- หน้าแรก
- ใครว่าป้ายเกรดต่ำ จะสำรวจดินแดนลึกลับไม่ได้
- บทที่ 19 แคะหูหน่อยเถอะศิษย์พี่!
บทที่ 19 แคะหูหน่อยเถอะศิษย์พี่!
บทที่ 19 แคะหูหน่อยเถอะศิษย์พี่!
บทสนทนาอันไร้สาระทำเอาฉีตงแทบจะกลอกตามองบนจนลูกตาจะหลุดออกมานอกเบ้า
ถ้าเจ้ามีเนื้อมังกร ข้าก็มีเนื้อเซียน เนื้อเทพเจ้าเหมือนกันแหละว่ะ!
ฉีตงไม่เชื่อคำพูดของหนิงเกอเลยสักคำ โม้เหม็น ใครๆ ก็พูดได้
"ข้าสงสัยจังว่าทำไมสหายถึงมาเปิดร้านที่นี่?" ฉีตงเอ่ยถามข้อข้องใจ เขาอยากรู้ว่าจอมขี้โม้คนนี้จะมีเป้าหมายเดียวกับพวกเขาหรือไม่
จำเป็นต้องลองหยั่งเชิงดูหน่อย
ซากวังมังกร ขุมทรัพย์มังกรแท้ๆ จะยอมให้ใครมาชุบมือเปิบไปไม่ได้เด็ดขาด
ทว่า เมื่อฉีตงสัมผัสได้ถึงระดับพลังของอีกฝ่าย... เอาเถอะ เขาคงไปหาเรื่องด้วยไม่ได้ คนผู้นี้อย่างน้อยก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเก้ากลั่นลมปราณ สูงกว่าเขากับศิษย์พี่ตั้งสองขั้น
"ที่นี่ทิวทัศน์งดงาม ขุนเขาเขียวขจี สายน้ำใสสะอาด การจะเปิดร้านที่นี่ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่รึ" หนิงเกอตอบหน้าตาย
ฉีตงกวาดตามองรอบๆ ค่ำคืนอันเงียบสงัด วังเวงวิเวกวิโหวงเหวง... ปกติตรงไหนฟระ!! แต่เอาน่า แสงไฟระยิบระยับเหนือผิวน้ำนั่นก็พอถูไถไปได้บ้าง
"สหายปี้ มีธุระอะไรกับข้ารึเปล่า?" หนิงเกอหันไปมองปี้สือซาน
"ข้าอยากจะซื้อสุราจากสหายหนิงเกอสักหน่อย ไม่ทราบว่าที่นี่พอจะมีขายไหม?" ปี้สือซานได้ยินบทสนทนาระหว่างหนิงเกอกับเจ้าหนุ่มผอมแห้งนั่นแล้ว เขาไม่คิดว่าหนิงเกอจะโกหก แต่ก็ยังอดตกใจไม่ได้ที่หนิงเกอสามารถหาของพรรค์นั้นมาได้จริงๆ
ดูเหมือนสหายหนิงเกอจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังไม่ธรรมดา
เรื่องมังกรวารี ปี้สือซานเคยได้ยินมาว่า บนเกาะกลางทะเลสาบมังกรร่วง มีขั้วอำนาจระดับวิญญาณแรกกำเนิดที่เลี้ยงมังกรวารีไว้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม สามขั้วอำนาจใหญ่ระดับวิญญาณแรกกำเนิดแห่งทะเลสาบมังกรร่วง จะจัดงานชุมนุมเซียนขึ้นทุกๆ ร้อยปี ว่ากันว่าในงานนี้ จะมีเมนูตับมังกรไขกระดูกหงส์ให้ลิ้มลองกันด้วย
"มีสิ สุราวิญญาณระดับหนึ่ง ข้ามีขาย จะรับเป็นระดับหนึ่งขั้นต่ำไหม?"
"ระดับหนึ่งขั้นต่ำมีหลายชนิด ข้าจะแนะนำตัวที่รสชาติดีๆ ให้แล้วกัน มี 'สายลมวสันต์มอมเมา', 'ภูเขาไฟแกนโลก' แล้วก็ 'ลายเมฆาเหิน' สามตัวนี้ขายดีสุด ราคาเท่ากัน ไหละสิบหินวิญญาณระดับต่ำ ส่วนตัวอื่นยอดขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่"
"งั้นข้าขอ 'ลายเมฆาเหิน' สักไห" แม้ใจจริงอยากจะลองให้ครบทุกรส แต่ปี้สือซานก็ต้องหักห้ามใจไว้ก่อน
"มีกับแกล้มหรือของว่างทานคู่กับสุราด้วยไหม?" ปี้สือซานถามต่อ การดื่มเหล้าเพียวๆ โดยไม่มีกับแกล้มมันดูจะขาดรสชาติไปหน่อย
"มีของว่างชื่อ 'ดาราพราว' เข้ากันได้ดีกับสุราวิญญาณ ห่อละสามหินวิญญาณระดับต่ำ"
"ตกลง ข้าเอาห่อนึงด้วย"
ปี้สือซานรู้สึกว่าตัวเองใช้เงินมือเติบไปหน่อย จ่ายรวดเดียวสิบสามหินวิญญาณเพื่อความสุนทรีย์ นี่มันรายได้ครึ่งเดือนของเขาเมื่อก่อนเลยนะ
หลังจากส่งมอบสุราวิญญาณและขนมดาราพราว พร้อมรับเงินจากปี้สือซานเรียบร้อย หนิงเกอก็หันมาสนใจคู่หูอ้วนผอม
"แล้วพวกเจ้าล่ะ? อยากได้อะไรไหม?"
