เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - ค่าความสวามิภักดิ์

บทที่ 17 - ค่าความสวามิภักดิ์

บทที่ 17 - ค่าความสวามิภักดิ์


บทที่ 17 - ค่าความสวามิภักดิ์

หลังจากใช้เวลาอีกหนึ่งวันเพื่อปรับพื้นฐานระดับพลังให้มั่นคง ซั่วเหิงก็ออกจากยอดเขาไท่ชูอีกครั้ง

เขากวักมือเรียกนกกระเรียนเซียนตัวสูงใหญ่สีขาวปลอดให้บินลงมา แล้วพลิกตัวขึ้นไปนั่งบนหลังมัน

นี่เป็นพาหนะที่หมิงว่านลี่หามาให้เขาโดยเฉพาะ

ยอดเขาไท่ชูสูงชัน ทางลงเขาก็ลำบาก

คนทั่วไปจะขึ้นเขา ส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีเหาะขึ้นมา

แต่ซั่วเหิงยังไม่ถึงระดับสร้างรากฐาน เหาะไม่ได้ เลยต้องใช้วิธีขี้เกียจแบบนี้

【เจ้าสี่ นายมีฟังก์ชันระบุตำแหน่งไหม?】

【โฮสต์ครับ ผมสามารถระบุตำแหน่งของบุตรแห่งโชคชะตาที่คุณเคยสัมผัสด้วยได้ แต่ระยะทางต้องไม่ห่างจากตำแหน่งของคุณมากนัก ไม่อย่างนั้นจะตรวจจับไม่ได้ครับ】

【งั้นตอนนี้ลองตรวจดูหน่อยสิว่าสี่คนนั้นอยู่ที่ไหนกันบ้าง】

【รับทราบครับ โฮสต์】

วินาทีต่อมา แผนที่แสงก็กางออกตรงหน้าซั่วเหิง

จุดสีทองสี่จุดกระจายอยู่บนแผนที่ ซั่วเหิงมองดูอย่างตั้งใจ

ซั่วเชียนเย่อยู่ที่ยอดเขาหลัก เฉินเฉินอยู่ที่ยอดเขาวั่งเย่ว์ ลู่ซ่งเหิงอยู่ที่ยอดเขาอั้นเซียง หลินเว่ยซิ่งอยู่ที่สำนักฝ่ายนอก

อืม

ผลลัพธ์นี้ไม่ทำให้ซั่วเหิงแปลกใจ

ด้วยพรสวรรค์รากปราณศักดิ์สิทธิ์ที่เฉินเฉินและลู่ซ่งเหิงแสดงออกมา การจะได้เป็นศิษย์สายตรงของยอดเขาใดยอดเขาหนึ่งย่อมไม่ใช่เรื่องยาก

ส่วนหลินเว่ยซิ่ง เจ้าหนูนี่ยังเจ็ดขวบและกำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต ถูกส่งไปอยู่ฝ่ายนอกนับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว

【โฮสต์ คุณจะไปหาบุตรแห่งโชคชะตาเหรอครับ?】

【ไปสิ】

ยังไงก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับภารกิจ ซั่วเหิงค่อนข้างใส่ใจ

อีกอย่าง เขาก็ต้องทดสอบวิธีการได้มาของ "ค่าความสวามิภักดิ์" ด้วย

มิสู้... เริ่มจากหลินเว่ยซิ่งก่อนละกัน?

——

"เชิญแวะชมแวะดูก่อนขอรับ สมุนไพรวิญญาณเก็บมาจากในดันเจี้ยนสดๆ ร้อนๆ เลย!"

"ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสอง ไม่ลองรับ 'กุญแจหยกประสานใจ' สักชิ้นหรือขอรับ? ล็อคใจไว้ชั่วฟ้าดินสลาย!"

"ข่าวด่วน ข่าวด่วน โอสถระดับสองเพิ่งออกจากเตา ราคาย่อมเยา มาก่อนได้ก่อน!"

ถนนเสียงเย่ว์ยังคงคึกคัก ศิษย์สำนักเซียนนับไม่ถ้วนเดินขวักไขว่ พูดคุยหัวเราะ สีหน้าเบิกบาน

ท่ามกลางศิษย์ที่มีความสุขเหล่านี้ มีร่างเล็กจิ๋วร่างหนึ่งยืนตัวตรง แผงขายของที่ปูด้วยผ้าหยาบๆ ของเขากลับไม่มีคนสนใจเลยสักนิด

ทันใดนั้น หลินเว่ยซิ่งก็พบว่าหน้าแผงของตนมีเงาเล็กๆ ทาบทับลงมา

สวมชุดคลุมยาวสีม่วง มงกุฎหยกขาวประณีตสะดุดตา

เห็นชัดว่าเป็นเด็กหกขวบ แต่สีหน้ากลับไร้ซึ่งความไร้เดียงสาและสับสนแบบเด็กน้อย

"ผลวิญญาณผลึกน้ำแข็งนี่ขายยังไง?"

