- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นนายน้อยพร้อมสกิลมองเห็นค่าโชค
- บทที่ 12 - เคล็ดชักนำอัสนี
บทที่ 12 - เคล็ดชักนำอัสนี
บทที่ 12 - เคล็ดชักนำอัสนี
บทที่ 12 - เคล็ดชักนำอัสนี
ผ่านไปอีกสามเดือน ในที่สุดซั่วเหิงก็สร้างกระท่อมไม้ไผ่ของตัวเองเสร็จ
เมื่อได้เห็นบ้านที่ประณีตจนไร้เสี้ยนตำมือแม้แต่น้อย หมิงว่านลี่ก็วิจารณ์ว่า 'ก็งั้นๆ แหละ'
ซั่วเหิงตอบกลับว่า แค่มีที่ซุกหัวนอนก็บุญแล้ว ยามนี้เขารู้สึกว่ามีเรี่ยวแรงมหาศาลจนสามารถยกภูเขาได้เลย!
วันนี้
ขณะซั่วเหิงกำลังพักผ่อน เขาก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองยังมีคะแนนและคูปองส่วนลดจากระบบที่ยังไม่ได้ใช้
บอกตามตรง เขามักจะลืมนึกไปว่าตนเองมี 'ระบบ' อันเป็นดั่งคลังสมบัติอยู่กับตัว
อาจเป็นเพราะเขาคุ้นชินกับการต่อสู้ดิ้นรนด้วยตนเองมาตลอด หรือไม่ก็ ลึกๆ แล้วเขายังคงระแวงต่อสิ่งที่เรียกว่า 'ระบบ' นี้อยู่
ทว่าเมื่อเวลาล่วงเลยไป ซั่วเหิงก็ค่อยๆ วางความระแวงในใจลง
จะว่าไปแล้ว... ในเมื่อชีวิตใหม่นี้ 'เขา' ก็เป็นผู้หยิบยื่นให้
ถึงแม้ 'เขา' จะหวังผลประโยชน์บางอย่างจากตนก็ตาม อย่างน้อย 'เขา' ก็ได้มอบโอกาสให้ตนมีชีวิตใหม่อีกครั้ง
ถือว่าเจ๊าไปแล้ว ไม่ติดค้างกัน
【เจ้าสี่】
【โฮสต์ ผมอยู่นี่】
【เปิดร้านค้าให้ดูหน่อย】
004 ก็เปิดหน้าจอร้านค้าขึ้นมา
ปัจจุบันซั่วเหิงสามารถเข้าถึงร้านค้าได้เพียงแค่ชั้นที่หนึ่งเท่านั้น สินค้าที่ปรากฏจึงยังไม่จัดว่าอยู่ในระดับสูงนัก
ร้านค้าแห่งนี้มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นที่สามนั้นเป็นระดับสูงสุด ถึงกับมี 'กระดูกเทพเจ้า' วางขาย—ซึ่งเป็นกระดูกของทวยเทพที่ถูกบัญญัติให้เป็นสิ่งต้องห้ามของโลกใบนี้เลยทีเดียว
ทว่าสำหรับชั้นที่หนึ่งนี้... กล่าวได้คำเดียวว่าเหมาะสมกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับต่ำโดยแท้
สินค้าส่วนใหญ่ในชั้นนี้ ตระกูลซั่วก็มีปัญญาที่จะหามาประเคนให้เขาได้อยู่แล้ว
ทว่าข้อดีประการหนึ่งของร้านค้าระบบคือความครบครันของสินค้า
ซั่วเหิงกวาดสายตามองไปคร่าวๆ
เคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์ระดับต่ำกว่าขั้นนภามีให้เลือกสรรอย่างละลานตา กระทั่งวิชาอิทธิฤทธิ์ก็ยังรวบรวมไว้ไม่น้อยเช่นกัน
ยังมีศาสตราวุธและอาวุธป้องกันระดับต่ำกว่านั้นก็มีอยู่มากมาย
โอสถ ยันต์ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็มีให้เลือกสรรอย่างมากมาย
ทว่าสิ่งดึงดูดสายตาซั่วเหิงที่สุด หนีไม่พ้น "ระเบิดปรมาณู"
"โลกผู้บำเพ็ญเพียรมีสิ่งนี้ด้วยหรือ?"