หนิงเกอไม่ได้คิดจะเชิญพวกเขาเข้าไปในร้าน การซื้อขายทำกันที่หน้าประตูนี่แหละสะดวกดี
เพราะนอกจากตู้ปลาใบยักษ์แล้ว ชั้นล่างก็ไม่มีอะไรเลย
"ศิษย์น้อง เราซื้อของกินกันหน่อยดีไหม? กินแต่ยาวิเศษดับหิวมาตลอด ปากข้าจืดชืดไปหมดแล้ว!" ฉีชิวหันไปอ้อนฉีตง
ยาวิเศษดับหิวราคาถูก เม็ดเดียวอยู่ได้หลายวัน ผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ก็ประทังชีวิตด้วยสิ่งนี้
อันที่จริง นอกจากทำให้อิ่มท้องแล้ว ยาวิเศษดับหิวก็ไม่มีประโยชน์อื่นใดต่อการบำเพ็ญเพียร ผิดกับอาหารที่ปรุงด้วยปราณวิญญาณ ซึ่งช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าในการฝึกตนได้
หากเป็นอาหารฝีมือพ่อครัววิญญาณ สรรพคุณก็ยิ่งหลากหลาย ไม่แพ้ยาบำเพ็ญเพียรเลยทีเดียว
หนิงเกอมองเจ้าอ้วน เขาสังหรณ์ใจว่าหมอนี่ระแวงเขามาก ทำไมกันนะ? เขาไม่รู้จักสองคนนี้เลยด้วยซ้ำ
แน่นอนว่า เป็นไปได้ที่หมอนี่อาจจะเป็นคนขี้ระแวงโดยธรรมชาติ
สองคนนี้มีระดับพลังไม่เลว อยู่ขั้นเจ็ดกลั่นลมปราณทั้งคู่ ถ้าเป็นเมื่อไม่กี่วันก่อน หนิงเกอคงกังวลอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ความกังวลนั้นหายไปแล้ว
แต่เขาก็ประมาทไม่ได้ รอเก็บเงินได้สักสองแสนหินวิญญาณ เขาต้องรีบอัปเกรดค่ายกลของอาคารหลังนี้ทันที อย่างน้อยความปลอดภัยภายในและรอบๆ อาคารจะได้สูงขึ้น
"งั้น... เถ้าแก่ จัดมาเหมือนสหายท่านนี้แหละ" เมื่อเห็นสายตาเว้าวอนของศิษย์พี่ ฉีตงก็ใจอ่อนยอมตามใจ แม้สำนักจะเหลือแค่สองคนและตกต่ำลง แต่พวกเขาก็พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง
เงินเก็บทั้งหมดอยู่ที่ฉีตง
ขืนให้ฉีชิวเก็บไว้ ฉีตงไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าพวกเขาสองคนต้องไปนั่งขอทานข้างถนนแน่!
"ได้เลย" หนิงเกอมองหุ่นเจ้าอ้วน กะด้วยสายตาแล้วปริมาณแค่นี้คงไม่พอยาไส้ แต่ใครจะซื้อเท่าไหร่ก็เรื่องของเขา ขอแค่ได้กำไร ขายชิ้นเดียวก็ไม่น้อย ขายสามชิ้นก็ไม่มาก
"ว่าแต่ พวกเจ้าต้องการถ้ำรุ่นสำหรับพักอาศัยไหม? อยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่งจะลำบากเอานะ" หนิงเกอวางแผนจะขายการ์ดถ้ำรุ่นระดับหนึ่ง แบบเดียวกับที่ปี้สือซานใช้ แต่รุ่นนี้มาพร้อมค่ายกลระดับหนึ่งขั้นสูง
ในที่สุดเจ้าก็ยอมรับแล้วสินะว่าที่นี่มันกลางป่ากลางเขา!! ฉีตงกรีดร้องในใจ! ใครมันบ้ามาเปิดร้านในที่กันดารแบบนี้ฟระ!
มันแปลกประหลาดสุดๆ
เขาว่ากันว่ามีแต่พวกลัทธิมารเท่านั้นแหละที่ทำเรื่องพิสดารแบบนี้
แต่เถ้าแก่ท่าทางธรรมดาๆ ตรงหน้าดูไม่มีเจตนาร้าย ฉีตงจึงเต็มไปด้วยความสงสัย
"ที่นี่มีบริการเช่าถ้ำรุ่นด้วยรึ?"
