เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - การคัดเลือก

บทที่ 18 - การคัดเลือก

บทที่ 18 - การคัดเลือก


บทที่ 18 - การคัดเลือก

ซั่วหยาตอบจดหมายซั่วเหิงกลับมาอย่างรวดเร็ว

เริ่มแรกคือแสดงความยินดีที่ซั่วเหิงตื่นรู้กายากึ่งเซียน ต่อมาคืออวยพรวันเกิด ในนั้นมีลายมือที่เห็นชัดว่าเป็นของท่านแม่เขาอยู่หลายบรรทัด ตัวอักษรสวยงาม ถ้อยคำอ่อนโยน เต็มไปด้วยความคิดถึง

ซั่วเหิงคิดดูแล้ว ตัวเองก็ไม่ได้กลับบ้านมาพักใหญ่แล้วจริงๆ

สองปีก่อน หมิงว่านลี่เคยพาเขากลับไปครั้งหนึ่ง

ครั้งนั้น ชื่อเสียเซิ่งจวินผู้มีชื่อเสียงระบือไกลด้วยฝีมืออันเก่งกาจในโลกฟ่านหยาง ร้องไห้จนน้ำตานองหน้า

ซั่วเหิงจนปัญญา ต้องโอ๋อยู่นานกว่าจะหยุดร้อง

ถ้าครั้งนี้เขาตัดสินใจกลับไป... ก็ได้แต่หวังว่าต่อมน้ำตาของท่านแม่จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าคราวก่อน

...

ท้ายจดหมาย ซั่วหยาตอบกลับเรื่องที่ซั่วเหิงขอคน

สรุปง่ายๆ คือ ให้คนน่ะได้ แต่ต้องกลับมาเลือกเอง เลือกเสร็จทำพันธสัญญา ต่อไปคนกลุ่มนี้ก็จะไม่ใช่คนของตระกูลซั่ว แต่เป็นของซั่วเหิงคนเดียว

และไม่ได้ถามด้วยว่าซั่วเหิงจะเอาไปทำอะไร

เพียงแค่ระบุไว้ประโยคหนึ่ง——ทุกอย่างเจ้าตัดสินใจเองได้เลย

ถ้าไปก่อเรื่องแล้วรับมือไม่ไหวจริงๆ ค่อยอ้างชื่อตระกูลซั่วเป็นแบ็คอัพ

ชิ ความรักของพ่อสินะ

ซั่วเหิงยิ้ม พับจดหมายเก็บ ตัดสินใจรอหมิงว่านลี่กลับมาแล้วค่อยถามว่าว่างส่งเขากลับบ้านเมื่อไหร่

ตระกูลซั่วกับตำหนักเซียนตางหลานอยู่ไม่ไกลกันนัก

แต่คำว่า 'ไม่ไกล' นี้ เทียบกับพื้นที่ทั้งหมดของโลกฟ่านหยาง

สำหรับซั่วเหิงที่เป็นไก่อ่อนระดับปราณเริ่มต้นและเหาะไม่ได้ นั่นคือระยะทางที่ไกลโพ้น

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ซั่วเหิงก็กลับกระท่อมไม้ไผ่ที่ยอดเขาไท่ชู แล้วฝึกวิชาต่อ

——การบำเพ็ญเพียรไร้วันคืน

ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเกียจคร้านของซั่วเหิง แท้จริงแล้วซ่อนจิตวิญญาณที่มีวินัยสูงส่งไว้

ข้อนี้ดูได้จากการที่เขาเพียรฝึกเคล็ดชักนำอัสนีมาตลอดห้าปี

ก็นะ ถ้าไม่มีวินัย ใครจะยอมโดนฟ้าผ่าทุกวันเล่า? มันเจ็บนะจะบอกให้

...

