- หน้าแรก
- พลิกชะตาคุณยายซูเปอร์มาร์เก็ต ร่ำรวยได้ไม่ต้องขายหลาน
- ตอนที่ 18 พบท่านยาย
ตอนที่ 18 พบท่านยาย
ตอนที่ 18 พบท่านยาย
ตอนที่ 18 พบท่านยาย
"ครอบครัวฝั่งแม่ของเจ้าตอนนี้เก่งกาจนักนี่ ถึงขนาดขายเนื้อหมูได้ แต่กลับไม่ส่งมาให้ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองเลยสักนิด!"
"แต่งเจ้าเข้ามาแล้วได้ประโยชน์อะไร? ข้าหมดเงินไปกับเจ้าตั้งมากมาย แต่หลายปีมานี้เจ้ากลับเบ่งลูกชายออกมาไม่ได้สักคน!"
"นังตัวซวย ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้านำความโชคร้ายมาให้ ข้าคงสอบผ่านเป็นขุนนางไปตั้งนานแล้ว!"
เสียงก่นด่าด้วยความเกรี้ยวกราดและเสียงตบตีของชายคนนั้นทำเอาฟู่ฟู่อิ๋นจางยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้
เด็กหญิงอยากจะเข้าไปปกป้องท่านแม่ แต่เธอก็ตัวเล็กเกินกว่าจะทำอะไรได้ ซ้ำร้ายอาจจะกลายเป็นตัวถ่วงที่ทำให้ท่านแม่ต้องถูกตบตีหนักขึ้นไปอีก
หากท่านยายพาพวกเธอหนีไปได้ก็คงจะดี ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของฟู่ฟู่อิ๋นจางอีกครั้ง และคราวนี้มันแจ่มชัดยิ่งกว่าเดิม
เธอยืนอยู่ในลานบ้าน คอยเงี่ยหูฟังเสียงจากข้างในอย่างเงียบๆ จนกระทั่งเสียงนั้นเงียบหายไป บิดาของเธอ ฟู่ซินเหริน ก็เปิดประตูแล้วสะบัดแขนเสื้อเดินกระทืบเท้าออกไป ก่อนจะกระแทกประตูตามหลังเสียงดังสนั่น
เมื่อเห็นฟู่ซินเหรินจากไป ฟู่ฟู่อิ๋นจางก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา
ร่างที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นคือเหอเอ้อร์ฮวา มารดาของเธอที่เพิ่งบอบช้ำจากการถูกทุบตีอย่างหนักหน่วง
"ท่านแม่ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ...?"
ฟู่ฟู่อิ๋นจางวิ่งเข้าไปหาด้วยความปวดใจ และช่วยพยุงเหอเอ้อร์ฮวาลุกจากพื้นไปนั่งบนเตียงใกล้ๆ
ใบหน้าของเหอเอ้อร์ฮวาด้านชา แววตาว่างเปล่าขณะที่พยักหน้ารับ น้ำเสียงของนางไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ พร่ำบ่นเพียงไม่กี่คำที่มักจะพูดอยู่เสมอ
"ฟู่อิ๋นจาง แม่ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัวนะ"
หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าถ้าตัวเองตายไปแล้วจะไม่มีใครคอยปกป้องฟู่อิ๋นจาง เหอเอ้อร์ฮวาคงยอมแพ้ต่อชีวิตไปตั้งนานแล้ว
ในวันที่สามหลังจากแต่งงานเข้าบ้านตระกูลฟู่ ฟู่ซินเหรินก็ตบหน้านาง หลังจากนั้น นางก็ถูกทุบตีทุกๆ สองสามวัน ถึงแม้ในช่วงแรก ฟู่ซินเหรินจะไม่ได้ลงมือหนักหนาสาหัสนักก็ตาม
จนกระทั่งเข้าเดือนที่สามเมื่อนางตั้งครรภ์ แม่สามีถึงได้เข้ามาห้ามปรามฟู่ซินเหรินเพราะกลัวว่าเขาจะทำร้ายเด็กในท้อง และฟู่ซินเหรินก็ยอมหยุดมือไปช่วงหนึ่ง
ทว่าวันคืนอันแสนดีเช่นนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน หลังจากตั้งครรภ์สิบเดือนและคลอดบุตร ทันทีที่นางให้กำเนิดฟู่ฟู่อิ๋นจาง สีหน้าของคนบ้านสกุลฟู่ก็เปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิง
ฟู่ซินเหรินทุบตีนางหนักกว่าเดิม ส่วนแม่สามีก็ไม่เข้ามาห้ามปรามอีกต่อไป หนำซ้ำยังยุยงให้ฟู่ซินเหรินลงมือให้หนักขึ้นอีกด้วย
หากนางไม่อ้อนวอนและปกป้องลูกไว้อย่างสุดชีวิต แม่สามีคงจับฟู่ฟู่อิ๋นจางที่เพิ่งเกิดได้เพียงไม่กี่วันไปกดน้ำตายแล้วเอาไปทิ้งเสียแล้ว
แต่นางก็ไม่สามารถหนีไปไหนได้ สำหรับชีวิตที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดเช่นนี้ นางเคยคิดที่จะจบมันลงเสีย ทว่าเมื่อมองดูลูกสาวที่ยังอยู่ในห่อผ้าข้างกาย หัวใจของเหอเอ้อร์ฮวาก็อ่อนยวบ
นางคิดว่าต่อให้ต้องตาย นางก็ต้องได้เห็นลูกสาวเติบโต หากนางตายไป บนโลกใบนี้ก็คงไม่มีใครปกป้องลูกสาวของนางอีกแล้ว
หลายปีที่ผ่านมา บ้านสกุลฟู่รังเกียจนางที่ไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายได้ ทั้งๆ ที่นางเคยตั้งครรภ์มาแล้วถึงสองครั้ง แต่ก็ต้องแท้งไปทั้งสองครั้งเพราะถูกฟู่ซินเหรินทุบตี
แล้วนางจะวางใจทิ้งลูกสาวไว้ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้เพียงลำพังได้อย่างไร?
นางต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องลูกจนกว่าจะโต นางไม่อาจหมดห่วงเรื่องฟู่ฟู่อิ๋นจางได้ ลูกสาวคือความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของนาง รอจนกว่าฟู่ฟู่อิ๋นจางจะออกเรือนไปอยู่กับครอบครัวที่ดี นางถึงจะตายตาหลับ
"ท่านแม่ วันนี้ข้าเห็นท่านยายด้วยเจ้าค่ะ" ฟู่ฟู่อิ๋นจางกระซิบข้างหูของเหอเอ้อร์ฮวา
"อืม" เหอเอ้อร์ฮวาตอบรับเบาๆ ในตอนแรก ก่อนจะชะงักและหันไปมองฟู่ฟู่อิ๋นจางด้วยความประหลาดใจ
"เจ้าไม่เคยเจอท่านยายของเจ้าเลย แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าท่านหน้าตาเป็นอย่างไร?"
"ท่านแม่ ข้าแอบได้ยินท่านพ่อพูดกันว่า ตอนกลางวันท่านยายจะไปขายของที่หน้าสถานศึกษา ข้าสงสัยก็เลยแอบไปดู ท่านแม่กับท่านยายหน้าตาคล้ายกันมาก ข้ามองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นท่านยาย..."
ขณะที่ฟู่ฟู่อิ๋นจางพูด ใบหน้าอันใจดีและเป็นมิตรของเมิ่งหลานก็ปรากฏขึ้นมาในหัว รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปาก ประกายแห่งความหวังฉายชัดในแววตา
เธอคิดว่า ท่านยายเป็นคนดีขนาดนี้ จะต้องช่วยท่านแม่และช่วยพวกเธอแน่ๆ เพียงแต่ตอนนี้ท่านยายยังไม่รู้เรื่องเท่านั้น ไว้คราวหน้าถ้าเจอท่านยาย เธอจะเล่าให้ท่านยายฟัง ฟู่ฟู่อิ๋นจางให้กำลังใจตัวเองในใจ
"แล้ว... ท่านยายจำเจ้าได้หรือไม่?"
ทันทีที่ถามออกไป เหอเอ้อร์ฮวาก็รู้สึกเสียใจ นางจะถามเด็กแบบนี้ไปทำไมกัน? ตั้งแต่นางแต่งงานออกมารดาของนางก็ไม่เคยมาเยี่ยมเลยสักครั้ง แถมฟู่อิ๋นจางกับมารดาของนางก็ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แล้วจะจำกันได้อย่างไร?
