- หน้าแรก
- อุบัติการณ์วันสิ้นโลก ดันเกิดใหม่เป็นโลลิให้ยัยคลั่งรักนอนกอด
- บทที่ 19: ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ฉันฟันมันตายได้แน่!
บทที่ 19: ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ฉันฟันมันตายได้แน่!
บทที่ 19: ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ฉันฟันมันตายได้แน่!
บทที่ 19: ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ฉันฟันมันตายได้แน่!
[ภารกิจฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดในคืนแรกของวันสิ้นโลก]
[จำกัดเวลา: ก่อนรุ่งสาง]
[ค่ำคืนในวันสิ้นโลกนั้นอันตรายเป็นพิเศษ แม้แต่พวกผู้ติดเชื้อก็ยังต้องเลือกที่จะหลบซ่อนและหลีกเลี่ยง โปรดหาที่พักพิงที่เหมาะสมให้ทันเวลา ซ่อนตัวอยู่ข้างใน และห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด]
[รางวัลภารกิจ: เครื่องกรองน้ำเทคโนโลยีล้ำยุค x2, โทเคนระบบ x200]
รางวัลภารกิจ... เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเลยเหรอเนี่ย??
ภารกิจฉุกเฉินครั้งที่แล้วให้รางวัลแค่ร้อยโทเคน แต่ภารกิจนี้ล่อไปถึงสองร้อยเลย!
รางวัลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าก็ดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้นี่อาจจะไม่ใช่ข่าวดีเสมอไป... นั่นหมายความว่าความยากของภารกิจก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยงั้นสิ!
ยิ่งไปกว่านั้น ประโยคที่ว่า "แม้แต่พวกผู้ติดเชื้อก็ยังต้องเลือกที่จะหลบซ่อนและหลีกเลี่ยง" มันหมายความว่ายังไงกัน?
แค่ประโยคเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้คนรู้สึกหวาดผวาต่อค่ำคืนของวันสิ้นโลกแล้ว... อวิ๋นเสี่ยวหนิงเหม่อมอง พลางหันหน้าไปมองเจียงหลีที่กำลังตั้งใจขับรถ
แม้ว่าคิ้วของเธอจะขมวดเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา แต่สายตากลับจับจ้องไปเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่... ยังคงรักษาสภาพการตื่นตัวอย่างเต็มที่
แต่อวิ๋นเสี่ยวหนิงไม่รู้ว่าคนๆ นี้จะลดความระมัดระวังลงหรือเปล่า หลังจากที่รู้ว่าพวกผู้ติดเชื้อจะไม่เข้าโจมตี
เธอต้องเตือนสักหน่อยแล้ว
"ลูกพี่ ฉันว่าพวกเราควรระวังตัวกันต่อไปนะ"
"หืม?"
"มีอะไรเหรอ?"
"มัน... มันเงียบเกินไปจนน่ากลัวเลยล่ะ"
"ฉันรู้สึกว่าพวกมันไม่ได้หลับใหลหรอกนะ พวกมันกำลังซ่อนตัวต่างหาก"
"...แล้วพวกมันจะต้องซ่อนตัวจากอะไรล่ะ?"
"ลูกพี่ นี่เป็นคืนแรกของวันสิ้นโลกเลยนะ เราควรจะเพลย์เซฟกันไว้ก่อนดีกว่า!"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงไม่ได้วางแผนที่จะเปิดเผยเรื่องระบบของเธอทั้งหมด แค่แต่งเรื่องโกหกเกี่ยวกับการดรอปเสบียงก็น่าจะเพียงพอแล้ว
แต่สำหรับระดับความอันตรายของค่ำคืนนี้ เธอรู้สึกว่าต้องรีบทำให้เจียงหลีเข้าใจโดยเร็วที่สุด
เจียงหลีปรายตามองเสี่ยวหนิงอย่างครุ่นคิด ก่อนจะแค่นหัวเราะ
"ยัยเปี๊ยกนี่ริอ่านมาสั่งสอนฉันซะแล้ว"
"เปล่านะ ไม่ได้สั่งสอนสักหน่อย"
"แล้วเธอเป็นอะไรไปล่ะ? ทำไมจู่ๆ ถึงได้ลนลานขนาดนี้?"
เอ๊ะ?
เดี๋ยวนะ อารมณ์ความรู้สึกของฉันมันดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?