หมิงว่านลี่ออกไปคราวนี้กินเวลานานพอสมควร ประมาณครึ่งเดือน

กว่าเขาจะกลับมา ซั่วเหิงก็ทะลวงด่านอีกครั้ง ถึงระดับปราณเริ่มต้นขั้นสี่

"อืม รากฐานมั่นคงดี" หมิงว่านลี่กลับมาถึงก็มองสำรวจซั่วเหิงตั้งแต่หัวจรดเท้า "การฝึกเคล็ดชักนำอัสนีกับบทวายุคลั่งอย่าให้ขาด นอกจากนี้ ถ้าเจ้าว่างก็ไปหอคัมภีร์เลือกทักษะยุทธ์ของจริงมาฝึกสักสองเล่ม ด้วยฐานะศิษย์สายตรงยอดเขาไท่ชู เจ้าสามารถเลือกทักษะยุทธ์ระดับนภาหรือต่ำกว่าได้ฟรีสองเล่ม"

เรื่องเคล็ดวิชาเดินลมปราณ หมิงว่านลี่ให้คำแนะนำและช่วยเหลือซั่วเหิงได้

แต่ทักษะยุทธ์ ยังไงก็ต้องดูความชอบส่วนบุคคลเป็นสำคัญ

"อ้อจริงสิ อาจารย์จำได้ว่าเจ้าหนูถางหลิ่น... แค่ก ท่านเจ้าตำหนักเคยให้กระบี่ชิงเฟิงเจ้าเล่มหนึ่งใช่ไหม?"

"ใช่ครับ" ซั่วเหิงพยักหน้า

"ถ้าอย่างนั้น ก็ลองเรียนวิชากระบี่ดูก็ได้ ยังไงกระบี่เล่มนั้นก็ถือเป็นของดีในหมู่ศาสตรามลทิน อย่าปล่อยให้เสียของ"

ซั่วเหิงไม่ได้ปฏิเสธ

เป็นแค่วิธีการ เขาจะเรียนอะไรก็ได้ทั้งนั้น

"อาจารย์ วิชากระบี่ท่านเก่งไหม?"

พอพูดเรื่องนี้ หมิงว่านลี่ตาสว่างทันที "วิถีแห่งกระบี่ทั่วโลกฟ่านหยาง ข้าบอกเป็นที่สอง ไม่มีใครกล้าบอกเป็นที่หนึ่ง!"

ซั่วเหิงมองสีหน้าลำพองใจของหมิงว่านลี่อย่างเอือมระอา

คำพูดนี้เอาไว้หลอกเด็กเถอะ?

ถ้าท่านเก่งกระบี่ขนาดนั้น ทำไมไม่รับพี่ชายเขาเป็นศิษย์? นั่นน่ะกระดูกกระบี่โดยกำเนิดเลยนะ

หมิงว่านลี่เห็นสายตาไม่เชื่อถือของซั่วเหิง ก็เบะปากไม่พูดต่อ

"เอาเป็นว่า ถ้ามีวิชากระบี่หรือทักษะยุทธ์ที่ชอบ ก็เอามาฝึกดู" หมิงว่านลี่โบกมือ "เมื่อกี้เจ้าบอกจะกลับตระกูลซั่วใช่ไหม?"

ซั่วเหิงพยักหน้า

"ก็ดี งั้นอาจารย์จะไปส่งเจ้าเอง"

จากนั้น ก็เป็นความรู้สึกฟ้าดินหมุนคว้างที่คุ้นเคย

ซั่วเหิงลืมตาขึ้น แวบแรกก็เห็นตำหนักใหญ่อันวิจิตรตระการตาของบ้านตัวเอง

...