ซั่วเหิงมองสินค้าที่ระบุว่าเป็นระเบิดปรมาณู ก่อนจะเหลือบดูราคา
ห้าแสนคะแนน
ดูเหมือน... จะไม่แพง?
ในฐานะคนยุคปัจจุบัน แม้ซั่วเหิงจะมาอยู่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว แต่โดยสัญชาตญาณ เขายังคงมีความอยากรู้อยากเห็นและความยำเกรงต่อสิ่งของอย่างระเบิดปรมาณู
"โฮสต์ครับ สินค้าในร้านค้าระบบครอบคลุมทุกโลกภายใต้การดูแลของระบบหลัก เพียงแต่เพราะโฮสต์อยู่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ผมจึงนำสิ่งของที่โฮสต์น่าจะได้ใช้มาแสดงไว้ในหน้าแรก ๆ ครับ"
มิฉะนั้น รายการสินค้าคงยาวเหยียดจนซั่วเหิงต้องใช้เวลาพลิกดูเป็นปีกว่าจะหมด
"หมายความว่า ข้าสามารถใช้ระเบิดปรมาณูที่นี่ได้งั้นหรือ?"
"จากการตรวจสอบ อานุภาพของระเบิดปรมาณูเทียบเท่ากับการโจมตีเต็มกำลังของผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิง (ทารกวิญญาณ) โฮสต์สามารถใช้งานได้แน่นอนครับ"
ซั่วเหิงรู้สึกว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง
ทว่าขณะนี้เขามีคะแนนไม่มากพอ จึงยังไม่ถึงขั้นจะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้
แถมเขายังไม่เข้าใจว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้คะแนน เมื่อถามเจ้าสี่ มันก็บอกเพียงว่าต้องทำเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลักเท่านั้น
ซั่วเหิงจึงทำเป็นหูทวนลมไปเสีย เพราะเขาดูออกแล้วว่าเจ้าระบบของเขานั้น เรื่องงานการแล้วไซร้ 'ถามสามไม่รู้แจ้ง' โดยแท้
แต่ก็ช่างเถอะ การสำรวจด้วยตัวเองสนุกที่สุดแล้ว
"เจ้าสี่ ช่วยคัดกรองทักษะยุทธ์และเคล็ดวิชาที่เหมาะกับอายุของข้าในขณะนี้มาให้หน่อย"
"รับทราบครับ โฮสต์"
ซั่วเหิงรู้ว่ามีทักษะยุทธ์บางอย่างที่สามารถฝึกฝนได้ก่อนจะเริ่มบำเพ็ญเพียรอย่างเป็นทางการ
เช่น 'เพลงกระบี่ไล่จันทร์' ของซั่วเชียนเย่ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างร่างกายแล้ว ยังช่วยให้ซั่วเชียนเย่เข้าใจพื้นฐานของกระบี่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นี่เป็นทักษะยุทธ์ที่ซั่วหยาง บิดาของเขาเสาะหามาให้โดยเฉพาะตั้งแต่ครั้งที่ซั่วเชียนเย่ยังอยู่ในตระกูลซั่ว
มีกระดูกกระบี่โดยกำเนิด พรสวรรค์ฟ้าประทาน จะปล่อยให้เสียของไปเปล่า ๆ ไม่ได้
เดิมทีซั่วเหิงเองก็น่าจะได้รับการจัดเตรียมจากซั่วหยาให้ฝึกวิชาเหล่านี้เช่นกัน แต่เขาดันถูกหมิงว่านลี่ลักพาตัวมายังตำหนักเซียนตางหลานเสียก่อน
ครั้งนี้ เขาจึงอดได้ของดีที่บิดาเตรียมไว้ไปโดยปริยาย
ส่วนหมิงว่านลี่น่ะหรือ? ซั่วเหิงพยายามบอกใบ้เป็นครึ่งค่อนวัน เขาก็ยังคงทำมึนราวกับฟังไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าไม่เข้าใจจริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ ซั่วเหิงแทบจะเขียนคำว่า "เอาของดีมา" แปะหน้าเขาอยู่แล้ว
สุดท้าย ก็คงต้องพึ่งตัวเองสินะ?