อวิ๋นเสี่ยวหนิงเกาหัวแกรกๆ
"ฉัน... ฉันแค่กลัวนิดหน่อยอะ"
"ไม่ต้องห่วง ใกล้จะถึงแล้ว... ถ้าเป็นโชคก็รับไว้ ถ้าเป็นภัยก็พุ่งชน"
"ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกน่า"
"ตราบใดที่มันยังเป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน มันต้องมีวิธีฆ่าให้ตายได้แน่นอน"
"...อื้อ"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงมองออกไปนอกหน้าต่างรถตามสายตาของเจียงหลี ไปยังย่านที่อยู่อาศัยฝั่งตรงข้ามถนน
ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจุดหมายปลายทางของเจียงหลี
อวิ๋นเสี่ยวหนิงพอจะจำฉากบริเวณนี้จากความทรงจำได้ลางๆ
เหมือนว่าเธอเคยมาเที่ยวเล่นที่นี่มาก่อน เจ้าของร่างเดิมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งอาศัยอยู่แถวนี้
ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณนี้ยังมีหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งตั้งเรียงรายติดกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาคารอพาร์ตเมนต์
หมู่บ้านที่พวกเธอกำลังจะเข้าไป ซึ่งอยู่ใกล้กับเขตรอบนอกเมืองมากที่สุดนั้น ดูหรูหรากว่าที่อื่นเล็กน้อย แถมยังมีวิลล่าเดี่ยวหลายหลังตั้งอยู่อีกฝั่งของสวนสาธารณะใจกลางหมู่บ้านอีกด้วย
ดูจากตรงนี้แล้ว เจียงหลีคงไม่ได้โม้แน่ๆ ตอนที่บอกว่าเธอมีวิลล่าน่ะ
เธอเป็นเศรษฐินีตัวน้อยจริงๆ ด้วยแฮะ
"บ้านฉันไม่มีคนอยู่ตลอดทั้งปีนั่นแหละ แล้วความจริงวิลล่าแถวนี้ก็ไม่มีคนอยู่เหมือนกัน เพราะงั้นโดยรวมแล้วน่าจะปลอดภัยนะ"
"แต่ที่อื่นอาจจะไม่"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงเข้าใจความหมายของเจียงหลีดี
ยิ่งมีอพาร์ตเมนต์เยอะเท่าไหร่ ความหนาแน่นของพวกผู้ติดเชื้อก็ย่อมต้องเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อธรรมดาทั่วไปมักจะพังประตูนิรภัยสมัยใหม่เข้ามาได้ยาก มีเพียงสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ อย่างพวกที่รุมล้อมเธอในตอนแรกเท่านั้นแหละ ที่สามารถพังประตูและเจาะกำแพงได้
ดังนั้น ที่นี่ก็อาจจะมีผู้รอดชีวิตอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน
การมีผู้รอดชีวิตจำนวนมากมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ข้อดีพื้นฐานที่สุดก็คือ การมีคนเยอะๆ จะช่วยกระจายเป้าหมายของพวกผู้ติดเชื้อ ทำให้จุดซ่อนตัวอื่นๆ ภายในหมู่บ้านปลอดภัยขึ้นมาหน่อย และป้องกันไม่ให้ถูกฝูงผู้ติดเชื้อนับไม่ถ้วนรุมล้อม
ส่วนข้อเสียนั้น...
อวิ๋นเสี่ยวหนิงหันขวับไปมองกองเสบียงอาหารและเครื่องดื่มที่สุมเป็นภูเขาอยู่หลังรถ
ถ้าคนเราเกิดคลุ้มคลั่งเพราะความหิวโหยขึ้นมา... พวกเขาก็มีโอกาสสูงมากที่จะเข้าโจมตีมนุษย์ด้วยกันเองเพื่อแย่งชิงเสบียง... โดยเฉพาะพวกที่ปลุกพลังพิเศษและมีความสามารถในการต่อสู้ พวกนี้คือกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษเลยล่ะ
ระหว่างที่อวิ๋นเสี่ยวหนิงกำลังกัดนิ้วตัวเองพลางครุ่นคิดอยู่นั้น เจียงหลีก็ขับรถเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว
แต่ทันทีที่รถเลี้ยวเข้ามา อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็พบกับภาพอันน่าสยดสยอง
ดูเหมือนว่าจะเกิดการต่อสู้แบบฝ่ายเดียวที่เหมือนกับการเชือดทิ้ง บริเวณประตูทางเข้าหลักของหมู่บ้าน
รถยนต์นับไม่ถ้วนพลิกคว่ำเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น แถมยังมีคันหนึ่งพุ่งชนป้อมยามข้างประตูจนพังยับเยิน
ซากศพจำนวนมากนอนเกลื่อนอยู่สองข้างทาง... ดูเหมือนว่าก่อนตาย พวกเขาทุกคนกำลังทำท่าทางเดียวกันอยู่
นั่นคือการกระโดดลงจากรถเพื่อวิ่งหนี
แต่มีอะไรกันแน่ที่บีบให้พวกเขายอมทิ้งรถที่กำลังจะขับพ้นประตู แล้วหันหลังวิ่งหนีเข้าไปในหมู่บ้านแทนล่ะ?
