- หน้าแรก
- ระบบอัญเชิญพลิกชะตา ครองหล้าด้วยขุนพลเทพ
- บทที่ 70 - การซุ่มโจมตี
บทที่ 70 - การซุ่มโจมตี
บทที่ 70 - การซุ่มโจมตี
บทที่ 70 - การซุ่มโจมตี
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หุบเขาจันทร์เสี้ยว หรือ หุบเขาเสียเยว่ ได้ชื่อนี้มาจากลักษณะทางเดินในหุบเขาที่คดเคี้ยวไปมาราวกับพระจันทร์เสี้ยว เมื่อผ่านหุบเขานี้ไปได้ กองทัพก็จะเข้าสู่เขตหนานอันอย่างเป็นทางการ และเขาเหลียงซานก็ตั้งอยู่ในเขตหนานอันนี้เอง
กองทัพขนาดมหึมาจำนวนหนึ่งหมื่นแปดพันนาย รวมทั้งทหารรักษาพระองค์สามพันนาย เดินทัพกันอย่างเกรียงไกร มุ่งหน้าสู่หุบเขาจันทร์เสี้ยวจนมองไม่เห็นหัวเห็นท้าย
ในตอนนี้ เหล่าทหารไม่ได้นั่งรถลำเลียงพลอีกต่อไป แต่เปลี่ยนมาเดินเท้าแทน เพราะรถลำเลียงพลต้องวิ่งบนรางพิเศษ ซึ่งมีเชื่อมต่อเฉพาะเมืองสำคัญ ๆ เท่านั้น เส้นทางสู่เขาเหลียงซานย่อมไม่มีรางแบบนั้น
"ช้าก่อน" เมื่อใกล้จะถึงปากทางเข้าหุบเขาจันทร์เสี้ยว หวังอวี่ก็สั่งหยุดทัพ
"ท่านแม่ทัพ หุบเขานี้ภูมิประเทศอันตราย ปากทางเข้าแคบ ผนังหุบเขาสูงชัน หากมีกองกำลังดักซุ่มอยู่ สถานการณ์ของพวกเราคงอันตรายยิ่ง" หวังอวี่รีบอธิบายก่อนที่ใครจะทันได้ถาม
หวังอวี่ไม่ใช่แม่ทัพใหญ่ในศึกนี้ เขาเป็นเพียงรองแม่ทัพ เขาแค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ส่วนคนอื่นจะฟังหรือไม่ สุดท้ายถ้าแพ้ขึ้นมา เขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องมาแบกรับความผิดแทนใคร
"ถูกต้อง ในสถานการณ์เช่นนี้ สมควรส่งคนเข้าไปลาดตระเวนดูก่อน แล้วค่อยเดินทัพผ่านไปก็ยังไม่สาย" ซือหม่าชิงโหรวกล่าวสนับสนุน
เพราะไม่กลัวหมื่นแต่กลัวเหตุไม่คาดฝัน ด้วยภูมิประเทศแบบนี้หากมีคนดักซุ่มอยู่จริง ๆ เผลอ ๆ อาจถึงขั้นละลายทั้งกองทัพได้ง่าย ๆ
"กังวลเกินไปแล้วกระมัง โจรพวกนั้นป่านนี้คงหดหัวอยู่ในรังโจรกันหมดแล้ว จะเอาความกล้าที่ไหนโผล่หัวออกมา" ชายผิวคล้ำร่างใหญ่คนหนึ่งพูดขึ้นอย่างไม่ยี่หระ
ชายผิวคล้ำผู้นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก หงเทียนตู ยอดขุนพลผู้โด่งดังแห่งเยี่ยนหนาน ตอนที่หวังอวี่เจอเขาครั้งแรก ก็แอบใช้ระบบตรวจสอบดู พบว่าฝีมือไม่เลวเลยทีเดียว ค่าพลังยุทธ์พื้นฐานสูงถึง 103 แต้ม
ด้วยระดับฝีมือขนาดนี้ ถือว่ามีคุณสมบัติพอที่จะไปแย่งชิงตำแหน่งแปดแม่ทัพใหญ่ในกองทัพทหารรักษาพระองค์ได้เลย
ทหารรักษาพระองค์นอกจากสามผู้บัญชาการใหญ่แล้ว แปดแม่ทัพใหญ่ที่เหลือแม้จะยังไม่ถึงระดับเทพ แต่ในบรรดาทหารรักษาพระองค์แปดสิบหมื่นนายที่มีอยู่เพียงไม่กี่คนนี้ ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือระดับฟ้าทั้งสิ้น
