- หน้าแรก
- ตื่นมาก็เวลอัพ ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในห้องเช่าที่มีดันเจี้ยน
- ตอนที่ 38 คืนหฤหรรษ์
ตอนที่ 38 คืนหฤหรรษ์
ตอนที่ 38 คืนหฤหรรษ์
ตอนที่ 38 คืนหฤหรรษ์
ฉู่เกอมองประตูมิติดันเจี้ยนที่กำลังหดเล็กลง คิดในใจว่าในที่สุดก็จบสักที แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่างไป
ทันใดนั้น สายตาเหลือบไปเห็นชามข้าวหมาที่วางอยู่หลังประตูมิติ ซึ่งเขาเตรียมไว้ให้หมาสี่ตัวกินก่อนหน้านี้ สมองกระตุกวูบ
ฉิบหายแล้ว ไหลฝู!
ฉู่เกอนึกขึ้นได้ทันควัน เจ้าหมาพันทางชื่อไหลฝูยังไม่ได้ออกมา มัวแต่ทำเควสต์ของเอลิซาเบธจนลืมมันไปสนิท แถมหลังจบบอสไฟต์ ไหลฝูก็วิ่งหายไปไหนไม่รู้ เขาก็ไม่ได้ตามหาด้วย แปลว่าตอนนี้มันน่าจะยังอยู่ในดันเจี้ยน
แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้
ฉู่เกอยืนอึ้ง มองดูประตูมิติปิดสนิทโดยที่ไร้วี่แววของไหลฝู เขาไม่รู้เลยว่าถ้าดันเจี้ยนปิดตัวลง สิ่งมีชีวิตที่ยังติดอยู่ข้างในจะเป็นอย่างไร
ไหลฝูคงไม่รอดแล้วมั้ง มันจะตาย จะหายสาบสูญ หรือจะข้ามมิติไปอยู่ในโลกของดันเจี้ยนนั้นกันนะ
ช่างเถอะ ยังไงมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากอยู่แล้ว ทิ้งไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถือว่าทำบุญทำทานก็แล้วกัน
ฉู่เกอส่ายหน้า เลิกคิดเรื่องนี้ ตอนนี้เขาแค่อยากพักผ่อนให้เต็มอิ่ม
คืนนั้นฉู่เกอเข้านอนแต่หัวค่ำ แต่ขณะที่กำลังสะลึมสะลือ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปอยู่ในสุสานใต้ดินนั่นอีกครั้ง
โครงกระดูก ซอมบี้ และวิญญาณนับไม่ถ้วน อัดแน่นเต็มสุสาน กำลังดาหน้าเข้ามาล้อมกรอบเขา
แต่ฉู่เกอกลับไม่ตื่นตระหนก เขาควักปืนกลหนักแกตลิงหกลำกล้องออกมาจากกระเป๋า แล้วกราดยิงใส่ฝูงผีดิบอย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้พวกผีบ้า กล้ามาแก้แค้นเหรอ ไปลงนรกซะให้หมด!”
ฉู่เกอตะโกนลั่น ปืนกลพ่นไฟแลบ ส่งกระสุนปลิดชีพฉีกร่างพวกมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“ว่ะฮ่าฮ่า กูแน่ที่สุด ใครกล้าหือกับกู!” ขณะกำลังหัวเราะอย่างลำพองใจ เสียงเห่ากรรโชกดังขึ้นด้านหลัง พอหันกลับไป ก็เห็นสุนัขยักษ์ขนาดเจ็ดแปดเมตรยืนจ้องเขาตาเขม็ง
“ไหล... ไหลฝู?” ฉู่เกอจำมันได้ทันที
“ข้าคือเดธวิง ผู้ทำลายล้าง ผู้พิชิตสรรพสิ่ง ไม่มีใครขวางข้าได้ ไม่มีใครต้านข้าได้ ข้าคือหายนะ!” เสียงที่ออกจากปากไหลฝูกลับเป็นเสียงของมังกรเดธวิง
เชี่ย อะไรวะเนี่ย ขณะที่ฉู่เกอกำลังงง ไหลฝูก็อ้าปากพ่นไฟมหาศาลใส่เขา ความร้อนแผดเผาจนเขาสะดุ้งตื่นจากฝัน
ฉู่เกอปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก คิดในใจว่า ซวยแล้ว คืนนี้คงไม่ได้นอนแน่
และเขาก็ไม่ได้นอนจริง ๆ
วันรุ่งขึ้น เขาไม่ได้ไปฝึกซ้อมตามปกติ อีกเจ็ดวันดันเจี้ยนใหม่ถึงจะเปิด ตามหลักควรใช้เวลาฝึกฝน แต่ฉู่เกอคิดว่าไม่ต้องกดดันตัวเองขนาดนั้น เป้าหมายของการลงดันเจี้ยนคือหาเงินและพลังเพื่อมาเสพสุขกับชีวิต ตอนนี้เพิ่งเคลียร์ดันเจี้ยนที่สองได้ แถมได้เงินก้อนโตมา ก็ควรพักผ่อนบ้าง
เขานอนเล่นเกมอยู่บ้านสองวัน จนวันที่สามเริ่มเบื่อ เลยตัดสินใจออกไปเดินเล่น
เดินทอดน่องไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ฉู่เกอรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ตอนนี้เขาไม่ต้องทำงานประจำแล้ว ทุกวันเหมือนวันหยุด อยากทำอะไรก็ทำ ความตื่นเต้นเสี่ยงตายในดันเจี้ยนทำให้ชีวิตเรียบง่ายในโลกความเป็นจริงดูสงบสุขขึ้น เขาเหมือนทหารผ่านศึกที่เพิ่งกลับจากสนามรบมาพักผ่อน
ความรู้สึกนี้ทำให้เขามองสิ่งรอบตัวในมุมมองของนักท่องเที่ยว
เดินเล่นทั้งเช้า เที่ยงไปกินมื้อใหญ่ที่ภัตตาคารชื่อดังของเมืองเสวียนเกอ บ่ายไปนวดผ่อนคลายที่สปา พอตกเย็นขณะกำลังคิดโปรแกรมต่อ บาร์แห่งหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตา บาร์ปีกสีฟ้า ดูมีสไตล์ไม่เลว แวะเข้าไปนั่งหน่อยก็ดี
เมื่อก่อนฉู่เกอไม่เคยสนใจพวกบาร์หรือผับ ในฐานะกึ่งโอตาคุ นอกจากทำงานแล้วเขาก็ขลุกอยู่แต่บ้านเล่นเกม การจ่ายเงินหลักร้อยเพื่อเหล้าแก้วเดียวดูสิ้นเปลืองเกินไป แต่ตอนนี้เขาอยากลองอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง
ผลักประตูเข้าไป นั่งลงที่บาร์ “ขอมาร์ตินี่แก้วหนึ่งครับ”
ไม่นานค็อกเทลก็มาเสิร์ฟ จิบไปคำหนึ่ง รสชาติแปลก ๆ แต่ก็พอรับได้
กวาดตามองรอบร้าน สาวสวยเยอะใช้ได้
โดยเฉพาะสาวชุดแดงที่นั่งอยู่โต๊ะหน้าเวทีทางขวา ผิวขาว หุ่นอวบอัดเย้ายวนใจ เหมือนเธอจะรู้ตัวว่าถูกมอง เลยหันมาสบตาเขา
“สวัสดีครับคนสวย สนใจดื่มด้วยกันสักแก้วไหม” ฉู่เกอเอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงเจ้าชู้
ต้องยอมรับว่าการผ่านความเป็นความตายมาทำให้คนเรากล้าขึ้นและหน้าด้านขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่กล้าทักแบบนี้ แต่ตอนนี้เขาไม่แคร์แล้ว
แม้จะมีความกล้า แต่ทักษะจีบสาวยังห่วยแตกเหมือนเดิม หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเย็นชาแต่สุภาพ “ไม่สนใจค่ะ” แล้วหันหน้าหนี
ฮะ ๆ ไม่ได้ผลแฮะ
ฉู่เกอส่ายหน้ายิ้ม ๆ ไม่ได้ใส่ใจ
“ผู้หญิงคนนั้นมีแฟนแล้ว”
เสียงเนือย ๆ ดังขึ้นข้างตัว ฉู่เกอหันขวับ เห็นหญิงสาวผมสั้นนั่งอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
เธอไม่ได้สวยจัด แต่มีเสน่ห์ดึงดูดแบบสบาย ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของร้าน และดูเข้าถึงง่าย เธอนั่งพิงเก้าอี้บาร์ ถือแก้ววิสกี้ใส่น้ำแข็ง มองเขาด้วยสายตายิ้ม ๆ
ฉู่เกออึ้งไปครู่หนึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าเธอคุยกับเขา “อะไรนะครับ”
“ฉันบอกว่า ผู้หญิงคนนั้นมีแฟนแล้ว ถ้าคุณอยากหาคู่นอนคืนนี้ เลือกเป้าหมายที่เหมาะสมกว่านี้ดีกว่า เช่น ผู้หญิงชุดเขียวตรงโน้น เธอเพิ่งเลิกกับแฟน ถ้าคุณเข้าไปทัก มีโอกาสเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะสำเร็จ”
ฉู่เกออ้าปากค้าง ไม่นึกว่าจะเจอพลเมืองดีมาสอนวิชาล่าแต้ม “คุณรู้ได้ยังไง แล้วทำไมต้องช่วยผม”
“ฉันรู้สิ” สาวผมสั้นยิ้มบาง ๆ ดวงตาเป็นประกายจ้องมองเขา “สายตาฉันผ่านการฝึกมาเป็นพิเศษ แค่มองภายนอกก็ดูออกหลายอย่าง ส่วนทำไมถึงช่วย... คงเพราะเบื่อมั้ง”
ฉู่เกอเริ่มระแวง “งั้นลองบอกสิว่าคุณดูอะไรจากผมออกบ้าง”
เธอกวาดตามองเขาหัวจรดเท้า “ช่วงนี้คุณเพิ่งได้เงินก้อนโตมา ใช่ไหม” น้ำเสียงมั่นใจมาก
เชี่ย ดูออกด้วยเหรอ
ฉู่เกอตกใจ แต่ยังเก็บอาการ มุกหมอดูแบบนี้เขาเคยเจอมาบ้าง “แล้วไงอีก”
“คุณเพิ่งเคยมาที่แบบนี้ครั้งแรก”
“แล้วไงอีก”
“แล้วก็... หึหึ คุณอยากหาผู้หญิงไปนอนด้วย แต่คุณไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลย”
ฉู่เกอพยักหน้ายอมรับอย่างจำนน “โอเค คุณพูดถูกหมด”
ความรู้สึกเหมือนถูกอ่านใจได้มันไม่ค่อยดีนัก แต่เขาสงสัยมากกว่าว่าทำไมเธอถึงพูดเรื่องพวกนี้กับเขา
เขามองเธอ เธอก็มองตอบ ดวงตาคู่นั้นเหมือนมีมนต์สะกด
“ทำไมคุณถึงบอกผมเยอะขนาดนี้”
“เพราะฉันเองก็มีจุดประสงค์เดียวกับคุณ... สรุปจะไปบ้านคุณหรือบ้านฉัน”
ฉู่เกอสะดุ้ง ไม่เคยเจอผู้หญิงรุกแรงขนาดนี้มาก่อน ต้องยอมรับว่าเธอตรงสเปกเขามาก และทำเอาเขาหวั่นไหว แต่ความตรงไปตรงมาของเธอก็ทำเอาตั้งตัวไม่ติด ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงหน้าแดงวิ่งหนี หรือทำตัวไม่ถูก หรือแกล้งทำเป็นสุภาพบุรุษ แต่ช่างมันเถอะ ผ่านความเป็นความตายมาแล้ว จะมามัวเหนียมอายทำไม
ฉู่เกอพยักหน้า “ไปบ้านคุณละกัน”
(จบตอน)