- หน้าแรก
- จอมราชันย์แดนทมิฬ กับระบบคฤหาสน์พลิกโลก
- บทที่ 34 - แผนการบ่อปลา
บทที่ 34 - แผนการบ่อปลา
บทที่ 34 - แผนการบ่อปลา
เมืองชายแดนอยู่ไกล ซื้อเกลือสู้ขุดเองไม่ได้หรอก
เหมืองเกลือหินชั้นตื้นขุดง่าย บางทีไม่ต้องใช้เครื่องมือก็บิออกมาได้เลย
วิธีทำให้เกลือบริสุทธิ์ก็ง่าย บดให้ละเอียดแล้วกรองผ่านผ้ากระสอบตาห่างเพื่อแยกดินและหินก้อนใหญ่ออก ขั้นที่สองต้มให้เดือดแล้วกรอง สุดท้ายต้มให้ตกผลึก
สามขั้นตอนง่ายๆ แม้จะไม่ได้เกลือละเอียดเหมือนในชาติก่อนของโรด แต่ในยุคนี้ถือว่าคุณภาพดีแล้ว เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป
โรดมอบหมายให้กอนเลอรับผิดชอบหลักในเรื่องการคุมงานและการขนส่ง
"พี่น้องของเจ้าต้องเลือกแล้ว ว่าจะเป็นทหารรับจ้างต่อ หรือจะอยู่ที่นี่เป็นพลเมืองเมืองฟรอสต์ลีฟ"
โรดพูดกับกอนเลอที่อยู่ตรงหน้า "ช่วยไม่ได้ งานแบบนี้ต้องให้คนที่ไว้ใจได้ทำ และข้าไว้ใจเจ้า"
ใครยอมอยู่ที่เมืองฟรอสต์ลีฟ ถึงจะมีสิทธิ์ทำงานนี้
ถ้าไม่มีใครยอม โรดก็ต้องหาคนที่ไว้ใจได้จากที่อื่น
"อืม เข้าใจแล้ว" กอนเลอทำหน้าครุ่นคิด ซึ่งหาดูได้ยาก
"ให้ข้อเสนอดีๆ หน่อยก็ได้"
โรดเสริม "ยังไม่ต้องรีบ พรุ่งนี้เจ้าไปหาเรน พาพวกพี่น้องเจ้าไปเดินดูทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เคลียร์สัตว์ร้ายแถวถนนให้หมด"
บางทีสัตว์ป่าก็น่ารำคาญกว่าโจร โรดต้องตัดไฟแต่ต้นลม
เขาไม่อยากมาปวดหัวทีหลังตอนเกิดเรื่องแล้ว
"ได้ งั้นข้าไปหาเขาก่อน"
กอนเลอพยักหน้า หันหลังเดินออกไป
โรดหยิบสัญญาฉบับหนึ่งขึ้นมา ลุกเดินไปยังบ้านไม้ข้างๆ
เอวริลกำลังนั่งปักผ้าอยู่ที่โต๊ะ ได้ยินเสียงก็หันมา
เธอทัดผมที่ตกลงมาไว้หลังหู ยิ้มหวาน "อรุณสวัสดิ์ค่ะ บารอนโรด"
"อรุณสวัสดิ์ มิสเอวริล"
นี่เป็นข้อตกลงระหว่างโรดกับเอวริล ก่อนจะยึดเรเซอร์เพลนคืนได้ เธอจะถูกเรียกว่ามิส (คุณหนู)
"อยู่ที่นี่ชินหรือยัง?"
"อื้อ ก็ดีค่ะ ดีกว่าอยู่ที่เรเซอร์เพลนเยอะเลย"
เอวริลยิ้มเขินๆ "ถ้ามีน้ำผึ้งเพิ่มอีกนิดจะดีมากเลยค่ะ!"
เอวริลชอบของหวานมาก กลับมาถึงเมืองฟรอสต์ลีฟโรดก็เอาน้ำผึ้งให้กระปุกหนึ่ง อาทิตย์เดียวก็กินเกือบหมดแล้ว
"น้ำผึ้งในเมืองเหลือไม่เยอะ เดี๋ยวข้าจะให้คนไปซื้อเพิ่ม"
ความจริงโรดอยากเลี้ยงผึ้ง แต่การเลี้ยงผึ้งในแดนเหนือช่วงฤดูหนาวเป็นเรื่องท้าทายมาก
"ข้างกายเจ้าควรมีสาวใช้สักคน เด็กน้อยซูซานเป็นไง?"
