- หน้าแรก
- บันทึกเส้นทางจอมเวท
- บทที่ 61 - สามวิถีลับ
บทที่ 61 - สามวิถีลับ
บทที่ 61 - สามวิถีลับ
นับตั้งแต่ดึงเหมิงหลัวที่แช่ในเลือดของบุตรแห่งตะวันกลับเข้าสู่ร่างกาย ภายใต้การเพาะเลี้ยงอย่างเต็มกำลังของกริมม์ ความรู้สึกสุขสมและความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายได้ก็เติบโตควบคู่กันไปในร่างกายของเขา
ในด้านความสุขสม
กริมม์พบด้วยความตกตะลึงว่า ความสามารถในการควบคุมธาตุไฟของเขากำลังเพิ่มขึ้นในระดับที่น่าเหลือเชื่อ ถึงขั้นที่เขาสามารถสัมผัสถึงพลังงานธาตุไฟที่ล่องลอยอยู่ในธรรมชาติได้อย่างเลือนราง
ต้องรู้ก่อนว่า การสัมผัสพลังงานในธรรมชาติเป็นความสามารถของพ่อมดทางการแล้วเท่านั้น!
ลูกแก้วลอยอยู่กลางอากาศ กริมม์ร่ายเวทมนตร์นกเพลิงด้วยพลังคานงัดเก้าเท่าอย่างสบายๆ
ตูม!
หลังจากคลื่นความร้อนอันรุนแรงพัดผ่าน กริมม์กวักมือเรียกลูกแก้วกลับมา เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงระดับพลังทำลายล้างเมื่อครู่ ก็อดอุทานด้วยความตกตะลึงไม่ได้ “พลังทำลายล้างสูงถึง 118 หน่วยเลยหรือ!”
ตอนนี้พลังจิตของกริมม์อยู่ที่ 29 แต้ม พลังเวทอยู่ที่ 280-301 หากเป็นเวทมนตร์นกเพลิงเพียงอย่างเดียว ระดับพลังทำลายล้างของกริมม์น่าจะอยู่ที่ 55-65 หน่วย แต่ลูกแก้วกลับแสดงผลว่าการโจมตีด้วยธาตุไฟของกริมม์สูงถึง 135 หน่วย!
เมื่อคำนวณดูแล้ว สูตรพื้นฐานของกายาอาบอัคคีน่าจะเป็นการเพิ่มค่าพลังโจมตีพื้นฐานของเวทมนตร์ธาตุไฟของผู้ใช้ขึ้นอีกสิบเท่า!
อัตราการใช้พลังจิตและพลังเวทของผู้ฝึกหัดพ่อมดอยู่ที่ประมาณหนึ่งในสี่ ซึ่งตอนนี้กริมม์ใช้อยู่ที่ประมาณ 7 แต้ม เวทมนตร์นกเพลิงเพิ่มเก้าเท่า บวกกับกายาอาบอัคคีอีกสิบเท่า ก็รวมเป็นสิบเก้าเท่า!
ซี๊ด...
กริมม์สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ
มิน่าล่ะ ตอนอยู่ในดินแดนลึกลับ บุตรแห่งตะวันถึงได้หยิ่งผยองและวางอำนาจขนาดนั้น เธอแทบจะไร้คู่ต่อสู้
ตอนนี้กริมม์ที่มีพลังจิต 29 จุดและครอบครองกายาอาบอัคคี มีระดับพลังใกล้เคียงกับบุตรแห่งตะวันในตอนนั้นแล้ว เพียงแค่สะบัดมือก็สร้างการโจมตีธาตุไฟระดับร้อยหน่วยได้
ไม่เพียงแค่นั้น ความเข้ากันได้กับธาตุไฟของกายาอาบอัคคี ยังทำให้กริมม์มีภูมิคุ้มกันต่อการโจมตีด้วยธาตุไฟที่ต่ำกว่า 65 หน่วยโดยสมบูรณ์ หากในอนาคตกริมม์ใช้เหมิงหลัวพัฒนาร่างกายเพื่อสร้างความต้านทานต่อธาตุต่างๆ อย่างต่อเนื่อง...
กายาอาบอัคคีสำหรับผู้ฝึกหัดพ่อมด นับเป็นพรสวรรค์ที่น่ากลัวและทรงพลังอย่างแท้จริง
หากพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลคือจุดเริ่มต้นของความตื่นเต้น รอยร้าวในรหัสชีวิตก็คือต้นตอของความเจ็บปวด!
