- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 40: พนักงานเติมน้ำ
บทที่ 40: พนักงานเติมน้ำ
บทที่ 40: พนักงานเติมน้ำ
"ก็ตาแก่คนนั้นแหละ เขาถือสิทธิ์ว่าเป็นปู่รองของฉัน ว่าง ๆ ก็ชอบมาหาเรื่องแกล้งฉันเล่น!"
อาเจ๋อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทำหน้าสงสัย "ลุงโหวคือใคร? เจ้าตงแกรู้จักพ่อของโหวซานด้วยเหรอ?"
หลี่เซี่ยงตงไม่ได้ตอบทันที เขาเห็นท่าทางของโหวซานที่เตรียมจะยืดอกรอคำชม เขาไม่อยากจะไปเติมเชื้อไฟให้คนขี้อวด
อาเจ๋อเร่งเร้า "เจ้าตง แกอย่าเงียบสิ"
"เจ้าตง รีบพูดมาเถอะน่า!"
"เออ ๆ บอกแล้ว ๆ"
หลี่เซี่ยงตงพูดอย่างเอือมระอา "พ่อของโหวซานคือหัวหน้าแผนกบุคคล ส่วนลุงโหวคือพ่อของรองนายสถานี ซึ่งก็มีศักดิ์เป็นปู่รองของโหวซาน ตอนนี้แกเฝ้าห้องรับส่งเอกสารอยู่ที่หน้าประตูนั่นแหละ"
พูดจบเขาเองก็นึกขึ้นได้
แม่เจ้า ตระกูลโหวใหญโตไม่ใช่เล่น!
พอมองดูโหวซานที่เชิดหน้าจนรูจมูกชี้ฟ้าอยู่ข้าง ๆ เขาก็พบว่าตัวเองตกปลาตัวใหญ่เข้าให้แล้วโดยไม่รู้ตัว นี่มันตัวตายตัวแทนชั้นดีที่จะเอาไว้รับหน้าเสื่อแทนเขาในอนาคตชัด ๆ!
พออาเจ๋อรู้สถานะของโหวซาน เขาก็มองโหวซานเปลี่ยนไปราวกับเห็นก้อนทองคำเดินได้ แม้แต่ดวงตาหางชี้นั่น ตอนนี้ดูไปดูมาก็เริ่มจะมีเสน่ห์ขึ้นมาซะอย่างนั้น
"โหวซาน เพื่อนรัก ฉันฝากความหวังไว้ที่นายนะ นายต้องหาทางย้ายฉันไปอยู่กลุ่มเดียวกับพวกนายให้ได้นะ"
คราวนี้โหวซานยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ ยิ้มจนตาหยีเป็นเส้นเดียว
"ไม่มีปัญหา ระดับโหวเหล่าซาน (เจ้าสามแซ่โหว) พูดคำเดียวจบ ยังไงพวกเราก็เพื่อนกันอยู่แล้ว"
หลี่เซี่ยงตงมองอาเจ๋อที่พยายามพูดยกยอโหวซานไม่หยุด ก็แอบด่าในใจว่า 'ไอ้กระจอก!'
ไปประจบโหวซานจะมีประโยชน์อะไร หมอนี่ดีแต่ท่า อยู่บ้านก็เป็นได้แค่เบี้ยล่าง สู้เอาเวลานี้ไปนั่งคุยกับลุงโหวที่ห้องรับส่งเอกสารยังจะดีซะกว่า
เขาพูดขัดจังหวะขึ้นมา "พวกนายสองคนพอได้แล้ว โหวซาน นายรีบเล่าต่อให้จบสิ นิสัยเสียจริง ๆ พูดจาครึ่ง ๆ กลาง ๆ"
โหวซานเงยหน้าขึ้น ในมือคีบบุหรี่ต้าเฉียนเหมินที่อาเจ๋อยัดใส่มือให้เมื่อครู่ เขาไม่ได้สูบ แค่เอามาดม ๆ ที่ใต้จมูก
"งั้นฉันจะเล่าให้ฟังตรง ๆ เลยว่าพนักงานเติมน้ำคืออะไร งานของพวกเราคือติดรถไฟไป พอรถออกก็คอยดูถังน้ำเก็บความร้อนบนรถ ถ้าต้มน้ำหมดก็เติม ถ้าถังเสียก็แจ้งซ่อม แน่นอนว่าถ้าผู้โดยสารต้องการ เราก็ต้องไปเทน้ำร้อนให้เขาด้วย"
โหวซานร่ายยาวรวดเดียวจบ "พวกนายเข้าใจแล้วใช่ไหม?"
หลี่เซี่ยงตงตอบ "อืม เข้าใจแล้ว เล่าต่อสิ"
โหวซานงง "เล่าอะไรต่อ? ฉันก็เล่าจบแล้วนี่"
หลี่เซี่ยงตงทำหน้าเหลือเชื่อ "จบแล้ว? งานบนรถไฟพวกเรามีแค่นี้เหรอ?"
โหวซานเห็นหลี่เซี่ยงตงจ้องหน้า ก็เกาหัวแล้วลองนึกดูอีกที "เจ้าตง นายอย่ามองฉันแบบนั้นสิ ที่ควรพูดฉันก็พูดไปหมดแล้ว"
"แต่นี่มันไม่ออกจะ...?"
"สบายไปหน่อย ใช่ไหมล่ะ? ถึงได้บอกไงว่านายโชคดีสุด ๆ ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ใครอยากทำก็ทำได้นะเว้ย"
โหวซานยิ้มเจ้าเล่ห์ "ทำไม? นายอยากทำงานเยอะกว่านี้เหรอ? ได้นะ พอนายขึ้นรถไฟ นายก็หิ้วกาน้ำร้อนเดินไล่เทน้ำให้ผู้โดยสารทีละคน ห้ามข้ามแม้แต่คนเดียวเลยก็ได้"
"ไสหัวไปเลย!"
