- หน้าแรก
- ตกงานตอนอายุสามสิบ แล้วไง ผมมีระบบฟรีแลนซ์สุดโกง
- บทที่ 9 ผู้ชายวัยนี้... ชีวิตมันไม่ง่ายเลยจริงๆ
บทที่ 9 ผู้ชายวัยนี้... ชีวิตมันไม่ง่ายเลยจริงๆ
บทที่ 9 ผู้ชายวัยนี้... ชีวิตมันไม่ง่ายเลยจริงๆ
บทที่ 9 ผู้ชายวัยนี้... ชีวิตมันไม่ง่ายเลยจริงๆ
เฉินหยวนโน้มตัวพิงกราบเรือ เลียนแบบท่ายืนเมื่อครู่ของลุงเถียน แล้วเอื้อมมือไปคว้าเชือกทุ่นที่ลอยอยู่
เขาทำตามคำแนะนำของลุงเถียน ดึงเชือกขึ้นมาเตรียมจะปลดกรงเลี้ยงหอยออก
แต่ทฤษฎีกับปฏิบัติมันหนังคนละม้วนเสมอ
ตอนมองดูลุงเถียนแกะเชือก มันดูง่ายดายราวกับปอกกล้วย เพียงไม่กี่วินาทีกรงก็หลุดออกมา
แต่พอถึงตาเขาทำเอง เฉินหยวนงกๆ เงิ่นๆ อยู่นานสองนานก็ยังแกะไม่ออกเสียที
ในขณะที่เขากำลังปลุกปล้ำกับเชือก ลุงเถียนก็สาวกรงหอยนางรมขึ้นมาได้อีกกรงแล้วโยนโครมลงบนดาดฟ้าเรือ
เฉินหยวนเริ่มร้อนรน
ลุงเถียนชำเลืองมองเขาแวบหนึ่งหลังจากวางกรงเสร็จ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ได้คู่หูแบบนี้ จะทำไงได้ล่ะ?
ลุงเถียนได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญาแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ
เฉินหยวนรู้ตัวดีว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้การแน่ เขาจะเป็นตัวถ่วงทำให้ลุงเถียนทำงานช้าลง และจะพลอยทำให้รายได้ของตัวเองลดลงไปด้วย
เขาตัดสินใจถอดถุงมือผ้าฝ้ายชั้นในออก เหลือไว้เพียงถุงมือยางชั้นนอก
ลดความหนาลงไปหนึ่งชั้น นิ้วมือก็น่าจะขยับได้คล่องแคล่วขึ้นมาก
หนาวเหรอ? ช่างปะไร งานรอไม่ได้นี่นา
ลุงเถียนกระพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นการกระทำนั้น
"ค่อยๆ ทำ เดี๋ยวทำไปสักพักก็คล่องเอง มือแข็งจนขยับไม่ได้เดี๋ยวจะยุ่งเอานะ"
แม้จะหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่เขาก็อดเตือนด้วยความหวังดีไม่ได้ มุมมองที่เขามีต่อเฉินหยวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ไม่ว่าฝีมือจะเป็นยังไง แต่ใจสู้ของไอ้หนุ่มนี่ใช้ได้เลยทีเดียว
"ไม่เป็นไรครับลุงเถียน พอผมทำคล่องแล้วค่อยใส่ถุงมือผ้ากลับเข้าไปใหม่" เฉินหยวนหันไปตอบพร้อมรอยยิ้ม
จากนั้นเขาก็โน้มตัวลงไปคว้าเชือกอีกครั้ง
หนาว... หนาวเหน็บจนเข้ากระดูก
เมื่อไร้ถุงมือผ้าคอยซับใน ความเย็นยะเยือกของน้ำทะเลก็พุ่งจี๊ดเข้าใส่ผิวเนื้อทันที
ช่างมันสิ ถ้าความหนาวแลกมาด้วยรายได้ที่เร็วขึ้น ก็ปล่อยให้มันแข็งไปเถอะ
และเป็นไปตามคาด เมื่อไม่มีถุงมือหนาเทอะทะ นิ้วมือของเขาก็พลิ้วไหวขึ้นมาก
เพียงไม่กี่วินาที เขาก็ปลดกรงแรกออกจากเชือกได้สำเร็จ
เขารอให้น้ำสะเด็ดที่กราบเรือสักพัก ก่อนจะลากมันเข้ามาวางบนดาดฟ้า
กรงแรกที่กู้ขึ้นมา... แม้จะทุลักทุเลไปบ้าง แต่ก็ทำสำเร็จจนได้
โดยไม่หยุดพัก เขารีบกลับไปโน้มตัวที่กราบเรืออีกครั้ง
เมื่อจับจุดได้แล้ว ทุกท่วงท่าต่อจากนั้น ไม่ว่าจะแกะ ยก หรือวาง ก็รวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะไล่เลี่ยกับความเร็วของลุงเถียน
งานนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไร อาศัยแค่ความอึดและความพยายามเท่านั้น
เมื่อเห็นไอ้หนุ่มทำงานเร็วขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่อู้งาน ลุงเถียนก็ยอมรับในที่สุด
ขอแค่ใจสู้ ก็ถือว่าเป็นเด็กดีแล้ว
สิ่งเดียวที่ลุงเถียนกังวลในตอนนี้คือ รูปร่างที่ดูสำอางและประวัติที่ไม่เคยผ่านงานใช้แรงงานหนักของเฉินหยวน
อีกไม่นานไอ้หนุ่มนี่คงหมดแรงและกลับมาช้าลงเหมือนเดิม
เอาเถอะ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน
หลังจากกู้กรงขึ้นมาได้อีกสิบกว่าใบ มือของเฉินหยวนก็ชาจนเริ่มไม่ฟังคำสั่ง
ประสิทธิภาพในการทำงานดิ่งลงเหว
เขาจึงจำต้องสวมถุงมือผ้าฝ้ายกลับเข้าไป
และเนื่องจากเริ่มจับจังหวะได้แล้ว ถุงมือหนาๆ จึงไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป
ตอนนี้เขาทำงานได้คล่องแคล่วราวกับมืออาชีพ ไล่กวดลุงเถียนได้แบบติดๆ
แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้น
เป็นไปตามที่ลุงเถียนกลัวเปี๊ยบ
ผลพวงจากการไม่เคยออกกำลังกายและไม่เคยทำงานหนักมาหลายปีเริ่มสำแดงเดช
ยิ่งกู้กรงขึ้นมามากเท่าไหร่ เรี่ยวแรงของเฉินหยวนก็ยิ่งถดถอยลงเท่านั้น
ความเร็วของเขาเริ่มตกลง
จากกรงละสามสิบวินาที กลายเป็นสามกรงในสองนาที
เหนื่อย
เขาหอบหายใจอย่างหนัก
หมดแรงจนหน้ามืดตาลาย โลกหมุนคว้างไปหมด
เขาอ้าปากกอบโกยลมหนาวติดลบเจ็ดองศาเข้าปอด จนสำลักไอโขลกๆ ออกมาสู้กับความหนาว
ทว่าท่ามกลางน้ำค้างแข็งและลมกรรโชก เหงื่อกลับท่วมตัวจนชุ่มชุดซับในกันหนาว
ร่างกายเขามันช่างน่าสมเพช... ไหนระบบบอกว่ามอบค่าสมรรถภาพร่างกายให้ 1.1 แต้มแล้วไม่ใช่หรือ?
ไร้ประโยชน์งั้นหรือ?
แต่พอลองคิดดูดีๆ มันก็สมเหตุสมผล
ไอ้ 1.1 แต้มที่ว่า คงช่วยลดอายุทางชีวภาพของเขาลงไปแค่ 0.001 ปีเท่านั้นแหละมั้ง
น่าตื่นเต้นตายชัก
หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก
"เสี่ยวเฉิน มาพักสูบบุหรี่หน่อยเร็ว!"