แม้จะไม่ใช่ทุกคนที่อยู่ระดับฟ้าขั้นสูงสุด แต่คนที่อ่อนที่สุดก็มีค่าพลังยุทธ์ระดับเดียวกับหงเทียนตู
เพียงแต่หงเทียนตูผู้นี้ แม้เวลาบุกตะลุยจะดุดันน่ากลัว แต่ก็เป็นเพียงขุนพลสายบู๊ที่สู้ด้วยสัญชาตญาณดิบล้วน ๆ แถมยังเป็นคนตรงไปตรงมาจนเรียกได้ว่าซื่อบื้อ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรเลย
ครั้งนี้ในบรรดาห้าขุนพลที่มณฑลเยี่ยนหนานส่งมา มีสามคนที่มีฝีมือระดับแนวหน้าของมณฑล และหงเทียนตูคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม
"ระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า ส่งทหารสักกองร้อยเข้าไปสำรวจเส้นทางก่อน ก็เสียเวลาไม่มากหรอก" จ้าวควงเวยเอ่ยปากสนับสนุนอีกแรง
จ้าวควงเวยเองก็ถูกแม่ทัพประจิมจ้าวชางเฟิงเคี่ยวเข็ญมาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่ถึงกับแตกฉานพิชัยสงคราม แต่ก็ไม่ได้มีความรู้แค่ในตำราและไร้ความระมัดระวังตัว
"นายกองสวี นำทหารสามร้อยนายล่วงหน้าไปเปิดทาง" เมื่อทั้งหวังอวี่ จ้าวควงเวย และซือหม่าชิงโหรวต่างเห็นพ้องต้องกันว่าจะเล่นเพลย์เซฟ องค์ชายสี่ก็ไม่ขัดศรัทธา
อีกทั้งองค์ชายสี่หวงฝูหมิงเฟิ่งเองก็ให้ความสำคัญกับศึกนี้มาก จึงระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ จะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดที่ไม่จำเป็นเด็ดขาด
คุณภาพของทหารรักษาพระองค์ถือว่าไม่เลวเลย เมื่อเทียบกับทหารชายแดน สิ่งที่ขาดไปก็มีเพียงประสบการณ์ผ่านศึกใหญ่ ๆ เท่านั้น ผ่านไปเพียงชั่วธูปไหม้หมดดอก ทหารลาดตระเวนก็กลับมารายงาน
"เรียนท่านแม่ทัพ ไม่พบข้าศึกดักซุ่มขอรับ" สวีเหนียนประสานมือรายงาน
"ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าบอกแล้วไงว่าไอ้พวกหนูสกปรกพวกนั้นไม่กล้าโผล่หัวออกมาหรอก" เสียงหัวเราะก้องกังวานของหงเทียนตูดังขึ้น "แม่ทัพทุกท่านวางใจเถิด อย่าว่าแต่พวกโจรเขาเหลียงซานไม่กล้ามาเลย ต่อให้พวกมันมา ก็ไม่มีทางรอดพ้นคมดาบใหญ่ในมือข้าไปได้"
"แม่ทัพหงมีความกล้าหาญเป็นเลิศ มีท่านอยู่ด้วย โจรพวกนั้นย่อมไม่อาจก่อคลื่นลมได้แน่" องค์ชายสี่กล่าวชมเชยไปหนึ่งประโยค
สำหรับฝีมือของหงเทียนตู องค์ชายสี่ให้ความสำคัญมาก ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งขนาดนี้ คือสิ่งที่เขากำลังขาดแคลน และด้วยความซื่อของหงเทียนตู หากสามารถดึงมาเป็นพวกได้ ก็จะเป็นดาบที่ใช้งานได้เชื่องมือที่สุดเล่มหนึ่ง
องค์ชายสี่ก่อนหน้านี้แม้จะมีต้นทุนด้อยกว่าพี่น้องคนอื่น แต่ด้วยบารมีเก่าของรุ่นพ่อ ก็พอจะมียอดฝีมือเก็บไว้อยู่บ้าง เพียงแต่สถานการณ์ตอนนี้มันช่างพูดลำบาก...