หลายคนตายในสภาพที่ร่างกายไม่สมประกอบด้วยซ้ำ โดยไม่มีโอกาสได้กลายร่างเป็นผู้ติดเชื้อเลย
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยมาจากชิ้นส่วนเนื้อที่กระจัดกระจายนั้น ชวนคลื่นเหียนยิ่งกว่าตอนที่อวิ๋นเสี่ยวหนิงถูกพวกผู้ติดเชื้อล้อมหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเมื่อช่วงกลางวันเสียอีก
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย?"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขณะจ้องมองภาพนั้น
ถึงแม้จะเคยเห็นหน้าตาของพวกผู้ติดเชื้อและสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์มาหลายรูปแบบแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกหวาดกลัวจับใจอยู่ดี
"ดูเหมือนว่าจะมีตัวเบ้งมาโผล่แถวนี้ล่ะมั้ง ประเภทที่จับรถพลิกคว่ำได้สบายๆ เลย พลังโจมตีต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ"
"อูย..."
ไอ้ตัวเบ้งที่ว่านั่น คงยังไม่ได้ออกไปจากหมู่บ้านใช่ไหมเนี่ย?
แบบนั้นชักจะอันตรายไปหน่อยแล้วสิ
"ไม่เป็นไรน่า ไม่ต้องกลัวหรอก อวิ๋นเสี่ยวหนิง"
"..."
เมื่อเห็นโลลิตัวน้อยข้างกายหน้าซีดเผือดและขดตัวกลมปุ๊กอยู่บนเบาะ เจียงหลีก็กระตุกยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปคว้าแขนของอวิ๋นเสี่ยวหนิง แล้วตบฝ่ามือของเธอเบาๆ
"ถ้าฆ่าเจ้านั่นได้ ต้องดรอปค่าประสบการณ์เยอะแน่ๆ แถมวงกลมของเธอก็กันพวกผู้ติดเชื้อได้ไม่ใช่เหรอ? จะไปกลัวไอ้พวกนี้ทำไมล่ะ?"
"ฉัน... ฉันก็ไม่รู้ขีดจำกัดเหมือนกันว่าวงกลมมันรับการโจมตีได้มากแค่ไหน"
"บางทีมันอาจจะไร้เทียมทานก็ได้นะ~"
...นั่นก็จริง กำแพงอากาศโดนพวกผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์กระแทกอย่างแรงตั้งนานสองนานในห้องเรียน ยังไม่มีแม้แต่รอยร้าวสักนิดเลยนี่นา
ไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวลมากหรอกมั้ง
ถึงกระนั้น อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็ยังหยุดสั่นไม่ได้อยู่ดี
ก็แหงสิ เจียงหลีไม่ได้รับภารกิจฉุกเฉินเอาชีวิตรอดในคืนแรกของวันสิ้นโลกแบบเธอนี่นา
ในเมื่อระบบออกภารกิจมาแบบนี้ คืนนี้ต้องหนักหนาสาหัสแน่ๆ... เธอกอดตัวเองแน่น พลางมองดูเจียงหลีค่อยๆ ขับรถเข้าไปในโซนวิลล่า ก่อนจะไปจอดสนิทที่วิลล่าหลังที่อยู่ลึกสุดตรงมุมสุดของหมู่บ้าน
ตอนนั้นเองที่อวิ๋นเสี่ยวหนิงปลดเข็มขัดนิรภัยออก และถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ถึงอย่างปลอดภัยแล้ว!
เมื่อเปิดประตูรถ กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าภายนอกก็ยังคงรุนแรงเตะจมูก เข้มข้นเสียจนชวนอ้วก... ไฟหน้ารถดับลง และรถก็ถูกล็อก
เจียงหลีเปิดไฟฉายแล้วก้าวลงจากรถ
อวิ๋นเสี่ยวหนิงเองก็รีบกระโดดลงจากรถอย่างกล้าๆ กลัวๆ เช่นกัน จากนั้นก็รีบสับขาสั้นๆ ทั้งสองข้างเดินไปฝั่งที่เจียงหลีลงมา แล้วคว้าแขนเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่น
เมื่อเห็นท่าทีของอวิ๋นเสี่ยวหนิง เจียงหลีก็ไม่ได้สะบัดออก ในทางกลับกัน เธอเรียกเคียวยักษ์ออกมาทันที คว้าถุงเสบียงและน้ำดื่มสองถุงจากหลังรถ แล้วก้าวยาวๆ ตรงดิ่งไปยังประตูวิลล่าพร้อมกับเสี่ยวหนิง
เคียวยักษ์อันน่าเกรงขามที่ถือขวางอยู่ด้านหลัง ช่วยเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยในใจของอวิ๋นเสี่ยวหนิงขึ้นมาได้นิดหน่อย
"ไปกันเถอะ"
"อื้อ!"