หลินเว่ยซิ่งได้สติกลับมา มองดูเด็กน้อยที่ดูเหมือนจะเปล่งประกายไปทั้งตัวตรงหน้า คำพูดที่หลุดปากออกมาก็ตะกุกตะกัก "สะ... สาม..."

"หินปราณระดับสูงสามก้อน?" ซั่วเหิงเลิกคิ้ว

"มะ..."

ยังไม่ทันที่หลินเว่ยซิ่งจะปฏิเสธ คนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นก็เริ่มชี้ไม้ชี้มือ

"โฮ่ ผลวิญญาณผลึกน้ำแข็งไม่ใช่ของหายากอะไร ขายแพงขนาดนี้เลยเรอะ?"

"ศิษย์ฝ่ายนอกเพิ่งเข้าใหม่ คงยังไม่รู้ราคากลางมั้ง"

"จุ๊ๆๆ นั่นมันศิษย์สายตรงซั่วน้อยแห่งยอดเขาไท่ชูไม่ใช่เหรอ? เจ้าเด็กฝ่ายนอกนี่นั่งเทียนเขียนราคา สงสัยจะซวยแล้ว"

ภาพลักษณ์ 'ตัวอันตราย' ของซั่วเหิงฝังลึกในใจผู้คนตลอดห้าปีที่ผ่านมา

วีรกรรมเมื่อตอนนั้นที่ต่อยศิษย์ระดับปราณเริ่มต้นกระเด็นติดกำแพงยังคงเป็นที่เล่าขาน

แถมหลังจากนั้น ศิษย์ฝ่ายนอกคนนั้นยังโดนยอดเขาชิงซง "เชิญตัว" ไปข้อหาลบหลู่ศิษย์สายตรง แต่ซั่วเหิงคนที่ลงมือกระทืบศิษย์ร่วมสำนักกลับไม่โดนอะไรเลย

แบ็คดี พรสวรรค์สูง นิสัยดูสบายๆ แต่ไม่ใช่ใครจะมาแหยมได้

——นี่คือความประทับใจที่ซั่วเหิงทิ้งไว้ให้ผู้คน

สรุปสั้นๆ สามคำ

อย่า-หา-เรื่อง

หลินเว่ยซิ่งที่โดนขัดจังหวะเม้มปาก "ความจริงแล้ว..."

"เอะอะโวยวายอะไรกัน เสียมารยาท"

ซั่วเหิงไม่ได้หันกลับไป เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านประโยคเดียว รอบด้านก็พลันเงียบกริบ

หลินเว่ยซิ่งเองก็เหมือนโดนใครบีบคอ หุบปากเงียบสนิท

แรงกดดันอันมหาศาล ราวกับว่าสิ่งที่เผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่เด็กน้อย แต่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่เกิดมาเพื่อเป็นราชัน

"ผลวิญญาณผลึกน้ำแข็งพันปี คงสภาพฤทธิ์ยาไว้ได้เกือบเก้าส่วนสิบ คุณภาพขนาดนี้ ไม่คุ้มค่าหินปราณระดับสูงสามก้อนหรือ?"

ทุกคนได้ยินดังนั้น ก็รีบใช้สายตามองสำรวจผลวิญญาณผลึกน้ำแข็งที่เป็นประเด็นด้วยความอยากรู้อยากเห็นและพินิจพิเคราะห์

สมุนไพรวิญญาณ อันดับแรกดูระดับ อันดับสองดูอายุ อันดับสุดท้ายดูฤทธิ์ยา

ผลวิญญาณผลึกน้ำแข็งนี้แม้ระดับจะไม่สูง แต่อายุและฤทธิ์ยาจัดว่าเป็นเลิศ

ดูเหมือนสามก้อนหินปราณระดับสูง... จะไม่แพงจริงๆ แฮะ

ซั่วเหิงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของคนเหล่านี้ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

กายาวิญญาณพฤกษาที่กำลังผลัดเปลี่ยน ดูท่าจะส่งผลดีอย่างเห็นได้ชัดต่อสมุนไพรวิญญาณสินะ?

พรสวรรค์หลังการผลัดเปลี่ยนนี้... น่าจะไม่ธรรมดา

"ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ศิษย์สายตรงซั่วน้อยพูดจริงๆ"

"เอ๊ะ ศิษย์พี่เริ่น ดูนั่นสิ นั่นมัน 'หญ้าตี้หวง' ที่ท่านขาดอยู่พอดีไม่ใช่เหรอ?"

