- หน้าแรก
- จุติเทพผมขาว จ้าวแห่งการเอาชีวิตรอดบนเกาะมรณะ
- ตอนที่ 33 : ผู้สังเกตการณ์
ตอนที่ 33 : ผู้สังเกตการณ์
ตอนที่ 33 : ผู้สังเกตการณ์
ตอนที่ 33 : ผู้สังเกตการณ์
ทุกคนต่างมีปฏิกิริยาแปลกๆ กับการปรากฏตัวกะทันหันของเด็กผู้หญิงคนนี้ แม้แต่ฉินเซียวและเฉินรุ่ยก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
อีกฝ่ายเกาหัวและยิ้มขอโทษที่มาสาย ดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ
ผู้เอาชีวิตรอดส่วนใหญ่จึงมองข้ามคำถามสำคัญไปข้อหนึ่ง : ทำไมเธอถึงไม่ได้รับอันตรายอะไรเลย? เป็นเพราะแค่โชคดีงั้นเหรอ?
"ทำไมเธอถึงไม่เป็นอะไรเลย?" ฉินเซียวตั้งคำถาม เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะมีปฏิกิริยาปกติขนาดนี้หลังจากเห็นฉากนองเลือดแบบนั้นได้ยังไง?
"หนูเหรอ? ไม่รู้สิคะ บางทีหนูอาจจะแค่อาจจะโชคดีก็ได้มั้ง!" เด็กสาวเดินลงบันไดมาเอง เมินเฉยต่อสายตาที่ไม่เป็นมิตรและระแวดระวังของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง
"ทำไมเธอต้องใส่ร้ายฉัน?" คราวนี้เป็นอันหลิงที่พูดขึ้น เดิมทีเธอตั้งใจจะจัดการกับอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายดันหายตัวไปในพริบตา แล้วเพิ่งมาโผล่เอาตอนค่ำ
"เอ๊ะ? พี่สาวคนสวยนี่เอง หนูจำได้ว่าหนูพูดกับพี่แค่ประโยคเดียวนะ คือขอให้พี่แนะนำหนูให้รู้จักกับพี่ชายสุดหล่อคนนั้น หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย แล้วหนูไปใส่ร้ายพี่ตอนไหนคะ?"
เด็กสาวทำหน้าซื่อตาใส ดูประหลาดใจและงุนงงสุดขีด
สีหน้านี้ทำให้แม้อันหลิงเองก็ยังสงสัยว่าหล่อนแกล้งทำหรือเป็นเรื่องจริงกันแน่
เป็นไปได้ไหมว่าสมองของหล่อนได้รับการกระทบกระเทือนจากการเห็นการฆ่าฟันกับตา? ความเป็นไปได้นี้มีอยู่ แต่ไม่สูงมากนัก
เว้นแต่ว่าหล่อนจะเป็นโรคจิตมาตั้งแต่ต้น เดี๋ยวสิ โรคจิต? คนบ้า? ในบางกรณี สองคำนี้อาจจะใช้แทนกันได้จริงๆ
แววตาของอันหลิงเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที ไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นโรคจิตเภทหรือความจำเสื่อม สิ่งเดียวที่แน่นอนคือหล่อนมีปัญหาแน่ๆ
จะเก็บตัวปัญหาแบบนี้ไว้ข้างกายทำไม?
รังแต่จะเพิ่มอันตรายให้ตัวเองเปล่าๆ!
เมื่อคิดได้ดังนี้ อันหลิงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอหยิบธนูทดกำลังขึ้นมาอย่างเด็ดขาดและเตรียมง้างสาย ฉินเซียวที่ได้ยินความเคลื่อนไหวหันมามองเธอด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
ฟุ่บ!
