เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39: ขี้อวด

บทที่ 39: ขี้อวด

บทที่ 39: ขี้อวด


โหวซานเบิกตาดวงตาหางชี้กว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ

"ตัวแกเหม็นกลิ่นบุหรี่หึ่งขนาดนี้ ยังจะมาบอกว่าไม่สูบบุหรี่อีกเหรอ?!"

พูดจบเขาก็คว้ามือขวาของหลี่เซี่ยงตงขึ้นมา ชี้ให้เห็นนิ้วชี้และนิ้วกลางที่มีคราบสีเหลืองจากควันบุหรี่

"ถ้านายไม่ใช่สิงห์อมควัน แล้วนิ้วจะเหลืองได้ยังไง? คิดว่าฉันโง่เหรอ? อย่ามาหลอกกันซะให้ยาก!"

โหวซานชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างภาคภูมิใจ

โอ้โฮเฮะ~

หลี่เซี่ยงตงนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเจ้าโหวซานที่ดูท่าทางบื้อ ๆ จะมีไหวพริบกับเขาเหมือนกัน

เขาสะบัดมือโหวซานออก "อยากสูบบุหรี่ก็ไปขอพ่อกับปู่รองของแกนู่น บุหรี่ฉันโดนสองคนนั้นปล้นไปหมดแล้ว"

"ฮิ ๆ ๆ ๆ"

โหวซานยิ้มกว้างจนเห็นฟัน "เจ้าตง นายแน่มาก เพิ่งมาทำงานวันแรก ก็ตีซี้กับปู่รองฉันได้แล้ว"

หลี่เซี่ยงตงไม่ได้คิดอะไรมาก พยักหน้าตอบ "อือ เพิ่งรู้จักกันเมื่อเช้านี่แหละ"

"เจ้าตง วันหลังนายอยู่ห่าง ๆ สองคนนั้นไว้หน่อยนะ"

โหวซานทำหน้าเหมือนคนได้รับความอยุติธรรม พูดด้วยความคับแค้นใจ "พ่อฉันกับปู่รองชอบแย่งบุหรี่คนอื่นสูบ ทุกครั้งที่กลับบ้านฉันต้องโดนพ่อล้วงกระเป๋าตลอดเลย"

"เรื่องนั้นฉันไม่สนหรอก นายอยากสูบบุหรี่ใช่ไหม เพื่อนฉันมีติดตัวมา เดี๋ยวฉันขอให้"

ในเรื่องโดนแย่งบุหรี่ หลี่เซี่ยงตงอาจจะเห็นอกเห็นใจโหวซาน แต่เขาไม่คิดจะทำตามคำแนะนำของโหวซานหรอก

การที่โหวเจี้ยนเซ่อเอ่ยปากขอของจากเขา แสดงว่ามองเขาเป็นคนกันเอง

เขาเองก็หวังจะสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น เพื่อเปลี่ยนสถานะตระกูลหลี่ให้ดีขึ้น แค่บุหรี่ไม่กี่ซองนับเป็นอะไรได้ ต่อให้มากกว่านี้เขาก็ยอมทุ่ม!

เขาเรียกอาเจ๋อมาแนะนำให้รู้จักกัน

โหวซานรับบุหรี่ต้าเฉียนเหมินที่อาเจ๋อยื่นให้มา แล้วทำหน้ายี้ "สูบยี่ห้อนี้เหรอ?"

หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อได้ยินแล้วคันไม้คันมืออยากจะตบกะโหลกมันสักที!

มีให้สูบยังจะเรื่องมาก ถ้าแน่จริงก็อย่าแบมือขอสิวะ!

"โห นี่สิบโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย"

โหวซานล้วงไม้ขีดไฟออกมาจุดบุหรี่ แล้วจงใจยกแขนขึ้นโชว์นาฬิกาข้อมือยี่ห้อซ่างไห่ (เซี่ยงไฮ้) รุ่นสแตนเลสทั้งเรือนให้ดู

"อ้อ เหรอ?"