【โฮสต์ครับ ค้นหาเรียบร้อย】
เสียงของ 004 ขัดจังหวะการบ่นในใจของซั่วเหิง หน้าจอแสดงผลก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง
【ทักษะยุทธ์: กายาทองคำเก้าชั้น ระดับปฐพีขั้นสูง กายาทองคำขั้นที่หนึ่งสามารถฝึกฝนให้สำเร็จได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มบำเพ็ญเพียร เมื่อกายาทองคำบรรลุขั้นสูง เพียงยกมือขยับเท้าก็สามารถผ่าภูเขาแยกทะเลได้】
โอ้ ทักษะสายกายาสินะ
ซั่วเหิงลูบคางพลางครุ่นคิด ยังไม่ค่อยถูกใจนัก จึงเลื่อนสายตาไปยังรายการถัดไป
【ทักษะยุทธ์: เนตรพายุ ระดับลึกลับขั้นสูง...】
【ทักษะยุทธ์: เคล็ดชักนำอัสนี ไร้ระดับ】
ดวงตาที่เดิมทีเบื่อหน่ายของซั่วเหิงพลันเป็นประกาย
ไร้ระดับ แต่กลับถูกเจ้าสี่นำมาจัดวางไว้ตรงนี้ แสดงว่าต้องมีดีอะไรสักอย่าง
【ชักนำสายฟ้าจากสวรรค์ ขัดเกลาร่างกายตน——คำเตือน: ผู้ที่ไม่มีรากปราณธาตุสายฟ้าห้ามฝึก】
เพียงแค่อ่านประโยคแรก ซั่วเหิงก็เข้าใจทันที
โดยสรุปแล้ว นี่คือทักษะยุทธ์ที่ต้องอาศัยการถูกฟ้าผ่า เพื่อเสริมสร้างความเข้ากันได้กับรากปราณธาตุสายฟ้าและเสริมความแข็งแกร่งของร่างกาย
จะกล่าวเช่นไรดีเล่า? ช่างน่าตื่นเต้นเร้าใจยิ่งนัก
ราคา: 2,000 คะแนน (ใช้คูปองส่วนลดได้)
แถมราคายังถูกแสนถูกอีกต่างหาก
เจ้าสี่ ซื้อเลย ไม่ต้องใช้คูปองหรอก
ติ๊ง! ยินดีด้วยครับ โฮสต์ได้รับทักษะยุทธ์ 'เคล็ดชักนำอัสนี' ถูกเก็บเข้ากระเป๋าระบบเรียบร้อยแล้ว
ธาตุสายฟ้ามีแล้ว เช่นนั้นมาดูธาตุลมบ้างดีกว่า
...
กว่าซั่วเหิงจะหวนคืนสติจากร้านค้าระบบ ก็ย่างเข้าสู่ยามค่ำคืนเสียแล้ว
การจับจ่ายซื้อของผ่านระบบเช่นนี้ ช่างน่าหลงใหลและชวนให้เสพติดเสียจริง
ซั่วเหิงยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“ศิษย์รัก ออกมากินข้าวได้แล้ว!”
กลิ่นควันไฟหอมกรุ่นลอยอวลมาจากริมหน้าต่าง ซั่วเหิงลุกขึ้นจากเก้าอี้โยก พลางเปิดประตูเดินออกไป
“มาแล้วขอรับ~”
เก้าอี้โยกตัวนี้ ซั่วเหิงอ้อนวอนให้หมิงว่านลี่สร้างให้ ซึ่งถอดแบบมาจากตัวที่หมิงว่านลี่วางไว้ในลานบ้านอย่างไม่ผิดเพี้ยน
บางครั้งซั่วเหิงก็อดทึ่งในภูมิปัญญาของมนุษย์ ที่สามารถรังสรรค์สิ่งของที่เอื้อต่อความสุขได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
“เนื้อหมูกิเลนดำ ของโปรดเจ้า กินให้เยอะๆ หน่อย”
ตราบใดที่เป็นของบำรุงเลือดลม หมิงว่านลี่ไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวกับซั่วเหิงเลยแม้แต่น้อย
สัตว์ปีกสัตว์เดินดินสารพัดชนิด หลากหลายระดับ ขอเพียงซั่วเหิงเอ่ยปากอยากกิน หมิงว่านลี่ก็สามารถจัดหามาให้ได้แทบทุกอย่าง
ซั่วเหิงกัดเนื้อสามชั้นย่างที่กรอบนอกนุ่มใน ก่อนจะยกนิ้วโป้งพร้อมเอ่ยชมว่า “อาจารย์ขอรับ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลยนะ ฝีมือย่างเนื้อของท่านนี่ยิ่งนานวันยิ่งยอดเยี่ยมขึ้นทุกที!”