ทว่า ทันทีที่เจียงหลีเสียบกุญแจเข้าไปในรูกุญแจ... เสียงกรีดร้องอันแหลมปรี๊ดก็ดังแว่วมาจากอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ไม่ไกลนัก
"อ๊ากกกกกก!!!"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงตัวแข็งทื่อ เธอหันขวับกลับไปมองทันที
ในชั่วพริบตา ความเงียบสงบที่ปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืนก็มลายหายไปจนสิ้น!
ความมืดมิดทั้งหมดดูเหมือนจะถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน
ในพงหญ้า บนดาดฟ้า ใต้ท้องรถ บนยอดไม้ ภายใต้เงามืดทุกหนแห่ง
เงานดำทะมึนนับไม่ถ้วนพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน แห่กรูกันไปยังต้นกำเนิดเสียงอย่างบ้าคลั่งทีละตัวๆ
"น-นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย!?"
เพราะพวกเงามืดพุ่งตัวไปเร็วมาก อวิ๋นเสี่ยวหนิงจึงมองไม่ทันเลยว่ารูปร่างหน้าตามันเป็นยังไง!
ยิ่งไปกว่านั้น เงามืดพวกนี้ไม่ได้ส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งเหมือนพวกผู้ติดเชื้อตอนกลางวัน... พวกมันเอาแต่วิ่งตะบึงไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต!
ถึงแม้จะไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา แต่ภาพที่เห็นราวกับทั้งโลกกำลังบ้าคลั่งนั้น ทำเอาอวิ๋นเสี่ยวหนิงกลัวจนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ทว่า เจียงหลีกลับไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เธอเตะประตูวิลล่าจนเปิดผางในพริบตา และผลักอวิ๋นเสี่ยวหนิงกระเด็นเข้าไปข้างใน
"เร็วเข้า วาดวงกลมเลย! ตอนนี้เลย เร็ว!!"
เธอตะโกนลั่น ดึงสติอวิ๋นเสี่ยวหนิงให้หลุดออกจากความหวาดผวาในทันที
ในขณะเดียวกัน เคียวยักษ์ที่อยู่ด้านหลังก็ตวัดฟาดลงมา ฟันฉับเข้าใส่เงามืดประหลาดที่อยู่ใกล้ที่สุดโดยไม่รั้งรอ!
ทว่า... ความรู้สึกของคมดาบที่เฉือนผ่านเนื้อหนังอย่างที่สัมผัสได้เมื่อตอนกลางวัน กลับไม่มีเลยในครั้งนี้
การไร้ซึ่งแรงปะทะตอบกลับโดยสิ้นเชิง ทำเอาเจียงหลีเบิกตากว้างด้วยความสับสน
ไม่สิ เธอฟันโดนมันเต็มๆ แล้วนี่นา แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนฟันโดนแค่อากาศธาตุล่ะ?
ประกายแสงสีทองวาบขึ้น เบื้องหลังของเธอ อวิ๋นเสี่ยวหนิงได้ใช้มือเล็กๆ ตวัดวาดวงกลมขนาดใหญ่รัศมีสองเมตรขึ้นกลางห้องนั่งเล่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากฟันพลาด เจียงหลีก็กระโดดถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ปิดประตูฉับ แล้วถอยร่นเข้าไปในวงกลมสีทองเจิดจ้านั้น
"เมื่อกี้ฉันฟันไม่โดนอะ..."
"หา?"
"ฟ-ฟันอะไรไม่โดนเหรอ?"
"ฉันน่าจะฟันมันโดนนะ แต่ไอ้พวกเงามืดนั่น... ดูเหมือนพวกมันจะไม่มีกายเนื้อเลย ไม่มีความรู้สึกว่าฟันโดนอะไรสักนิด"
"?"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงถึงกับอึ้งกิมกี่ ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนพรมข้างโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง
คำว่า 'ไม่มีกายเนื้อ' มันหมายความว่ายังไงกัน?
แล้วไอ้ที่คุยกันไว้ว่าสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอนนั่นมันหายไปไหนล่ะเนี่ย?