ใช่แล้ว
การฝืนดัดแปลงเขตหวงห้ามรหัสชีวิตในภายหลัง แม้จะแก้ไขเพียงส่วนเล็กน้อยที่สุด แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เกิดรอยร้าวในรหัสชีวิต
ตามการคาดการณ์ของกริมม์ หากเขาฝืนดัดแปลงรหัสชีวิตเกินสามครั้ง รหัสชีวิตจะพังทลายลง ผลที่ตามมาคือรูปแบบชีวิตจะสูญเสียการควบคุม ซึ่งก็คือผลลัพธ์ของการเร่งเหมิงหลัวโดยไม่มีของเหลวต้นกำเนิดคอยควบคุมนั่นเอง
และนี่ขนาดยังเป็นการคัดลอกรหัสชีวิตส่วนเล็กๆ จากสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกัน หากเป็นรหัสชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ แม้แค่ครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้กริมม์เข้าสู่ภาวะวิกฤตได้แล้ว
นั่นหมายความว่า...
กริมม์สามารถมีพรสวรรค์ของพ่อมดมนุษย์ได้พร้อมกันเพียงสามอย่างเท่านั้น แน่นอนว่าไม่นับรวมพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในตัวกริมม์เอง
ความรู้คือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของพ่อมดจริงๆ สิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์ เป็นเพียงเครื่องทุ่นแรงของพ่อมดในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
ผ่านไปครู่ใหญ่ กริมม์ที่ทดสอบความสามารถของกายาอาบอัคคีเสร็จแล้ว ก็ค่อยๆ สงบจิตใจลง
“เวทมนตร์บทนี้ถือเป็นเวทมนตร์อันทรงพลังเฉพาะตัวของฉัน สามารถคัดลอกพรสวรรค์ของมนุษย์สามคนมาไว้ที่ตัวเองได้ แม้ด้วยสายตาของฉันในตอนนี้ ก็ยังมองออกว่ามันเป็นเวทมนตร์ที่ยอดเยี่ยมมาก ต้องตั้งชื่อที่เป็นอนุสรณ์ชั่วนิรันดร์ให้มัน ชื่อว่า... มหาเวทสามวิถีลับของกริมม์!”
ตอนนี้กริมม์มีกายาอาบอัคคีแล้ว รหัสชีวิตยังรองรับพรสวรรค์จากการคัดลอกได้อีกสองอย่าง
สองพรสวรรค์นี้ยังไม่ต้องรีบร้อน กายาอาบอัคคีเป็นพรสวรรค์ที่ทรงพลังที่สุดที่กริมม์เห็นในสนามทดสอบ หากใช้พรสวรรค์ที่ไม่มีอนาคตมาจับจองพื้นที่รหัสชีวิตสุ่มสี่สุ่มห้า คงน่าเสียดายแย่ แม้พรสวรรค์จะกำหนดความสำเร็จของพ่อมดไม่ได้ แต่ก็กำหนดทิศทางการเติบโตของพ่อมดได้
อย่างน้อยด้วยความรู้ของกริมม์ในตอนนี้ ยังห่างไกลจากการที่จะสามารถลบล้างพรสวรรค์ในรหัสชีวิตได้
ออกจากห้องทดลอง กริมม์ตั้งใจจะไปศึกษาวิชาพิษวิทยาสำหรับกายาพิษผสานสักพัก
ที่หน้าห้องทดลอง หญิงสาวกึ่งมนุษย์ที่มีท่าทางนอบน้อมก้มตัวทำความเคารพ “คุณชายกริมม์”
กริมม์พยักหน้ารับ
หญิงสาวกึ่งมนุษย์คนนี้ชื่อ ยูเจีย กริมม์ได้รับปากกับเธอไว้ว่า ขอเพียงเธอทำให้ถุงในร่างกายปรับตัวเข้ากับร่างกายมนุษย์และเกิดวิวัฒนาการได้สำเร็จ เมื่อกริมม์ย้ายถุงในตัวเธอกลับมาที่ร่างของเขาแล้ว เขาจะปล่อยเธอไป ให้เธอได้ใช้ชีวิตแบบมนุษย์ผู้หญิงปกติในโลกพ่อมด
ถุงที่ว่าคืออวัยวะที่สร้างของเหลวต้นกำเนิดในตัวนกกระเรียนป่า ซึ่งกริมม์ดัดแปลงและผ่าตัดใส่เข้าไปในตัวยูเจีย เพื่อเพาะเลี้ยงให้อวัยวะนี้ให้ปรับตัวเข้ากับมนุษย์
กริมม์ยื่นมือไปสัมผัสหน้าท้องของยูเจีย เธอมีท่าทีเขินอาย มือไม้ไม่รู้จะวางตรงไหน ทำตัวไม่ถูก แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง
ภายใต้การสัมผัสของพลังจิต สถานะของถุงในตัวยูเจียปรากฏขึ้นในการรับรู้ของกริมม์
สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่เปี่ยมล้น กริมม์รู้ว่าถุงนี้ปรับตัวเข้ากับร่างกายมนุษย์ได้แล้วจริงๆ
“มีความรู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?”
