- หน้าแรก
- จอมราชันย์แดนทมิฬ กับระบบคฤหาสน์พลิกโลก
- บทที่ 7 - เจ้ามีความฝันหรือไม่
บทที่ 7 - เจ้ามีความฝันหรือไม่
บทที่ 7 - เจ้ามีความฝันหรือไม่
บทที่ 7 - เจ้ามีความฝันหรือไม่
[ความรู้แห่งผืนดินอุดม (สีขาว): ท่านเข้าใจคุณสมบัติและความอุดมสมบูรณ์ของดินอย่างชัดเจน สามารถตัดสินใจได้ว่าควรปลูกพืชชนิดใด และคาดการณ์ได้ว่าสมุนไพรชนิดใดอาจเติบโตตามธรรมชาติในบริเวณนั้น เพิ่มความสามารถในการสังเกต 10%]
ทันใดนั้น ข้อมูลมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของโรด ล้วนเป็นความรู้เกี่ยวกับลักษณะดินและพืชผลทางการเกษตร
ไม่เพียงแต่ลักษณะของดินที่อุดมสมบูรณ์ ตำแหน่งที่อาจพบ แต่ยังรวมถึงวิธีปรับปรุงสารอาหารในดิน
ที่น่าสนใจที่สุดคือชุดเกณฑ์การให้คะแนนความอุดมสมบูรณ์ของดิน ขอแค่คะแนนสูงกว่าหกสิบก็สามารถเพาะปลูกพืชที่เหมาะสมได้
"ใช้งานได้ดีกว่าที่คิดแฮะ!"
โรดถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางอุทานในใจ
เมื่อมี [ความรู้แห่งผืนดินอุดม] โรดก็สามารถตัดสินได้อย่างแม่นยำว่าที่ดินผืนไหนควรปลูกต่อ ผืนไหนต้องพักหน้าดิน
นอกจากพืชผลแล้ว ข้อมูลยังรวมถึงการเติบโตและการเพาะปลูกสมุนไพรต่างๆ ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวสมุนไพรบนเขาได้อย่างแม่นยำ
แม้โรดจะไม่ไปเอง ก็สามารถสอนคนอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวได้
โรดยืนสังเกตการณ์รอบตัว ที่ดินข้างกายมีคะแนนสำหรับการปลูกข้าวสาลีหกสิบเก้าคะแนน ส่วนคะแนนสำหรับข้าวไรย์คือเจ็ดสิบแปดคะแนน
ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับที่โรดประเมินด้วยสายตา แต่แม่นยำกว่ามาก
โรดตะโกนสั่งให้คนทำเครื่องหมายบนที่ดินผืนนี้ แล้วรีบวิ่งไปดูที่ดินที่เขาเคยคิดว่าแห้งแล้งก่อนหน้านี้
คะแนนปลูกข้าวสาลีห้าสิบสอง คะแนนปลูกข้าวไรย์หกสิบห้า
จากนั้นก็แปลงที่สาม แปลงที่สี่...
ใช้เวลาอีกหนึ่งวัน โรดตระเวนไปทั่วเนินเขา จำแนกที่ดินรอบๆ ตามความเหมาะสมว่าปลูกได้หรือไม่ และควรปลูกข้าวสาลีหรือข้าวไรย์
แน่นอน ยังมีที่ดินในทุ่งร้างที่ไกลออกไปอีกที่ต้องตรวจสอบ ส่วนที่ดินในตัวเมืองเก็บไว้ปลูกผักสวนครัว
การจำแนกที่ดินเป็นเพียงก้าวแรก ปีนี้โรดจะไม่ยอมให้พวกเขาแค่หว่านเมล็ดทิ้งๆ ขว้างๆ อีกแล้ว
ดังนั้นทันทีที่กลับถึงเมือง โรดก็สั่งออตโตที่อยู่ข้างกายว่า
"แจ้งลงไป ให้รวบรวมอุจจาระทั้งหมดในเมือง ไปขุดหลุมเก็บรวมไว้ที่นอกเมือง"
ออตโตอยากจะถามตามสัญชาตญาณว่าจะเก็บอุจจาระไปทำไม แต่พอนึกถึงคำด่าก่อนหน้านี้ก็รีบหุบปาก ได้แต่พยักหน้าตอบรับอย่างนอบน้อม
"ต่อจากนี้ห้ามใครเทถังอุจจาระซี้ซั้วในเมือง ห้ามขับถ่ายเรี่ยราด ใครทำจับได้ปรับข้าวไรย์ห้าสิบจิน!"