ทว่าในแววตาของเหอเอ้อร์ฮวาก็ยังคงมีความคาดหวังสายหนึ่งริบหรี่อยู่ขณะจ้องมองฟู่ฟู่อิ๋นจาง นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนกำลังคาดหวังอะไรอยู่
เมื่อเห็นฟู่ฟู่อิ๋นจางส่ายหน้า แววตาของเหอเอ้อร์ฮวาก็หม่นแสงลงทันที
นี่ก็เป็นสิ่งที่นางคาดไว้แล้ว
ทว่าวินาทีต่อมา เสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของฟู่ฟู่อิ๋นจางก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"ท่านยายไม่เคยเห็นหน้าข้า และข้าก็ไม่ได้บอกท่านว่าข้าเป็นใคร ท่านยายเลยจำข้าไม่ได้เจ้าค่ะ แต่ท่านแม่ ท่านยายเป็นคนดีอย่างที่ท่านบอกจริงๆ นะเจ้าคะ! ท่านให้ของกินข้า แถมยังมีเนื้อให้ด้วย"
ร่างของเหอเอ้อร์ฮวาแข็งทื่อเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว นางชะงักงันไปชั่วขณะ
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของนางคือ มารดาของนางกลายเป็นคนใจกว้างเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
"งั้น... นั่นใช่ท่านยายของเจ้าจริงๆ หรือ?" เหอเอ้อร์ฮวาเผลอหลุดปากถามออกไปตามความคิดในใจ
มารดาของนางเนี่ยนะจะยอมให้เนื้อกับเด็กที่ไม่รู้จัก?
แม้ว่าการที่มารดาต้องเลี้ยงดูพี่น้องทั้งหกคนมานั้นจะยากลำบากมาก และบางครั้งนางก็พอจะเข้าใจเมิ่งหลานได้ แต่เหอเอ้อร์ฮวาก็ยังรู้สึกว่าสิ่งที่ลูกสาวพูดฟังดูเหมือนเรื่องโกหกอยู่ดี
นางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่ามารดาของนางเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวขนาดไหน?
ถ้าหากลูกสาวยังเด็กและไร้เดียงสาจนจำคนผิดล่ะ? นั่นคงกลายเป็นเรื่องตลกครั้งใหญ่แน่
เมื่อเห็นว่าเหอเอ้อร์ฮวาไม่เชื่อ ฟู่ฟู่อิ๋นจางก็เริ่มร้อนใจ เธอจับมือของเหอเอ้อร์ฮวาไว้และยืนยันหนักแน่น "ท่านแม่ นั่นคือท่านยายจริงๆ นะเจ้าคะ ท่านยายหน้าตาคล้ายกับท่านแม่มาก แล้วก็ใจดีมากๆ ด้วย จะไม่ใช่ท่านยายได้อย่างไร?"
รูปลักษณ์ของเมิ่งหลานตรงกับจินตนาการทุกอย่างที่ฟู่ฟู่อิ๋นจางมีต่อท่านยาย ดังนั้นไม่ว่าเหอเอ้อร์ฮวาจะสงสัยมากเพียงใด ตอนนี้เธอก็มั่นใจแล้วว่าเมิ่งหลานคือท่านยายของเธอ
ใจดีงั้นหรือ?
เมื่อได้ยินสองคำนี้ ภาพตรงหน้าของเหอเอ้อร์ฮวาก็มืดดับ ลมหายใจสะดุดกึก นางคิดว่า ใครก็ตามที่สามารถใช้สองคำนี้บรรยายได้ ย่อมไม่มีทางใช่มารดาของนางอย่างเด็ดขาด
มารดาของนางไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคำว่า 'ใจดี' เลยสักนิด!
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เมิ่งหลานซึ่งกำลังเดินกลับบ้านหลังจากเสร็จธุระ ก็จามออกมาสองครั้งติดโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
เหอเอ้อร์ฮวานึกถึงคำพูดของสามีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นางสงสัยว่าฟู่ซินเหรินอาจจะจำคนผิด มารดาของนางจะไปทำงานขยันขันแข็งขนาดนั้นได้อย่างไร? และจะเป็นไปได้อย่างไรที่นางจะทำให้ใครรู้สึกว่าใจดีได้?
บางทีหญิงชราที่ขายอาหารคนนั้นอาจจะเป็นแค่คนที่หน้าตาคล้ายกับมารดาของนางมากๆ ก็เป็นได้
เหอเอ้อร์ฮวารู้สึกว่าถ้าหากคนคนนั้นเป็นมารดาของนางจริงๆ ก็คงถูกผีสิงไปแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงกำชับฟู่ฟู่อิ๋นจาง
"วันหลังก็อยู่ให้ห่างๆ จากท่านยายของเจ้าไว้..."
"ท่านแม่ ทำไมข้าต้องอยู่ห่างๆ จากท่านยายด้วยล่ะเจ้าคะ? ท่านยายเป็นคนดีขนาดนั้น ข้าชอบท่านยายมากเลย" ฟู่ฟู่อิ๋นจางถามอย่างไม่เข้าใจ
เหอเอ้อร์ฮวาอึ้งไปชั่วขณะ ไม่รู้จะอธิบายให้ลูกสาวฟังอย่างไรดี นางไม่สามารถบอกความสงสัยที่ไร้หลักฐานของตนให้เด็กฟังได้ เหอเอ้อร์ฮวาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกและเงียบไปพักใหญ่
"อย่างไรเสียนางก็ต้องค้าขาย ถ้าเจ้าไปรบกวนนางจะทำอย่างไร..." ในที่สุดเหอเอ้อร์ฮวาก็สรรหาข้ออ้างแข็งๆ ออกมาได้
"ตกลงเจ้าค่ะท่านแม่ ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปหาท่านยายตอนที่คนน้อยๆ ข้าจะไม่ทำให้ท่านยายเสียเวลาหาเงินแน่นอน"
ฟู่ฟู่อิ๋นจางพูดจบ รอยยิ้มกว้างก็ระบายเต็บบนใบหน้า
เมื่อเห็นเช่นนี้ เหอเอ้อร์ฮวาก็ทำใจทำลายความสุขของลูกสาวไม่ลง ท้ายที่สุดแล้ว นี่ก็เป็นหนึ่งในความสุขเพียงไม่กี่อย่างของเด็กคนนี้ ช่างเถอะ ตราบใดที่ไม่มีอันตราย นางก็จะไม่กังวลมากนัก
บ้านสกุลฟู่ไม่อนุญาตให้นางออกไปข้างนอกอย่างอิสระ มิเช่นนั้น คราวหน้านางคงจะตามลูกสาวไปดูหญิงชราที่ขายอาหารคนนั้นด้วยตาตัวเองแน่
แม้ว่านางจะไม่เชื่อว่าคนคนนั้นคือเมิ่งหลานผู้เป็นมารดาของตน แต่เหอเอ้อร์ฮวาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมลึกๆ ในใจของนางถึงยังมีความหวังริบหรี่ที่ไม่น่าเป็นไปได้ซ่อนอยู่
นางหวังว่าคนคนนั้นจะไม่ใช่มารดาของนาง แต่ในขณะเดียวกัน นางก็แอบหวังให้เป็นมารดาของนางเช่นกัน
ฟู่ฟู่อิ๋นจางกอดแขนมารดาไว้ พลางคิดว่าพรุ่งนี้เธอจะไปหาท่านยายอีก ถ้าท่านยายให้ของกิน เธอจะเก็บกลับมาให้ท่านแม่กินด้วย
เมิ่งหลานและคนอื่นๆ อีกสองคนก็กลับมาถึงบ้านในที่สุด
เช่นเดียวกับเมื่อวาน ทุกคนรู้ดีว่าตนเองต้องทำอะไร โดยไม่ต้องให้เมิ่งหลานเอ่ยปากสั่ง พวกเขาก็แยกย้ายไปจัดการหน้าที่ของตน
ทว่า เมิ่งหลานสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเถียนซื่อดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
หลังจากพวกนางทำงานเสร็จ เมิ่งหลานก็เรียกเถียนซื่อแยกออกไปคุยตามลำพัง
"เฟิ่งอิง เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?" เมิ่งหลานเอ่ยถามโดยเรียกชื่อจริงของเถียนซื่อ