ลูกธนูพุ่งออกจากสายราวกับสายฟ้าแลบ เจาะทะลุหน้าอกของเด็กสาวในพริบตา แรงปะทะมหาศาลเสียบทะลุร่างเธอ จนเธอล้มหงายหลังกระแทกกับบันได
"อ๊าก..." เด็กสาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด นอนขดตัวอยู่บนพื้นและครวญครางอย่างทรมาน ลูกธนูนี้เจาะทะลุหัวใจและปอดของเธอ เธอตายแน่
คนรอบข้างที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสัญญาณเห็นการกระทำของอันหลิงชัดเจน ต่างก็สะดุ้งตกใจ และรีบถอยห่างจากคนบ้าคนนี้ไปหลายก้าว
ใช่แล้ว ถึงจุดนี้ การโจมตีโดยไม่มีสาเหตุของอันหลิงทำให้ผู้เอาชีวิตรอดทุกคนตราหน้าว่าเธอเป็นคนบ้าไปแล้ว
"คุณฆ่าเธอทำไม?" น้ำเสียงของฉินเซียวเย็นชาเล็กน้อย เขาไม่ชอบการฆ่าฟัน และไม่สนับสนุนคนที่ฆ่าคนไม่เลือกหน้า
"หล่อนมีปัญหา" อันหลิงพูดแค่สามคำสั้นๆ โดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม
เธอไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น ตั้งแต่วินาทีที่เด็กผู้หญิงคนนี้ใส่ร้ายเธอ หล่อนก็พยายามจะเอาชีวิตเธอแล้ว
ฉินเซียวขมวดคิ้ว ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ตั้งแต่ต้น ทุกสิ่งที่อันหลิงพูดกลายเป็นจริงหมด
เธอดูเหมือนจะเคยเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมามากมาย จนยากที่ฉินเซียวจะไม่เชื่อเธอในตอนนี้
"พี่สาว ผมเชื่อพี่นะ..." เฉินรุ่ยยืนอยู่ข้างหลังอันหลิง แล้วมองไปที่ฝูงชนเพื่ออธิบายแทนเธอ "ขอถามหน่อยเถอะครับว่า ใครในพวกคุณที่หลับลงได้อย่างสบายใจในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงขนาดนี้? ไม่เพียงแต่เธอทำได้ แต่เธอยังทำตัวปกติมากด้วย ผมสงสัยอย่างยิ่งว่าสมองเธอมีปัญหา เธอเป็นคนบ้าที่เป็นโรคจิตเภท!"
แม้คำอธิบายของเฉินรุ่ยจะฟังดูมีเหตุผลและทำให้ผู้เอาชีวิตรอดบางคนคล้อยตามได้ แต่คนเราก็เป็นแบบนี้แหละ พวกเขามักจะเกิดความกลัวโดยสัญชาตญาณต่อคนที่เคยฆ่าคน
อันหลิงมีสีหน้าเรียบเฉย เธอไม่จำเป็นต้องแคร์ความคิดคนอื่น ในสถานการณ์แบบนี้และภายในขอบเขตความสามารถของเธอ ถ้าเธอไม่ปกป้องตัวเอง เธอก็คงไร้ประโยชน์สิ้นดี
แท่งไฟสัญญาณยังคงส่งเสียงฉู่ฉ่าและลุกไหม้ เปล่งแสงสีแดงออกมา ท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน
กุกกัก—
"ดูสิ ศพนั่น ศพนั่นเหมือนจะขยับ!" ผู้เอาชีวิตรอดคนหนึ่งเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง และตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว
ทุกคนรีบหันไปมองศพเด็กผู้หญิงที่โถงบันไดทันที และภาพที่น่าสยดสยองก็ปรากฏขึ้น!
เด็กสาวลุกขึ้นยืนในท่าทางประหลาด ราวกับซอมบี้ในหนังไม่มีผิด ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าไม่มีเลือดไหลออกจากบาดแผลของเธอเลย ร่างกายของเธอเหมือนจะเหี่ยวแห้งลง
นี่สิ ถึงจะเรียกว่าสัตว์ประหลาดได้!
