- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 38: ฉันไม่สูบบุหรี่เว้ย!
บทที่ 38: ฉันไม่สูบบุหรี่เว้ย!
บทที่ 38: ฉันไม่สูบบุหรี่เว้ย!
หลี่เซี่ยงตงลองคิดดูอีกที การที่โหวซานเข้ามาหาเองแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะรักษาความสัมพันธ์กับโหวเจี้ยนเซ่อยังไง
เจ้าตาหางชี้นี่...
เอ้ย ไม่ใช่... เจ้าโหวซานคนนี้ ต่อไปจะเป็นพี่น้องต่างสายเลือดของเขา!
คำว่า 'ตระกูลหลี่คนงานถ่านหินสามรุ่น' ฟังดูไม่ค่อยเป็นมงคลเท่าไหร่ เขาจะพยายามเริ่มต้นที่รุ่นตัวเองนี่แหละ ให้ตระกูลหลี่กลายเป็น 'คนงานรถไฟสามรุ่น' เหมือนตระกูลโหวให้ได้!
หลี่เซี่ยงตงปรายตามองอาเจ๋อ "ญาติฉันแกจะไปรู้จักหมดทุกคนได้ไง?"
พูดจบเขาก็ไม่สนใจเจ้าทึ่มอาเจ๋ออีก เดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของพี่ซุน
"พี่ซุนครับ นี่ผลตรวจร่างกายของผม"
"พี่ซุน ของผมด้วยครับ"
อาเจ๋อรีบเข้ามาวางผลตรวจร่างกายลงบนโต๊ะ
"อืม ผลตรวจเรียบร้อยดีจ้ะ"
พี่ซุนตรวจสอบเสร็จ ก็ส่งบัตรพนักงานที่ทำเสร็จแล้วให้ทั้งสองคน
"บัตรพนักงานห้ามทำหายเด็ดขาดนะจ๊ะ ถึงหายจะทำใหม่ได้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนะ"
"ทราบแล้วครับพี่ซุน"
"วางใจเถอะครับ พวกเราจะระวังอย่างดี"
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อรับบัตรพนักงานมาดู แล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ
พี่ซุนลุกขึ้นยืน "ระวังไว้ก็ดีแล้ว ได้บัตรพนักงานแล้ว ต่อไปพวกเธอก็เป็นคนของสถานีเราแล้วนะ พี่จะอธิบายเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการให้ฟัง"
"ที่นี่เงินเดือนและสวัสดิการจะออกต้นเดือน พวกเธอเพิ่งมารายงานตัววันนี้ เดี๋ยวอย่าลืมไปเบิกเงินเดือนของเดือนนี้ที่แผนกการเงินก่อนนะ"
"วันนี้วันที่ 11 พวกเธอเบิกได้เต็มเดือน ถ้ามาช้ากว่านี้หลังวันที่ 15 จะเบิกได้แค่ครึ่งเดือนจ้ะ"
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อได้ยินว่าเพิ่งมาก็เบิกเงินเดือนได้เลย แถมได้เต็มเดือนอีกต่างหาก
กำไรเห็นๆ! ทั้งสองคนยิ้มแก้มปริเก็บอาการไม่อยู่
โดยเฉพาะหลี่เซี่ยงตง ตอนนี้เขาถังแตกสุด ๆ เงินก้อนนี้เหมือนฝนทิพย์ชอโลมใจเลยทีเดียว!
พี่ซุนรีบเบรก "อย่าเพิ่งดีใจไปจ้ะ ช่วงนี้พวกเธอยังเป็นเด็กฝึกงาน เงินเดือนยังไม่เยอะเท่าไหร่"
"ช่วงฝึกงาน ปีแรกเงินเดือน 18 หยวน ปีที่สอง 23 หยวน ปีที่สาม 27 หยวน พอครบกำหนดจะมีการสอบบรรจุ ถ้าผ่านก็จะได้เป็นพนักงานระดับ 1 เงินเดือน 33 หยวน ถ้าอยากได้ขึ้นเงินเดือนหลังจากนั้นก็ต้องขยันเลื่อนระดับงานเอานะ"
"แต่พวกเบี้ยเลี้ยงประจำตำแหน่ง รางวัลประหยัดมัธยัสถ์ รางวัลการผลิต และเบี้ยเลี้ยงเที่ยวรถ อะไรพวกนี้มีให้ครบนะ นอกจากนี้ทางสถานีจะแจกอุปกรณ์เซฟตี้และชุดทำงานให้ด้วย เดี๋ยวโหวซานจะพาพวกเธอไปเบิกที่โกดังพัสดุ พี่คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก"
พี่ซุนยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แล้วพูดต่อ "โหวซานโตมาในสถานีนี้ตั้งแต่เด็ก มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามเขาได้... เอ้อ พี่จะบอกพวกเธอทำไมเนี่ย"
"เจ้าตง เธอเป็นญาติกับโหวซาน มีอะไรต้องระวังเขาคงบอกเธอเองแหละ ไปกันเถอะ ว่าง ๆ ก็แวะมาคุยเล่นกับพี่บ้างนะ"
หลี่เซี่ยงตงยิ้มรับ "ได้เลยครับ รับทราบครับพี่ซุน งั้นเชิญพี่ทำงานต่อนะครับ"
"โชคดีนะพี่หลี่"
"เจอกันใหม่นะสหายเสี่ยวหวัง"
หลี่เซี่ยงตงและอาเจ๋อเดินออกมาจากห้องทำงาน เห็นโหวซานนั่งยอง ๆ อยู่ตรงบันไดทางเดิน ในมือคีบบุหรี่ เขี่ยขี้บุหรี่ลงในซองเปล่า
โหวซานเงยหน้าขึ้นเห็นทั้งสองคนเดินออกมา ก็ทิ้งก้นบุหรี่ลงในซอง ขยำจนเป็นก้อนกลม แล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกง
"มองอะไรกัน? ทิ้งก้นบุหรี่เรี่ยราดตามทางเดินไม่ได้นะ... อ้อ สหายคนนี้รอตรงนี้ก่อนนะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับหลี่เซี่ยงตงเป็นการส่วนตัวหน่อย"
ที่มุมบันได
โหวซานเปิดฉากก่อน "ฉันชื่อโหวฉวน เป็นลูกคนที่สาม คนอื่นเลยเรียกว่าโหวซาน พ่อฉันเป็นใครนายคงเดาออกแล้วใช่ไหม?"