หลังจากผ่านไปได้ราวหกสิบกรง ลุงเถียนก็นั่งพักบนกราบเรือแล้วตะโกนเรียกอย่างอารมณ์ดี
ผลงานของเฉินหยวนทำให้เขาพอใจมาก
นอกจากจะไม่เป็นตัวถ่วงแล้ว ไอ้หนุ่มนี่ยังทำความเร็วได้สูสีกับเขา เรื่องแบบนี้เมื่อชั่วโมงก่อนยังเป็นเรื่องที่นึกไม่ถึงด้วยซ้ำ
ผิดคาดไปมากจริงๆ
เฉินหยวนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หอบแฮ่กๆ พลางโบกมือปฏิเสธ
"ไม่เป็นไรครับลุงเถียน ผม... ยังไหว ลุง... สูบไปเถอะครับ ผมขอทำต่ออีกหน่อย"
การหยุดพักสั้นๆ อาจช่วยยื้อเวลาได้ไม่กี่นาที แต่เดี๋ยวเขาก็จะกลับมาหมดสภาพอีก
สู้รักษจังหวะการทำงานไว้แบบนี้จะดีกว่า ประหยัดเวลาด้วย
ลุงเถียนจ้องมองด้วยความตกตะลึง
เขาดูออกว่าไอ้หนุ่มนี่ร่างแทบจะแหลกแล้ว แต่ก็ยังกัดฟันไม่ยอมหยุด
ทำไมกัน? ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายงั้นรึ ที่ไม่อยากเป็นตัวถ่วงใคร
พอคิดได้แบบนั้น ลุงเถียนก็พูดไม่ออก
เขาคีบบุหรี่ไว้ในมือ กระแอมไอแก้เก้อแล้วพูดติดตลก "ตอนนี้เอ็งเร็วพอๆ กับข้าแล้ว ถ้าเอ็งไม่พัก ข้าก็อายแย่สิที่จะนั่งพักคนเดียว!"
เฉินหยวนหัวเราะร่า "โธ่ ถ้าลุงไม่รับผมมาทำด้วย ผมคงไม่มีปัญญาทำได้ขนาดนี้หรอกครับ ผมยังหนุ่มยังแน่น ควรทำห้มากกว่านี้ ลุงพักก่อนเถอะครับ เดี๋ยวไม่ไหวแล้วผมค่อยพัก"
พูดจบเขาก็หันกลับไปที่กราบเรือและลงมือทำงานต่อ
เขาไม่สนหรอกว่าใครจะทำมากกว่าใคร
ต่อให้เงินค่าจ้างจะหารเท่ากัน แต่ทุกกรงที่เขาทำเพิ่มขึ้นมา มันหมายถึงค่าตอบแทนรายชั่วโมงที่สูงขึ้น และรางวัลจากระบบที่จะได้มากขึ้น
นั่นต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ลุงเถียนรู้สึกทั้งโล่งใจและรู้สึกผิด
เขาไม่น่าด่วนตัดสินไอ้หนุ่มนี่แรงเกินไปเลย
ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้ามาในใจ
และความเศร้าสายหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เขาอดนึกย้อนไปถึงตัวเองในวัยเดียวกับเฉินหยวนไม่ได้ ตอนนั้นเขาก็ทำงานหนักแทบตายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวเหมือนกัน
กรงหอยทุกกรงที่กู้ขึ้นมา หมายถึงหมูอีกสองขีดสำหรับลูกเมียที่รออยู่
ลุงเถียนสูดควันบุหรี่เข้าปอดลึก แล้วทอดถอนใจกับตัวเองเงียบๆ
"ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ผู้ชายวัยนี้... ชีวิตมันไม่ง่ายเลยจริงๆ"