“ศิษย์รัก รอเจ้าเติบโตขึ้นอีกหน่อย นี่ก็จะกลายเป็นหน้าที่ของเจ้าแล้ว” หมิงว่านลี่ยื่นขาหมูให้อีกข้างพร้อมรอยยิ้ม “อาจารย์ไม่กินข้าวก็ได้ แต่เจ้าจะปล่อยให้ตัวเองอดตายไม่ได้เชียวนะ”
“...”
“ตาแก่นี่!”
ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน กลิ่นหอมของเนื้อย่างคลุกเคล้าไปกับควันไฟที่ลอยอ้อยอิ่งในยามค่ำคืน ราวกับจะลอยล่องไปถึงแดนไกลแสนไกล
เมื่อสร้างที่พักและพักผ่อนไปได้สองสามวัน ซั่วเหิงก็เริ่มต้นเส้นทางแห่งการบ่มเพาะวิชาของตนเอง
เขาเฝ้ามองดวงดาว... แค่กๆ อันที่จริงแล้ว เขากลับให้เจ้าสี่เสาะหาค่ำคืนที่มีพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงมาให้
กระแสอัสนีนั้นมีหลากหลายรูปแบบ
ที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมเป็นทัณฑ์สวรรค์ ซึ่งเต๋าแห่งฟ้าดินประทานลงมาในยามที่ผู้บำเพ็ญเพียรฝ่าด่านเคราะห์ ทัณฑ์สวรรค์เองก็มีหลากหลายระดับขั้นเช่นกัน
ทว่าพลังงานจากทัณฑ์สวรรค์นั้นมหาศาลเกินไปนักสำหรับซั่วเหิงในยามนี้ แม้เคล็ดวิชาชักนำอัสนีจะมีวิธีขจัดพลังส่วนเกินที่รุนแรงออกไปได้ แต่พลังงานที่หลงเหลืออยู่ก็ยังเกินกว่าที่ซั่วเหิงในสภาพปัจจุบันจะต้านทานได้
ดังนั้นซั่วเหิงจึงต้องลดระดับลงมา ในระยะแรกเริ่มของการบ่มเพาะ เขาจึงเลือกใช้กระแสอัสนีที่พบเห็นได้ทั่วไปที่สุด
กระแสอัสนีตามธรรมชาติ
ซั่วเหิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ แหงนหน้าจับจ้องท้องฟ้ายามราตรีซึ่งมีเมฆดำทะมึนปกคลุมหนาทึบ ราวกับสายฝนจะเทกระหน่ำลงมาได้ทุกขณะจิต แววตาของเขาฉายประกายตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
"นี่คือการโดนฟ้าผ่าเชียวนะ..."
หากเป็นโลกยุคปัจจุบัน เขาคงเริ่มมองหาสุสานให้ตนเองได้แล้ว
แต่ในโลกแห่งผู้บำเพ็ญเพียรนี้
นี่เป็นเพียงก้าวแรกบนเส้นทางอันยาวนานแห่งการบำเพ็ญเพียรเท่านั้น
ในห้วงเวลานี้ ซั่วเหิงรู้สึกถึงความเป็นจริงของการดำรงอยู่ในโลกแห่งผู้บำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริง
"ฮ่าๆ..." ซั่วเหิงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา
ซั่วเหิงไม่ได้กางร่ม ปล่อยให้สายฝนที่เทกระหน่ำชะโลมร่างจนเปียกโชกไปทั้งตัว ทว่าเขากลับไม่สนใจใยดีแม้แต่น้อย
โดยที่ซั่วเหิงเองก็ไม่ได้สังเกตเห็น ตราสัญลักษณ์อัสนีวายุที่หน้าผากพลันสว่างวาบขึ้นในชั่วพริบตา
"กระแสอัสนี——มา!"
(จบแล้ว)