วิธีการฉีกมิติไปไหนมาไหนได้ดั่งใจหลังจากบรรลุระดับปราชญ์นี่ สะดวกดีจริงๆ

ทั้งสองเพิ่งถึงพื้นได้ไม่นาน ซั่วหยาก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้า ทันทีที่เห็นซั่วเหิง มุมปากก็ยกยิ้มอย่างเบิกบาน

"หลิงเฉวียนเซิ่งจวิน ไม่เจอกันนาน"

"ไม่ต้องมากพิธี"

ส่งคนถึงที่ ภารกิจของหมิงว่านลี่ก็จบลง เขาหันไปมองซั่วเหิงข้างกาย "อีกสามวัน อาจารย์จะมารับเจ้าที่นี่"

"ครับอาจารย์"

เห็นซั่วเหิงแกล้งทำตัวเรียบร้อยน่ารัก หมิงว่านลี่ที่รู้นิสัยซั่วเหิงดีก็หัวเราะหึๆ แล้วฉีกมิติ หายวับไปจากตรงนั้นทันที

"มา มาให้พ่อดูหน่อย"

พอหมิงว่านลี่ไปแล้ว ซั่วหยาก็รักษามาดผู้นำตระกูลอันสุขุมเยือกเย็นไว้ไม่อยู่

สองปีไม่ได้เจอ บอกว่าไม่คิดถึงลูกชายก็คงโกหก ซั่วหยารวบตัวซั่วเหิงขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนทันที

"อื้ม สูงขึ้นแล้ว" ซั่วหยาหัวเราะฮ่าๆ อุ้มซั่วเหิงเดินเข้าโถงใหญ่ "ฮูหยิน ดูซิใครกลับมา?"

"เสี่ยวเหิง... เสี่ยวเหิง!" ย่านฉิงวิ่งเหยาะๆ เข้ามา รวบตัวซั่วเหิงไปกอดแน่น "ฮึ เจ้าลูกคนนี้ ในที่สุดก็นึกขึ้นได้แล้วหรือว่าต้องกลับมาเยี่ยมพ่อแม่?"

ซั่วเหิงลูบท้ายทอย หัวเราะแหะๆ "ท่านแม่ อย่าโกรธสิครับ ข้าฝึกวิชาอยู่ที่ตำหนักเซียนตางหลานตลอด ไม่มีเวลากลับมาเลยนี่นา"

ย่านฉิงเม้มปาก แม้จะรู้ดีว่าซั่วเหิงไปกราบอาจารย์ฝึกวิชา แต่ในใจก็อดห่วงหาไม่ได้

"หิวไหม จะกินอะไรก่อนหรือเปล่า?"

"กิน! ขนมที่บ้านอร่อยที่สุด"

ซั่วหยามองแผ่นหลังของสองแม่ลูกที่เดินเคียงกันไป พลางส่ายหน้ายิ้ม แล้วก้าวเท้าตามไป

...

ตกดึก

ในที่สุดซั่วเหิงก็ทำภารกิจโอ๋ท่านแม่สำเร็จ มีเวลาอยู่กับซั่วหยาตามลำพัง

"เพราะรู้ว่าเจ้าจะกลับมาครั้งนี้ เลยไม่ได้ส่งของขวัญวันเกิดไปให้" ซั่วหยายิ้ม ส่งแหวนมิติวงหนึ่งให้ซั่วเหิง "เก็บไว้ก่อน ค่อยกลับไปดู อีกอย่าง พ่อคัดคนหนุ่มสาวจาก 'กองกำลังเงา' ของตระกูลซั่วมาให้กลุ่มหนึ่ง เจ้าลองดูว่าอยากได้คนไหน เลือกได้ตามสบาย"

สิ้นเสียง เงาร่างสวมชุดดำหลายสิบร่างก็พุ่งออกมาจากความมืด ยืนนิ่งสงบอยู่ตรงหน้าซั่วเหิง

ภายใต้แสงจันทร์ ชุดคลุมดำปกปิดร่างกายพวกเขาอย่างมิดชิด แทบจะหลอมรวมไปกับความมืด

"หัวหน้าหน่วยย่อยที่สิบเจ็ดแห่งกองกำลังเงา คารวะท่านผู้นำตระกูล คารวะนายน้อย"

