บทที่ 41
บทที่ 41
นอกโกดัง
บรรยากาศอึมครึมเพราะความหน้าหนาไร้ยางอายของโหวซาน
ทั้งสามคนเงียบกริบ จนกระทั่งจางต้าจวินเดินออกมาจากในโกดัง
เขาวางอุปกรณ์เซฟตี้ที่หอบมาเต็มอ้อมแขนลงบนโต๊ะรวดเดียว
"เจ้าตง อาเจ๋อ อุปกรณ์พวกนี้นายสองคนได้คนละชุดนะ นอกจากถ่านไฟฉายกับถุงมือที่จะแจกทุกเดือนแล้ว ของอย่างอื่นมีให้แค่ชุดเดียว ต้องรักษาให้ดีล่ะ เออ แล้วพวกนายสูงเท่าไหร่กัน?"
"180 ครับ"
ทุกครั้งที่ตอบคำถามนี้ หลี่เซี่ยงตงจะมั่นใจสุดขีด
ในยุคที่แค่กินให้อิ่มท้องยังยาก จะหาคนกินดีอยู่ดีจนตัวสูงใหญ่แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจัดว่าเป็นคนตัวสูงมากในยุคนี้เลยทีเดียว!
จางต้าจวินร้องด้วยความแปลกใจ "โห! เจ้าตงนายสูงขนาดนี้เลยเหรอ!? ชุด 'ซื่อทงปาต๋า' (สี่ทิศแปดทาง) ในโกดังไม่รู้จะมีไซส์นายหรือเปล่าเนี่ย แล้วอาเจ๋อล่ะสูงเท่าไหร่?"
อาเจ๋อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หลี่เซี่ยงตงขยับเท้าถอยห่างออกมานิดหน่อย "ผมสูง 165 ครับ"
จางต้าจวินมองอาเจ๋อแวบหนึ่ง แล้วเบนสายตาไปที่โหวซาน
โหวซานรีบนั่งยอง ๆ ลงกับพื้นทันที เงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ ไม่เรียกพี่จวินแล้ว "ตาเฒ่าจาง! จะมองทำไมวะ! ฉันสูงเท่าไหร่แกก็รู้อยู่แล้วนี่หว่า?!"
จางต้าจวินหัวเราะ "โหวซาน นายกับเจ้าตงนี่ต่างกันสุดขั้วจริง ๆ วันก่อนฉันหาชุดให้นายเล่นเอาเหงื่อตกเลยนะ"
"เหอะ ก็แค่อยากจะล้อว่าฉันเตี้ยไม่ใช่รึไง"
โหวซานซุกหน้าลงกับแขนตัวเอง กลัวว่าจะโดนเพื่อนใหม่ทั้งสองคนหัวเราะเยาะ
แต่หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย พวกเขาเดินไปที่โต๊ะเพื่อแบ่งของกัน
ไฟฉายกระบอกใหม่เอี่ยมคนละกระบอก พร้อมถ่านไฟฉายอีกหลายก้อน
ลองใส่ถ่านเปิดดูแล้วไฟติดดี ก็ยัดใส่กระเป๋าสะพาย
ชุดกันฝนสีเขียวทหาร รองเท้าบูทยาง ถุงมือผ้าห้าคู่
ทั้งหมดเป็นไซส์ใหญ่ไม่ต้องลอง แค่ทาบดูก็รู้ว่าใส่ได้ พับเก็บยัดใส่กระเป๋าเรียบร้อย
กล่องข้าวอลูมิเนียม เปิดออกมามีช้อนให้อีกคัน เป็นของใหม่ ดูดีกว่าอันที่เขาเอามาจากบ้านเยอะ
สุดท้ายคือแก้วสังกะสีสีขาว พิมพ์ตัวอักษรสีแดงว่า 'ปลอดภัยในการผลิตครบหนึ่งพันวัน สหภาพแรงงานการรถไฟปักกิ่ง พฤษภาคม 1979' ตรงกลางมีตรารถไฟสีแดงประทับอยู่
กระเป๋าสะพายเต็มเอี๊ยดจนยัดไม่ลงแล้ว เลยต้องวางของที่เหลือไว้บนโต๊ะก่อน
หลี่เซี่ยงตงนึกถึงคำพูดของจางต้าจวินเมื่อครู่ หันไปถามโหวซานที่ยังนั่งคุดคู้หมดอาลัยตายอยากอยู่กับพื้น "ที่พี่จวินพูดเมื่อกี้ 'ซื่อทงปาต๋า' คือชุดเครื่องแบบของสถานีเราเหรอ?"
โหวซานส่งเสียง 'อือ' ในลำคอ
หลี่เซี่ยงตงสงสัย "ทำไมถึงเรียกชื่อแปลก ๆ แบบนั้นล่ะ?"
เห็นโหวซานไม่ตอบ เขาจึงเดินเข้าไปหา "ตัวเตี้ยไม่ใช่ความผิดของนายซะหน่อย ฉันกับอาเจ๋อก็ไม่ได้หัวเราะเยาะนายเลย ลุกขึ้นมาให้พวกเราดูชุดหน่อยเร็ว!"
หลี่เซี่ยงตงพูดพลางดึงแขนโหวซานพยายามฉุดให้ลุกขึ้น
"เจ้าตง อย่ามาดึงฉันน่า ฉันลุกเองได้!"
โหวซานลุกขึ้นยืน ชี้ไปที่เสื้อของตัวเองแล้วอธิบาย "พวกนายดูที่กระเป๋าเสื้อเครื่องแบบฉันสิ มีจีบสองจีบใช่ไหม?"
หลี่เซี่ยงตงปล่อยมือแล้วเพ่งดู พยักหน้า อาเจ๋อก็ชะโงกหน้าเข้ามาดูแล้วพยักหน้าตาม
โหวซานอธิบายต่อ "จีบสองอันนี้เป็นตัวแทนของรางรถไฟ"
เขาชี้ไปที่กระเป๋าเสื้อทั้งสี่ใบ "เครื่องแบบพวกเรามีกระเป๋าทั้งหมดสี่ใบ แทนทิศตะวันออก ตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ เสื้อแบบนี้คนในการรถไฟเขาเรียกกันว่า 'ซื่อทงปาต๋า' (สี่ทิศแปดทาง - หมายถึงเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อกันทั่วสารทิศ)"
หลี่เซี่ยงตงพิจารณาเครื่องแบบบนตัวโหวซาน
ทรงคล้ายชุดทหาร สีน้ำเงินเข้ม กระดุมปั๊มลายตรารถไฟ
โหวซานตัวเตี้ย พอหลี่เซี่ยงตงยกมือขึ้นก็จับโดนกระดุมคอเสื้อพอดี แต่ถ้าเป็นโหวซานคงจับได้แค่สะดือเขา
พอลองจับดู แข็งโป๊ก
กระดุมทองเหลือง ปั๊มลายตรารถไฟจริง ๆ ด้วย
หลี่เซี่ยงตงก้มลงหยิบหมวกในกระเป๋าเสื้อโหวซานออกมาพลิกดู
หมวกผ้ามีปีก ด้านหน้าติดตราดาวห้าแฉกที่มีสัญลักษณ์รถไฟอยู่ตรงกลาง
พออาเจ๋อดูเสร็จ โหวซานก็แย่งหมวกกลับไปยัดใส่กระเป๋าเหมือนเดิม "เป็นไง เท่ใช่ไหมล่ะ?"
"ก็เท่อยู่หรอก"
หลี่เซี่ยงตงพยักหน้า
ที่โหวซานใส่แล้วดูไม่เท่าไหร่ เป็นเพราะเบ้าหน้าและหุ่นไม่ให้ ผอมแห้งตัวเตี้ย ใส่แล้วเหมือนไม้เสียบผี
ถ้าเป็นเขาใส่ รับรองว่าต้องหล่อเหลาเอาการ เป็นหนุ่มรูปงามที่เมียเห็นแล้วต้องหลงหัวปักหัวปำแน่!
"ไม่มีอะไรแล้ว งั้นก็นั่งยอง ๆ ต่อไปเถอะ"
หลี่เซี่ยงตงกดไหล่โหวซานเบา ๆ ออกแรงนิดเดียว โหวซานก็กลับไปนั่งจุมปุ๊กอยู่ที่พื้นเหมือนเดิม
"เจ้าตง แกมันไม่ใช่คน!"
โหวซานโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เขาค้นพบแล้วว่าหลี่เซี่ยงตงคนนี้นิสัยเสียจริง ๆ
จางต้าจวินหอบเสื้อผ้ากองโตออกมาจากในโกดัง "เจ้าตง นี่ชุดเครื่องแบบของนายกับอาเจ๋อ ชุดฤดูหนาวกับฤดูร้อนอย่างละสองชุด มีหมวกให้ครบทุกชุดนะ ลองเช็คดูว่าครบไหม ถ้าครบก็ลองใส่ดูเลย"
เขาชี้ไปที่ประตูโกดัง บอกให้ทั้งสองคนไปลองชุดหลังบานประตู
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อหยิบชุดคนละชุดเดินไปหลังประตู
จางต้าจวินเห็นทั้งสองคนเริ่มเปลี่ยนชุด จึงพูดขึ้นว่า "พวกนายลองชุดไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปหยิบเสื้อโค้ทตัวใหญ่กับรองเท้าหนังหัวเหล็กมาให้ อีกไม่กี่เดือนทางอีสานหิมะก็จะตกแล้ว ต้องเตรียมไว้ให้พร้อม"
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็มายืนประจันหน้าผลัดกันดู
ถึงโหวซานจะใส่อยู่เหมือนกัน แต่ดูไปก็ไร้ประโยชน์ ไม่ได้ช่วยให้เห็นภาพพจน์ที่ดีขึ้นเลย!
อาเจ๋อใส่เครื่องแบบแล้วดูตื่นเต้นมาก "เจ้าตง นายใส่แล้วดูดีมีราศีขึ้นเยอะเลยว่ะ!"
"แน่นอนอยู่แล้ว"
หลี่เซี่ยงตงชมกลับ "นายก็ดูดีเหมือนกันนะ"
โหวซานเดินโยกเยกเข้ามา แซวว่า "ไอ้ยักษ์ปัญญาอ่อน กับไอ้มืดตับเป็ด"
หลี่เซี่ยงตงขยิบตาให้อาเจ๋อ อาเจ๋อรู้ใจทันที
ทั้งสองคนรุมหิ้วปีกโหวซาน ลากออกไปหน้าโกดัง แล้วจับกดลงกับพื้น
สำหรับอาเจ๋อ ถึงพ่อของโหวซานจะเป็นรองนายสถานี เขาก็ไม่กลัว ก่อนมาทำงานเขาไม่ได้มองว่างานสถานีรถไฟวิเศษวิโสอะไรนักหนา
ที่ยอมมาทำเพราะกลัวจะเบื่อตายอยู่บ้าน รอแม่ติดต่อกลับมา ถ้าเขาไม่ไปเมืองนอกกับพ่อ พ่อเขาก็คงฝากฝังงานในมหาวิทยาลัยให้เขาได้อยู่ดี
ดังนั้นเขาจึงทำตัวตามสบายกับโหวซาน คล้าย ๆ กับหลี่เซี่ยงตง ทั้งคู่รู้ว่าโหวซานมีแบ็คดี แต่ไม่มีใครคิดจะประจบสอพลอเพื่อแลกกับงาน
อีกอย่าง พอได้รู้จักกันสักพัก ก็พอจะเดานิสัยของโหวซานออก
"เฮ้ย ๆ อย่าเล่นแรงสิวะ ฉันแค่ล้อเล่นเฉย ๆ พวกนายขี้งอนเป็นตุ๊ดไปได้ รีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
หลี่เซี่ยงตงฟาดก้นโหวซานไปทีนึง "นายคิดว่าไม่มีใครกล้าทำอะไรนายหรือไง?"
"โอ๊ย~ เจ้าตง มือหนักชะมัด! ปล่อยเร็วเข้า ฉันเวียนหัว... จะเป็นลมแล้ว..."
โหวซานแกล้งทำตาเหลือก อาเจ๋อหมั่นไส้เลยฟาดก้นซ้ำไปอีกสองทีเน้น ๆ
"โดนตีตูดแล้วเวียนหัวได้ไงวะ? จะแกล้งเป็นลมเหรอ? ปากดีนักนะ! กล้ามาว่าฉันดำ นายไม่ดูตัวเองบ้างล่ะ สูงถึง 160 รึเปล่าเหอะ?"
"พวกนายรีบปล่อยฉันนะเว้ย!"
โหวซานเลิกแกล้งเป็นลม ดิ้นขลุกขลักอยู่บนพื้น แต่สู้แรงสองคนไม่ไหว
"อาเจ๋อ นายตีฉันไปหลายทีแล้ว ถือว่าหายกัน ปล่อยฉันได้ยัง?"
อาเจ๋อส่ายหน้า "ไม่ได้ ฉันยังไม่หายแค้น"
โหวซานเห็นอาเจ๋อไม่ยอมปล่อย เลยหันไปขอร้องหลี่เซี่ยงตงแทน "เจ้าตง นาย..."
หลี่เซี่ยงตงถลึงตา "นายเรียกฉันว่าอะไรนะ?"
โหวซานเปลี่ยนคำเรียกทันควัน ยิ้มประจบ "พี่ตง พี่ตงครับ พวกเราคนกันเองทั้งนั้น..."