอบด้านมืดสนิท มีเพียงแสงรอดผ่านช่องประตูข้างหน้าเข้ามาเล็กน้อย

เขาลองขยับตัว มือถูกมัดไขว้หลัง ขาถูกมัดติดกับขาเก้าอี้

สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชัดเจนว่าถูกลักพาตัวและฉีดยาสลบ แต่ที่เขาฟื้นเร็วกว่ากำหนดคงเป็นเพราะแหวนต้านพิษ สกิลของแหวนช่วยลดระยะเวลาและผลของพิษ ดูเหมือนจะใช้กับยาสลบได้ด้วย

ดวงแข็งจริง ๆ แฮะ ว่าแต่ใครกันนะที่จับเขามา ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องหาทางหนีก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน

เชือกที่มัดมือมัดเท้าแน่นหนามาก แต่ไม่ใช่ปัญหา ฉู่เกอมีวิธี

กระสุนเพลิง! เพ่งจิตเรียกรวมพลัง ไฟลุกขึ้นที่ฝ่ามือ เขาบิดข้อมือให้เปลวไฟเผาเชือก กลิ่นไหม้โชยเตะจมูกพร้อมความร้อนวูบวาบ เชือกขาดผึง ข้อมือเป็นอิสระ

ร้อนชิบ! สิ่งแรกที่ทำหลังเชือกขาดคือรีบตบไฟที่แขนเสื้อให้ดับ

สำรวจร่างกาย โชคดีที่กระเป๋าหนังใบเล็กยังอยู่ พวกมันคงนึกไม่ถึงว่ากระเป๋าใบเท่าฝ่ามือที่ดูว่างเปล่านี้จะซ่อนของดีไว้เพียบ

เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า กระชากดาบถังเตาออกมา ตัดเชือกที่ขาขาดในฉับเดียว

พอเป็นอิสระ ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่

“บังอาจจับกูมา วันนี้พวกมึงได้เห็นนรกแน่”

ไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร หรือจับมาทำไม แต่ฉู่เกอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ปรานี เขาบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบ ฤทธิ์ยาสลบหมดไปแล้ว มองดูแหวนต้านพิษที่นิ้ว ขอบใจแกจริง ๆ

ฉู่เกอเช็กของในกระเป๋า เขาไม่ได้พกชุดเกราะมา มีแค่ดาบถังเตา ธนูทดกำลัง ลูกธนูไม่กี่ดอก และน้ำยาเพิ่มเลือดขวดเดียว แต่แค่นี้ก็เกินพอ

มือข้างหนึ่งกำดาบถังเตาแน่น ฉู่เกอแนบหน้ามองผ่านรอยแตกประตู ด้านนอกเป็นเหมือนอู่ซ่อมรถร้าง โกดังโล่งกว้างมีโต๊ะตั้งอยู่ตัวหนึ่ง ชายร่างใหญ่หัวเกรียนใส่สูทดำนั่งยอง ๆ สูบบุหรี่อยู่ ส่วนอีกคนหน้าบากกำลังก้มหน้าเล่นมือถือ น่าจะมีอีกคนอยู่ข้างนอก

ฉู่เกอประเมินสถานการณ์ น่าจะจัดการได้

เขาลองผลักประตูเบา ๆ พบว่าประตูล็อกอยู่ บ้าเอ๊ย พวกนี้รอบคอบชะมัด ไม่มีช่องโหว่เลย แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวป๋าจัดให้

ความรู้สึกตอนนี้ผสมปนเปทั้งโกรธ ตื่นเต้น และกลัวนิด ๆ อัดแน่นจนแทบระเบิด แต่สมองกลับเย็นเยียบอย่างน่าประหลาด คงเป็นผลจากการลงดันเจี้ยนมาสองรอบ สำหรับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้น ใจเขานิ่งสงบราวกับยังอยู่ในเกม

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 39 เพลิงแค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว