- หน้าแรก
- บันทึกเส้นทางจอมเวท
- บทที่ 63 - ไล่ล่าสังหาร
บทที่ 63 - ไล่ล่าสังหาร
บทที่ 63 - ไล่ล่าสังหาร
สามวันต่อมา ป่าหนามทมิฬ
ตูม!
คลื่นความร้อนระอุพัดการโจมตีด้วยพลังงานกัดกร่อนสีเขียวจนกระเจิง พร้อมกับเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด เส้นใยผลึกใสสายหนึ่งวูบหายไปและไปโผล่ห่างออกไปหลายสิบเมตร จากนั้นพุ่งก็หนีต่อไปอย่างทุลักทุเล
“ไม่มีประโยชน์ แกหนีไม่พ้นหรอก!”
กริมม์ตะโกนลั่นท่ามกลางคลื่นไฟ “กลิ่นเฉพาะตัวบนร่างกายแกมันเหมือนคบเพลิงในความมืด แกไม่มีทางลอบโจมตีฉันได้สำเร็จหรอก และฉัน... จะไล่ล่าแกไปเรื่อยๆ จนกว่าฉันจะฆ่าแกได้!”
น้ำเสียงของกริมม์แฝงด้วยความเคียดแค้น
ในขณะเดียวกัน กริมม์ก็ก้มเก็บนิ้วมือของตัวเองที่ขาดตกอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะกดนิ้วนั้นลงไปที่รอยแผลบนมือโดยตรง
หนวดเล็กๆ จำนวนมากงอกออกมาจากแผลที่มือเชื่อมต่อกับนิ้วที่ขาด เพียงครู่เดียวนิ้วและมือก็กลับมาต่อติดอย่างสมบรูณ์ราวกับไม่เคยขาดออกจากกันมาก่อน กริมม์ขยับนิ้วไปมาพร้อมรอยยิ้มเย็นชา
จากนั้น กริมม์ก็ถือกริชกระดูกหางเสียงไล่ตามร่างเงาที่หนีไปอีกครั้ง
สามวันมานี้ กริมม์และแฮร์รี่ รีดปะทะกันมาแล้วหลายสิบครั้ง และทุกครั้งจะจบลงที่แฮร์รี่ รีดใช้เวทมนตร์ธาตุลมอันแสนพิสดารหลบหนีไป ทำให้กริมม์ไม่มีโอกาสสังหารอีกฝ่ายได้สักที
นอกจากเวทมนตร์หนีตายบทนี้ สิ่งที่ทำให้กริมม์ปวดหัวที่สุดคือความสามารถที่ติดมากับสายเลือดสุนัขสามหัวของแฮร์รี่ รีด ซึ่งสร้างความยุ่งยากให้กริมม์อย่างมาก
หัวทั้งสามสามารถใช้เวทมนตร์ได้สามธาตุคือ กัดกร่อน ไฟ และพิษร้ายแรง แต่พวกนี้กริมม์ยังพอรับมือได้ ไฟและพิษแทบไม่มีผลกับกริมม์ การกัดกร่อนก็ไม่เป็นภัยคุกคามต่อหน้ากากสีซีด เพราะปัญหาจริงๆ คือกรงเล็บแหลมคมที่มาจากพลังสายเลือดนั่น สามารถเจาะทะลุเกราะป้องกันของหน้ากากสีซีดและทำร้ายร่างต้นของกริมม์ได้!
ถึงแม้อีกฝ่ายจะโดนเกราะเพลิงไม่มอดดับทำร้ายกลับไปเหมือนกันก็ตาม
โชคดีที่กริมม์มีวิชากายากลายพันธุ์ บาดแผลที่ว่าจึงไม่มีผลอะไรกับกริมม์เลย
กริมม์แค่นเสียงหัวเราะ ก่อนจะใช้ความสามารถของจมูกนักล่าดมกลิ่นตามรอย ไล่ล่าแฮร์รี่ รีดต่อ
กริมม์ตัดสินใจแล้ว แม้ว่าเขาจะพลาดภารกิจ อย่างน้อยก็ต้องไล่ล่าไอ้ผู้ฝึกหัดพ่อมดน่ารังเกียจคนนี้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง เพราะยังไงจุดประสงค์หลักของกริมม์ก็คือการเดินทางฝึกฝน เพื่อยกระดับความแข็งแกร่ง พลังกาย และความมีชีวิตชีวาให้สอดคล้องกับค่าร่างกาย 36 แต้ม ฝึกที่ไหนมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ!?
การต่อสู้ต่อเนื่องสามวันนี้ ทำให้ค่าความแข็งแกร่ง พลังกาย และความมีชีวิตชีวาของกริมม์เพิ่มขึ้นมาอีกขั้น ดึงศักยภาพของค่าร่างกาย 36 แต้มออกมาได้บางส่วนแล้ว
หลายนาฬิกาทรายต่อมา
กริมม์พุ่งเข้าหาแฮร์รี่ รีดที่กำลังพันแผล เขาตะโกนลั่นก่อนจะซัดเวทมนตร์ค้างคาวเพลิงใส่ ตูม เกิดระเบิดเป็นคลื่นไฟแผ่กระจายเป็นวงกว้าง พร้อมกันนั้นพลังงานสามธาตุ กัดกร่อน ไฟ พิษ ระเบิดออกเช่นกัน แฮร์รี่ รีดขวัญหนีดีฝ่อ หนีตายออกจากรัศมีเปลวไฟของกริมม์อย่างทุลักทุเล
จากการปะทะกันก่อนหน้า แฮร์รี่ รีดรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของเปลวไฟนี้ดี แตะต้องไม่ได้เด็ดขาด!
ไม่ใช่แค่ระดับพลังทำลายล้างที่สูงลิบ แต่คุณสมบัติที่ไม่มีวันดับนั่น แทบจะทำให้ผู้ฝึกหัดพ่อมดที่โดนมันเกาะติดต้องสิ้นหวัง!
“กริมม์ อย่าให้มันมากเกินไปนะ!”
หัวด้านซ้ายของแฮร์รี่ รีดพูดด้วยความโกรธ หอบหายใจหนัก
“กริมม์ ก่อนหน้านี้พวกเราแค่ผิดใจกันนิดหน่อย ไม่น่า...”
ขณะเดียวกัน หัวด้านขวาของแฮร์รี่ รีดกลับอ้อนวอนอย่างขลาดกลัว ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยและคราบน้ำตา
“หุบปาก ไอ้ขี้ขลาด ฉันไม่อนุญาตให้แกพูดแบบนั้น!”
หัวด้านซ้ายตวาดขัดหัวด้านขวาด้วยความโมโห
“ทำไมฉันต้องหุบปาก? ก็เพราะแกโลภมากตอนนั้น ดันจะ...”
หัวด้านขวาเถียงกลับไม่ยอมลดละ
หัวซ้ายขวาทะเลาะกันหนวกหู มีเพียงหัวตรงกลางของแฮร์รี่ รีดที่มองกริมม์ด้วยความเคียดแค้นระคนหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดเพราะเสียเลือดมาก เขาตัดแขนข้างขวาของตัวเองทิ้งไปแล้ว เพราะตอนลอบโจมตีกริมม์ก่อนหน้านี้ดันไปถูกไฟที่ไม่มอดเกาะติดเข้า!
กริมม์มองดูหัวทั้งสามทะเลาะกัน
นั่นสินะ เวทมนตร์สายเลือดแม้จะมอบพลังมหาศาลให้ในเวลาสั้นๆ แต่ก็มาพร้อมข้อเสียมากมาย ถ้ากริมม์มีสามหัวที่มีความคิดต่างกันสุดขั้วแบบนี้ คงไม่เป้นอันวิจัยอะไรกันพอดี
“แกต้องการอะไร?”
หัวตรงกลางของแฮร์รี่ รีดถามขึ้น
“ฉันต้องการอะไร? หึหึ...”
กริมม์ภายใต้หน้ากากสีซีดไม่เปิดช่องว่างให้อีกฝ่าย ดูเหมือนจะตัดสินใจไล่ล่าให้ตายกันไปข้าง พูดจบ กริมม์ก็พุ่งเข้าใส่แฮร์รี่ รีดที่ลมหายใจเริ่มติดขัด พร้อมกับฝ่ามือที่เปลวไฟไม่มอดดับกำลังลุกโชน
ครู่ต่อมา
แฮร์รี่ รีดกลายร่างเป็นเส้นใยผลึกใสพุ่งหนีไปไกลหลายสิบเมตรอีกครั้ง แล้วตะโกนขณะวิ่งหนีไปด้วยว่า “ฉันไม่ยอมตายด้วยน้ำมือแกง่ายๆ หรอก!”
“งั้นฉันก็จะไล่ล่าจนกว่าจะถึงวันที่แกตายนั่นแหละ!”
กริมม์ตะโกนตอบ แล้วออกวิ่งไล่ตามไปอีกครั้ง
หนึ่งวันต่อมา
ในทุ่งดอกไม้สีม่วง กริมม์ภายใต้หน้ากากสีซีดหัวเราะเสียงเย็น “คิดจะใช้กลิ่นฉุนของเกสรดอกไม้มาลบข้อได้เปรียบในการติดตามของจมูกนักล่าเหรอ? ลูกไม้ตื้นๆ!”
แฮร์รี่ รีดไม่มีทางรู้เลยว่า กริมม์ใช้เวทมนตร์คลื่นเสียงความถี่สูงผ่านหน้ากากสีซีดหาที่ซ่อนของเขาเจอตั้งนานแล้ว แฮร์รี่ รีดที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดเลียแผลตัวเองเหมือนหมาจรจัดที่รอวันตาย
ในร่องลึกที่มีหญ้ารกชัฏ เมื่อกริมม์พุ่งเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะเย็นชาอีกครั้ง แฮร์รี่ รีดก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนกและสิ้นหวัง ตะโกนว่า “เป็นไปไม่ได้ แกเป็นแค่เด็กใหม่ ไม่ใช่หนึ่งในสิบยอดฝีมือด้วยซ้ำ แกจะมีพลังขนาดนี้ได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้! ต่อให้เป็นสามคนนั้น...”
กริมม์ไม่คิดจะพูดอะไรมาก ทักทายด้วยท่าเดิมๆ เวทมนตร์ค้างคาวเพลิง
ตูม พลังงานสามธาตุระเบิดออกจากตัวแฮร์รี่ รีดในกองไฟ เตรียมจะใช้เวทมนตร์ธาตุลมพิสดารหนีอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ทำให้แฮร์รี่ รีดหน้าเปลี่ยนสีคือ ที่เท้าของเขาถูกเถาวัลย์ พันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้!
แม้จะกระชากเถาวัลย์ขาดได้ในพริบตา แต่การชะงักเพียงชั่วพริบตานี้ ก็เพียงพอที่จะสร้างโอกาสให้กริมม์ลงมือ หนวดประหลาดเส้นหนึ่งก็พุ่งออกมาจากกองไฟ ที่ปลายหนวดนั้นพันกริชกระดูกหางเสียงที่ถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟไม่มอดดับเอาไว้ กรีดเข้าที่หัวด้านขวาของแฮร์รี่ รีด
ฉัวะ...
เปลวไฟที่ไม่มอดดับลุกโชน หัวด้านขวาของแฮร์รี่ รีดร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง “ไม่...”