คำสั่งนี้ของโรดไม่ใช่แค่เพื่อปลดล็อกสถานะถัดไป แต่เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปกติสุขให้ตัวเอง
ใช่ ปกติสุข
ในยุคนี้ไม่มีแนวคิดเรื่องห้องน้ำ ผู้คนเคยชินกับการขับถ่ายเรี่ยราด
ตอนกลางคืนหรืออากาศหนาวก็จะถ่ายใส่ถังไม้ แล้วเททิ้งตามใจชอบ ทำให้บนถนนเต็มไปด้วยแอ่งปัสสาวะ บางที่มีก้อนอุจจาระลอยฟ่อง
ในปราสาทขุนนางยังมีคนรับใช้คอยเก็บกวาดก็ยังพอทน แต่ในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นปัญหานี้รุนแรงมาก พอถึงหน้าร้อนกลิ่นเหม็นจะตลบอบอวล แมลงวันบินว่อน
โชคดีที่ตอนนี้อากาศในเมืองฟรอสต์ลีฟยังเย็นอยู่ ดินเพิ่งคลายตัว จึงยังไม่มีภาพปัสสาวะเจิ่งนอง
ไม่อย่างนั้น—
ในอนาคตโรดจะไม่มีวันยอมให้ภาพแบบนั้นเกิดขึ้น
"ถ้าต้องไปนอกเมืองทุกครั้ง อาจจะอั้นไม่ไหวนะขอรับ..." ออตโตอดไม่ได้ที่จะกระซิบถาม
"ขุดหลุมตามจุดต่างๆ ในเมือง ใช้ไม้กั้นเป็นคอก ต่อไปให้ใช้สำหรับขับถ่ายและเทของเสียโดยเฉพาะ!"
โรดเหลือบมองออตโต พูดอย่างหงุดหงิดว่า "พวกเจ้าก็เป็นคน ไม่อยากมีสภาพความเป็นอยู่ทีสะอาดสะอ้านบ้างรึไง?"
"อยากสิขอรับ อยาก ท่านพูดถูกแล้ว นายท่านผู้สูงศักดิ์"
ออตโตพยักหน้ารัวๆ
ครั้งนี้เขาเห็นด้วยจากใจจริง
ใครๆ ก็เกลียดของเสียเหม็นเน่าพวกนั้น แต่ไม่มีใครเคยคิดจะแก้ปัญหา และไม่มีปัญญาแก้
"ให้เวลาเจ้าหนึ่งวัน ข้าจะส่งทหารไปช่วยสองคน ส่วนคนทำงานเจ้าไปหาเอง"
โรดมองออตโตด้วยสายตาจริงจัง
"ถ้าเช้ามะรืนนี้ยังมีก้อนขี้อยู่บนถนน เตรียมตัวโดนแส้ได้เลย!"
"ท่านวางใจได้ ข้าจะจัดการให้เกลี้ยง!"
ออตโตตบออกรับประกัน
หลังจากตระเวนไปตามเนินเขามาทั้งวัน โรดกลับมาก็อยากจะนอนพักให้เต็มอิ่ม
แต่กลิ่นเปรี้ยวและเหม็นบนตัวทำให้เขาทนไม่ไหว อยากแช่น้ำร้อนก็ไม่มีน้ำร้อน จึงต้องให้กอนเลอร์ไปบอกทาสให้รีบต้มน้ำ
"ท่านควรมีพ่อบ้าน แล้วก็คนรับใช้ สามคนมันน้อยไป"
กอนเลอร์เตือน
โรดพยักหน้าเห็นด้วย
ตอนนี้คนที่ดูแลความปลอดภัยและอาหารการกินของโรด คือทาสสามคนเดิมของบ้านมาตต์
ทาสไม่สนหรอกว่าเจ้านายคือใคร ขอแค่มีข้าวกินและไม่โดนตีก็พอ
แต่ทาสสามคนต้องดูแลอาหารการกินของคนกว่ายี่สิบคน งานหนักเอาการ โรดจึงไม่โทษใครที่ไม่มีน้ำร้อนเตรียมไว้
เดิมทีโรดกะว่าจะสร้างคฤหาสน์เสร็จก่อนค่อยเพิ่มคน ตอนนี้ดูท่าเรื่องคนรับใช้ต้องเร่งมือแล้ว
อย่างน้อยต้องหาคนมาดูแลเรื่องอาหารการกินและชีวิตประจำวักสักสองคน
"อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านบารอน"
ขณะที่โรดกำลังครุ่นคิด ลอว์เรนซ์ก็ถือปึกเอกสารเดินเข้ามา
"งานเก็บภาษีและสถิติประชากรที่ท่านสั่ง เสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ"
"สองวันก็เสร็จแล้ว เร็วดีนี่"
โรดรับบันทึกมาตรวจสอบ
ในบันทึกระบุว่าเมืองฟรอสต์ลีฟมีประชากรทั้งหมดสามร้อยห้าสิบแปดคน ชายวัยฉกรรจ์เก้าสิบเก้าคน หญิงวัยทำงานเก้าสิบเจ็ดคน
คนชราอายุหกสิบปีขึ้นไปสิบห้าคน เด็กอายุต่ำกว่าสิบหกปีหนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดคน โดยในจำนวนนี้มีเก้าสิบเจ็ดคนที่อายุต่ำกว่าเก้าขวบ
นี่คือภาพรวม ด้านล่างยังมีรายละเอียดของแต่ละครอบครัว
"ไม่เลว ลอว์เรนซ์ วิธีการทำสถิติของเจ้า ข้าชอบมาก"
อายุสิบห้าปีถือเป็นแรงงานผู้ใหญ่ ส่วนสิบห้าถึงสิบปีในยุคนี้ถือเป็นครึ่งแรงงาน
ขณะเดียวกันเนื่องจากอาหารการกินไม่ดี คนอายุหกสิบปีขึ้นไปร่างกายเสื่อมถอย นับเป็นแรงงานอ่อนแอ
คนธรรมดาในยุคนี้อายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ห้าสิบถึงหกสิบปี คนที่อยู่เกินหกสิบมีน้อยมาก
แน่นอน ยกเว้นอัศวินอย่างดูแรนท์
โรดกวาดตามองทรัพย์สินของแต่ละบ้านคร่าวๆ ส่วนใหญ่ไม่ถือว่าจนเกินไป
เพราะหลายปีมานี้ไม่มีเจ้าเมืองมากดขี่ ทำให้ชาวเมืองพอมีเงินเก็บ โดยเฉพาะด้านเสบียงอาหาร
เพียงแต่จำนวนประชากรน้อยเกินไป
"มีใครที่จ่ายภาษีแล้วข้าวไม่พอกินไหม?" โรดถาม
การเก็บภาษีคือการสร้างกฎ แต่จะให้คนอดตายไม่ได้
ไม่อย่างนั้นใครจะอยู่ที่นี่?
โรดต้องการขยายเมือง ต้องรั้งชาวเมืองเหล่านี้ไว้ก่อน แล้วค่อยไปรับคนเพิ่ม
"มีขอรับ!"
ลอว์เรนซ์ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาเหมือนจะโชว์ผลงาน รายงานว่า "ใต้เส้นขีดนี้คือครอบครัวที่มีเสบียงไม่พอสามเดือนขอรับ
โดยเฉพาะรายสุดท้าย แม่ม่ายกับลูกสาวสองคนแถมยังมีเด็กเล็ก เหลือข้าวไรย์แค่ห้าสิบจิน คงไม่พอต้มโจ๊กกินด้วยซ้ำ"
โรดดูอย่างละเอียด พยักหน้ายอมรับ
"ลอว์เรนซ์ เจ้าฉลาดมาก รู้ว่าข้าต้องการอะไร"
"ขอบพระคุณที่ชมเชยขอรับ"
ลอว์เรนซ์ยิ้มแก้มปริ
เขาเข้าใจดี แม้โรดจะดูดุดัน แต่ในฐานะเจ้าเมืองย่อมไม่อยากให้ชาวเมืองอดตาย
ไม่อย่างนั้น โรดคงไม่ไปเดินวนรอบที่นามาสองวันเต็มๆ
ดังนั้นหลังทำสถิติเสร็จ ลอว์เรนซ์จึงทำเครื่องหมายครอบครัวที่อาจจะไม่มีข้าวกินไว้ทันที
"ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าถ้าข้าทำดี ท่านจะลดค่าไถ่ให้..."
ลอว์เรนซ์ถูมืออย่างคาดหวัง
"เรื่องนั้นวางใจได้ ค่าไถ่ของเจ้าข้ายกให้หมดเลย"
โรดโบกมืออย่างใจป้ำ ลอว์เรนซ์ตาเป็นประกายด้วยความยินดี
"ขอบพระคุณมากขอรับ ท่านบารอนผู้สูงศักดิ์ ท่านคือเจ้าเมืองที่ใจกว้างที่สุดในจักรวรรดิโครกหิน..."
"เจ้าเองก็ไม่ต้องไปไหนแล้ว"
"หือ?"
เสียงของลอว์เรนซ์ขาดห้วง ยืนงงอยู่กับที่
โรดวางบันทึกรายการลง มองลอว์เรนซ์ด้วยสีหน้าจริงจัง
"เจ้ามีความฝันหรือไม่?"
[จบแล้ว]