"งั้นก็รีบหน่อยเถอะ โหวซานเลิกโอ้เอ้ได้แล้ว พวกฉันยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ"

หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อไม่มีปฏิกิริยาตื่นเต้นใด ๆ ทั้งสิ้น

พ่อของอาเจ๋อเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เงินเดือนร้อยกว่าหยวน ส่วนแม่ก็เป็นลูกสาวคหบดีเก่า

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากกลับมาจากภาคตะวันตกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยที่พ่อเคยทำงานก็จ่ายเงินเดือนย้อนหลังให้ทั้งหมด เป็นเงินตั้งหลายพันหยวน!

ส่วนหลี่เซี่ยงตงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาไม่เห็นค่าของพวกนี้หรอก ขนาดมือถือในโลกอนาคตเขายังเล่นจนเบื่อแล้ว นับประสาอะไรกับแค่นาฬิกาข้อมือเรือนเดียว

โหวซานเห็นทั้งสองคนเฉยเมย แผนอวดรวยล้มเหลว ก็เลยหมดสนุก พูดเสียงอ่อย "งั้นฉันพาไปเบิกเงินเดือนก่อน แล้วค่อยไปฝ่ายพลาธิการขอใบเบิกของ ไปรับของที่โกดังพลาธิการ เสร็จแล้วก็น่าจะได้เวลากินข้าวพอดี ช่วงบ่ายเข้างานฉันค่อยพาไปรายงานตัวที่สหภาพแรงงาน"

"เอ้อ จริงสิ พวกนายเป็นสมาชิกพรรคหรือสมาชิกสันนิบาตเยาวชนไหม?"

หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋ออยากจะพยักหน้าใจจะขาด แต่องค์กรไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาเลย

โหวซานสูบบุหรี่เห็นทั้งสองส่ายหน้า "เฮอะ ไม่ใช่ก็ไม่ต้องไปรายงานตัวที่สาขาพรรคและคณะกรรมการสันนิบาตเยาวชน ก็ดี ประหยัดเวลาไปได้เยอะ!"

โหวซานเดินนำหน้าพาหลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อลงไปชั้นล่าง เดินเลี้ยวขวาที่ทางเดินชั้นหนึ่งก็เจอกับห้องการเงิน

มีโหวซานนำทาง จะไปแผนกไหนก็ไม่มีใครกล้าสร้างปัญหา หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อได้รับเงินเดือนและคูปองสวัสดิการของเดือนนี้อย่างราบรื่น

หลี่เซี่ยงตงออกมาแล้วก็นับเงินซ้ำอีกสองรอบ ถึงจะเก็บใส่กระเป๋าสะพายอย่างมิดชิด เงินจำนวนนี้แมจะไม่มาก แต่ก็เป็นทุนตั้งตัวก้อนแรกของเขา ต้องระวังไว้ก่อนดีที่สุด!

อาเจ๋อก็มีอาการคล้าย ๆ กัน เพราะนี่เป็นเงินเดือนก้อนแรกในชีวิตของเขา

โหวซานยืนแคะขี้มูกมองดูทั้งสองคนนับเงิน "ถามจริง พวกนายจะเป็นจะตายกันขนาดนี้เลยเหรอ? เงินแค่ 18 หยวนทำเอาดีใจจนเนื้อเต้น ไม่ได้เรื่องเลย!"

หลี่เซี่ยงตงย้อนถาม "โหวซาน แล้วตอนนี้นายได้เงินเดือนเท่าไหร่?"

โหวซานเห็นสายตาทั้งคู่จับจ้องมา ก็เอามือที่แคะขี้มูกมาเกาหัว หัวเราะแหะ ๆ "พวกเราก็เท่ากันนั่นแหละ ฉันเองก็เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นานเหมือนกัน"

"ชิ! แล้วจะมาทำเก๋าไปทำไม!"

