- หน้าแรก
- ข้ามโลกสร้างตัว จากชาวนาสู่ผู้คุมระบบ
- บทที่ 39 ระบบฟาร์มยุค 60 (5)
บทที่ 39 ระบบฟาร์มยุค 60 (5)
บทที่ 39 ระบบฟาร์มยุค 60 (5)
เซี่ยหยางใช้ 50 คะแนนแลกไข่ไก่ออกมาหนึ่งฟอง
เธออยากรู้ว่าไข่ไก่จากต่างดาวกับไข่ไก่ที่แม่ไก่บนโลกออกไข่มาจะมีความแตกต่างกันตรงไหนบ้าง
หลังจากหัก 50 คะแนน คะแนนคงเหลือก็กลับไปอยู่ที่ 223 ตามเดิม
ในขณะเดียวกัน ในมือของเธอก็มีไข่ที่มีขนาดใหญ่กว่าไข่ไก่ทั่วไปหนึ่งรอบ เปลือกมีสีออกฟ้าอมเขียว... หนึ่งฟอง
【นี่คือไข่ของนกกูกูจากดาวเคราะห์ร้าง Y-7894】
ที่แท้ก็เป็นไข่นกจากต่างดาวนี่เอง!
ดูๆ ไปก็คล้ายกับไข่ไก่ป่าเหมือนกันนะ
ถ้าอย่างนั้นพอลงไปถึงชนบท เธอสามารถใช้ไข่นี้อ้างว่าเป็นไข่ไก่ป่าเพื่อบำรุงร่างกายให้ตัวเองได้
เซี่ยหยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเติมเงินเข้าไปอีก 8 จ้าว (80 เฟิน) คะแนนคงเหลือจึงกลายเป็น 1,023 คะแนน เธอใช้ 50 คะแนนแลกเกลือมาหนึ่งถุง ซึ่งขาวสะอาดและเป็นเม็ดชัดเจนกว่าเกลือแกงที่ขายในสหกรณ์ร้านค้าเสียอีก พอลองแตะปลายลิ้นชิมดู ก็พบว่ามีรสเค็มจัดไม่มีกลิ่นแปลกปลอม นับเป็นเกลือบริโภคที่คุณภาพดีมาก!
จากนั้นใช้ 200 คะแนนแลกข้าวสารหนึ่งจิน (500 กรัม) เมื่อได้มาก็พบว่าไม่ต่างจากข้าวสารทั่วไปมากนัก แต่ถ้าจะให้พูดถึงข้อแตกต่างจริงๆ คือมันมีความมันวาวและคุณภาพที่เหนือกว่า สรุปสั้นๆ คือดีกว่าข้าวเกรดพิเศษที่ใช้ในงานเลี้ยงระดับชาติที่เธอเคยกินเสียอีก
ดูเหมือนว่าระบบหลักจะไม่ได้คุยโวเกินจริง
เธอยังสุ่มเลือกเสบียงอีกสองสามอย่างเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ:
อย่างเช่น ถ่านก้อน มองแวบแรกไม่ต่างจากถ่านทั่วไป แต่ประสิทธิภาพการใช้งานสูงกว่า ถ่านหนึ่งก้อนสามารถเผาไหม้ได้ต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง;
หรืออย่างเช่น ผ้าฝ้าย มองแวบแรกก็เหมือนผ้าฝ้ายธรรมดา แต่ระบายอากาศได้ดีกว่าและนุ่มกว่ามาก ให้ความรู้สึกเหมือนจ่ายเงินซื้อผ้าฝ้ายแต่ได้ใส่ผ้าไหม...