"จริงด้วย! แถมคุณภาพดีมาก! ศิษย์น้อง หญ้าตี้หวงต้นนี้ขายยังไง ข้าเอา!"

หลินเว่ยซิ่ง...

หลินเว่ยซิ่งมึนงงไปหมด

ความจริงเขาอยากจะบอกว่าสามก้อนหินปราณ 'ระดับกลาง' แต่ราคากลับถูกซั่วเหิงปั่นขึ้นไปตั้งพันเท่า

แต่ทั้งที่แพงขึ้นขนาดนี้ กลับยังมีคนซื้อ?

หลินเว่ยซิ่งที่มาจากครอบครัวชาวบ้านธรรมดา ในหัวสมองน้อยๆ เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

แต่เขาฉลาด รู้ว่าราคาที่ซั่วเหิงเสนอนั้นสมเหตุสมผลที่สุด ดังนั้นเมื่อได้ยินคนถามราคา หลินเว่ยซิ่งจึงตัดสินใจลองเสี่ยงดู

"...หินปราณระดับสูงห้าก้อน"

"ตกลง!" ศิษย์พี่แซ่เริ่นจ่ายเงินทันที แล้วหยิบกล่องไม้ลงอาคมออกมาเก็บหญ้าตี้หวงไป

หญ้าตี้หวงมีระดับสูงกว่าผลวิญญาณผลึกน้ำแข็ง ดังนั้นขายแพงกว่าผลวิญญาณก็เป็นเรื่องปกติ

ซั่วเหิงหยิบหินปราณระดับสูงสามก้อนวางตรงหน้าหลินเว่ยซิ่ง "ผลวิญญาณผลึกน้ำแข็งข้าเอาไปนะ~"

พูดจบ ก็ไม่มองสีหน้าของหลินเว่ยซิ่ง ยัดผลวิญญาณใส่แหวนมิติ แล้วเดินออกจากฝูงชนไปโดยไม่หันกลับมามอง

ผู้คนที่เดินสวนมาต่างหลีกทางให้เขา

...

【ติ๊ง 【หลินเว่ยซิ่ง】 ค่าความสวามิภักดิ์ +5 ยินดีด้วยครับโฮสต์ได้รับ 2500 คะแนน】

ซั่วเหิงฟังเสียงแจ้งเตือนจาก 004 อารมณ์ดีขึ้นมาทันที

ดูท่า ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังบดขยี้อย่างเดียวสินะ

แต่ทว่า การบดขยี้ด้วยความแข็งแกร่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

เพราะอัจฉริยะที่อ่อนแอกว่าตัวเอง จะไปทำให้คนยอมสยบอย่างแท้จริงได้ยังไง?

โลกผู้บำเพ็ญเพียร พูดกันตรงๆ ก็ต้องวัดกันที่หมัดใครหนักกว่าอยู่ดี

——

หลังจากการพบกันสั้นๆ ครั้งแรกกับหลินเว่ยซิ่ง ซั่วเหิงก็ไปเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศที่ภัตตาคารตางหลานตามธรรมเนียม

หัวขาดได้ เลือดไหลได้

แต่ข้าวจะอดไม่ได้

ขณะกิน ซั่วเหิงก็มองทิวทัศน์นอกหน้าต่างไปด้วย

ตำหนักเซียนตางหลานสมกับคำว่า "เซียน" ตราบใดที่อยู่ในเขตตำหนักเซียน ทุกที่ล้วนงดงามดั่งแดนสวรรค์

แม้แต่ถนนเสียงเย่ว์ที่อยู่ฝ่ายนอก มองไปทางไหนก็เจริญหูเจริญตา

แต่ตอนนี้ในหัวของซั่วเหิงไม่ได้คิดเรื่องทิวทัศน์ตรงหน้า

เขากำลังคิดว่า——ถ้าจะขอกำลังคนที่เป็นคนของเขาเองจากซั่วหยา พ่อเขาจะยอมให้ไหม

คนของเขาเอง ในที่นี้หมายถึงผู้ติดตาม หรือลูกน้องที่จะขึ้นตรงต่อซั่วเหิงแต่เพียงผู้เดียวในอนาคต

ซั่วเหิงรู้ดีว่าอนาคตเขาต้องเผชิญกับอะไร

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การมีเครือข่ายข่าวกรองที่ทรงพลังและกองกำลังที่ซื่อสัตย์ภักดี อาจช่วยให้เขาทำงานได้ง่ายขึ้นครึ่งต่อครึ่ง

เพียงแต่ดูทรงแล้ว เวลาว่างของเขาในวันหน้าคงจะเหลือน้อยลงทุกที...

ซั่วเหิงถอนหายใจอย่างจนปัญญา

เขายังเป็นแค่เด็กหกขวบเองนะ!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 17 - ค่าความสวามิภักดิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว