- หน้าแรก
- จอมราชันย์แดนทมิฬ กับระบบคฤหาสน์พลิกโลก
- บทที่ 13 - โจรแห่งสันเขาสนดำ
บทที่ 13 - โจรแห่งสันเขาสนดำ
บทที่ 13 - โจรแห่งสันเขาสนดำ
"เคยไปมาสองครั้งแล้วขอรับ ผู้คนที่นั่นมีสินค้าที่กระผมต้องการมากมาย"
แมนชูตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะฉุกคิดในใจว่าที่นั่นอาจจะเป็นดินแดนของโรด จึงถามต่อว่า "ท่านคงจะไม่เรียกเก็บภาษีย้อนหลังจากการค้าขายครั้งก่อนๆ ของกระผมหรอกนะขอรับ?"
"วางใจเถอะ เรื่องพรรค์นั้นมีแต่พวกโจรเท่านั้นแหละที่ทำ"
โรดยิ้มพลางอธิบาย "เพียงแต่ช่วงนี้สันเขาสนดำมีพวกโจรเพ่นพ่านอยู่บ้าง ข้าคิดว่าเจ้าควรระวังตัวให้มากขึ้นหน่อย มีกองคาราวานหลายกลุ่มถูกโจรโจมตี"
"เป็นเรื่องจริงขอรับ ข้าเป็นพยานได้"
ลอเรนซ์รีบสนับสนุนทันควัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจสุดซึ้ง "ข้าเองก็เคยเจอกองโจรเล่นงาน โชคดีที่ได้ท่านลอร์ดช่วยชีวิตไว้"
แน่นอนว่าไม่มีการเล่าเหตุการณ์หลังจากนั้น มีแต่คำเยินยอสรรเสริญโรดล้วนๆ
เมื่อแมนชูได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกดีต่อโรดขึ้นมาทันที "ท่านช่างเป็นลอร์ดที่เปี่ยมด้วยเมตตาและคุณธรรมจริงๆ หวังว่าหากกระผมตกรกตกยาก จะมีลอร์ดเช่นท่านคอยช่วยเหลือบ้าง"
โรดยิ้มบางๆ แอบบ่นในใจ ค่าตัวข้าแพงนะจะบอกให้
"ท่านพอจะรู้ความแข็งแกร่งของกองโจรพวกนั้นไหมขอรับ?" แมนชูถามต่อ
"ไม่ค่อยรู้รายละเอียด แต่การที่พวกมันยึดครองที่ดินของข้า ก็เท่ากับขโมยทรัพย์สินของลอร์ด ถ้าข้าเจอพวกมัน ข้าย่อมต้องกวาดล้างให้สิ้นซากแน่นอน"
พอพูดถึงโจร ใบหน้าของโรดก็เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม จากนั้นเขาก็หันมายิ้มให้แมนชู "แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะให้ดูแรนท์ อัศวินของข้า ซึ่งเป็นอัศวินระดับกลาง นำกองทหารไปคุ้มกันความปลอดภัยให้เจ้าในเขตสันเขาสนดำ และส่งเจ้าเข้าสู่เทือกเขาหินดำ"
ดวงตาของแมนชูเป็นประกายวาววับ "ถ้าท่านยินดีเช่นนั้น มันจะเป็นเรื่องที่วิเศษมากเลยขอรับ!"
โรดพยักหน้าเล็กน้อย ถามว่า "คุณชายแมนชูจะพักอยู่ที่นี่อีกกี่วัน?"
"สามหรือห้าวัน ไม่น่าจะเกินหนึ่งสัปดาห์ขอรับ"
สำหรับกองคาราวาน เวลาคือเงินทอง เมืองฟรอสต์ลีฟก็ไม่ใช่เมืองร่ำรวยอะไร อันที่จริงค้าขายสามวันก็นับว่านานแล้ว
"การเดินทางในทุ่งร้างเป็นเรื่องเหนื่อยยาก เอาอย่างนี้ดีกว่า เจ้าไปพักผ่อนก่อน เรื่องอื่นค่อยคุยกันพรุ่งนี้"
โรดตัดบท ไม่คุยต่อ เขาหันไปสั่งลอเรนซ์ "ข้ายังมีธุระต้องจัดการ เจ้าไปจัดที่พักให้คุณชายแมนชู แล้วเตรียมอาหารต้อนรับให้ดี"
เมืองฟรอสต์ลีฟไม่มีโรงเตี๊ยม แมนชูจึงต้องยอมรับการต้อนรับจากโรด
บทสนทนาหยุดลง ณ จุดสำคัญ ในฐานะพ่อค้า แมนชูตระหนักถึงเจตนาของโรดได้ทันที—
ลอร์ดผู้นี้ไม่อยากให้อัศวินของเขาทำงานฟรี ต้องการค่าตอบแทน
แต่แมนชูเองก็เหนื่อยล้าจริงๆ จึงไม่ได้รีบร้อน
"ขอบคุณในความมีน้ำใจของท่าน กระผมจะมาขอเข้าพบใหม่ในวันพรุ่งนี้"
แมนชูทำความเคารพอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามลอเรนซ์ออกไป
เมื่อแมนชูเดินไปไกลแล้ว ดูแรนท์ก็ขยับเข้ามาใกล้ กระซิบถาม
"นายท่าน ท่านจะคุ้มกันกองคาราวานของเขาหรือ?"
โรดหันไปมองดูแรนท์ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย "เลิกแกล้งโง่ได้แล้วน่า เจ้าดูออกแล้วใช่ไหมว่าข้าต้องการทำอะไร?"
ก่อนหน้านี้ตอนที่นายบ่าวพึ่งรู้จักกัน โรดแค่ชี้แนะนิดหน่อย ดูแรนท์ก็เข้าใจเรื่องราวได้ทะลุปรุโปร่ง ปฏิกิริยาตอบสนองฉับไว
ตอนนี้อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว ดูแรนท์ย่อมต้องเข้าใจว่าเขาเป็นคนอย่างไร
ข้าจะเสนอตัวคุ้มกันกองคาราวานให้ฟรีๆ งั้นรึ?
ดูแรนท์กระแอมแก้เก้อสองที
"ก็ได้ขอรับ นายท่าน ข้าไม่แน่ใจนัก แต่ข้าเดาว่าท่านต้องการจัดการกับคนกลุ่มนั้นที่เทือกเขาหินดำ?"
โรดพยักหน้า
ความจริงแล้วตอนนี้เป็นช่วงฤดูเพาะปลูก โรดไม่มีเวลาและกำลังคนพอจะไปจัดการกับคนภูเขาพวกนั้น
แต่นี่เป็นโอกาสที่ดี
โรดเพิ่งมาถึงที่นี่ไม่นาน ข่าวสารยังไปไม่ถึง คนภูเขาหินดำยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโรดและคนรอบตัวเขา
โรดถึงขั้นเดาว่า คนพวกนั้นอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรดมาถึงแล้ว
อาศัยจังหวะนี้ บางทีอาจให้ดูแรนท์แฝงตัวไปกับกองคาราวาน เพื่อจัดการคนพวกนั้นด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า
ดูแรนท์พยักหน้าเล็กน้อย ตรงกับที่เขาคาดไว้
เทือกเขาหินดำกว้างใหญ่ไพศาล การจะไปไล่จับคนพวกนั้นตรงๆ แทบเป็นไปไม่ได้ แค่หาที่ตั้งของพวกเขาให้เจอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว
"ลงมือเลยหรือขอรับ? ท่านไม่คิดจะเจรจากับคนภูเขาพวกนั้นก่อนหรือ?" ดูแรนท์ถาม
"ข้าคิดว่า เอาดาบพาดคอพวกมันไว้ก่อนแล้วค่อยเจรจาน่าจะดีกว่า"
"ตกลงขอรับ ข้าเห็นด้วย"
ดูแรนท์รู้สึกระอาใจเล็กน้อย เมื่อนึกถึงการกระทำของโรดเมื่อครู่ ก็ถามต่อ "แล้วทำไมท่านไม่พูดต่อล่ะขอรับ? ข้าดูออกว่าเขาอยากได้ความคุ้มครองจากเรามาก"
"รุกหนักเกินไปจะทำให้เขาสงสัย รอไปก่อนเถอะ"
โรดต้องแสดงท่าทีหน้าเงินให้แมนชูวางใจ
และตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน โรดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตัดสินใจว่าแผนการนี้จะเป็นไปได้หรือไม่
"สั่งลงไป ให้เพิ่มปริมาณงานของทุกคน ให้ชาวเมืองยุ่งจนหัวหมุน เพื่อป้องกันไม่ให้ไปพูดเรื่องที่เกิดขึ้นในดินแดนช่วงนี้กับคนของแมนชู ถ้าใครอยากแลกเปลี่ยนอะไร ให้มาหาข้าก่อน"
คนมากเรื่องแยะ โรดไม่อาจให้แมนชูจับพิรุธได้
ในความเป็นจริง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทำให้แมนชูไม่มีแรงจะไปสืบเรื่องอื่น เมืองฟรอสต์ลีฟก็ไม่มีศูนย์บันเทิงอย่างโรงเตี๊ยม หลังจากได้รับการต้อนรับจากลอเรนซ์ คนในกองคาราวานก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
เช้าวันรุ่งขึ้น แมนชูตื่นขึ้นมาก็ได้รับเชิญจากโรดให้ร่วมรับประทานอาหารเช้าและเจรจาการค้า