ซูซานคือเด็กหญิงที่พวกเขารับมาจากบ้านพราน
"ได้สิคะ แล้วแต่บารอนโรดจะจัดการเลย" เอวริลยิ้มหวาน
"ขาดเหลืออะไรบอกข้าได้ ถ้าข้าไม่อยู่ก็บอกลอเรนซ์"
โรดไม่เคยคลุกคลีกับคุณหนูขุนนางจริงๆ มาก่อน เลยไม่รู้ความต้องการของพวกเธอ
ในเกมปลูกผักก็ไม่มีสอนเรื่องนี้
คุยสัพเพเหระเสร็จ โรดก็ไม่รอช้า วางแผ่นหนังสัตว์ลงบนโต๊ะ
"ดูนี่สิ มิสเอวริล นี่คือเนื้อหาที่เราตกลงกันวันนั้น ถ้าไม่มีปัญหาก็ประทับตราได้เลย"
"ไม่ต้องดูหรอกค่ะ ข้าเชื่อใจท่าน"
เอวริลหยิบตราประทับของตัวเองกดลงบนครั่งสีแดง ประทับลงไปอย่างไม่ลังเล
โรดยิ้มพยักหน้า ไม่ลีลาเหมือนกัน ประทับตราชื่อตัวเองลงไป
จากนั้นเขาก็เก็บสัญญา ลุกขึ้นไปปิดประตู
"ในเมื่อเราเป็นพันธมิตรกันแล้ว ข้าอยากขอให้เจ้าช่วยอะไรหน่อย"
"เชิญว่ามาเลยค่ะ"
"กอนเลอ ลูกน้องข้า คนที่ตัวใหญ่เหมือนหมีน่ะ เขาจะไปล่าสัตว์ในทุ่งร้าง ข้าอยากให้ร่างแยกของเจ้าตามเขาไปด้วย"
โรดกลับมานั่งที่เก้าอี้ กดเสียงต่ำ "เจ้ากับร่างแยกสื่อใจถึงกันได้ ส่งข่าวให้ข้าได้ตลอดเวลา"
โรดไม่ได้จะจับตาดูกอนเลอ แต่กลัวพวกเขาเจออันตราย และถือโอกาสทดสอบความสามารถของเอวริลด้วยว่าใช้ได้จริงไหม
"ได้สิคะ วิเวียนก็ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ อยู่แล้ว ให้นางออกไปเที่ยวเล่นพอดี!" เอวริลตอบตกลงทันที
"งั้นรบกวนเจ้าเตือนนางด้วย แล้วก็บอกให้นางใส่หน้ากากให้ดี"
โรดกำชับ
"อื้อๆ"
เอวริลมองโรด ถามว่า "ท่านวางแผนจะเปิดเหมืองเกลือตรงนั้นแล้วใช่ไหมคะ?"
"หือ?"
โรดแปลกใจ
แม้จะไม่ได้ตั้งใจปิดบัง แต่โรดก็ไม่ได้บอกเอวริลเรื่องเหมืองเกลือ
"ข้าเห็นก้อนเกลือในห่อของซูซาน ข้าเลยเดาว่าที่บ้านไม้นั่นน่าจะมีเหมืองเกลือ" เอวริลอธิบาย
"อืม"
โรดพยักหน้ายอมรับ มองเอวริลใหม่
คุณหนูขุนนางฉลาดกว่าชาวบ้านทั่วไปจริงๆ
"ในอนาคตอาจต้องให้ร่างแยกของเจ้าช่วยส่งข่าวที่นั่นให้ข้าด้วย"
"ไม่มีปัญหา"
เอวริลบอก "ยินดีช่วยเสมอค่ะ"
"งั้นเจ้าพักผ่อนเถอะ ข้ามีธุระต้องทำ"
"เดี๋ยวก่อนค่ะ"
เอวริลเรียกโรดไว้ หยิบถุงหนังตรงหน้ายื่นให้
"อะ ให้ท่าน"
โรดก้มมองถุงหนัง บนนั้นปักลายกรงเล็บมังกรกับดอกทิวลิป ตราประจำตัวของเขานั่นเอง
แต่ลายปักและการออกแบบของถุงนี้ประณีตสวยงามกว่าที่เขาทำเองลิบลับ
อันของเขานี่อย่างกับงานร่าง ส่วนอันนี้คืองานพรีเมียมของจริง!