กริมม์ถามขณะครุ่นคิด
ยูเจียส่ายหน้าตอบอย่างเอียงอาย “ไม่มีค่ะ”
“อืม”
คำตอบของยูเจียอยู่ในความคาดหมายของกริมม์ เขาพูดเรียบๆ ว่า “งั้นเดือนหน้าจะทำการผ่าตัดย้ายกลับ ถ้าสำเร็จ ฉันจะทำตามสัญญา ให้เธอไปใช้ชีวิตแบบคนปกติในโลกพ่อมด”
จากนั้นกริมม์ก็ไม่สนใจยูเจียอีก เดินตรงเข้าสู่ห้องทดลองพิษวิทยา
ส่วนร่างทดลองสิ่งมีชีวิตเพศผู้รูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวนั้น กริมม์เก็บรักษาไว้อย่างดี
“ขอบพระคุณคุณชายกริมม์มากค่ะ”
ยูเจียร้องไห้ด้วยความดีใจ ก้มกราบขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
......
หนึ่งปีต่อมา
อักขระหายากธาตุไฟที่มีคุณสมบัติไม่มอดดับ ถูกกริมม์ผสานเข้ากับวงเวทพื้นฐานธาตุไฟอย่างสมบูรณ์ ทันใดนั้นกริมม์รู้สึกว่าความเข้าใจต่อคุณสมบัติพลังงานบางอย่างของธาตุไฟเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับรากฐาน ราวกับน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็งที่แข็งแกร่ง
ฟู่...
เปลวไฟกลุ่มหนึ่งลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้วของกริมม์ เขาสัมผัสถึงคุณสมบัติไม่มอดดับนั้นด้วยความประหลาดใจและยินดี
ครึ่งวันต่อมา กริมม์ก็เริ่มเข้าใจมันในเบื้องต้น
สิ่งที่เปลวไฟไม่มอดดับนี้แพ้ทางที่สุด คือเวทมนตร์ป้องกันและค่ายกลที่ต้องพึ่งพาเกราะป้องกัน เพราะเปลวไฟไม่มอดดับจะใช้พลังงานในเกราะป้องกันนั้นเป็นเชื้อเพลิง เพื่อให้มันลุกไหม้อย่างไม่มีวันดับสูญ
แน่นอนว่านี่อยู่บนเงื่อนไขที่ว่าระดับพลังงานที่กริมม์และคู่ต่อสู้ปล่อยออกมาต้องไม่ต่างกันจนเกินไป
นอกจากนี้ แม้ฝ่ายตรงข้ามจะไม่มีเกราะป้องกัน เปลวไฟไม่มอดดับก็จะสร้างความเสียหายต่อเนื่องเป็นเวลานานมาก ขณะเดียวกันกริมม์ยังสามารถใช้คุณสมบัตินี้สร้างเวทมนตร์ป้องกันแบบเกราะเพลิงขึ้นมาบนร่างกายได้ด้วย
ด้วยกายาอาบอัคคีของกริมม์ในตอนนี้บวกกับคุณสมบัติเปลวไฟไม่มอดดับ หากกริมม์มีความสามารถนี้ในสนามทดสอบ เขาคงลองกดดันผู้มอบความสิ้นหวังอีกหกคนในดินแดนลึกลับรอบที่สาม เพื่อยึดรางวัลทั้งหมดไว้คนเดียวได้แล้ว
สถานะของกริมม์ในตอนนี้ คือสถานะในอุดมคติที่วิญญาณอัคคีอมตะ อาจารย์ของบุตรแห่งตะวันคาดหวังไว้
การวิจัยวงเวทธาตุ ทำให้กริมม์ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงวงเวทนกเพลิงให้กลายเป็นวงเวทค้างคาวเพลิง ซึ่งก็คือวงเวทธาตุที่มีพลังคานงัดสิบเท่า
“รอให้ภารกิจบังคับจบลงก่อน ฉันจะลองเรียนเวทมนตร์ควบคุมธาตุไฟสักสองบท โชคดีที่ในห้องสมุดของอาจารย์มีตัวเลือกดีๆ อยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงต้องเสียหินเวทมนตร์ไปขอคำชี้แนะจากพ่อมดที่ชั้นสามชั้นสี่ของหอคอยทมิฬอีก”
กริมม์พึมพำกับตัวเอง
ผลลัพธ์จากการวิจัยทั้งหมดนี้ คือดอกผลจากการที่พ่อมดธาตุใช้ความรู้มางัดคานแห่งกฎเกณฑ์!