หลี่เซี่ยงตงถลึงตาใส่โหวซานอย่างหงุดหงิด
รถไฟทั้งขบวนมีคนตั้งกี่ร้อยกี่พัน เขาจะไปทำทันได้ยังไง!?
แน่นอนว่าถ้าอู้งานได้เขาก็ไม่หาเรื่องใส่ตัวหรอก ถ้าเขามีจิตสำนึกรักการทำงานขนาดนั้น จะดิ้นรนกลับเข้าเมืองทำไม?
สู้ปักหลักอยู่ชนบท บุกเบิกแผ่นดินกว้างใหญ่ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ!
"งานพวกนายสองคนสบายน่าอิจฉาชะมัด"
อาเจ๋ออิจฉาจนกัดฟันกรอด พนักงานต้อนรับอย่างเขาต้องเริ่มบริการคนตั้งแต่ผู้โดยสารขึ้นรถ ยันถึงปลายทาง พอผู้โดยสารลงหมดแล้ว เขายังต้องทำความสะอาดตู้รถไฟอีก!
เทียบกับหลี่เซี่ยงตงและโหวซานแล้ว เขาเหมือนกรรมกรชัด ๆ!
โหวซานส่ายหน้า "ก็ไม่ได้สบายอย่างที่นายคิดหรอก พวกเราจะเหนื่อยหรือไม่เหนื่อย หลัก ๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้โดยสารหิวน้ำหรือเปล่า"
ทั้งสามคนคุยกันไปจนถึงโกดังพลาธิการ
เห็นชายอายุประมาณสามสิบกว่านั่งอ่านหนังสือพิมพ์จิบชาอยู่หน้าประตู ขาพาดอยู่บนโต๊ะ ดูท่าทางสบายอารมณ์สุดขีด
โหวซานเดินเข้าไปทักทาย "พี่จวิน ยุ่งอยู่เหรอครับ?"
จางต้าจวินวางหนังสือพิมพ์ลง ยิ้มร่า "โหวซานมาแล้วเหรอ ที่นี่จะมีอะไรให้ยุ่ง วัน ๆ ก็แค่จิบชาอ่านหนังสือพิมพ์ฆ่าเวลา พวกนายมาทำอะไรล่ะ?"
"เพื่อนสองคนเพิ่งมาเริ่มงานวันนี้ ผมพามาเบิกของ พี่ช่วยจัดให้หน่อยสิครับ"
โหวซานแนะนำให้หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อรู้จัก "นี่คือพี่จางต้าจวิน ผู้ดูแลโกดังพลาธิการของเรา ทำงานมาสิบกว่าปีแล้ว พวกนายเรียกพี่จวินตามฉันก็ได้ พี่จวินครับ นี่หลี่เซี่ยงตง กับ... อาเจ๋อ ชื่อจริงนายชื่ออะไรนะ?"
อาเจ๋อตอบ "ซือเจิ้งเจ๋อครับ"
จางต้าจวินลุกขึ้นยิ้มต้อนรับ "ยินดีต้อนรับพวกนายสองคนสู่สถานีรถไฟของเรานะ"
หลี่เซี่ยงตงยิ้มตอบ "สวัสดีครับพี่จวิน พี่เกรงใจกันเกินไปแล้ว"
"พี่จวิน สูบบุหรี่ครับ"
อาเจ๋อยื่นบุหรี่ต้าเฉียนเหมินให้ แต่จางต้าจวินปฏิเสธ "เขตโกดังห้ามสูบบุหรี่ หัวหน้ามาเห็นเดี๋ยวพี่โดนหักเงินเดือน พวกนายเป็นเพื่อนโหวซาน ก็ถือว่าเป็นเพื่อนพี่ เพื่อนกันไม่ต้องมากพิธี เดี๋ยวพี่จัดของดี ๆ ให้"
หลี่เซี่ยงตงยืนดูอยู่ข้าง ๆ รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความเก๋าเกมที่แผ่ออกมาจากตัวจางต้าจวิน
คนที่ทำงานเฝ้าโกดังที่มีผลประโยชน์เยอะแยะแบบนี้มาได้ตั้งสิบกว่าปี ถ้าไม่โง่เง่าเต่าตุ่น ก็ต้องเป็นคนฉลาดเป็นกรด!
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อยื่นใบเบิกของจากแผนกพลาธิการให้จางต้าจวิน เขาดูรายการแล้วบอกว่า "เดี๋ยวพี่เข้าไปหยิบอุปกรณ์เซฟตี้ให้ ตรงนี้มีน้ำ ถ้าหิวน้ำก็รินกินได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะ"
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อได้แต่ยิ้มรับ
แต่โหวซานกลับถือเป็นจริงเป็นจัง คว้าแก้วน้ำขึ้นมาซดอึกใหญ่
ถุย ถุย ถุย
โหวซานบ้วนเศษใบชาในปากทิ้ง แล้วพูดโอ้อวด "เป็นไง? ฉันโหวซานไปที่ไหนก็มีแต่คนไว้หน้าใช่ไหมล่ะ?"
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อไม่รับมุกเขาเลยสักนิด
พวกเขาดูออกทะลุปรุโปร่งแล้วว่าโหวซานเป็นคนยังไง จะบอกว่า 'ได้คืบจะเอาศอก' ยังน้อยไปสำหรับหมอนี่
ขืนยื่นไม้ขีดไฟให้ก้านเดียว หมอนี่กล้าเผาสถานีรถไฟวอดวายแน่!