นอกจากเครื่องมือการเกษตร โรดยังซื้อดาบยาวสิบเล่ม ชุดเกราะถักสิบห้าชุด และโล่กลมอีกยี่สิบอัน
ความจริงช่างตีเหล็กและช่างไม้ของเมืองฟรอสต์ลีฟก็ทำได้ แต่โรดรีบใช้ จึงต้องซื้อเอา
นอกจากนั้นก็เป็นของใช้ประจำวันและของหวานอย่างน้ำผึ้งกับเนยแข็ง
ฤดูกาลนี้ในทุ่งร้างไม่มีน้ำผึ้ง เมืองฟรอสต์ลีฟก็ไม่มีวัวนม โรดไม่ได้กินขนมปังอบหอมหวานมานานแล้ว
ของใช้ประจำวันส่วนใหญ่ซื้อมาเพื่อชาวเมือง รอให้พวกเขาคิดแต้มความดีเสร็จแล้วค่อยมาแลก
หลังเก็บภาษี ข้าวสาลีดำมีเพียงพอ โรดจึงไม่ได้แลกเสบียง แต่แลกเมล็ดพันธุ์ผักมาบ้าง และยังซื้อมันฝรั่งมาอีกด้วย
มันฝรั่งเป็นของดี คุณค่าทางอาหารสูง รอบการเติบโตสั้น และยังทนหนาว
ปรุงง่าย จะนึ่งจะต้มหรือแม้แต่ย่างก็กินได้ ผลผลิตก็ไม่เลว
เพียงแต่มันฝรั่งมักเจอโรคและแมลงศัตรูพืชง่าย ต้องใช้ดินที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในการปลูก ขั้นตอนการปลูกก็ยุ่งยากกว่าข้าวสาลีดำ จึงไม่สามารถส่งเสริมให้ปลูกเป็นวงกว้างได้
โรดซื้อทมันฝรั่งมาห้าร้อยจิน ตั้งใจจะเพาะหน่อทำพันธุ์เอง ถ้าไม่สำเร็จก็เอามากิน ไม่ขาดทุน
การเพาะหน่อมันฝรั่งนั้นง่ายมาก เก็บไว้ในที่ร่ม แห้ง และอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง อย่าให้ชื้นหรือร้อนเกินไป สภาพแวดล้อมเหมาะสมไม่ถึงเดือนก็งอกหน่อแล้ว
แมนชูเองก็ต้องการสินค้าบางอย่าง โรดจึงใช้หนังสัตว์ ถ่านไม้ และข้าวสาลีดำห้าร้อยจินช่วยเติมส่วนว่างในรถม้าของเขา ส่วนที่เหลือจ่ายเป็นเหรียญเงิน
ในระหว่างกระบวนการนี้ โรดใช้น้ำเสียงนุ่มนวล ใจกว้าง ยิ้มแย้มตอบรับแมนชูตลอดเวลา จนลอเรนซ์นึกว่าเปลี่ยนตัวลอร์ดคนใหม่
สิ่งนี้ทำให้แมนชูเอ่ยปากชมโรดไม่หยุด ชื่นชมว่าเมืองฟรอสต์ลีฟได้ลอร์ดผู้มีจิตใจดีงามมาปกครอง
ยุ่งกันมาทั้งวัน กว่าทั้งสองจะมีเวลามานั่งที่โต๊ะอาหารก็ปาเข้าไปช่วงพลบค่ำ
"อิจฉาพ่อค้าอย่างเจ้าจริงๆ ได้ชมทิวทัศน์แถมยังได้เงินทอง"
โรดทำหน้าขมขื่น ถอนหายใจ "ข้าตอนนี้แค่ลืมตาตื่นก็มีเรื่องให้จัดการเป็นกอง แม้แต่ดินแดนตัวเองยังไม่ได้ออกไปตรวจตราเลย"
"ข้าเข้าใจความลำบากของท่าน ช่วงนี้เป็นฤดูเพาะปลูก หลังจากนี้ท่านคงจะว่างขึ้น"
แมนชูพยักหน้า
ในสายตาของเขา โรดเพิ่งบรรลุนิติภาวะ เป็นลอร์ด 'มือใหม่' ที่ไม่เคยสัมผัสงานมาก่อน รู้สึกเหนื่อยก็เป็นเรื่องปกติ
"แต่ถ้าท่านจะออกตรวจตราดินแดน ข้าต้องขอเตือนท่านไว้ก่อน สันเขาสนดำบางพื้นที่สัตว์ป่าดุร้ายมาก ท่านต้องระวังตัวให้ดี"
"โอ้? เจ้าช่วยเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม?"
โรดทำหน้าสงสัยใคร่รู้ "ข้ายังไม่เคยเห็นทิวทัศน์ของสันเขาสนดำเลย ไม่รู้ว่ายังมีหมู่บ้านอื่นอยู่อีกไหม"