เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - สั่งสอนจางกุ้ยเซียงด้วยโทสะ

บทที่ 2 - สั่งสอนจางกุ้ยเซียงด้วยโทสะ

บทที่ 2 - สั่งสอนจางกุ้ยเซียงด้วยโทสะ


หลี่อวี๋วางตะกร้าสะพายหลังไว้หน้าประตู ผลักประตูเดินเข้าไป เห็นเพียงจางกุ้ยเซียงที่ยังคงนอนหลับอุตุ นึกถึงเจ้าของร่างเดิมที่ตายไปอย่างอยุติธรรม ความโกรธก็พุ่งพล่าน นางกระชากผมจางกุ้ยเซียง ลากลงมาจากเตียงทันที

จางกุ้ยเซียงสะดุ้งตื่นจากฝัน ร้องโวยวายด้วยความตกใจ "ว้าย! ใครดึงผมข้า..."

จางกุ้ยเซียงหันมาเห็นว่าเป็นหลี่อวี๋ ก็ด่าทอสาดเสียเทเสีย "หลี่อวี๋ นังแพศยา นังชั้นต่ำ รนหาที่ตายหรือ! ถึงกล้ามาดึงผมข้า คอยดูเถอะข้าจะตีให้ตาย"

"เพียะ! เพียะ!" หลี่อวี๋ตบหน้าจางกุ้ยเซียงฉาดใหญ่สองที ใบหน้าของนางบวมเป่งขึ้นทันตา

หลี่อวี๋ตีหน้าขรึม จ้องมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ "แม่เจ้าประคุณยังจะตบเจ้าอีก! ด่าต่อสิ?"

จางกุ้ยเซียงกุมใบหน้า มองใบหน้างดงามของหลี่อวี๋ด้วยความอาฆาต สาปแช่งว่า: "นังสารเลว กล้าดีอย่างไรมาตบข้า คอยดูเถอะข้าจะกรีดหน้าเจ้าให้เละ แล้วให้ท่านพ่อขายเจ้าเข้าซ่อง ให้เป็นนางโลมชั้นต่ำไปตลอดชาติ"

หลี่อวี๋มองจางกุ้ยเซียง คิดในใจ: ฆ่าคนตายแล้วนอนหลับสบายใจไม่พอ ยังจิตใจชั่วช้าเพียงนี้ เจ้าทำให้เจ้าของร่างเดิมต้องเสียชีวิต เช่นนั้นเจ้าก็ชดใช้ด้วยการสืบทายาทไม่ได้อีกต่อไปเถอะ! หลี่อวี๋งอนิ้วชี้ กระแทกพลังลงไปที่จุดชีพจรมดลูกของจางกุ้ยเซียงอย่างแรง

"แม่จ๋า... โอ๊ย... เจ็บเหลือเกิน" จางกุ้ยเซียงตัวงอเป็นกุ้ง กุมท้องร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด

หลี่อวี๋ลากนางลงไปที่พื้น หยิบสายรัดเอวของนางมามัดนางไว้กับเก้าอี้ จากนั้นหยิบกรรไกรเล่มหนึ่งออกมาจากตะกร้าเข็มบนโต๊ะ ทำท่าขยับกรรไกรไปมาบนใบหน้าของนาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก: "คิดจะกรีดหน้าคนอื่นหรือ งั้นข้าจะกรีดหน้าเจ้าก่อน บอกมา เงินเก็บส่วนตัวเจ้าอยู่ที่ไหน?"