หลี่เซี่ยงตงมองบนใส่เขา แล้วเร่ง "รีบพาพวกเราไปขอใบเบิกของที่ฝ่ายพลาธิการเร็วเข้า"

แผนกพลาธิการอยู่ทางเดินฝั่งซ้ายของชั้นหนึ่ง เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึง

ภายใต้การเร่งเร้าของโหวซาน เจ้าหน้าที่พลาธิการทำงานอย่างรวดเร็ว ไม่นานใบเบิกของสองใบก็ถูกเขียนเสร็จและประทับตราเรียบร้อย

หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อยังซื้อคูปองอาหารมาอีกคนละ 3 หยวน คูปองนี้ไม่เพียงใช้กินข้าวที่โรงอาหารได้ แต่ยังใช้ซื้อข้าวบนรถไฟได้ด้วย

"เจ้าตง ขอดูใบเบิกของนายหน่อยสิ"

พอออกจากแผนกพลาธิการ อาเจ๋อก็ขอดูใบเบิกของจากมือหลี่เซี่ยงตง

"ของที่เบิกเหมือนกันเปี๊ยบเลยแฮะ ฉันนึกว่าตำแหน่งต่างกัน ของที่เบิกได้จะไม่เหมือนกันซะอีก"

"เหมือนกันเหรอ? ไหนขอดูหน่อย"

หลี่เซี่ยงตงดูด้วยความอยากรู้ ก็เหมือนกันจริง ๆ ด้วย ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถามตำแหน่งงานของโหวซานเลย "โหวซาน นายทำตำแหน่งอะไร?"

โหวซานกอดอก สั่นขา "เหมือนนายนั่นแหละ พนักงานเติมน้ำประจำขบวนรถ นี่มันตำแหน่งทองเลยนะเว้ย เจ้าตง นายโชคดีชะมัด!"

"พวกนายสองคนเป็นพนักงานเติมน้ำ มีแค่ฉันที่เป็นพนักงานต้อนรับ โหวซาน นายช่วยบอกทีสิว่าพนักงานเติมน้ำทำหน้าที่อะไร? แล้วทำไมถึงเป็นตำแหน่งทอง?"

อาเจ๋อสงสัยมาก

หลี่เซี่ยงตงก็อยากรู้เหมือนกัน เจ้าหน้าที่แผนกบุคคลนึกว่าเขาเป็นญาติโหวเจี้ยนเซ่อ เลยไม่ได้อธิบายรายละเอียดงานให้ฟัง

โกดังพลาธิการอยู่ด้านในสุดของอาคาร

โหวซานเดินไปอธิบายไป "เดี๋ยวฉันจะอธิบายภาพรวมให้ฟังก่อนนะ กระทรวงรถไฟมีกรมต่าง ๆ อยู่ใต้สังกัด กรมรถไฟก็มีกองต่าง ๆ เช่น กองโดยสาร กองรถจักร กองอาณัติสัญญาณ อะไรพวกนี้ กองต่าง ๆ ก็จะมีสถานีรถไฟอยู่ในสังกัด แต่สถานีรถไฟปักกิ่งเป็นสถานีพิเศษ ขึ้นตรงกับกรมรถไฟปักกิ่ง อืม..."

ความคิดกระโดดกระเด้งของเขาก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน "จริงสิเจ้าตง ลืมบอกไปเลย เราสองคนถูกจัดให้อยู่ขบวนเดียวกันนะ อาเจ๋อ นายอยากมาอยู่กับพวกเราไหม? ถ้าอยาก เดี๋ยวฉันไปคุยกับคนจัดตารางให้ นายจะได้มาอยู่กับพวกเรา"

อาเจ๋อฟังแล้วรีบขัดขึ้น "นายโม้หรือเปล่าเนี่ย? การจัดบุคลากรของสถานีรถไฟ นายจะไปสั่งได้ยังไง?"

โหวซานโอ้อวด "นายไม่รู้อะไรซะแล้ว รองนายสถานีรถไฟปักกิ่งน่ะ คือลุงใหญ่ของฉันเอง เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อฉัน"

หลี่เซี่ยงตงร้องเสียงหลง "ลูกชายลุงโหวเหรอ?"

มิน่าล่ะ เขาถึงว่าแค่หลานชายเป็นหัวหน้าแผนก คงไม่ถึงขนาดทำให้คนเฝ้าประตูมีทีวีดูได้หรอก!

จบบทที่ บทที่ 39: ขี้อวด

คัดลอกลิงก์แล้ว