ท่ามกลางกลุ่มคน หญิงสาวรูปร่างอ้อนแอ้นเดินออกมา

น้ำเสียงของนางค่อนข้างเย็นชา แต่ยามมองซั่วหยาและซั่วเหิง แววตากลับเปี่ยมด้วยความเคารพ

"อืม" ซั่วหยาพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับ "เสี่ยวเหิง เจ้าอยากได้ใคร ให้นางแนะนำให้เจ้าได้"

ซั่วเหิงลูบคาง

สำหรับการสร้างเครือข่ายข่าวกรอง ความแข็งแกร่งเป็นเรื่องรอง ที่สำคัญที่สุดคือสมองต้องดีพอ

ส่วนเรื่องอื่น ไม่ค่อยเท่าไหร่

เพราะมีซั่วหยาคัดกรองมาให้รอบหนึ่งแล้ว ซั่วเหิงย่อมเชื่อมั่นในสายตาของบิดา

"คัดคนที่ฉลาดๆ ออกมาให้ดูหน่อย"

หญิงสาวได้ยินซั่วเหิงเอ่ยปาก ก็ประหลาดใจกับบารมีอันแข็งแกร่งของเด็กน้อย จากนั้นก็คัดเลือกห้าคนออกมาตามความต้องการของซั่วเหิงอย่างรวดเร็ว

"สาม เก้า สิบ สิบเจ็ด สิบเก้า"

หญิงสาวโค้งกายให้ซั่วเหิงเล็กน้อย "นายน้อย ห้าคนนี้เป็นคนที่คนในหน่วยของข้ายอมรับว่ามีหัวคิดเป็นเลิศที่สุดเจ้าค่ะ"

ที่แท้ชื่อคนพวกนี้ก็เป็นรหัสเหรอ?

ซั่วเหิงเลิกคิ้ว มองดูแววตามุ่งมั่นของทั้งห้าคน แล้วเอ่ยช้าๆ

"ข้าเชื่อว่าการที่พวกเจ้ามายืนตรงนี้ได้ แสดงว่าต้องมีดี ดังนั้นข้าจะไม่พูดพร่ำทำเพลง การทำงานกับข้ามีหลักง่ายๆ จงภักดี และดับความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่ควรมีของพวกเจ้าซะ นอกเหนือจากนั้น พวกเจ้าพิจารณาเอาเอง เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งห้า ไปเลือกคนมาอีกคนละสามคน ต่อไปพวกเขาจะเป็นลูกน้องสายตรงของพวกเจ้า และเป็นฐานกำลังชุดแรกของพวกเจ้าด้วย"

ซั่วหยามองท่าทีเปี่ยมความมั่นใจของลูกชาย แววตาภาคภูมิใจปิดอย่างไรก็ไม่มิด

นี่สิ ลูกชายของเขา ซั่วหยา!

ดูท่วงท่านั่นสิ

อืม มีราศีของผู้แข็งแกร่งทีเดียว

เห็นคนก็เลือกแล้ว ของขวัญก็ให้แล้ว ซั่วหยามองดูดวงจันทร์ลอยเด่นกลางฟ้า นึกขึ้นได้ว่าลูกชายยังทำตัวอดนอนอดข้าวเหมือนเขาไม่ได้

"จัดการเสร็จแล้วก็ไปพักผ่อนเถอะ ส่วนคนที่เจ้าเลือก... อืม พ่อจะยก 'ฝานฮวา' ให้เจ้าด้วยเลย นางเป็นคนมีแววปั้นได้ จะได้ช่วยเจ้าดูแลคนพวกนี้"

ฝานฮวา ก็คือหญิงสาวหัวหน้าหน่วยย่อยที่พูดขึ้นเมื่อครู่

ในฐานะหัวหน้าหน่วยย่อย นางสามารถมีรหัสที่เป็นชื่อเฉพาะของตัวเอง ไม่ใช่แค่ตัวเลขเย็นชา

"ได้ครับท่านพ่อ งั้นข้าไปนอนก่อนนะ"

"ไปเถอะ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 18 - การคัดเลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว