เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19: ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ฉันฟันมันตายได้แน่!

บทที่ 19: ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ฉันฟันมันตายได้แน่!

บทที่ 19: ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ฉันฟันมันตายได้แน่!


บทที่ 19: ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ฉันฟันมันตายได้แน่!

[ภารกิจฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดในคืนแรกของวันสิ้นโลก]

[จำกัดเวลา: ก่อนรุ่งสาง]

[ค่ำคืนในวันสิ้นโลกนั้นอันตรายเป็นพิเศษ แม้แต่พวกผู้ติดเชื้อก็ยังต้องเลือกที่จะหลบซ่อนและหลีกเลี่ยง โปรดหาที่พักพิงที่เหมาะสมให้ทันเวลา ซ่อนตัวอยู่ข้างใน และห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด]

[รางวัลภารกิจ: เครื่องกรองน้ำเทคโนโลยีล้ำยุค x2, โทเคนระบบ x200]

รางวัลภารกิจ... เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเลยเหรอเนี่ย??

ภารกิจฉุกเฉินครั้งที่แล้วให้รางวัลแค่ร้อยโทเคน แต่ภารกิจนี้ล่อไปถึงสองร้อยเลย!

รางวัลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าก็ดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้นี่อาจจะไม่ใช่ข่าวดีเสมอไป... นั่นหมายความว่าความยากของภารกิจก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยงั้นสิ!

ยิ่งไปกว่านั้น ประโยคที่ว่า "แม้แต่พวกผู้ติดเชื้อก็ยังต้องเลือกที่จะหลบซ่อนและหลีกเลี่ยง" มันหมายความว่ายังไงกัน?

แค่ประโยคเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้คนรู้สึกหวาดผวาต่อค่ำคืนของวันสิ้นโลกแล้ว... อวิ๋นเสี่ยวหนิงเหม่อมอง พลางหันหน้าไปมองเจียงหลีที่กำลังตั้งใจขับรถ

แม้ว่าคิ้วของเธอจะขมวดเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา แต่สายตากลับจับจ้องไปเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่... ยังคงรักษาสภาพการตื่นตัวอย่างเต็มที่

แต่อวิ๋นเสี่ยวหนิงไม่รู้ว่าคนๆ นี้จะลดความระมัดระวังลงหรือเปล่า หลังจากที่รู้ว่าพวกผู้ติดเชื้อจะไม่เข้าโจมตี

เธอต้องเตือนสักหน่อยแล้ว

"ลูกพี่ ฉันว่าพวกเราควรระวังตัวกันต่อไปนะ"

"หืม?"

"มีอะไรเหรอ?"

"มัน... มันเงียบเกินไปจนน่ากลัวเลยล่ะ"

"ฉันรู้สึกว่าพวกมันไม่ได้หลับใหลหรอกนะ พวกมันกำลังซ่อนตัวต่างหาก"

"...แล้วพวกมันจะต้องซ่อนตัวจากอะไรล่ะ?"

"ลูกพี่ นี่เป็นคืนแรกของวันสิ้นโลกเลยนะ เราควรจะเพลย์เซฟกันไว้ก่อนดีกว่า!"

อวิ๋นเสี่ยวหนิงไม่ได้วางแผนที่จะเปิดเผยเรื่องระบบของเธอทั้งหมด แค่แต่งเรื่องโกหกเกี่ยวกับการดรอปเสบียงก็น่าจะเพียงพอแล้ว

แต่สำหรับระดับความอันตรายของค่ำคืนนี้ เธอรู้สึกว่าต้องรีบทำให้เจียงหลีเข้าใจโดยเร็วที่สุด

เจียงหลีปรายตามองเสี่ยวหนิงอย่างครุ่นคิด ก่อนจะแค่นหัวเราะ

"ยัยเปี๊ยกนี่ริอ่านมาสั่งสอนฉันซะแล้ว"

"เปล่านะ ไม่ได้สั่งสอนสักหน่อย"

"แล้วเธอเป็นอะไรไปล่ะ? ทำไมจู่ๆ ถึงได้ลนลานขนาดนี้?"

เอ๊ะ?

เดี๋ยวนะ อารมณ์ความรู้สึกของฉันมันดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?

อวิ๋นเสี่ยวหนิงเกาหัวแกรกๆ

"ฉัน... ฉันแค่กลัวนิดหน่อยอะ"

"ไม่ต้องห่วง ใกล้จะถึงแล้ว... ถ้าเป็นโชคก็รับไว้ ถ้าเป็นภัยก็พุ่งชน"

"ไม่มีอะไรต้องกลัวหรอกน่า"

"ตราบใดที่มันยังเป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน มันต้องมีวิธีฆ่าให้ตายได้แน่นอน"

"...อื้อ"

อวิ๋นเสี่ยวหนิงมองออกไปนอกหน้าต่างรถตามสายตาของเจียงหลี ไปยังย่านที่อยู่อาศัยฝั่งตรงข้ามถนน

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจุดหมายปลายทางของเจียงหลี

อวิ๋นเสี่ยวหนิงพอจะจำฉากบริเวณนี้จากความทรงจำได้ลางๆ

เหมือนว่าเธอเคยมาเที่ยวเล่นที่นี่มาก่อน เจ้าของร่างเดิมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งอาศัยอยู่แถวนี้

ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณนี้ยังมีหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งตั้งเรียงรายติดกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาคารอพาร์ตเมนต์

หมู่บ้านที่พวกเธอกำลังจะเข้าไป ซึ่งอยู่ใกล้กับเขตรอบนอกเมืองมากที่สุดนั้น ดูหรูหรากว่าที่อื่นเล็กน้อย แถมยังมีวิลล่าเดี่ยวหลายหลังตั้งอยู่อีกฝั่งของสวนสาธารณะใจกลางหมู่บ้านอีกด้วย

ดูจากตรงนี้แล้ว เจียงหลีคงไม่ได้โม้แน่ๆ ตอนที่บอกว่าเธอมีวิลล่าน่ะ

เธอเป็นเศรษฐินีตัวน้อยจริงๆ ด้วยแฮะ

"บ้านฉันไม่มีคนอยู่ตลอดทั้งปีนั่นแหละ แล้วความจริงวิลล่าแถวนี้ก็ไม่มีคนอยู่เหมือนกัน เพราะงั้นโดยรวมแล้วน่าจะปลอดภัยนะ"

"แต่ที่อื่นอาจจะไม่"

อวิ๋นเสี่ยวหนิงเข้าใจความหมายของเจียงหลีดี

ยิ่งมีอพาร์ตเมนต์เยอะเท่าไหร่ ความหนาแน่นของพวกผู้ติดเชื้อก็ย่อมต้องเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อธรรมดาทั่วไปมักจะพังประตูนิรภัยสมัยใหม่เข้ามาได้ยาก มีเพียงสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ อย่างพวกที่รุมล้อมเธอในตอนแรกเท่านั้นแหละ ที่สามารถพังประตูและเจาะกำแพงได้

ดังนั้น ที่นี่ก็อาจจะมีผู้รอดชีวิตอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน

การมีผู้รอดชีวิตจำนวนมากมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีพื้นฐานที่สุดก็คือ การมีคนเยอะๆ จะช่วยกระจายเป้าหมายของพวกผู้ติดเชื้อ ทำให้จุดซ่อนตัวอื่นๆ ภายในหมู่บ้านปลอดภัยขึ้นมาหน่อย และป้องกันไม่ให้ถูกฝูงผู้ติดเชื้อนับไม่ถ้วนรุมล้อม

ส่วนข้อเสียนั้น...

อวิ๋นเสี่ยวหนิงหันขวับไปมองกองเสบียงอาหารและเครื่องดื่มที่สุมเป็นภูเขาอยู่หลังรถ

ถ้าคนเราเกิดคลุ้มคลั่งเพราะความหิวโหยขึ้นมา... พวกเขาก็มีโอกาสสูงมากที่จะเข้าโจมตีมนุษย์ด้วยกันเองเพื่อแย่งชิงเสบียง... โดยเฉพาะพวกที่ปลุกพลังพิเศษและมีความสามารถในการต่อสู้ พวกนี้คือกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษเลยล่ะ

ระหว่างที่อวิ๋นเสี่ยวหนิงกำลังกัดนิ้วตัวเองพลางครุ่นคิดอยู่นั้น เจียงหลีก็ขับรถเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว

แต่ทันทีที่รถเลี้ยวเข้ามา อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็พบกับภาพอันน่าสยดสยอง

ดูเหมือนว่าจะเกิดการต่อสู้แบบฝ่ายเดียวที่เหมือนกับการเชือดทิ้ง บริเวณประตูทางเข้าหลักของหมู่บ้าน

รถยนต์นับไม่ถ้วนพลิกคว่ำเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น แถมยังมีคันหนึ่งพุ่งชนป้อมยามข้างประตูจนพังยับเยิน

ซากศพจำนวนมากนอนเกลื่อนอยู่สองข้างทาง... ดูเหมือนว่าก่อนตาย พวกเขาทุกคนกำลังทำท่าทางเดียวกันอยู่

นั่นคือการกระโดดลงจากรถเพื่อวิ่งหนี

แต่มีอะไรกันแน่ที่บีบให้พวกเขายอมทิ้งรถที่กำลังจะขับพ้นประตู แล้วหันหลังวิ่งหนีเข้าไปในหมู่บ้านแทนล่ะ?

หลายคนตายในสภาพที่ร่างกายไม่สมประกอบด้วยซ้ำ โดยไม่มีโอกาสได้กลายร่างเป็นผู้ติดเชื้อเลย

กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยมาจากชิ้นส่วนเนื้อที่กระจัดกระจายนั้น ชวนคลื่นเหียนยิ่งกว่าตอนที่อวิ๋นเสี่ยวหนิงถูกพวกผู้ติดเชื้อล้อมหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเมื่อช่วงกลางวันเสียอีก

"เกิดอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย?"

อวิ๋นเสี่ยวหนิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขณะจ้องมองภาพนั้น

ถึงแม้จะเคยเห็นหน้าตาของพวกผู้ติดเชื้อและสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์มาหลายรูปแบบแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกหวาดกลัวจับใจอยู่ดี

"ดูเหมือนว่าจะมีตัวเบ้งมาโผล่แถวนี้ล่ะมั้ง ประเภทที่จับรถพลิกคว่ำได้สบายๆ เลย พลังโจมตีต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ"

"อูย..."

ไอ้ตัวเบ้งที่ว่านั่น คงยังไม่ได้ออกไปจากหมู่บ้านใช่ไหมเนี่ย?

แบบนั้นชักจะอันตรายไปหน่อยแล้วสิ

"ไม่เป็นไรน่า ไม่ต้องกลัวหรอก อวิ๋นเสี่ยวหนิง"

"..."

เมื่อเห็นโลลิตัวน้อยข้างกายหน้าซีดเผือดและขดตัวกลมปุ๊กอยู่บนเบาะ เจียงหลีก็กระตุกยิ้มมุมปาก ยื่นมือไปคว้าแขนของอวิ๋นเสี่ยวหนิง แล้วตบฝ่ามือของเธอเบาๆ

"ถ้าฆ่าเจ้านั่นได้ ต้องดรอปค่าประสบการณ์เยอะแน่ๆ แถมวงกลมของเธอก็กันพวกผู้ติดเชื้อได้ไม่ใช่เหรอ? จะไปกลัวไอ้พวกนี้ทำไมล่ะ?"

"ฉัน... ฉันก็ไม่รู้ขีดจำกัดเหมือนกันว่าวงกลมมันรับการโจมตีได้มากแค่ไหน"

"บางทีมันอาจจะไร้เทียมทานก็ได้นะ~"

...นั่นก็จริง กำแพงอากาศโดนพวกผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์กระแทกอย่างแรงตั้งนานสองนานในห้องเรียน ยังไม่มีแม้แต่รอยร้าวสักนิดเลยนี่นา

ไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวลมากหรอกมั้ง

ถึงกระนั้น อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็ยังหยุดสั่นไม่ได้อยู่ดี

ก็แหงสิ เจียงหลีไม่ได้รับภารกิจฉุกเฉินเอาชีวิตรอดในคืนแรกของวันสิ้นโลกแบบเธอนี่นา

ในเมื่อระบบออกภารกิจมาแบบนี้ คืนนี้ต้องหนักหนาสาหัสแน่ๆ... เธอกอดตัวเองแน่น พลางมองดูเจียงหลีค่อยๆ ขับรถเข้าไปในโซนวิลล่า ก่อนจะไปจอดสนิทที่วิลล่าหลังที่อยู่ลึกสุดตรงมุมสุดของหมู่บ้าน

ตอนนั้นเองที่อวิ๋นเสี่ยวหนิงปลดเข็มขัดนิรภัยออก และถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ถึงอย่างปลอดภัยแล้ว!

เมื่อเปิดประตูรถ กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นเน่าภายนอกก็ยังคงรุนแรงเตะจมูก เข้มข้นเสียจนชวนอ้วก... ไฟหน้ารถดับลง และรถก็ถูกล็อก

เจียงหลีเปิดไฟฉายแล้วก้าวลงจากรถ

อวิ๋นเสี่ยวหนิงเองก็รีบกระโดดลงจากรถอย่างกล้าๆ กลัวๆ เช่นกัน จากนั้นก็รีบสับขาสั้นๆ ทั้งสองข้างเดินไปฝั่งที่เจียงหลีลงมา แล้วคว้าแขนเสื้อของอีกฝ่ายไว้แน่น

เมื่อเห็นท่าทีของอวิ๋นเสี่ยวหนิง เจียงหลีก็ไม่ได้สะบัดออก ในทางกลับกัน เธอเรียกเคียวยักษ์ออกมาทันที คว้าถุงเสบียงและน้ำดื่มสองถุงจากหลังรถ แล้วก้าวยาวๆ ตรงดิ่งไปยังประตูวิลล่าพร้อมกับเสี่ยวหนิง

เคียวยักษ์อันน่าเกรงขามที่ถือขวางอยู่ด้านหลัง ช่วยเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยในใจของอวิ๋นเสี่ยวหนิงขึ้นมาได้นิดหน่อย

"ไปกันเถอะ"

"อื้อ!"