จางกุ้ยเซียงเงยหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด มองกรรไกรในมือหลี่อวี๋ด้วยความหวาดกลัว ร้องขอชีวิต "เสี่ยวอวี๋ ขอร้องล่ะ อย่ากรีดนะ เงินอยู่ในหมอนกระเบื้อง"

หลี่อวี๋เดินไปหยิบหมอนกระเบื้อง ล้วงมือเข้าไปในช่องว่าง หยิบถุงผ้าใบหนึ่งออกมา เปิดดูเห็นเศษเงินไม่กี่ก้อน หลี่อวี๋เก็บเงินเข้ากระเป๋า ถือกรรไกรเดินกลับมายืนตรงหน้าจางกุ้ยเซียง

จางกุ้ยเซียงใบหน้าบวมแดง ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล ร้องขอความเมตตาไม่หยุด "หลี่อวี๋ ต่อไปข้าจะไม่ตบตีเจ้าไม่ด่าเจ้าอีกแล้ว ข้าจะให้พี่ชายแต่งงานกับเจ้า..."

"แต่งกับข้าหรือ ข้าไม่สน"

หลี่อวี๋หยิบถุงเท้าเน่าคู่หนึ่งยัดใส่ปากนาง จางกุ้ยเซียงเบิกตาโพลงมองหลี่อวี๋ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเพียงชั่วข้ามคืน หลี่อวี๋ถึงได้เปลี่ยนไปน่ากลัวถึงเพียงนี้

หลี่อวี๋มองจางกุ้ยเซียงอย่างเย็นชา "พวกเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่อง เพื่อจะเกาะกิ่งไม้สูงก็ทุบตีคนปางตาย วันนี้ข้าจะถอนหมั้นกับบ้านเจ้า ฝากบอกตาแก่เนรคุณบ้านเจ้าด้วยว่า ข้าจะรอเขาไปถอนหมั้นที่หมู่บ้านซีซาน! บอกเขาว่าอย่าตุกติก ยั่วโมโหข้าขึ้นมา ถ้าไม่ได้ทำให้จางกุ้ยเซียงบ้านเจ้าต้องกลายเป็นพ่อค้าเร่ไปตลอดชีวิต ข้าจะไม่ขอแซ่หลี่อีกต่อไป"

หลี่อวี๋ถือกรรไกร หันหลังผลักประตู หิ้วตะกร้าสะพายหลังเดินไปที่ประตูรั้ว เปิดประตูมุ่งหน้าไปทางปากตรอก

หลี่ชิงกำลังรออย่างกระวนกระวาย ชะเง้อมองซ้ายขวาไม่หยุด พอเห็นหลี่อวี๋เดินมาก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ "ท่านพี่ ท่านมาแล้ว!"

"อืม! ไปกันเถอะ ไปที่ประตูเมืองนั่งเกวียนลาแม็กล่อกลับตำบลชิงซุ่ยกัน" หลี่อวี๋พูดกับหลี่ชิงด้วยน้ำเสียงสดใส

หลี่ชิงเดินเข้าไปจูงมือหลี่อวี๋ สองพี่น้องรีบเดินไปที่ประตูเมือง "ตำบลชิงซุ่ยจ้า! ใครจะไปตำบลชิงซุ่ยบ้าง!" คนขับเกวียนตะโกนเรียกลูกค้าเสียงดัง

"อาชิงเร็วเข้า มีเกวียนล่อจะไปตำบลชิงซุ่ยพอดี" หลี่อวี๋จูงมือหลี่ชิงเข้าไปถามคนขับ "ท่านน้า ไปตำบลชิงซุ่ยคิดเงินเท่าไหร่หรือ?"

"คนละห้าอีแปะ จะไปไหม? เดี๋ยวจะออกรถแล้ว" คนขับเกวียนมองสองพี่น้องอย่างกระตือรือร้น

"ไปจ้ะ" หลี่อวี๋และน้องชายขึ้นนั่งบนเกวียนล่อ คนขับสะบัดแส้ ล่อก็เริ่มออกวิ่ง หลี่ชิงกำชายเสื้อของหลี่อวี๋ไว้แน่น ยิ้มให้หลี่อวี๋อย่างมีความสุข "ท่านพี่ เราจะได้กลับบ้านแล้ว"

"ใช่! เรากลับบ้านกัน" หลี่อวี๋บอกกับหลี่ชิง และบอกกับตัวเองในใจเช่นกัน: หลี่อวี๋ ต่อไปนี้เจ้าคือหลี่อวี๋แห่งยุคโบราณแล้วนะ

...

จางเต๋อฟาอยู่ที่ร้าน นึกขึ้นได้ว่าเช้านี้ตื่นมายังไม่เห็นพี่น้องสกุลหลี่ คิดในใจ: คนพี่น่ะไม่เท่าไหร่ แต่กลัวก็แต่คนน้อง เจ้าเด็กนั่นเหมือนแม่มันไม่มีผิด เจ้าเล่ห์นัก เก็บไว้รอให้โตกว่านี้เกรงว่าจะเสียเรื่อง

จางเต๋อฟาเรียกเฉินเจาตี้ที่กำลังยุ่งอยู่กับการต้อนรับลูกค้าเข้าไปในห้องเล็กด้านหลัง กำชับนางว่า: "เจ้าไปหาแม่สื่อหวัง เอาพี่น้องหลี่อวี๋ไปยกให้นาง ให้แม่สื่อหวังจับแยกขาย ขายไปในป่าลึกๆ ไกลๆ ให้พวกมันหาทางกลับมาไม่ได้อีกเลย"

เฉินเจาตี้ค้อนควักใส่จางเต๋อวฟา พูดอย่างฉุนเฉียว "จะยกให้เปล่าๆ ทำไม ขายได้สักสามตำลึงห้าตำลึงก็ยังเป็นเงินนะ"

"ตามใจเจ้า รีบไปเถอะ ข้าหนังตากระตุกสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล" จางเต๋อวฟาเร่งเฉินเจาตี้

เฉินเจาตี้นึกขึ้นได้ว่าเช้านี้ยังไม่เห็นหลี่อวี๋ ก็เริ่มใจคอไม่ดี รีบเดินไปที่โรงค้าทาส เรียกแม่สื่อหวังแล้วรีบมุ่งหน้ากลับบ้าน

แม่สื่อหวังเดินจนหอบแฮ่ก หยุดเดินแล้วเรียกเฉินเจาตี้ "เถานี่ (ภรรยาเจ้าของร้าน) สองพี่น้องนั่นเป็นคนรับใช้บ้านเจ้าจริงๆ หรือ? ข้าเหมือนเคยได้ยินคนเขาพูดกัน ว่าเป็นลูกสะใภ้ในอนาคตของบ้านเจ้าไม่ใช่หรือ? เถานี่ เจ้าต้องรู้นะว่าซื้อขายชาวบ้านสามัญชนถ้าโดนจับได้มีโทษถึงเนรเทศเชียวนะ!"

เฉินเจาตี้บอกแม่สื่อหวัง "พวกนั้นเป็นคู่แข่งทางการค้าใส่ร้ายบ้านข้า ลูกชายข้าจะไปแต่งงานกับคนแบบนั้นได้ยังไง" เฉินเจาตี้เห็นแม่สื่อหวังหยุดเดินไม่ยอมไปต่อ ก็ร้อนใจ "โอย! ยกให้เจ้าเปล่าๆ เลยเอ้า ขอแค่ช่วยเอาพวกมันไปขายในป่าไกลๆ ก็พอ ใครจะมาตามหาเรื่องเจ้ากัน"

แม่สื่อหวังลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเฉินเจาตี้กลับไปที่บ้าน

พอเฉินเจาตี้ไปถึงหน้าบ้านเห็นประตูรั้วเปิดอ้าซ่า ก็ก้าวยาวๆ เข้าไปทันที เห็นประตูห้องจางกุ้ยเซียงเปิดอยู่เช่นกัน ก็รีบวิ่งเข้าไปในห้อง ภาพที่เห็นคือจางกุ้ยเซียงถูกมัดติดกับเก้าอี้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าบวมฉุเป็นหัวหมู บนหน้ายังมีรอยขีดข่วนอีกหลายรอย

เฉินเจาตี้หน้าซีดเผือด ร้องด้วยความปวดใจ "สวรรค์ช่วย นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เกิดเรื่องอะไรขึ้น? นังแพศยาหลี่อวี๋มันหายไปไหน?"

จางกุ้ยเซียงมองเฉินเจาตี้ ร้องอืออาในลำคอ ส่ายหน้าไม่หยุด น้ำตาแห่งความน้อยใจไหลพรากไม่ขาดสาย

"ลูกแม่ เจ็บมากไหม" เฉินเจาตี้เห็นสภาพยับเยินของจางกุ้ยเซียงก็ปวดใจแทบขาด รีบดึงถุงเท้าออกจากปากนาง

"ท่านแม่ แง..." จางกุ้ยเซียงมองหน้าเฉินเจาตี้แล้วปล่อยโฮ

เฉินเจาตี้รีบกอดนางปลอบโยน ผ่านไปครู่หนึ่งจางกุ้ยเซียงก็ฟ้องแม่ทั้งน้ำตา "ท่านแม่ นังสารเลวหลี่อวี๋... มันตบตีข้า มันด่าว่าบ้านเราเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่อง ด่าท่านพ่อว่าอกตัญญู ยังบอกว่าไม่สนจะเป็นสะใภ้บ้านเราแล้ว มันจะถอนหมั้น ให้ท่านพ่อไปหามันที่หมู่บ้านซีซาน ยังบอกอีกว่าถ้าพวกท่านกล้าตุกติก ยั่วโมโหให้มันร้อนใจ มันจะให้พี่ชายต้องเป็นพ่อค้าเร่ไปตลอดชาติ"

แม่สื่อหวังที่แอบฟังอยู่หูผึ่ง คิดในใจ: แม่หนูนั่นเป็นว่าที่ลูกสะใภ้บ้านสกุลจางจริงๆ ด้วย นี่จะถอนหมั้นกันแล้ว ยังจะเรียกข้ามาเอาคนไปขายอีก ในเรื่องนี้ต้องมีเลศนัยแน่ ดีจริงๆ สกุลจาง ช่างไม่ใช่คนดีเอาเสียเลย

แม่สื่อหวังแอบถุยน้ำลายลงพื้น แล้วหันหลังเดินจากไป

เฉินเจาตี้มองใบหน้าลูกสาวที่บวมเป่งราวกับหัวหมู โกรธจนหัวใจเจ็บแปลบ พึมพำกับตัวเองว่า: "นังแพศยา มันกล้าดีอย่างไร มันกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง"

ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าแม่สื่อหวังยังอยู่ในลานบ้าน รีบเดินไปชะโงกหน้าดูที่ประตู ถึงพบว่าแม่สื่อหวังหายตัวไปแล้ว

"ท่านแม่ ท่านยังยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบแก้มัดให้ข้า ข้าจะเปลี่ยนกางเกง ข้าฉี่ราดกางเกง ฮือๆ..." จางกุ้ยเซียงร้องไห้ไปด่าไป "หลี่อวี๋... นังสารเลวตายไม่ดี... อย่าให้ข้าจับได้นะ... คอยดูข้าจะจัดการเจ้ายังไง"

เฉินเจาตี้วิ่งตามออกไปหน้าประตูรั้ว วิ่งไปไม่กี่ก้าวก็ไม่เห็นเงาแม่สื่อหวัง คิดในใจ: ช่างหัวมันเถอะ! ตอนนี้ห่วงหน้าพะวงหลังไม่ได้แล้ว

เฉินเจาตี้หันหลังวิ่งกลับเข้าห้อง มองจางกุ้ยเซียงด้วยความสงสาร แก้มัดให้ แล้วปลอบโยนเสียงอ่อน "แม่โกรธจนหน้ามืดตามัว ลืมไปว่าเจ้ายังถูกมัดอยู่! ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูกแม่"