เช่าถ้ำรุ่น? เออแฮะ เข้าท่า ถ้าวางระบบถ้ำรุ่นไว้รอบๆ อาคารแล้วปล่อยเช่าให้คนผ่านไปผ่านมา ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว
แม้การ์ดถ้ำรุ่นระดับหนึ่งที่หนิงเกอเลือกมาจะไม่มีค่ายกลรวมวิญญาณ แต่ในแง่ความสะดวกสบาย มันกินขาดถ้ำรุ่นทั่วไปแน่นอน
แต่แถวนี้คนน้อย ธุรกิจเช่าคงไม่รุ่ง ขายขาดไปเลยดีกว่า
ส่วนค่ายกลรวมวิญญาณ สามารถซื้อแยกมาติดตั้งเพิ่มได้ ค่ายกลชนิดนี้ราคาค่อนข้างแพง หนิงเกอเลยไม่ได้เสนอขายปี้สือซานไปเมื่อครู่ ต้องค่อยเป็นค่อยไป เลี้ยงไข้... เอ้ย เลี้ยงลูกค้าไปก่อน
"แต่อาคารของเจ้าก็ไม่มีค่ายกลรวมวิญญาณเหมือนกันไม่ใช่รึ?" ฉีตงถามอย่างข้องใจ ปกติถ้ำรุ่นมักจะตั้งอยู่บนชีพจรวิญญาณที่มีปราณวิญญาณหนาแน่น หรือไม่ก็ต้องวางค่ายกลรวมวิญญาณเพื่อดึงดูดปราณฟ้าดิน
แต่หลังจากเปิดค่ายกลของอาคารหลังนี้ ปราณวิญญาณข้างในกับข้างนอกก็แทบไม่ต่างกัน
ถ้าเป็นถ้ำรุ่นที่มีมาตรฐาน ฉีตงกับฉีชิวอาจจะลองพิจารณาดู
แต่สภาพตอนนี้ มันชัดเจนว่าไม่ผ่านเกณฑ์
"ค่ายกลรวมวิญญาณข้าก็มีขาย ขอแค่เจ้ามีหินวิญญาณ และข้ายังมีเจ้านี่ด้วย!" หนิงเกอหยิบการ์ดถ้ำรุ่นระดับหนึ่งออกมา
"นี่คืออะไร? กระดาษแผ่นเดียว?" ฉีชิวถามด้วยความสงสัย มือยังถือเหล้าและขนมที่เพิ่งซื้อมา
ปี้สือซานที่ยังไม่กลับ มุมปากกระตุกยิกๆ คุณพระช่วย นี่จะบังคับขายอีกแล้วเหรอ?
"นี่คือการผนึกถ้ำรุ่นเรือนสี่ประสานอันวิจิตรตระการตา ภายในติดตั้งค่ายกลป้องกันและโจมตีระดับหนึ่งขั้นสูง ของมันต้องมีสำหรับการเดินทางและพักอาศัย"
"เป็นไปได้ยังไง? เจ้าคงไม่ได้คิดจะหลอกพวกเราหรอกนะ?" พอได้ยินสรรพคุณ ฉีตงก็ไม่เชื่อทันที นี่ใช่วิชาที่เถ้าแก่ร้านชำบ้านนอกๆ จะทำได้เรอะ?
น่าสงสัย น่าสงสัยเกินไปแล้ว!
"ศิษย์น้อง ซื้อสักอันเถอะ เราจะได้ไม่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายกันอีก!" ฉีชิวตาลุกวาว จ้องมองการ์ดใบงามตาเป็นมัน
แคะหูหน่อยเถอะศิษย์พี่! ฉีตงแทบจะพ่นไฟ จมูกบิดเบี้ยวด้วยความโมโห ไม่ได้ยินที่ข้าพูดเลยหรือไง? ข้าบอกว่ามันมีกับดัก! ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นกลั่นลมปราณจะไปเสกของวิเศษที่บรรจุค่ายกลมิติออกมาได้ยังไง!
โอเค เขาอาจจะไปเจอวาสนาอะไรมาก็ได้ แต่ทำไมต้องเอามาขาย? มันไม่สมเหตุสมผล
"ศิษย์พี่ อย่าเพิ่งใจร้อน เรายังไม่รู้เลยว่าของจริงหรือของปลอม"
"โอ้? แล้วถ้าของจริง เจ้าจะซื้อไหมล่ะ?" หนิงเกอยิ้มกริ่ม เขาชอบรับมือกับคนหัวแข็งแบบนี้ที่สุด
ผิดคาด ฉีตงไม่ได้หลุดปากรับคำท้าว่า 'ซื้อสิ!' เขารอบคอบกว่าที่คิด
"บอกราคามาก่อน ว่าเจ้าขายเท่าไหร่?"
"อันนี้ขายแค่หกพันหินวิญญาณระดับต่ำเท่านั้น"
พอได้ยินราคา ฉีตงยิ่งไม่เชื่อเข้าไปใหญ่ ของวิเศษขนาดนี้ขายแค่หกพัน? จะหลอกเด็กอมมือหรือไง!