ตราแบบนี้สิถึงจะสมฐานะขุนนาง
"คราวก่อนตราบนถุงของท่านมันขี้ริ้วไปหน่อย ข้าเลยปักให้ใหม่"
เอวริลเอียงคอ ยิ้มเขินๆ "ข้าอาจจะจำผิดไปบ้าง ถ้าตรงไหนไม่ถูกใจ เดี๋ยวข้าแก้ให้ใหม่นะ"
"ดีมากเลย สวยกว่าที่ข้าวาดเองตั้งเยอะ"
โรดเก็บถุงหนัง กล่าวอย่างจริงใจ "ขอบคุณมาก มิสเอวริล"
"ข้าทำได้แค่เรื่องเล็กน้อยพวกนี้แหละ ท่านชอบก็ดีแล้ว"
"ชอบมาก"
โรดยิ้มพยักหน้า
ไม่คุยต่อ โรดบอกลาเอวริล แล้วออกจากบ้านไม้
สร้างคฤหาสน์เสร็จ ทาสก็ว่างงานชั่วคราว
โรดเลี้ยงเปล่าๆ ไม่ได้ ตัดสินใจเริ่มโครงการขุดคลองทันที
ที่ดินหลายพันไร่ของเมืองฟรอสต์ลีฟ ส่วนใหญ่อยู่บนเนินเขา คลองชลประทานครอบคลุมไม่หมดแน่
แผนขั้นต้น โรดกะว่าจะผันน้ำจากโค้งแม่น้ำในระยะที่ใกล้ที่สุด แล้วขุดสระเก็บน้ำไว้ใกล้ๆ เมืองฟรอสต์ลีฟ
แน่นอน สระเก็บน้ำที่ว่า ก็คือบ่อปลาที่โรดอยากได้
โรดอยากได้บ่อปลาใจจะขาด
ได้ทั้งน้ำเข้านา ได้ทั้งปลาไว้กิน หน้าร้อนยังลงไปแช่น้ำได้อีก
ที่สำคัญคือปลดล็อกฉายาสายเลี้ยงสัตว์ได้ด้วย
รอบ่อเก็บน้ำเสร็จ ค่อยขยายคลองซอยไปยังพื้นที่เพาะปลูกอื่น
ส่วนที่สูงที่น้ำไปไม่ถึง ก็ใช้แรงคนหาบ หรือสร้างกังหันน้ำ
ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น
แต่นั่นมันเรื่องของอนาคต ตอนนี้ต้องขุดบ่อเก็บน้ำก่อน
โรดวางแผนคร่าวๆ กว้างยี่สิบเมตร ยาวสามสิบเมตร ลึกสามถึงสี่เมตร ขอบตื้นตรงกลางลึก งานแค่นี้ก็พอให้ทาสทำไปได้สองเดือน
จุดสร้างบ่อแรกคือพื้นที่ลุ่มต่ำระหว่างเนินเขาทำนาสองลูก ยาวกว้างเกินหกสิบเมตร ต่อให้ขยายบ่อปลาก็ยังมีที่พอ
ในแอ่งมีแต่โคลนเละๆ โรดกะว่าหน้าร้อนฝนตกน้ำน่าจะขัง
ดินแบบนี้ขุดง่าย ขุดขึ้นมาเอาไปหมักปุ๋ยในเมืองได้ด้วย
โคลนเปียกแฉะส่งกลิ่นเหม็นเน่า ทาสสิบกว่าคนเท้าเปล่ายืนล้อมวงในแอ่ง ก้มหน้าก้มตาขุดโคลนทีละจอบโยนขึ้นฝั่งอย่างเป็นจังหวะ
จ๊วม
เสียงดึงเท้าออกจากโคลนดังหนืดๆ
"โคลนบ้าเอ๊ย!"
มาร์ตินบ่นอุบ สะบัดโคลนที่ขาแรงๆ
ผู้เฒ่าทอมยืดเอว แซวว่า "เมื่อเช้ากินขนมปังดำมากไปรึไง? ดูหุ่นเจ้าสิ ตัวใหญ่กว่าหมูป่าอีก จุ๊ๆๆ..."
"หุบปากตาแก่! ข้าเรียกว่าแข็งแรงต่างหาก!"
มาร์ตินเบ่งกล้ามแขน กดดูไบเซปอย่างมั่นใจ แต่พบว่ามันนิ่มปวกเปียก
ผู้เฒ่าทอมส่ายหน้า "พอเถอะ ของเจ้ายังแข็งสู้ของข้าไม่ได้เลย"
"ฮ่าๆๆๆ!"
เหล่าทาสระเบิดหัวเราะ
มีงานใหม่ทาสทุกคนต่างดีใจ
ตอนไม่มีงาน อาหารลดลงครึ่งหนึ่ง
พอมีงานถึงจะกินอิ่ม มื้อเย็นยังได้เบียร์แก้วเล็กๆ ด้วย
ทาสเริ่มจับทางท่านลอร์ดโรดได้แล้ว
ขอแค่ขยันไม่ขี้เกียจ ก็มีกินมีใช้ ไม่โดนรังแกโดยไร้เหตุผล
พวกเขาจึงไม่เคียดแค้นเหมือนเมื่อก่อน
ยังไงก็ต้องทำงานอยู่แล้วนี่หว่า?
"เฮอะ"
มีแค่มาร์ตินที่หน้าบูด
"ดูถูกข้าเรอะ? คราวก่อนข้าอุตส่าห์ได้รับเลือกเป็นทหารกองหนุน ได้รับการยอมรับมาแล้วนะเว้ย"
มาร์ตินบ่นพึมพำ ก้มหน้าทำงานต่อ
จอบตักโคลนขึ้นมา ปลาดุกตัวอ้วนดิ้นกระแด่วๆ พยายามหนี
[จบแล้ว]