เฉินเจาตี้รอจนจางกุ้ยเซียงเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็บอกกับนางว่า: "ลูกแม่ เจ้ารออยู่บ้านนะ เดี๋ยวแม่จะไปตามพ่อเจ้าที่ร้านกลับมา"

จางกุ้ยเซียงกุมท้อง รู้สึกปวดหน่วงๆ ตลอดเวลา พยักหน้าอย่างห่อเหี่ยว แล้วตะโกนบอกเฉินเจาตี้ "ท่านแม่ ข้าปวดท้องนิดหน่อย"

"เดี๋ยวแม่ไปตามหมอมาให้" เฉินเจาตี้พูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไป

จางกุ้ยเซียงกรีดร้องลั่น "ไม่เอา หน้าข้าบวมขนาดนี้ ไม่อยากเจอผู้คน ท่านรีบไปจับนังแพศยานั่นกลับมาขายเข้าซ่องก่อนเถอะ"

เฉินเจาตี้เห็นนางตะโกนเสียงดังขนาดนั้น รีบเข้าไปปิดปากจางกุ้ยเซียง ปลอบโยนเสียงเบา "ลูกแม่ เบาเสียงหน่อย เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าจะขายไม่ออกเอานะ รู้ไหม?"

จางกุ้ยเซียงปิดหู กรีดร้องเอาแต่ใจ "ข้าจะพูด จับมันไปขายซ่อง อ๊าย... ท่านแม่! แล้วข้าจะเอาหน้าไปเจอผู้คนได้ยังไง?"

จางกุ้ยเซียงโถมตัวเข้าใส่อ้อมอกเฉินเจาตี้ ร้องไห้โฮ

เฉินเจาตี้มองลูกสาวแล้วรู้สึกเหมือนใจจะขาด หันหลังปิดประตู ตบหลังลูกสาวเบาๆ "ไม่ร้องนะ แม่จะไปตามพ่อเจ้า ให้พ่อไปจับนังแพศยาหลี่อวี๋กลับมาให้เจ้าระบายแค้น"

"อืม! ต้องกรีดหน้ามันให้เละก่อน แล้วค่อยขายเข้าซ่อง" จางกุ้ยเซียงเงยหน้ามองเฉินเจาตี้

"ได้ แม่จะไปตามพ่อกลับมา ให้พ่อไปช่วยจับ" เฉินเจาตี้ปลอบโยนจางกุ้ยเซียงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจนสงบลง แล้วจึงมุ่งหน้าไปที่ร้าน

เมื่อเฉินเจาตี้ไปถึงหน้าร้าน จางเต๋อวฟาเห็นหน้านางเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ในใจก็กระตุกวูบ คิดในใจ: เกิดเรื่องแล้วจริงๆ

จางเต๋อวฟายังหวังลึกๆ เดินเข้าไปถามเสียงเบา "จัดการเรียบร้อยไหม?"

เฉินเจาตี้ขอบตาแดงก่ำ มองจางเต๋อวฟาแวบหนึ่ง พูดเสียงเครือ "เกิดเรื่องแล้ว กลับบ้านไปคุยกันก่อน"

"รอเดี๋ยว ข้าไปบอกลูกจ้างก่อน" จางเต๋อวฟามองเฉินเจาตี้ คิดในใจ: นังเมียคนนี้ทำเสียเรื่องจริงๆ

สองสามีภรรยารีบเดินจ้ำอ้าวกลับบ้าน พอเข้าประตูรั้ว เฉินเจาตี้ก็พุ่งตรงไปที่ห้องของจางกุ้ยเซียง จางเต๋อวฟาเดินตามเข้าไป เห็นจางกุ้ยเซียงหัวโตเป็นหมูนั่งเหม่ออยู่ ก็ยืนตะลึงงัน

จางกุ้ยเซียงเห็นจางเต๋อวฟาก็ร้องไห้ฟ้องด้วยความน้อยใจ "ท่านพ่อ นังแพศยาหลี่อวี๋มันทำ ท่านพ่อ ข้าจะเอาหน้าไปเจอผู้คนได้ยังไง?"

"บอกมา เจ้าไปทำอะไรเข้า หลี่อวี๋ถึงกล้าทำกับเจ้าขนาดนี้" จางเต๋อวฟามองจางกุ้ยเซียงด้วยความโกรธ

จางกุ้ยเซียงเห็นพ่อโกรธ ก็หดคอเถียงข้างๆ คูๆ "ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ! ก็แค่เมื่อคืนตอนมันเทน้ำอาบให้ข้า มันกวนโมโหข้า ข้าก็เลยผลักมันตกถังอาบน้ำ แต่พอข้าหายโกรธข้าก็ลากมันขึ้นมาแล้วนะ!"

"แล้วทำไมเจ้าถึงกลายเป็นสภาพนี้?" จางเต๋อวฟาหน้าดำคร่ำเครียด ถามเสียงต่ำ

จางกุ้ยเซียงตัวสั่นด้วยความกลัว ดึงมือเฉินเจาตี้ สะอึกสะอื้นเล่า "ข้า... ข้ายังนอนหลับอยู่ หลี่อวี๋ก็ลากข้าลงจากเตียง ตบตีข้า... นางบอกว่าจะไปรอท่านที่ซีซาน ยังบอกว่าเป็นนางต่างหากที่จะถอนหมั้นกับเรา ยังบอกว่า... ให้พวกท่านอย่าได้คิดตุกติก ไม่อย่างนั้นจะให้พี่ชายต้องเป็นพ่อค้าเร่ต๊อกต๋อยไปตลอดชาติ"

จางเต๋อวฟาฟังแล้วไม่ค่อยอยากเชื่อ ว่านี่จะเป็นสิ่งที่หลี่อวี๋ทำ มองจางกุ้ยเซียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ต้องเป็นเพราะเจ้าไปตบตีนางอีกแน่ๆ ตีนางจนนางจนตรอกนางถึงได้สู้กลับ ไม่ได้การ ข้าต้องกลับไปดูที่หมู่บ้าน ถ้าเรื่องรู้ไปถึงหูคนอื่นจนกระทบอนาคตของกุ้ยเซิง ปัญหาก็จะบานปลาย"

จางกุ้ยเซียงเงยหน้าขึ้น มองจางเต๋อวฟา "ท่านพ่อ เชื่อข้าเถอะ นังแพศยาหลี่อวี๋มันดุร้ายมาก! นางบอกว่าจะถอนหมั้น ข้าดูแล้วนางพูดจริง ท่านรีบกลับไปจับนางกลับมาเร็วเข้า"

"ไม่ต้องมาพูดมาก" จางเต๋อวฟาคิดว่าต้องเป็นเพราะกุ้ยเซียงตีหลี่อวี๋หนักเกินไป หลี่อวี๋ถึงได้พูดด้วยอารมณ์ชั่ววูบ นังเด็กนั่นชอบกุ้ยเซิงขนาดนั้นมีหรือจะตัดใจถอนหมั้นได้ ช่างเถอะ! กลับไปดูหน่อยก็แล้วกัน

จางเต๋อวฟาพูดกับเฉินเจาตี้ว่า "ข้าจะกลับไปดูที่หมู่บ้าน ถือโอกาสเข้าไปหาซื้อพวกหนังสัตว์จากพรานในป่าด้วย แล้วก็ไปจ่ายค่าของที่ค้างไว้"

เฉินเจาตี้พยักหน้ารับ "ทราบแล้ว ระวังตัวด้วยล่ะ"

จางเต๋อวฟากลับเข้าห้องหยิบเงิน คิดไปคิดมาก็หยิบหนังสือหมั้นหมาย เทียบชะตา และเงินใส่ย่าม กลับไปสั่งงานลูกจ้างที่ร้าน แล้วขับเกวียนวัวมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านซีซาน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 2 - สั่งสอนจางกุ้ยเซียงด้วยโทสะ

คัดลอกลิงก์แล้ว