ทว่า ทันทีที่เจียงหลีเสียบกุญแจเข้าไปในรูกุญแจ... เสียงกรีดร้องอันแหลมปรี๊ดก็ดังแว่วมาจากอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ไม่ไกลนัก

"อ๊ากกกกกก!!!"

อวิ๋นเสี่ยวหนิงตัวแข็งทื่อ เธอหันขวับกลับไปมองทันที

ในชั่วพริบตา ความเงียบสงบที่ปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืนก็มลายหายไปจนสิ้น!

ความมืดมิดทั้งหมดดูเหมือนจะถาโถมเข้ามาพร้อมๆ กัน

ในพงหญ้า บนดาดฟ้า ใต้ท้องรถ บนยอดไม้ ภายใต้เงามืดทุกหนแห่ง

เงานดำทะมึนนับไม่ถ้วนพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน แห่กรูกันไปยังต้นกำเนิดเสียงอย่างบ้าคลั่งทีละตัวๆ

"น-นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย!?"

เพราะพวกเงามืดพุ่งตัวไปเร็วมาก อวิ๋นเสี่ยวหนิงจึงมองไม่ทันเลยว่ารูปร่างหน้าตามันเป็นยังไง!

ยิ่งไปกว่านั้น เงามืดพวกนี้ไม่ได้ส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งเหมือนพวกผู้ติดเชื้อตอนกลางวัน... พวกมันเอาแต่วิ่งตะบึงไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต!

ถึงแม้จะไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา แต่ภาพที่เห็นราวกับทั้งโลกกำลังบ้าคลั่งนั้น ทำเอาอวิ๋นเสี่ยวหนิงกลัวจนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

ทว่า เจียงหลีกลับไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

เธอเตะประตูวิลล่าจนเปิดผางในพริบตา และผลักอวิ๋นเสี่ยวหนิงกระเด็นเข้าไปข้างใน

"เร็วเข้า วาดวงกลมเลย! ตอนนี้เลย เร็ว!!"

เธอตะโกนลั่น ดึงสติอวิ๋นเสี่ยวหนิงให้หลุดออกจากความหวาดผวาในทันที

ในขณะเดียวกัน เคียวยักษ์ที่อยู่ด้านหลังก็ตวัดฟาดลงมา ฟันฉับเข้าใส่เงามืดประหลาดที่อยู่ใกล้ที่สุดโดยไม่รั้งรอ!

ทว่า... ความรู้สึกของคมดาบที่เฉือนผ่านเนื้อหนังอย่างที่สัมผัสได้เมื่อตอนกลางวัน กลับไม่มีเลยในครั้งนี้

การไร้ซึ่งแรงปะทะตอบกลับโดยสิ้นเชิง ทำเอาเจียงหลีเบิกตากว้างด้วยความสับสน

ไม่สิ เธอฟันโดนมันเต็มๆ แล้วนี่นา แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนฟันโดนแค่อากาศธาตุล่ะ?

ประกายแสงสีทองวาบขึ้น เบื้องหลังของเธอ อวิ๋นเสี่ยวหนิงได้ใช้มือเล็กๆ ตวัดวาดวงกลมขนาดใหญ่รัศมีสองเมตรขึ้นกลางห้องนั่งเล่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลังจากฟันพลาด เจียงหลีก็กระโดดถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ปิดประตูฉับ แล้วถอยร่นเข้าไปในวงกลมสีทองเจิดจ้านั้น

"เมื่อกี้ฉันฟันไม่โดนอะ..."

"หา?"

"ฟ-ฟันอะไรไม่โดนเหรอ?"

"ฉันน่าจะฟันมันโดนนะ แต่ไอ้พวกเงามืดนั่น... ดูเหมือนพวกมันจะไม่มีกายเนื้อเลย ไม่มีความรู้สึกว่าฟันโดนอะไรสักนิด"

"?"

อวิ๋นเสี่ยวหนิงถึงกับอึ้งกิมกี่ ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนพรมข้างโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง

คำว่า 'ไม่มีกายเนื้อ' มันหมายความว่ายังไงกัน?

แล้วไอ้ที่คุยกันไว้ว่าสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอนนั่นมันหายไปไหนล่ะเนี่ย?

จบบทที่ บทที่ 19: ตราบใดที่เป็นสิ่งมีชีวิตพื้นฐานคาร์บอน ฉันฟันมันตายได้แน่!

คัดลอกลิงก์แล้ว