"พี่สาว ทำหนูเจ็บมากเลยนะ"
เด็กสาวดึงลูกธนูออกจากหน้าอก พร้อมกับก้อนเนื้อเยื่อสีดำที่ติดออกมาด้วย เธอหักมันเป็นสองท่อนแล้วโยนทิ้งลงพื้น
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเธอ ราวกับกำลังจ้องมองทุกคนที่อยู่ที่นั่น
"ผมมองคุณผิดไป ขอโทษด้วยครับ" ฉินเซียวเองก็มองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง แต่ก็ไม่ลืมที่จะขอโทษอันหลิง
"ไม่เป็นไร ฉันว่าตอนนี้เราควรห่วงเรื่องจะจัดการกับไอ้ตัวนี้ยังไงดีกว่า" มือของอันหลิงล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อฮู้ดแล้ว เพราะลูกธนูของเธอหมดเกลี้ยง
"แก... แกเป็นตัวอะไร?" ผู้เอาชีวิตรอดกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เมื่อเทียบกับฆาตกรแล้ว พวกเขากลัวสัตว์ประหลาดคืนชีพมากกว่าเห็นๆ
"หนูเหรอ คิกคิก พวกเราที่ถูกกฎของเกาะฆ่าตาย เรียกว่า 'ผู้สังเกตการณ์' จ้ะ!" เด็กสาวหัวเราะคิกคักและค่อยๆ เดินเข้ามา "โดนจับได้ซะแล้ว น่ารำคาญจัง งั้นช่วยหุบปากกันตลอดไปเลยนะทุกคน!"
จู่ๆ เด็กสาวก็เร่งความเร็ว พุ่งเข้ามาข้างหน้า เธอต้องการฆ่าผู้เอาชีวิตรอดทุกคนตรงหน้า!
ความเร็วของเธอน่าเหลือเชื่อ มันไม่ใช่ความเร็วที่มนุษย์ปกติควรจะมีแน่นอน
ทุกคนถอยกรูไปติดกำแพง ทำอะไรไม่ถูก บางคนอยากหนีออกจากคฤหาสน์ แต่พอมองกลับไป ฆาตกรที่เพิ่งจากไปก็มายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ชายฉกรรจ์หัวโล้นที่เพิ่งออกไปนั่นเอง เขาก็เป็นสัตว์ประหลาดคืนชีพเหมือนกัน!
ฝูงชนไม่มีทางหนีและตกอยู่ในความโกลาหล สีหน้าของฉินเซียวเคร่งเครียด สัตว์ประหลาดสองตัวโผล่มาพร้อมกัน ถ้าพวกมันเป็นอมตะ ทุกคนมิต้องตายกันหมดเหรอ?
"ไอ้นั่นก็เป็น 'ผู้สังเกตการณ์' เหมือนกันเหรอ?" จู่ๆ อันหลิงก็ถามเด็กสาวที่อยู่ไม่ไกล อีกฝ่ายหยุดมือที่กำลังจะแทงผู้เอาชีวิตรอดกะทันหัน แล้วหันมามองเธอ
"เปล่า มันก็แค่ 'หุ่นเชิด' !" พูดจบ แขนของเด็กสาวก็แทงทะลุหน้าอกของผู้เอาชีวิตรอด เลือดอุ่นๆ สาดกระเซ็นเต็มหน้า ทำให้เธอดูบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
"นี่ จุดอ่อนของเธอคืออะไร? คงไม่กะให้พวกเราสู้กับสัตว์ประหลาดอย่างเธอไปเรื่อยๆ หรอกใช่มั้ย?" อันหลิงถามอีกคำถาม ซึ่งทำเอาแม้แต่ฉินเซียวที่อยู่ข้างๆ ยังงงเป็นไก่ตาแตก
พี่สาว นั่นศัตรูนะ ทำไมมันต้องตอบคำถามพี่ด้วย?
"สมองจ้ะ ถ้าสมองถูกทำลายพวกเราก็ตาย" เด็กสาวลุกขึ้นยืน ชี้ไปที่หัวตัวเองแล้วตอบ
ทุกคนอึ้งกิมกี่ แต่อันหลิงตอบสนองทันที สิ่งที่เรียกว่าผู้สังเกตการณ์นี้ดูเหมือนจะตอบทุกคำถามของเธอ