หลี่เซี่ยงตงพยักหน้า ย้อนถามกลับ "นายเรียกฉันมาคุยส่วนตัวมีเรื่องอะไรเหรอ?"
"ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากถามว่านายทำยังไงถึงหลอกพวกนั้นจนหัวปั่นได้ขนาดนั้น? พวกเขาเชื่อสนิทใจเลยว่านายเป็นญาติฉัน ตลกชะมัด เล่าให้ฟังหน่อยสิ"
โหวซานทำหน้าอยากรู้อยากเห็น ประกอบกับดวงตาหางชี้นั่น...
โอ๊ยแม่เจ้า! หลี่เซี่ยงตงเกือบหลุดขำก๊ากออกมา!
เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน "โหวซาน นายอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ฉันไม่เคยพูดสักคำว่าเป็นญาติพวกนาย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไมพวกเขาถึงคิดแบบนั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันเลยสักนิด"
"นายนี่น่าเบื่อชะมัด ช่างเถอะ ไม่แกล้งแล้ว"
โหวซานมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าปลอดคนก็ขยับเข้ามาใกล้หลี่เซี่ยงตง "ก้มหัวลงมาหน่อย ฉันมีเรื่องจะบอก!"
หลี่เซี่ยงตงงง "จะพูดอะไร? พูดตรง ๆ ไม่ได้เหรอ?"
"กลัวคนอื่นได้ยินไง ก้มลงมาเร็วเข้า ฉันจะกระซิบ"
หลี่เซี่ยงตงก้มหัวลงอย่างระแวดระวัง กลัวโหวซานจะเล่นตุกติก
แต่โหวซานก็ไม่ได้ทำอะไรพิเรนทร์ แค่กระซิบข้างหูว่า "เรื่องของนายฉันรู้หมดแล้ว รองผู้อำนวยการจางที่คณะกรรมการชุมชนเป็นเพื่อนเก่าพ่อฉัน นายได้เข้ามาทำงานที่นี่เพราะเส้นสายนี้ใช่ไหมล่ะ?"
เห็นสีหน้ายอมรับกลาย ๆ ของหลี่เซี่ยงตง โหวซานก็พูดต่อ "ไม่ต้องมาทำเนียน พ่อฉันบอกหมดแล้ว นายคิดว่าฉันมาทำไม? ก็พ่อฉันเพิ่งโทรมาบอกว่านายมารายงานตัววันนี้ ให้ฉันพานายทัวร์สถานีให้คุ้นเคยหน่อย"
หลี่เซี่ยงตงฟังจบก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด เข้าใจแล้วว่าทำไมโหวซานถึงไม่เปิดโปงเขาเมื่อกี้
สองพ่อลูกตระกูลโหวต่างก็มองว่าเขาเป็นคนกันเอง ถ้าในสถานีรถไฟมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เขาก็ถือว่าอยู่สังกัดตระกูลโหวไปโดยปริยาย
มิน่าล่ะ พอเมื่อเช้าโหวเจี้ยนเซ่อเห็นหนังสือแนะนำตัวของเขา ท่าทีถึงเปลี่ยนไปทันที ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!
ในเมื่อโหวซานเปิดไพ่มาขนาดนี้ เขาก็ไม่มีเหตุผลต้องปิดบังอีก ยอมรับตามตรงว่า "ฉันมาทางสายรองฯ จางจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าเป็นอย่างที่นายว่า งั้นพวกเราก็คนกันเองสินะ"
โหวซานยักไหล่ "ถ้าไม่ใช่คนกันเอง ฉันจะปล่อยให้นายแอบอ้างเป็นญาติฉันเหรอ? แล้วฉันก็คงไม่ถ่อมาพานายเดินดูสถานีหรอก นึกว่าฉันว่างงานนักหรือไง"
หลี่เซี่ยงตงเห็นโหวซานยังวนเวียนอยู่กับเรื่องนี้ ก็รีบแก้ตัวอย่างหัวเสีย "ฉันไม่เคยบอกใครว่าเป็นญาติบ้านนายนะเว้ย!"
การแอบอ้างเป็นญาติคนอื่น โดยเฉพาะญาติผู้หลักผู้ใหญ่ พูดไปมันดูไม่ดี หลี่เซี่ยงตงไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด
มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดล้วน ๆ!
"เออ ๆ เชื่อแล้วก็ได้"
โหวซานถูจมูก ท่าทางเกรงใจนิดหน่อย "นายมีบุหรี่ไหม?"
มาขอไถบุหรี่อีกคนแล้ว...
หลี่เซี่ยงตงตะคอกกลับด้วยความโมโห "ฉันไม่สูบบุหรี่เว้ย!"
นี่เห็นเขาเป็นโรงงานยาสูบหรือไง? เจอใครแซ่โหวเป็นต้องมาขอไถบุหรี่ทุกคนเลย!