ก่อนจะสิ้นเสียง ร่างของแฮร์รี่ รีดก็กลายเป็นเส้นใยผลึกใสหายวับไปอีกครั้ง
กริมม์ค่อยๆ เดินออกมาจากกองไฟ มองดูหัวที่กำลังลุกไหม้อยู่บนพื้น ยิ้มเย็น “คราวนี้หายไปหนึ่งหัว คราวหน้าดูซิว่าจะหนียังไง!”
พูดจบ กริมม์ก็เตะหัวของแฮร์รี่ รีดกระเด็นไปข้างทาง แล้วดมกลิ่นไล่ตามไปเหมือนหมาบ้าอีกครั้ง
ครั้งนี้ กริมม์ไล่ตามอยู่นานถึงสองวันเต็มๆ แม้ป่าหนามทมิฬอันกว้างใหญ่จะเป็นอุปสรรคต่อกริมม์มาก แต่กริมม์ก็ดูออก ว่านี่คือการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของแฮร์รี่ รีดแล้ว
ขาดไปหนึ่งหัว หนึ่งแขน ทำให้เขาไม่มีกำลังมากพอที่จะต่อต้านอีก กริมม์เลยไม่รีบร้อน ค่อยๆ บีบให้แฮร์รี่ รีดหนีด้วยความสิ้นหวังไปเรื่อยๆ พร้อมฉวยโอกาสนี้ฝึกฝนตัวเองไปด้วย
กริมม์หยุดฝีเท้า มองดูคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
คนหนึ่งย่อมเป็นแฮร์รี่ รีด ตอนนี้หัวหนึ่งถูกตัดไป อีกหัวหดเข้าไปในชุดคลุม หัวที่เหลืออยู่แทบจะสติแตก เบ้าตาลึกโหล ผิวหนังแผ่กลิ่นอายความตายสีเทาขาว
อีกด้านหนึ่ง กลับมีผู้ฝึกหัดพ่อมดหญิงเพิ่มมาอีกคน
กริมม์ไม่รู้จักเธอ แต่สัญชาตญาณบอกว่าผู้ฝึกหัดหญิงคนนี้แข็งแกร่งกว่าแฮร์รี่ รีด
ผู้ฝึกหัดหญิงคนนี้ดูเหมือนมนุษย์ปกติ ดูท่าจะไม่มีเวทมนตร์สายเลือด
“นาย... อืม กริมม์ ฉันชื่อโรมัน นายอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อฉัน แต่ชื่อคู่รักของฉัน เกด นายคงเคยได้ยินใช่ไหม?”
ผู้ฝึกหัดพ่อมดหญิงดูท่าทางเป็นมิตร ผมสั้นสีเขียวมันวาว ผิวขาว ร่างกายผอมบาง สวมแว่นกรอบดำ ดวงตายิ้มหยีเหมือนพระจันทร์เสี้ยว
“หัวหน้ากลุ่มล่าสังหารงาช้าง ขวานสายฟ้าเกด แน่นอน ฉันเคยได้ยิน”
สีหน้ากริมม์เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่น้ำเสียงยังคงปกติ เย็นชาเหมือนเดิม
ผู้ฝึกหัดหญิงได้ยินกริมม์พูดแบบนั้น ก็ทำท่าดีใจ
“ไม่ปิดบังนายนะ แฮร์รี่ รีดเป็นสมาชิกกลุ่มล่าสังหารงาช้างของเรา ฉันยินดีเป็นตัวแทนหัวหน้าเกดคู่รักของฉัน ชดใช้ให้กับการกระทำของแฮร์รี่ รีด ของชดเชยจะทำให้นายพอใจแน่นอน!”
โรมันดูมั่นใจมาก รอยยิ้มสดใสเหมือนดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลิ พูดเสียงอ่อนหวาน “ไม่ทราบว่านายจะช่วยไว้หน้ากลุ่มล่าสังหารงาช้างของเราสักครั้งได้ไหม?”
แฮร์รี่ รีดที่ยืนอยู่ข้างๆ แอบถอนหายใจโล่งอก แต่ในแววตาที่มองกริมม์ยังแฝงความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ
ไอ้สัตว์ประหลาด!
กริมม์ไม่พูดอะไร ดวงตาภายใต้หน้ากากสีซีดจ้องมองโรมันนิ่ง เงียบงัน แววตาเหม่อลอยเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
โรมันเห็นแบบนั้น รอยยิ้มก็ยิ่งฉีกกว้างขึ้น คิดว่ากริมม์ยอมจำนนต่อผลประโยชน์และอำนาจที่เธอยกมาอ้างแล้ว
คิดสักพัก โรมันก็หยิบหินเวทมนตร์ก้อนหนึ่งออกมา เป็นหินเวทมนตร์ระดับสูงที่มีค่าเท่ากับหินเวทมนตร์ระดับต่ำหนึ่งหมื่นก้อน!
“ขอแค่นายยอมไว้หน้ากลุ่มล่าสังหารงาช้าง ไว้หน้าเกด ปล่อยแฮร์รี่ รีดไป หินเวทมนตร์ระดับสูงก้อนนี้ถือเป็นค่าชดเชยจากกลุ่มล่าสังหารงาช้าง เป็นไง?”
เสียงของโรมันหวานจนแทบจะละลายคนฟังได้ อ่อนโยนเหมือนลมฤดูใบไม้ผลิ แววตาแฝงความอ้อนวอนนิดๆ น่าทะนุถนอม
ทันใดนั้น ร่างกริมม์สั่นสะท้าน รู้สึกประหลาดใจในใจ
เมื่อกี้นี้ เขาเหมือนจะเกิดความเห็นใจขึ้นมาบ้างจริงๆ อยู่ๆ ในหัวก็ผุดความคิดที่อยากจะปล่อยแฮร์รี่ รีดไป ความคิดของเขาถูกผู้ฝึกหัดหญิงคนนี้ครอบงำโดยไม่รู้ตัว แม้ในใจจะกำลังรู้สึกทึ่งและชื่นชม แต่สีหน้ากริมม์กลับค่อยๆ เย็นชาลง
“ขอโทษด้วย”
เสียงเย็นชาของกริมม์ดังลอดออกมาจากหน้ากาก
สีหน้าโรมันเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาทำหน้าอ่อนโยนอีกครั้ง พูดเสียงเบา “นายว่าอะไรนะ?”
ท่าทางน่าสงสารนั่น ราวกับว่าถ้ากริมม์พูดอะไรไม่ดีออกมา จะทำให้เธอเสียใจอย่างที่สุด
“หึ!”
กริมม์แค่นเสียงเย็น พูดอย่างเย็นชา “ฉันบอกว่า ฉันไม่สนหน้าใครทั้งนั้น!”
พูดจบ กริมม์ก็กวาดตามองโรมันอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าเธอยังเข้ามาขวางอีก ฉันจะนับว่าเป็นศัตรู”
ตูม เปลวไฟสีแดงลุกโชนในมือกริมม์
แฮร์รี่ รีดหน้าถอดสี พอเห็นเปลวไฟที่ปะทุขึ้นบนฝ่ามือของกริมม์ เขาก็เผลอใช้เวทมนตร์ช่วยชีวิตตามสัญชาตญาณทันที กลายร่างเป็นเส้นใยผลึกใสพุ่งหนีไปไกลหลายสิบเมตร หนีเตลิดเหมือนเหยื่อที่สิ้นหวัง
กริมม์ไม่สนใจโรมันที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ พุ่งผ่านตัวเธอไป ไล่ล่าแฮร์รี่ รีดที่หนีเตลิดต่อ
โรมันหน้าตึงเครียด มองดูคนสองคนไล่ล่ากันหายลับไปในป่าหนามทมิฬ เธอลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็กัดฟันเดินหน้าบึ้งกลับไปทางสถาบันพ่อมดหอคอยทมิฬ
(จบแล้ว)