กริมม์ค่อยๆ ยื่นนิ้วออกมาหนึ่งนิ้ว ขณะที่พลังเวทในตัวกระตุ้นเหมิงหลัว ภายใต้การควบคุมของของเหลวต้นกำเนิดที่ถุงในตัวปล่อยออกมา นิ้วของกริมม์เปลี่ยนสภาพเป็นหนวดสัมผัสในชั่วพริบตา ปลายหนวดมีปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมดูน่าสยดสยอง
ยังไม่หมดแค่นั้น ผมสีทองยาวของกริมม์สั่นไหว ก่อนจะตั้งชันขึ้นเหมือนเข็มเหล็ก แล้วเปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนเกราะปกป้องแผ่นหลัง...
กริมม์ในเวลานี้ แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะยังดูเหมือนมนุษย์ปกติ ดูปกติกว่าพ่อมดที่ดัดแปลงสายเลือดเป็นร้อยเท่า แต่ในความเป็นจริง เขาได้เริ่มก้าวเดินไปสู่เส้นทางวิวัฒนาการของการเป็นสัตว์ประหลาดที่แท้จริงแล้ว
และนี่ ดูเหมือนจะเป็นวิวัฒนาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของพ่อมดระดับสูงทุกคน
หลายเดือนต่อมา วันนี้กริมม์ขลุกอยู่ในห้องลับหินรังสีนานถึงหนึ่งนาฬิกาทราย ก่อนจะเดินออกมา แต่ก็ยังไม่เห็นผลลัพธ์อะไร จึงได้แต่ถอนหายใจ
“เป็นไปตามคาด หินรังสีระดับต่ำก้อนนี้ ร่างกายฉันแทบจะมีภูมิคุ้มกันแล้ว คงต้องฉีดพิษสูตรที่ปรุงไว้ก่อนหน้านี้แทน”
ครึ่งเดือนต่อมา กริมม์ถือลูกแก้วตรวจสอบสถานะร่างกายตัวเอง
พลังจิต: 30 พลังเวท: 285-309
ร่างกาย: 36 พลังกาย: 100-101 ความแข็งแกร่ง: 35-120 ความมีชีวิตชีวา: 110-157
(Salty : เปลี่ยนจาก / กายภาพ -> ร่างกาย / พละกำลัง -> พลังกาย / แทนนะครับ :D)
กริมม์มองดูค่าพลังกาย ความแข็งแกร่ง และความมีชีวิตชีวาของตัวเอง แล้วได้แต่ยิ้มขื่น เขามีศักยภาพร่างกายถึง 36 แต่ค่าสถานะจริงกลับน้อยนิดเพียงเท่านี้
เห็นได้ชัดว่าเวทมนตร์สายกายภาพไม่ได้พึ่งพาแค่การวิจัยความรู้แล้วจะเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ แต่จำเป็นต้องออกไปฝึกฝนต่อสู้จริง เพื่อให้ค่าสถานะพื้นฐานตามทันศักยภาพที่แท้จริง
แต่ว่า...
คำนวณเวลาดูแล้ว ภารกิจบังคับของสถาบันในระบบสองปีก็ใกล้จะมาถึงแล้ว ไม่รู้ว่าอาจารย์เพลอานอสจะจัดภารกิจอะไรให้
แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นภารกิจอะไร เส้นทางของภารกิจนี้จะต้องยาวไกลแน่นอน...
(จบแล้ว)