ถ้าไม่ได้เหยี่ยนรื่อโผล่มาแบบงง ๆ องค์ชายสี่หวงฝูหมิงเฟิ่งคงไม่มียอดฝีมือไว้ประดับบารมีเลยสักคน
"แม่ทัพเจิ้ง นำทัพหน้าเปิดทาง" องค์ชายสี่หันไปสั่งการแม่ทัพอีกคนที่อยู่ข้างหลังหงเทียนตู
เจิ้งโส่วฉาง ก็เป็นหนึ่งในขุนพลที่มีชื่อเสียงของเยี่ยนหนาน แม้จะไม่ถึงระดับฟ้า แต่ในระดับเหนือชั้นก็ถือว่าไม่เลวเลย ครั้งนี้ทางฝั่งฮ่องเต้ไม่ได้ส่งแม่ทัพคนไหนมาช่วยองค์ชายสี่ แต่ทางมณฑลเยี่ยนหนานกลับทุ่มเทช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ในกองทัพหนึ่งหมื่นแปดพันนายที่องค์ชายสี่นำมา ทัพหน้าสามพันนายทำหน้าที่เปิดทาง กองทัพกลางหนึ่งหมื่นสองพันนายรวมถึงทหารรักษาพระองค์สามพันนายเป็นกำลังหลัก ส่วนอีกสามพันนายที่เหลือรวมกับชาวบ้านที่เกณฑ์มาอีกห้าพันคน ทำหน้าที่ลำเลียงเสบียงและอาวุธ ดูแลงานส่งกำลังบำรุงอยู่แนวหลัง
......................................................
"พี่เฉา กองทัพทางการเข้าหุบเขามาแล้ว อีกไม่นานคงโผล่ออกมาแน่" ที่ด้านนอกหุบเขาจันทร์เสี้ยว ฉางอวี้ชุนกระซิบเสียงเบา
"น้องอวี้ชุนสติปัญญาล้ำเลิศ พวกทหารทางการต้องคิดไม่ถึงแน่ว่าพวกเราจะวางกำลังดักซุ่มอยู่นอกหุบเขา แทนที่จะเป็นในหุบเขา" เฉาไก้กล่าวชมเชยด้วยความชื่นชม
แต่ก่อนเขาคิดว่าฉางอวี้ชุนผู้นี้มีดีแค่วรยุทธ์สูงส่ง แต่วันนี้ได้เห็นแล้วว่า หัวสมองในการนำทัพจับศึกก็หลักแหลมไม่เบา
หวังอวี่เองก็รู้ล่วงหน้าแล้วว่าฉางอวี้ชุนวางแผนดักซุ่มที่ด้านนอกหุบเขา ไม่ใช่ข้างในหุบเขาจันทร์เสี้ยว เขาจึงกล้าเสนอให้องค์ชายสี่ส่งคนเข้าไปสำรวจเพื่อความปลอดภัยอย่างเต็มปากเต็มคำ
หนึ่งคือนี่ถือเป็นการทำหน้าที่ของตนเองให้สมบูรณ์ วันหน้าใครจะมาว่าอะไรไม่ได้ สองคือเป็นการแอบช่วยฉางอวี้ชุนทางอ้อม
เมื่อต้องเดินทัพผ่านภูมิประเทศอันตรายแบบนี้ ทหารพวกนี้ย่อมต้องตื่นตัวและระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ แต่พอส่งคนไปสำรวจแล้วพบว่าไม่มีการดักซุ่ม ความระมัดระวังตัวก็จะลดลงโดยอัตโนมัติ
และเมื่อพวกเขาเดินทัพพ้นปากทางหุบเขาออกมาได้อย่างปลอดภัย ความระแวดระวังภัยในใจก็จะลดลงจนถึงขีดสุด ในจังหวะนั้นเอง หากเฉาไก้และฉางอวี้ชุนนำกำลังบุกโจมตีสายฟ้าแลบ ย่อมสามารถตีข้าศึกให้แตกพ่ายโดยไม่ทันตั้งตัวได้อย่างแน่นอน
"ตึก ตึก ตึก..." เสียงฝีเท้าเริ่มดังแว่วมา คนหลายพันคนเดินเท้าพร้อมกัน ต่อให้เสียงย่ำเท้าของแต่ละคนจะไม่ดัง แต่เมื่อรวมกันแล้วก็ดังพอให้คนที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรได้ยิน
"มากันแล้ว ให้พี่น้องทุกคนซ่อนตัวให้ดี" เฉาไก้สั่งการเสียงเบา
ครั้งนี้เฉาไก้ทุ่มสุดตัว ขนกำลังพลเขาเหลียงซานออกมาเกินครึ่ง ทั้งค่ายมีหมื่นกว่าคน ครั้งนี้ขนออกมาถึงเจ็ดพัน
แน่นอนว่าเจ็ดพันคนนี้ยังน้อยนักเมื่อเทียบกับกองทัพทางการ แต่เป้าหมายของเฉาไก้ไม่ใช่การกวาดล้างทั้งกองทัพ แต่หวังผลเพียงแค่จัดการกับทัพหน้าชุดนี้เท่านั้น
ข้าวต้องกินทีละคำ จะให้กินคำเดียวจนอ้วนพีคงเป็นไปไม่ได้
[จบแล้ว]