หลังจากได้เห็นของจริงและอ่านคำบรรยายแล้ว เซี่ยหยางก็ไม่ลังเลที่จะเติมเงินที่เหลืออีก 3 หยวนเข้าไปในร้านค้าระบบทันที คะแนนคงเหลือพุ่งพรวดไปที่ 3,773 คะแนน
ดูเหมือนจะเยอะ แต่สิ่งที่ซื้อได้ก็ยังค่อนข้างจำกัด
แต่ไม่เป็นไร เธอต้องลงไปชนบทแล้ว อย่างไรเสียพ่อราคาถูกกับแม่เลี้ยงราคาถูกก็ต้องแสดงน้ำใจกันบ้างล่ะน่า
"อะไรนะ? แกตัดสินใจจะลงไปชนบทแล้วเหรอ?"
ระหว่างมื้อค่ำในวันนั้น สมาชิกครอบครัวตระกูลเซี่ยต่างตกตะลึงไม่น้อยกับหัวข้อที่เซี่ยหยางโพล่งออกมาแบบลอยๆ
"พี่ใหญ่ พี่พูดจริงเหรอ?" เซี่ยฉีถามอย่างไม่อยากเชื่อหู
ลูกแฝดต่างหยุดชะงักจากการพุ้ยข้าว มองเซี่ยหยางด้วยสายตาที่ไม่เชื่อถือสุดๆ
เมื่อวานยังต่อต้านการลงไปชนบทอย่างเอาเป็นเอาตาย ถึงขั้นทำลายชื่อเสียงแม่ของพวกตนอยู่เลย วันนี้กลับสงบศึกและตัดสินใจจะไปแล้วเหรอ? จริงหรือหลอกกันแน่?
อวี๋ฮุ่ยจูหันไปมองสามี เห็นเขามีสีหน้าตะลึงและแสดงความอาลัยอาวรณ์ออกมา เธอจึงอดระแวงไม่ได้ว่านี่จะเป็นแผนของลูกเลี้ยงหรือเปล่า? เพียงเพื่อต้องการให้สามีรู้สึกผิด จนต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งแกไว้ในเมือง?
วินาทีต่อมา เธอกลับได้ยินเซี่ยหยางที่พุ้ยข้าวคำสุดท้ายเสร็จพูดว่า: "จะจริงหรือหลอกอะไรกัน หนูส่งใบสมัครไปแล้ว รถไฟเที่ยวพรุ่งนี้บ่ายก็จะไปแล้วด้วย"
"!!!"
คนทั้งบ้านยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่
เมื่อวานยังอาละวาดอยู่เลย วันนี้สมัครเสร็จ พรุ่งนี้เดินทาง? ทำไมมันดูไม่สมจริงขนาดนี้!
พออวี๋ฮุ่ยจูได้ยินว่าส่งใบสมัครไปแล้ว แววตาเธอก็เป็นประกายวูบหนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำน้ำเสียงสงสาร:
"ตายจริง หยางหยาง ทำไมตัดสินใจปุบปับแบบนี้ล่ะ น้ากำลังไหว้วานคนให้ช่วยหางานให้แกอยู่เลย งานประจำมันหายาก แต่งานชั่วคราวถ้ายอมจ่ายเงินหน่อยก็น่าจะพอหาได้สักตำแหน่ง เขาเพิ่งรับปากน้าว่าอย่างเร็วที่สุดอีกสามวันจะมีข่าว แต่นึกไม่ถึงเลยว่าแกจะไปวันพรุ่งนี้แล้ว แบบนี้มัน..."
"ไม่เป็นไรค่ะ เงินที่จะใช้ซื้อตำแหน่งงานนั่นน่ะ เอาให้หนูพกติดตัวไปแทนแล้วกัน ไปอยู่ที่นั่นต้องซื้อของใช้จำเป็นเยอะแยะ ต้องใช้เงินจริงๆ ค่ะ แล้วตอนนี้ในมือหนูก็ไม่มีเงินเลยสักเฟินเดียว"
"..."
อวี๋ฮุ่ยจูมีหรือจะอยากให้
ตำแหน่งงานชั่วคราว อย่างถูกที่สุดก็ต้อง 300 หยวน
อย่ามองว่างานชั่วคราวได้เงินเดือนแค่เดือนละ 10 หยวน หรือถ้าเป็นโรงงานอาหารหรือโรงงานเหล็กที่มีสวัสดิการดีหน่อยก็ได้แค่ 15 หยวน แต่ถ้าทำไปสักสองสามปี...
ไม่สิ! ถ้าเกิดระหว่างนั้นได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ ไม่ต้องถึงสองสามปีก็หาเงินที่ใช้ซื้อตำแหน่งคืนมาได้แล้ว
ดังนั้นจึงยังมีคนจำนวนมากยอมเสียเงินเพื่อซื้อตำแหน่งงาน
ราคาซื้อขายลับๆ บางครั้งพุ่งไปถึง 500 หยวนก็ยังมีคนซื้อ
แต่อวี๋ฮุ่ยจูแค่ต้องการแสร้งทำเป็นใจกว้างเท่านั้น ไม่ได้อยากจะซื้อตำแหน่งงานให้ลูกเลี้ยงจริงๆ เสียหน่อย
อย่าว่าแต่ 300 เลย แมแต่ 30 หยวนเธอก็ไม่เสียดายที่จะควักให้ลูกเลี้ยง
ที่พูดออกมาแบบนั้น ก็เพื่อผลประโยชน์ในอนาคต—
อีกสองปีพอเซี่ยฉีอายุถึงเกณฑ์ก็ต้องลงไปชนบทเหมือนกัน ถึงตอนนั้นเธอยังไงก็ต้องควักเงินซื้อตำแหน่งงานให้เซี่ยฉีแน่ๆ และการแสดงในวันนี้ก็จะทำให้สามีรู้สึกว่าเธอให้ความสำคัญกับลูกทั้งสี่คนอย่างเท่าเทียมกัน
เพราะตอนเซี่ยหยางจะไป เธอก็อุตส่าห์วิ่งวุ่นหาคนซื้อตำแหน่งงานให้ เป็นเซี่ยหยางเองที่ใจร้อน รีบไปสมัครก่อนที่บ้านจะจัดการให้เสร็จ
ใครจะไปคิดว่าอีเด็กตัวแสบนี่จะดันนึกว่าเป็นเรื่องจริง แถมยังบอกจะเอาเงินค่าซื้อตำแหน่งงานไปใช้ที่ชนบทอีก?
อวี๋ฮุ่ยจูโกรธจนเจ็บหน้าอกแปลบ เธอสูดหายใจลึกๆ พยายามหาหัวข้ออื่นมาเปลี่ยนเรื่องให้มันผ่านๆ ไป
อย่างไรเสียอีเด็กนี่ก็ต้องไปพรุ่งนี้แล้ว เธอไม่ให้เสียอย่าง แกจะทำอะไรได้?
แต่ช่างประจวบเหมาะเหลือเกิน หัวหน้าแผนกสตรีจูงมือเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาเยี่ยมถึงบ้านพอดี
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า มาเพื่อไกล่เกลี่ยเรื่องข่าวลือข้างนอกที่ว่าอวี๋ฮุ่ยจูทารุณลูกเลี้ยงนั่นเอง
อวี๋ฮุ่ยจูด่าในใจไปหนึ่งยก ลืมไปเลยว่ายังมีด่านสมาคมสตรีที่ต้องรับมือ
เธอรีบลุกขึ้นต้อนรับพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม:
"หัวหน้าหนี เจ้าหน้าที่เจี่ยง มาทำงานดึกดื่นขนาดนี้เลยเหรอคะ? ลำบากแย่เลย! เชิญนั่งก่อนค่ะ! พอดีบ้านเราทานมื้อเย็นช้าไปหน่อย หยางหยางแกสมัครจะไปชนบทน่ะค่ะ พวกเราเลยกำลังคุยกันว่าจะให้แกเอาอะไรติดตัวไปบ้าง... เดิมทีฉันกำลังหาคนช่วยดูเรื่องงานให้แกอยู่ แต่ยังไม่ทันได้รับข่าวตอบกลับ หยางหยางก็ไปสมัครเองเสียก่อน แกบอกว่าอยากขานรับนโยบายประเทศ ไปรับการศึกษาจากชาวนาผู้ยากไร้อย่างกระตือรือร้นเนี่ยค่ะ เมื่อกี้ก็เพิ่งคุยกันว่าจะเอาเงินที่เตรียมไว้ซื้อตำแหน่งงานให้แกพกไปใช้ที่ชนบทแทน..."
หัวหน้าแผนกสตรีอึ้งไปครู่หนึ่ง ทำไมเรื่องราวมันถึงไม่เหมือนที่เธอได้ยินมาเลยล่ะ?
เธอหันไปมองเซี่ยหยาง และถามด้วยความอ่อนโยน: "หยางหยางสมัครไปชนบทแล้วเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ?"
"เพิ่งตัดสินใจวันนี้เองค่ะ เด็กคนนี้ไม่ปรึกษาพวกเราสักคำ ก็วิ่งไปสมัครที่สำนักงานยุวปัญญาชนเลย"
อวี๋ฮุ่ยจูรีบพูดแทรกเพราะกลัวเซี่ยหยางจะพูดจาไม่ดีออกมา แถมยังเดินไปกุมมือเซี่ยหยางแล้วตบเบาๆ อย่างปลื้มใจ:
"เด็กคนนี้รู้ความ ฉันกับพ่อเขาก็คงไม่อยู่เฉยหรอกค่ะ รถไฟเที่ยวพรุ่งนี้บ่ายมันกระชั้นชิดไปหน่อย แต่โชคดีที่หลายปีมานี้ฉันสะสมนุ่นไว้ได้ไม่กี่จิน เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้เย็บผ้าห่มใหม่ตอนแกแต่งงาน แต่นี่มันกะทันหันเกินไปคงเย็บไม่ทัน ฉันเลยตั้งใจว่าจะไปหาคนขอแลกเป็นผ้าห่มที่เสร็จแล้วสักผืนให้แกน่ะค่ะ"
พูดถึงตรงนี้ อวี๋ฮุ่ยจูก็หันไปมองสามี: "จริงด้วยเหล่าเซี่ย ไหนคุณบอกว่าจะไปหาคนแลกบุหรี่มาสักแถวไง? ให้หยางหยางพกติดตัวไป เวลาต้องการให้ชาวบ้านแถวนั้นช่วยอะไรจะได้สะดวก"
"หือ?"
พ่อเซี่ยหน้าเหวอ เขาไปบอกตอนไหนว่าจะไปแลกบุหรี่?
แต่ด้วยความที่เป็นสามีภรรยากันมาหลายปี แค่อวี๋ฮุ่ยจูส่งสายตาให้ พ่อเซี่ยก็เข้าใจความหมายทันที เขารีบลุกขึ้น:
"ใช่ๆๆ! เดี๋ยวผมไปที่โรงงานหน่อย เหล่าอู๋เข้าเวรดึกวันนี้พอดี เดี๋ยวผมไปขอแลกบุหรี่กับเขา หัวหน้าหนีเชิญนั่งตามสบายนะครับ ผมไปประเดี๋ยวเดียวก็กลับ!"
หัวหน้าหนีเห็นว่าเซี่ยหยางจะไปพรุ่งนี้บ่าย และคนในบ้านก็กำลังวิ่งวุ่นเตรียมของให้เธออย่างเต็มที่ เธอจึงไม่คิดจะอยู่รบกวนต่อ หลังจากทักทายและกำชับเซี่ยหยางอีกไม่กี่คำ เธอก็ขอตัวกลับ
ส่วนเรื่องการตรวจสอบในครั้งนี้...
ก็เห็นอยู่ว่าแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงเขารักใคร่กันดี ไม่ได้มีน้ำกับไฟอย่างที่ชาวบ้านลือกันเสียหน่อย เลยไม่มีความจำเป็นต้องถามอะไรเพิ่มแล้ว
พอพวกเธอเดินพ้นประตูไปปุ๊บ อวี๋ฮุ่ยจูก็หน้าคว่ำทันที สั่งให้เซี่ยฉีรีบวิ่งไปตามพ่อกลับมา
เซี่ยฉีทำหน้างง: "จะไปตามพ่อทำไมล่ะแม่? พ่อไปแลกบุหรี่ที่โรงงานไม่ใช่เหรอ?"
"แลกอะไรล่ะ! ใครสั่งให้เขาแลกจริงๆ กัน!" อวี๋ฮุ่ยจูกัดฟันกรอด กดเสียงต่ำสั่งลูกสาว "รีบไป!"
เซี่ยหยางหัวเราะหึๆ ในลำคอ แล้วลากเสียงยาว: "อ้าว ที่แท้ก็แค่แกล้งทำเหรอคะเนี่ย— งั้นหนูไปตามเองก็ได้ค่ะ เดินเร็วๆ หน่อยเผื่อจะตามหัวหน้าหนีทัน"
"!!!"
"หัวหน้าหนีคะ—" ไม่รอให้อวี๋ฮุ่ยจูตอบโต้ เซี่ยหยางก็พุ่งออกจากบ้านไปที่บันไดพลางตะโกนเรียก "หัวหน้าหนีคะ หนูมีเรื่องจะบอก..."
"หยุดนะ—"
อวี๋ฮุ่ยจูวิ่งตามออกไปด้วยความโมโห แต่เห็นเพื่อนบ้านห้องข้างๆ ต่างพากันเปิดประตูออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจึงต้องรีบเปลี่ยนน้ำเสียงอย่างกะทันหัน:
"หยางหยาง กลับมานี่! อีเด็กคนนี้นี่! น้าก็แค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง ได้ๆ ไม่แกล้งแล้ว กลับมาเร็ว เดี๋ยวแม่จะไปหยิบเงินให้เดี๋ยวนี้แหละ!"
และด้วยวิธีนี้เอง เซี่ยหยางจึงได้รับเงิน 300 หยวนที่อวี๋ฮุ่ยจูเคยอ้างว่าจะใช้ซื้อตำแหน่งงานพนักงานชั่วคราวให้เธอ บวกกับบุหรี่เกรดประหยัดหนึ่งแถวที่พ่อไปแลกมาจากเพื่อนร่วมงาน
บุหรี่เกรดประหยัดนั้นราคาถูกที่สุดในบรรดาบุหรี่ ทั้งแถวราคาแค่ 8-9 จ้าว (80-90 เฟิน) เท่านั้น
แต่มันคือ "เงินตราที่แข็งค่า" ที่สุดในการนำไปแลกน้ำใจกับชาวบ้านในชนบท
นอกจากนี้เธอยังได้ผ้าห่มหนึ่งผืนที่แลกมาจากนุ่นใหม่สามจิน และผ้าพิมพ์ลายสีน้ำเงินหนึ่งผืนที่ใช้เป็นได้ทั้งผ้าห่อของและผ้าปูเตียง
แถมยังได้คูปองอาหารทั่วประเทศและคูปองอุตสาหกรรมมาอีกสองสามใบ
ต่อหน้าพ่อราคาถูก อวี๋ฮุ่ยจูต่อให้ไม่อยากให้แค่ไหนก็ต้องควักออกมาให้
เพราะยุคสมัยนี้จะเดินทางไปไหนก็ต้องใช้คูปอง ไม่มีคูปองก็เหมือนคนพิการที่ไปไหนไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น พ่อเซี่ยก็รู้ดีว่าเมียตัวเองมีคูปองอยู่ในมือ เพราะเงินเดือนเดือนนี้เพิ่งจะออก เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้จนหมดเกลี้ยงแล้ว
รอบนี้... อวี๋ฮุ่ยจูขาดทุนยับเยิน